"สุขุมพันธุ์" เผย กทม.ได้รับรางวัลเมืองน่าท่องเที่ยวที่สุดในโลกเป็นครั้งที่ 2 เดินหน้าพัฒนาต่อไป เตรียมจัดงานใหญ่เรียกความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับคืนมา
ที่หอศิลป์ กรุงเทพฯ วันที่ 28 กรกฎาคมนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงข่าวการรับรางวัลเมืองน่าท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลก หรือ World's Best City ประจำปี 2010 จากการจัดอันดับของนิตยสาร Travel & Leisure และรางวัลเมืองที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุดในเอเชีย หรือ Best City of Asia พร้อมนำรางวัลดังกล่าวมาจัดแสดงในงานด้วย
ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า รางวัลเมืองน่าท่องเที่ยวที่สุดในโลก กทม.ได้รับเป็นครั้งที่ 2 หลังจากได้รับในปี 2008 ทั้งนี้ การสำรวจครั้งล่าสุดเป็นการเก็บคะแนนในช่วงเดือนมีนาคม ก่อนเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมที่ผ่านมา
"การที่ กทม.ได้รับรางวัลนี้เป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจ และจะเป็นเครื่องเตือนใจให้เราทุกคนไม่ลืมว่าเมืองกรุงเทพฯ ของเราดีแค่ไหน ดังนั้น ทุกคนต้องช่วยกันดูแลให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่ต่อไป"
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าวว่า ในส่วนของ กทม.ยืนยันที่จะเดินหน้าโครงการต่างๆ ที่จะพัฒนา กทม.ให้เป็นมหานครที่น่าอยู่อย่างยั่งยืนอย่างเต็มที่ เช่น โครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ป้องกันน้ำท่วม โครงการติดตั้งกล้องวงจรปิด (ซีซีทีวี) พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทั้งในพื้นที่ย่านราชประสงค์ เยาวราช เป็นต้น โดยประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนให้มากขึ้น ที่สำคัญ กทม.มีแนวทางฟื้นฟูการท่องเที่ยวให้กลับมาดีเหมือนเดิมด้วยการจัดงานและกิจกรรมขนาดใหญ่ เพื่อดึงความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวกลับคืนมา
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าวด้วยว่า ในโอกาสเดินทางไปรับรางวัลครั้งนี้ ตนได้เข้าพบนายไมเคิล บลูมเบิร์ก นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ซึ่งได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นทั้งในเรื่องการพัฒนาเมืองและการส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกัน โดยตนได้สอบถามแนวทางการพัฒนามหานครนิวยอร์กหลังจากเกิดเหตุการณ์ 911 (กลุ่มก่อการร้ายโจมตีนิวยอร์ก) ซึ่งนายบลูมเบิร์กให้คำแนะนำว่า จะต้องเผชิญหน้าและเรียนรู้บทเรียนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่าหนีปัญหา เพื่อหาทางป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นในอนาคต ผู้เป็นพ่อเมืองต้องสร้างความปรองดอง ความสมานฉันท์ ยื่นมือไปยังทุกภาคส่วนเพื่อให้รู้สึกว่าผู้นำที่ได้เลือกมามีความห่วงใย เอาใจใส่ และการเดินหน้าพัฒนาเมืองอย่างไม่หยุดยั้ง รวมทั้งได้เข้าพบนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงอย่างนายโดนัลร์ ทรัมป์ ซึ่งทุกคนล้วนชื่นชมและห่วงใยกรุงเทพฯ ทั้งสิ้น
ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า ตนยังได้เข้าพบผู้บัญชาการตำรวจนครบาลของนิวยอร์ก ซึ่งได้อนุญาตให้เข้าชมศูนย์ประสานงานด้านความมั่นคงของมหานครนิวยอร์กในพื้นที่แมนฮัตตันตอนใต้ ซึ่งเป็นศูนย์กล้องซีซีทีวีที่มีความเป็นระบบมาก และ กทม.จะนำความทันสมัยดังกล่าวมาประยุกต์ใช้กับระบบศูนย์ประสานงานกล้องซีซีทีวีของ กทม. โดยในอนาคต กทม.มีโครงการที่จะติดตั้งกล้องซีซีทีวี 30,000 ตัว ภายในระยะเวลา 3 ปี.








