Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

โรคปริทันต์ พ่วงโรคร้ายนานาชนิด


       เพราะสุขภาพของช่องปากและฟันนั้นส่งผลโดยตรงกับการมีสุขภาพกายที่ดี  การปล่อยปละละเลยสุขภาพของช่องปาก  อาจเป็นสัญญาณอันตรายไปสู่โรคร้ายแรงอย่างที่คาดไม่ถึง  ด้วยเหตุนี้  สมาคมปริทันตวิทยาแห่งประเทศไทย  จึงได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคมประจำปี  2552  "ครอบครัวสุขสันต์  รู้ทันโรคเหงือก"  ในวันอาทิตย์ที่  21  มิถุนายนที่ผ่านมา  ณ  คลินิกทันตกรรมอัศวานันท์  (ปากซอยทองหล่อ)

     โดยในงานเป็นการเปิดประเด็นความรู้เกี่ยวกับเรื่องของโรคปริทันต์  โรคเหงือกที่มีผลกระทบต่อการเกิดโรคร้ายแรงอื่นๆ  นานาชนิด  เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ตระหนักถึงวิธีการดูแลรักษาเหงือกและฟันอย่างถูกวิธีก่อนที่จะสายเกินไป

     เพราะจากการสำรวจของกองทันตสาธารณสุข  กรมอนามัย  กระทรวงสาธารณสุข  ล่าสุดพบว่า  เด็กอายุ  12  ปี  เป็นโรคปริทันต์อักเสบ  หรือ  โรคเหงือกอักเสบแล้วถึงร้อยละ  80  และกลุ่มวัยทำงานเป็นโรคปริทันต์อักเสบถึงร้อยละ  40  และเพิ่มมากขึ้นถึงร้อยละ  80-90  ในผู้สูงอายุ  กล่าวได้ว่า  โรคปริทันต์เป็นโรคที่เกิดได้กับทุกคนในครอบครัวนั่นเอง

     ด้าน  อ.ทพญ.ดร.กนกวรรณ  นิสภกุลธร  ประธานวิชาการสมาคมปริทันตวิทยาแห่งประเทศไทย  และ  ทพ.สุนทร  อัศวานันท์  ผู้อำนวยการคลินิกทันตกรรมอัศวานันท์  ร่วมกันให้ความรู้เรื่องนี้ว่า  "สุขภาพของช่องปากและฟันเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลโดยตรงกับการมีสุขภาพกายที่ดี  การปล่อยปละละเลยสุขภาพของช่องปาก  เป็นสัญญาณอันตรายที่จะนำไปสู่การเป็นโรคร้ายอื่นๆ  ทั้งที่จริงๆ  แล้วเราสามารถดูแลสุขภาพของช่องปากและฟัน  ตลอดจนป้องกันการเกิดโรคร้ายแรงต่างๆ  ได้อย่างง่ายๆ  เพียงแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกวิธี"

     "ตามปกติแล้วสาเหตุหลักที่ทำให้สูญเสียฟันก็คือ  โรคฟันผุ  และโรคเหงือก  หรือโรคปริทันต์  ซึ่งนอกจากทำให้เกิดการสูญเสียฟันแล้ว  การติดเชื้อเรื้อรังในช่องปากจากโรคปริทันต์อักเสบยังทำให้เกิดโรคร้ายแรงอื่นๆ  ตามมาอย่างคาดไม่ถึง  อาทิ  เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ  และโรคหลอดเลือด  ทำให้คนไข้เบาหวานควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ยาก  นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดทารกก่อนกำหนดของหญิงมีครรภ์ด้วย  ใครจะรู้ว่าแค่เหงือกอักเสบนิดเดียวจะกลายเป็นเรื่องลุกลามใหญ่โตได้ถึงเพียงนี้"

     โรคปริทันต์  เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในคราบจุลินทรีย์บนผิวฟัน  โรคปริทันต์อาจเกิดกับฟันซี่เดียวหรือหลายๆ  ซี่ในปาก  หากไม่ได้รับการรักษาจะทำให้ฟันโยกจนต้องถอนฟันในที่สุด  โดยโรคนี้สามารถแบ่งอย่างง่ายๆ  ได้เป็น  2  ประเภทตามความรุนแรงของโรคคือ  โรคเหงือกอักเสบ  และโรคปริทันต์อักเสบ  โรคเหงือกอักเสบมีความรุนแรงน้อยกว่า  โดยมีการอักเสบเฉพาะที่เหงือก  ส่วนโรคปริทันต์อักเสบ  หรือเดิมเรียกว่าโรครำมะนาด  มีความรุนแรงของโรคมากกว่า  นั่นคือจะมีการอักเสบของเหงือกร่วมกับการที่กระดูกรอบรากฟันถูกทำลาย  โรคปริทันต์อักเสบส่วนใหญ่พบในคนอายุ  30-40  ปีขึ้นไป  และจะทวีความรุนแรงของโรคเพิ่มมากขึ้นตามอายุที่มากขึ้น  แต่ในปัจจุบันพบว่ามีโรคปริทันต์อักเสบบางชนิดที่สามารถพบได้ในวัยเด็ก  และวัยรุ่น   


     โรคปริทันต์เป็นโรคที่ดำเนินไปอย่างช้าๆ  และมักไม่แสดงอาการเจ็บปวดใดๆ  คนส่วนใหญ่จึงไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรคปริทันต์  และมักมาพบทันตแพทย์เมื่อโรคลุกลามไปมากแล้ว  ผู้ที่มีเหงือกอักเสบมากอาจพบว่ามีเลือดออกขณะแปรงฟัน  ผู้ที่เป็นโรคปริทันต์อักเสบอาจสังเกตเห็นว่าเหงือกของตนเองมีการร่นเพิ่มขึ้น  ช่องว่างระหว่างฟันมีขนาดใหญ่ขึ้น  ฟันเริ่มแยกห่างจากกัน  ฟันโยก  เหงือกบวม  เป็นๆ  หายๆ  มีหนอง  หรือมีกลิ่นปาก  ซึ่งนอกจากจะทำให้เจ็บปวดทรมานแล้ว  ยังทำให้สูญเสียความมั่นใจ  จะพูดกับใครก็กลัวสังคมรังเกียจอีกด้วย.



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์