ศิลปวัฒนธรรม

Wednesday, 26 September, 2012 - 00:00

พิพิธภัณฑ์ไทยสู่ความเป็นประชาคมอาเซียน

  วงการพิพิธภัณฑ์ไทยต้องเตรียมความพร้อมครั้งใหญ่ เมื่อไทยจะเข้าสู่ประชาสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนในปี 2558 ซึ่งในโอกาสวันพิพิธภัณฑ์ไทย ตรงกับวันที่ 19 กันยายนของทุกปี โดยปีนี้เป็นวาระครบรอบ 138 ปีของการดำเนินกิจการพิพิธภัณฑสถานในประเทศไทย กรมศิลปากร โดยสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศ. (พิเศษ) ธงทอง จันทรางศุ ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม ปัจจุบันดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้นำเสนอมุมมองและแนวทางของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในการเข้าสู่วัฒนธรรมอาเซียนอย่างมั่นคงและยั่งยืนที่ ณ ห้องประชุมอาคารดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ทิศทางดังกล่าวนอกจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในสังกัดกรมศิลปากรแล้ว พิพิธภัณฑ์เอกชน พิพิธภัณฑ์สถานศึกษา และพิพิธภัณฑ์ขององค์กรต่างๆ สามารถนำมาปรับใช้ในการดำเนินกิจการพิพิธภัณฑ์อีกด้วย
    ศ. (พิเศษ) ธงทอง จันทรางศุ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 138 ปี พิพิธภัณฑ์ไทยได้มีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์โบราณวัตถุและศิลปวัตถุ ตลอดจนเป็นแหล่งเรียนรู้มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติไทย ทั้งยังมีการเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับอาณาจักรไทย อย่างไรก็ตาม อาเซียนจะเพิ่มความเป็นปึกแผ่นมากขึ้นด้วยการเป็นประชาคมอาเซียนในอีก 3 ปีข้างหน้า นอกจากด้านเศรษฐกิจการค้า ยังมีเรื่องวัฒนธรรมอาเซียนที่พิพิธภัณฑ์ไทยจะเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญของอาเซียนได้ แต่การบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์จะดำเนินกิจการตามแบบปัจจุบันไม่ได้ ต้องออกนอกกรอบมากยิ่งขึ้น เพื่อการเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต 
    "กรมศิลปากรต้องมีการศึกษา วางแผน และเตรียมตัวที่ดี ทั้งภาษาอังกฤษที่จะมีความจำเป็นมากขึ้นในการสื่อสาร จำเป็นต้องเพิ่มการนำชมและคำบรรยายสิ่งของที่จัดแสดงให้กับชาวต่างชาติ ตลอดจนเอกสารเผยแพร่ตามพิพิธภัณฑ์ทั่วประเทศและเอกสารการส่งและนำโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ออกนอกประเทศไทย เช่นเดียวกับพิพิธภัณฑ์หน่วยงานอื่นๆ ต้องพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลง" อาจารย์ธงทองให้แนวทาง
    เนื่องจากปัจจุบันไม่มีพิพิธภัณฑ์ไทยแห่งใดที่เสนอเรื่องราวประชาคมอาเซียนได้ครบถ้วน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านศิลปวัฒนธรรมผู้นี้แสดงทัศนะว่า ควรมีการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์อาเซียนในประเทศไทยเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจประชาคมอาเซียนอย่างสมบูรณ์ เรื่องราวในพิพิธภัณฑ์เสนอหลากหลายมิติมากกว่าการมิติการสู้รบหรือเป็นข้าศึกศัตรูกันในอดีต ไม่ว่าจะเป็นการถือกำเนิดและเติบโต ความสัมพันธ์ระหว่าง 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน เส้นทางการค้าขาย ทางเดินของอารยธรรม ความเชื่อ ศาสนาและภาษา ที่มีการหยิบยืมหรือแลกเปลี่ยนจนก่อเกิดวัฒนธรรมข้ามชาติมากมาย พบเห็นได้ในบ้านเรา เช่น บ้าบ๋า ย่าหยา ชุมชนชาวจีน อินเดีย ฯลฯ ตอนนี้ยังขาดแหล่งข้อมูลที่ปะติดปะต่อ หากมีพิพิธภัณฑ์อาเซียนจะเป็นแหล่งสร้างความรู้ความเข้าใจกลุ่มประเทศอาเซียน เห็นว่าไทยมีความพร้อมในการดำเนินงาน อยากเห็นทุกฝ่ายร่วมกันผลักดันให้เกิดขึ้น ทว่ากระทรวงวัฒนธรรมควรจะเป็นหน่วยงานหลัก
    อีกทั้งยังเสริมในส่วนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติด้วยว่า ต้องมีทำงานในวงกว้าง เพิ่มเครือข่ายและสร้างความใกล้ชิดกับชุมชน ตลอดจนหน่วยงานท้องถิ่น ภาคเอกชนที่สามารถสนับสนุนงบประมาณ หากมีพันธมิตรก็จะหนุนเสริมกิจการให้มีชีวิต ขณะเดียวอาจต้องมีการขยายเวลาในการเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั่วประเทศในบางวัน เพื่ออำนวยความสะดวกผู้เข้าชม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ปกครองและเยาวชน รวมถึงให้บริการที่หลากหลายมากขึ้น ดึงดูดให้คนเข้ามา เนื่องจากค่านิยมในการหาความรู้จากพิพิธภัณฑ์ในบ้านเรายังน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในโลก ทั้งที่ประสบการณ์การเรียนรู้ในพิพิธภัณฑ์เกิดประโยชน์มากกว่าบทเรียนในตำรา ในเวลาเดียวกันกรมฯ ต้องสร้างความไว้วางใจและแสดงศักยภาพในการดูแลรักษาโบราณวัตถุมากขึ้น เพื่อให้คนยินดีส่งมอบหรือให้ยืมโบราณวัตถุมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ เพราะยังมีข้าวของล้ำค่าอีกมากที่ไม่สามารถตีมูลค่าเป็นตัวเงินได้ แต่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ หากตกในมือต่างชาติก็น่าเสียดาย
    ด้าน อนันต์ ชูโชติ ผู้อำนวยการสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กล่าวว่า นอกจากพัฒนาปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ให้มีคุณภาพแล้ว ต้องหาทางสร้างนักชมพิพิธภัณฑ์ โดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ ก็ทำต่อเนื่อง ตอนนี้ผนึกกำลังกับสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร เพื่อให้โรงเรียนในสังกัด กทม.จัดกิจกรรมเรียนรู้พิพิธภัณฑ์ร่วมกัน ปลุกจิตสำนึกรักพิพิธภัณฑ์ จะขยายไปสู่กลุ่มนิสิตนักศึกษาด้วย อยากให้สังคมตระหนักคุณค่าพิพิธภัณฑ์เป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ ส่วนผู้เข้าชมชาวต่างชาติก็เตรียมพร้อมสร้างบุคลากรที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้ รวมถึงดึงอาสาสมัครมาทำงาน ทั้งยังได้เชิญคณะทูตานุทูตที่มีแหล่งพำนักในไทยเข้าชมพิพิธภัณฑสถานฯ พระนคร เป็นอีกแนวทางเผยแพร่ข้อมูลและชักชวนต่างชาติเข้าชม
    "พิพิธภัณฑสถานฯ พระนคร มีโครงการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่ตั้งแต่ปี 56-59 ทั้งขุดค้นขุดแต่งทางโบราณคดีพื้นที่วังหน้า รวมถึงการปรับปรุงห้องจัดแสดง สำหรับห้องเอเชียจะมีนักวิชาการมาร่วมทบทวนว่าจะมีเปลี่ยนแปลงรูปแบบเป็นห้องวัฒนธรรมอาเซียนได้อย่างไร" อนันต์กล่าวทิ้งท้าย
    แม้ขณะนี้พิพิธภัณฑ์อาเซียนยังเป็นเพียงแนวคิด แต่หากใครสนใจศึกษาด้านศิลปวัฒนธรรมเอเชีย แนะนำมาชมในห้องเอเชีย ชั้น 1 อาคารมหาสุรสิงหนาท ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ห้องนี้จัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ของประเทศในเอเชีย อาทิ อวโลกิเตศวร ศิลปะอินเดียแบบปาละ พุทธศตวรรษที่ 14 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงได้จากประเทศอินโดนีเซีย แล้วยังมีโบราณวัตถุชิ้นสำคัญอีกมากมายให้ชม
    นอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการพิเศษเกี่ยวกับพัฒนาการของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่บริเวณโถงด้านหน้าพระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานฯ พระนคร เนื่องในโอกาสวันพิพิธภัณฑ์ไทยประจำปีนี้ กำหนดจัดแสดงตั้งแต่ 19 ก.ย.-19 ต.ค. นิทรรศการพิเศษนี้ไม่เสียค่าเข้าชม สำหรับพิพิธภัณฑสถานฯ พระนคร เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์-วันอังคาร เวลา 09.00-16.00 น.