คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ จัดโครงการเปลี่ยนดินสอให้เป็นห้องสมุด เผยระดมเงินทุนผ่านกิจกรรมจิตอาสา ด้วยการขายดินสอ 4 หมื่นแท่ง แท่งละ 10 บาท จัดหารายได้สร้างห้องสมุดให้เด็กชาวเขา โรงเรียนศูนย์ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ รศ.ดร.ปาริชาติ สถาปิตานนท์ อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ในปีนี้จะมีการจัดโครงการเปลี่ยนดินสอให้เป็นห้องสมุด โดยเริ่มผลิตและจำหน่ายดินสอจำนวน 40,000 แท่ง ราคาแท่งละ 10 บาท เพื่อหารายได้มาก่อสร้างห้องสมุดให้กับโรงเรียนศูนย์ปางมะผ้า ในโครงการตามพระราชดำริ ตำบลสบป่อง อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสมาคมเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์แห่งประเทศไทย คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ และสำนักส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ (สท.)
รศ.ดร.ปาริชาติกล่าวว่า แนวคิดเปลี่ยนดินสอให้เป็นห้องสมุด เกิดขึ้นจากความสำเร็จของโครงการรักบ้านเกิดเมื่อปีที่แล้ว โดยนิสิตระดับปริญญาโท คณะนิเทศฯ ได้จัดกิจกรรมอาสาสมัครเพื่อสาธารณประโยชน์ พัฒนาชุมชน ให้ความรู้และบันเทิงแก่กลุ่มเยาวชนผู้ด้อยโอกาส เพื่อปลูกฝังทัศนคติรักถิ่นกำเนิด ช่วงที่ดำเนินงานนั้นได้รับทราบข้อมูลจากคณะครูโรงเรียนศูนย์ปางมะผ้าฯ ว่า สิ่งที่ต้องการและมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเด็กนักเรียนคือ ห้องสมุด เพราะปัจจุบันใช้ห้องพักครูและห้องนักเรียนชั้นอนุบาล ที่เป็นอาคารไม้ชั้นเดียวดัดแปลงเป็นห้องสมุดชั่วคราว
"โรงเรียนศูนย์ปางมะผ้าฯ เป็นโรงเรียนประจำของเด็กชาวเขาผู้ด้อยโอกาสและอยู่ห่างไกลความเจริญ หลังจากระดมเงินทุนได้ครบแล้วจะก่อสร้างห้องสมุด 2 ชั้น โดยตั้งชื่อว่า ห้องสมุดดินสอของเรา ชั้นล่างเป็นห้องสมุด ชั้นบนจะมีพื้นที่สำหรับแสดงนิทรรศการความรู้เกี่ยวกับชาวเขา และที่สำคัญเป็นที่ประทับสำหรับสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องจากพระองค์ทรงเสด็จฯ เยี่ยมโรงเรียนบ่อยครั้ง" รศ.ปาริชาติกล่าว
นายพิชิต ธิอิ่น ผู้อำนวยการโครงการเปลี่ยนดินสอให้เป็นห้องสมุด บอกว่า ตนเป็นนักศึกษาปริญญาโท คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ และได้มีโอกาสเป็นตัวแทนเยาวชนไทย เข้าร่วมงานกับสมาคมเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์ ที่ประเทศญี่ปุ่น ก่อนจะเกิดแนวคิดจัดโครงการรักบ้านเกิดที่โรงเรียนศูนย์ปางมะผ้าฯ จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อปีที่แล้ว จึงได้รู้ว่าโรงเรียนแห่งนี้ขาดแคลนห้องสมุด การก่อสร้างมีค่าใช้จ่ายราว 400,000 บาท
เขากล่าวด้วยว่า ไม่ต้องการที่จะบริจาค หรือขอรับความช่วยเหลือจากภาคธุรกิจเอกชนเพียงแห่งใดแห่งหนึ่ง ทำให้มีความคิดที่จะผลิตดินสอมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือ เขียนข้อความลงบนแท่งดินสอว่า ดินสอนี้มีส่วนช่วยเปลี่ยนเป็นห้องสมุด แล้วนำมาจำหน่ายแท่งละ 10 บาท ผลิตจำนวน 40,000 แท่ง วิธีขายก็จะสร้างการมีส่วนร่วมคือ ให้เพื่อนๆ ช่วยกันซื้อ-ขายผ่านเว็บไซต์ และตระเวนขายตามสถานที่ต่างๆ จากนั้นจะรวบรวมเงินทั้งหมดนำไปมอบให้แก่โรงเรียน และจัดสร้างห้องสมุดเสร็จสิ้นภายในปีนี้
"สาเหตุที่นึกถึงดินสอ เพราะดินสอเป็นสัญลักษณ์แห่งการเรียนรู้ และบ่งบอกถึงพลังของกลุ่มคนเล็กๆ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้ แม้จะเริ่มต้นจากสิ่งเล็กน้อยที่อยู่ใกล้ตัว แต่หากมีความคิดที่ดีและรู้จักขยับขยายได้ด้วยการสร้างความร่วมมือกับผู้อื่น เราก็จะสามารถทำดีๆ ได้เหมือนกับดินสอที่เป็นของใกล้ตัว" นายพิชิตกล่าว.









