ผู้เชี่ยวชาญในอังกฤษระบุว่า การอุดฟันผุให้เด็กอาจไม่ใช่เรื่องจำเป็นเสมอไป และเตรียมรับสมัครเด็กทั่วประเทศร่วมการทดลองเปรียบเทียบว่า การรักษาฟันผุด้วยการอุดฟัน การเคลือบหรือปล่อยไว้ไม่รักษาเลย ให้ผลแตกต่างกันอย่างไร
เด็กวัย 5 ขวบในอังกฤษฟันผุราวร้อยละ 40 ในจำนวนนี้ 1 ใน 10 รักษาด้วยการอุดฟัน บางรายปล่อยไว้ไม่รักษา บางรายผุมากถึงขั้นต้องถอนฟันออก ทันตแพทย์ส่วนใหญ่อาศัยประสบการณ์และดุลยพินิจในการตัดสินใจว่า จะใช้วิธีใดเนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีแนวทางชัดเจนในเรื่องนี้
คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์รวบรวมความเห็นของทันตแพทย์ 50 คนพบว่า การอุดฟันอาจไม่จำเป็นเสมอไป เพราะพบว่า เด็กที่อุดฟันรักษาฟันผุกับเด็กที่ปล่อยไว้ไม่รักษามีจำนวนฟันผุมากถึงขั้นต้องถอนไม่ต่างกัน
เพื่อพิสูจน์เรื่องนี้ ผู้เชี่ยวชาญในโครงการประเมินเทคโนโลยีสุขภาพของทางการอังกฤษเตรียมรับสมัครเด็ก 1,000 คนทั่วประเทศ ร่วมการทดลองเปรียบเทียบว่า การอุดฟัน การเคลือบฟันด้วยฟลูออไรด์เข้มข้น และการไม่รักษา ให้ผลแตกต่างกันอย่างไร
ด้าน ดร.คามินิ ชาห์ ทันตแพทย์และเลขาธิการกิตติมศักดิ์ สมาคมเพื่อการศึกษาทันตกรรมชุมชนแห่งอังกฤษระบุว่า แวดวงทันตแพทย์มีทัศนะต่อการรักษาฟันผุในเด็ก 2 แนวคิด แนวคิดแรกเห็นว่า ควรอุดฟันเพื่อไม่ให้เด็กปวดถึงขั้นนอนไม่หลับ แนวคิดที่สองไม่ค่อยเห็นด้วยกับการอุดฟัน ดังนั้นการจะใช้วิธีรักษาใดควรพิจารณาเป็นกรณีไป หากเด็กไม่ยอมให้ความร่วมมือและมีฟันผุที่ไม่ทำให้ปวดอาจใช้ฟลูออไรด์เข้มข้นเคลือบแทนการอุดฟัน วิธีนี้นอกจากยับยั้งไม่ให้ฟันผุลุกลามแล้วยังทำให้เด็กไม่กลัวการรักษาฟันในอนาคต เพราะเด็กที่เคยมีประสบการณ์ไม่ดีในการรักษาฟันครั้งแรกเมื่ออายุ 3-4 ปี จะกลัวและไม่ยอมให้ความร่วมมือกับทันตแแพทย์ เมื่อไม่นานมานี้มีเด็กหญิงวัย 8 ขวบคนหนึ่ง อดอาหารจนเสียชีวิตเพราะกลัวการรักษาฟันอย่างหนักหลังจากทันตแพทย์วางยาสลบเพื่อถอนฟันเธอออกไปถึง 8 ซี่.








