อัลบั้ม 2 ชุดในนามของวงเอ็นโดรฟิน ไม่ใช่แค่แจ้งเกิดวงเอ็นโดรฟินเท่านั้น หากยังทำให้ธนิดา ธรรมวิมล กลายเป็นเสียงของนักร้องหญิงที่มีคนอยากฟังมากที่สุดคนหนึ่งของบ้านเรา ในชื่อ ดา เอ็นโดรฟิน
เพราะฉะนั้น ไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรส์อะไรที่ได้เห็นเธอออกอัลบั้มเดี่ยวในกาลต่อมา โดยที่ยังรักษาระดับความนิยมเอาไว้ได้ และบางทีอาจจะมากกว่าที่เคยได้รับด้วยซ้ำไป
แสนแสบ เป็นอัลบั้มชุดที่ 3 ในฐานะศิลปินเดี่ยวของดา หลังจาก ภาพลวงตา และ Sound About... แม้จะออกมาในช่วงที่วงการเพลงอ่อนแรงมากๆ ในเรื่องของการขายผลงาน กระทั่งต้นสังกัดของดาเองก็มีศิลปินที่ได้ออกอัลบั้มเต็มน้อยราย โดยที่ไม่นับงานรวมเพลงหรือว่างานคัฟเวอร์ และนอกจากจะเป็นศิลปินหนึ่งในไม่กี่รายที่ได้ออกอัลบั้ม ดาเองก็ยังเป็นหนึ่งในศิลปินน้อยรายยิ่งกว่าที่มีคอนเสิร์ตของตัวเอง...
เห็นได้ชัดว่าผู้หญิงคนนี้มีศักยภาพในตัวเองขนาดไหน ทั้งในฐานะของนักร้องเสียงดีที่ถึงวันนี้คงไม่มีใครตั้งคำถามหรือข้อสงสัย ทั้งในฐานะการเป็นศิลปินตัวขายของสังกัด
แต่ถึงจะมีศักยภาพขนาดนั้น กับ 12 เพลงของดาในอัลบั้มแสนแสบ ก็เผยความไม่มั่นใจของต้นสังกัดออกมาเหมือนกัน เพราะกับเพลงที่ทิศทางของงานดูจะหลากหลายเกินไปสำหรับศิลปินที่มีผลงานมาในระดับหนึ่ง มีเพลงฮิตก็ไม่ใช่น้อย หากซาวด์ของงานไม่ได้มีการคุมจัดไว้และเสียงร้องของดาไม่ได้เป็น "ตัว" อย่างที่ได้ยิน โอกาสที่งานชุดนี้จะเป็นงานวาไรตี้ที่ค่อนไปทางจับฉ่ายก็มีอยู่
กับงานที่ผ่านๆ มา ดาเป็นสาวป็อปที่มีสำเนียงดนตรีร็อกอยู่ในเนื้องาน เป็นร็อกในแบบซอฟต์ร็อกที่ให้น้ำหนักกับงานบัลลาดซึ้งๆ เป็นหลัก แต่กับบางเพลงที่มีหลายๆ เพลงในอัลบั้ม อย่าง "จุดเริ่มต้นของจุดจบ" ที่เป็นเพลงฮิตเพลงหนึ่งของอัลบั้ม ทางดนตรีเองก็ดูจะเป็นงานป็อปบัลลาดตามสูตรเพลงอกหักรักคุดแบบไทยๆ ท่วงทำนองก็มาในไลน์ที่คอเพลงไทยอาจจะคุ้นๆ กันดีที่หากไม่ได้เสียงร้องของดา เป็นเสียงร้องแบบป็อปของใครสักคนเพลงที่น่าจะฮิตเพลงนี้ ก็น่าจะจมหายไปในตลาดอีกเพลง
หรือ "ขอบใจ... ที่ไม่เอา" ก็เจอปัญหาคล้ายๆ กัน กระทั่งเพลงบลูส์อย่าง "เรื่องน่าเบื่อ" ก็ไม่ต่าง
หากไม่มองว่าเป็นเรื่องเอาชัวร์ของต้นสังกัดที่ทำงานเพลง ซึ่งท่วงทำนองเป็นทางป็อปแบบตามสูตรที่ชินหูกัน ลักษณะของงานที่เป็นก็เผยให้เห็นว่า ทีมทำเพลงไม่สามารถฉีกทางของเมโลดี้ออกไปจากกรอบเดิมๆ ได้ ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้มีเพลงที่มาพร้อมกับซาวด์ใหม่ๆ ที่ให้ความรู้สึก "สด"
เพลงอย่าง "ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน" น่าจะเป็นเพลงในอัลบั้มแรกๆ ของดา หรือว่าเอ็นโดรฟินมากกว่าจะมาอยู่ในอัลบั้มชุดนี้ ส่วน "อดีตของฉัน... ปัจจุบันของเรา" ที่ดนตรีเป็นป็อปผสมกลิ่นอาร์แอนด์บีอ่อนๆ ถ้าไม่ได้เสียงของดาเพลงนี้ก็จืดไปเลย
ในเรื่องของดนตรี แสนแสบ ไม่ใช่งานที่ผลักดันดาให้ขยับไปข้างหน้า ก็แค่งานตอกย้ำศักยภาพของเธอให้ชัดเจนอีกครั้ง หากไม่ได้เสียงร้องเป็น "ตัวๆ" ของดา เกิดเป็นเสียงร้องที่หา "ตัว" ไม่เจอของใครสักคน แสนแสบ ก็คงจะเป็นอาการของต้นสังกัดต้องเจอเป็นแน่แท้
เสียงของเธอดีจริงและขายได้ แต่หากดนตรียังมาได้แค่นี้ คำถามคือ จะขายได้อีกนานขนาดไหน
งานนี้ แสนแสบ ไม่แสบจริง ก็แค่ทำให้ผิวแดงเป็นปื้นๆ เท่านั้นเอง.








