วันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม 2553
Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid

น้ำหนัก...ปัจจัยเสี่ยงข้อเข่าเสื่อม


เนื่องในวันโรคข้อสากล  ชมรมศัลยแพทย์ข้อเข่าข้อสะโพกประเทศไทย  จับมือภาคเอกชนจัดงาน  "ข้อเสื่อมบรรเทา  ข้อเข่าแข็งแรง"  ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก  เพื่อรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคข้อเสื่อม  รวมถึงแนวทางในการป้องกันและรักษาโรคข้อเสื่อมที่ถูกต้องให้แก่ประชาชน  ณ  โซนบีคอน  ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์  โดยมี  รศ.นพ.ธไนนิธย์  โชตนภูติ  ประธานชมรมศัลยแพทย์ข้อเข่าข้อสะโพกประเทศไทย  เป็นประธานเปิดงาน

     ในโอกาสนี้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคข้อเข่าเปิดเผยว่า  โรคข้อเข่าเสื่อมเกิดขึ้นจากการที่กระดูกอ่อนผิวข้อถูกทำลาย  บางลง  อาจมีการแตกและเปื่อยยุ่ย  หรือมีอาการสูญเสียน้ำเลี้ยงในข้อต่อ  จนในที่สุดจะมีการสูญเสียกระดูกอ่อนผิวข้อไป  ผู้ป่วยมักมีอาการปวดเวลาเคลื่อนไหวข้อมากๆ  บางครั้งมีเสียงดังที่ข้อขณะเคลื่อนไหว  เจ็บแปลบตามแนวบริเวณข้อเข่า  โดยความเจ็บปวดมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเมื่อผิวข้อถูกทำลายมากขึ้น  รวมถึงอาจมีการอักเสบของเยื่อบุข้อทำให้มีน้ำในข้อมากขึ้น  จนมีการบวมของข้อเข่าให้สังเกตได้  และจะมีกระดูกงอกตามขอบผิวข้อเดิมร่วมกับจะมีการโก่งผิดรูปของข้อเข่าในระยะท้ายของโรค

     รศ.นพ.  พัชรพล  อุดมเกียรติ  ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์  ภาควิชาศัลยศาตร์ออร์โธปิดิกส์  คณะแพทย์ศาสาตร์ศิริราชพยาบาล  กล่าวว่า  โรคข้อเข่าเสื่อมมักพบในผู้สูงอายุ  และอุบัติการณ์ของโรคจะเกิดในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย  ซึ่งอาจเป็นผลเนื่องจากวัยทองหรือช่วงวัยหมดประจำเดือน  ที่มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทางเพศ

     โดยผลการศึกษาล่าสุดจากวารสาร  New  England  Journal  of  Medicine  พบว่าผู้หญิงมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคข้อเสื่อม  และต้องทนทุกข์ทรมานกับอาการปวดเข่ามากกว่าผู้ชายถึง  3  เท่า  และยังพบมากขึ้นในกลุ่มที่มีน้ำหนักตัวมากกว่าเกณฑ์มาตรฐาน  นอกจากนี้  กิจกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่ใช้ข้อเข่ามาก  การนั่งยองๆ  นั่งพับเพียบ  หรือการนั่งขัดสมาธิ  ก็ถือเป็นความเสี่ยงเช่นกัน  โดยสาเหตุของโรคข้อเข่าเสื่อมที่พบบ่อยคือ  มีประวัติการเกิดอุบัติเหตุที่บริเวณข้อเข่า  การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา  โรคประจำตัวบางชนิด  เช่น  โรคเกาต์  โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์  หรือมีประวัติการติดเชื้อในข้อเข่า  โดยปัจจุบันคาดว่ามีผู้สูงอายุทั้งหญิงและชายในประเทศไทยเป็นโรคข้อเสื่อมประมาณหกล้านคน  ดังนั้น  หากคนไทยมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคดังกล่าว  และรู้ถึงแนวทางป้องกันตนเองให้พ้นจากโรค  ก็จะสามารถลดปัจจัยเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การเกิดข้อผิดรูปหรือพิการ  ตลอดจนช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลได้

     รศ.นพ.  ธไนนิธย์  โชตนภูติ  ประธานชมรมศัลยแพทย์ข้อเข่าข้อสะโพกประเทศไทย  กล่าวว่า  การควบคุมน้ำหนักตัวเป็นปัจจัยที่สำคัญ  เพราะแรงกดที่ข้อเข่าจะต้องแบกรับถึง  6  เท่าของน้ำหนักตัวเพียง  1  กิโลกรัม  ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความล้าและเป็นปัจจัยที่ทำให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้น  โรคนี้หากปล่อยทิ้งไว้โดยปราศจากการดูแลที่ถูกต้อง  อาจทำให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวได้ยากลำบากและถึงขั้นที่ไม่สามารถลุกขึ้นยืนหรือเดินได้ด้วยตนเอง  นอกจากนี้  โรคไขข้ออักเสบรูมาตอยด์  หากปล่อยทิ้งไว้อาจส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อกระดูกและนำไปสู่โรคข้อเสื่อมได้  อย่างไรก็ตาม  หากผู้ป่วยโรคข้อเสื่อมรักษาด้วยวิธีการรับประทานยา  ออกกำลังกาย  ทำกายภาพบำบัด  และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น  แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาจแนะนำให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมที่มีความคงทนสูง  ซึ่งเป็นการรักษาด้วยวิธีเปลี่ยนผิวข้อเข่าทั้งหมด  (Total  Knee  Replacement)  ที่สามารถหมุนและเคลื่อนไหวได้ใกล้เคียงกับข้อเข่าจริง  ซึ่งมีการพัฒนาทั้งในด้านการออกแบบให้มีความสึกหรอต่ำโดยให้ชิ้นส่วนรับน้ำหนักที่เป็นพลาสติกสังเคราะห์  มีการเคลื่อนไหวได้  และด้านเทคนิคการผ่าตัดเพื่อให้ได้ข้อเข่าเทียมที่มีอายุการใช้งานสูงสุดถึงกว่าสิบปี  จึงสามารถช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยได้     

     นพ.  พฤกษ์  ไชยกิจ  ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์  และผู้เชี่ยวชาญด้านระบบคอมพิวเตอร์เนวิเกเตอร์การผ่าตัดข้อเข่า  วิทยาลัยแพทย์ศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล  กล่าวว่า  การวางตำแหน่งของข้อเข่าเทียมให้ถูกต้อง  แม่นยำ  เป็นกุญแจสำคัญในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม  ซึ่งปัจจุบันมีคอมพิวเตอร์เนวิเกเตอร์  ที่ใช้ในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม  จึงช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการวางตำแหน่งของข้อเข่าเทียม  ซึ่งจะส่งผลให้ข้อเข่าเทียมสามารถใช้งานได้ยาวนานโดยปราศจากปัญหาใดๆ

     "การใช้คอมพิวเตอร์เนวิเกเตอร์ช่วยในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่านั้นมีข้อได้เปรียบ  และนำไปสู่การพัฒนาเกี่ยวกับเรื่องซอฟต์แวร์  ที่จะสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการติดตามการวางตำแหน่งของข้อเข่าเทียมในผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดไปแล้ว  และจะสามารถให้ข้อมูลความแน่นอนของการใช้งานข้อเข่าเทียมให้ดีและยาวนานขึ้น  อย่างไรก็ตาม  การรักษาผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมนั้นขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคในผู้ป่วยแต่ละราย  นอกจากนี้  ยังต้องพิจารณาถึงอายุ  น้ำหนัก  ความหนาแน่นของมวลกระดูก  สภาพร่างกายและจิตใจ  ดังนั้น  สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ  หากมีอาการเพียงเล็กน้อย  ก็ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีป้องกันและรักษาที่ถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ"  นพ.  พฤกษ์กล่าวเสริม

     เพื่อป้องกันการสึกหรอของกระดูกข้อไม่ให้เพิ่มมากขึ้น  ควรควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้อ้วนเกิน  หลีกเลี่ยงการคุกเข่า  หรือนั่งยองๆ  รวมทั้งการขึ้นลงบันไดบ่อยๆ  โดยไม่จำเป็น  ผู้ที่มีการบริหารกล้ามเนื้อเข่าให้แข็งแรงจะช่วยให้การใช้งานข้อได้ดีขึ้น  และออกกำลังกายให้เหมาะสม  เช่น  การเดิน  การปั่นจักรยาน  หรือการออกกำลังกายในน้ำ  ก็จะสามารถยืดอายุการใช้งานและรักษาข้อเข่าให้อยู่คู่ร่างกายได้เป็นอย่างดี.

ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Firefox 3  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์