เสียงขอบคุณจากกลุ่มบุคคลที่ขอโอกาสสังคมไทยกว่าหลายหมื่นชีวิตที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในฑัณทสถาน เพื่อรอโอกาสได้ออกไปสู่สังคมภายนอกอย่างมีความสุข โดยวาดฝันที่จะนำความรู้ความสามารถที่ได้รับจากการฝึกฝนเมื่อยามที่ต้องถูกปิดกั้นจากสังคมไปชั่วระยะหนึ่งมาพัฒนาประเทศ หลังจากที่ได้รับการลงโทษอย่างเหมาะสมแล้ว หลายคนต้องอยู่นานตลอดชีวิต ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งเตรียมความพร้อมที่จะออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่
ในปัจจุบันสังคมไทยได้เปิดกว้างให้โอกาสกับบุคคลเหล่านี้ได้ทำกิจกรรมเหมือนกับกลุ่มคนภายนอก โดยผ่านสายใยความเมตตาจากพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ในการสละทุนทรัพย์ส่วนพระองค์มาเป็นเงินทุนเบื้องต้น เพื่อการจัดตั้ง "โครงการกำลังใจ" ที่มุ่งดำเนินการช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิงและเด็กติดผู้ต้องขังหญิง รวมถึงผู้ด้อยโอกาสอื่นๆ ได้มีโอกาสสร้างสรรค์ผลงาน ยกระดับคุณภาพชีวิตเมื่อพ้นโทษ
การดำเนินงานอันยาวนานที่ผ่านมาของโครงการ จะเห็นได้ว่า ยังไม่มีสัญลักษณ์ประจำโครงการที่จะช่วยสร้างการจดจำและสื่อถึงความเป็นกำลังใจได้อย่างชัดเจน ด้วยเหตุนี้โครงการกำลังใจ จึงได้จัดประกวดการออกแบบโลโก้ขึ้น โดยเปิดโอกาสให้ทุกคนร่วมส่งผลงานเข้าประกวดได้อย่างเท่าเทียมกัน รวมถึงกลุ่มผู้ต้องขังและเยาวชนในความคุ้มครองของกรมพินิจฯ จัดกิจกรรมอบรมศิลปะการออกแบบให้กับผู้ต้องขังทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ (เวิร์กช็อป) ถึงเรือนจำ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ผู้ต้องขังสามารถส่งผลงานประกวดร่วมกับบุคคลทั่วไปได้ เพื่อเป็นการสนับสนุนการมีส่วนร่วมและการส่งเสริมถึงการให้โอกาส พร้อมทั้งชี้นำสังคมถึงการเป็นผู้ให้ดังวัตถุประสงค์ของโครงการกำลังใจ
โดยบรรยากาศ การเวิร์กช็อปได้ดำเนินการขึ้น ณ เรือนจำคลองเปรม และเรือนจำธนบุรี เป็นสถานที่นำร่องที่กระทรวงยุติธรรมได้เข้าไปจัดอบรม โดยได้รับความร่วมมือจาก ผศ.กัลยาณี กาญจนดุล และคุณปุณลาภ ปุณโณทก สองวิทยากรผู้คร่ำหวอดในวงการออกแบบและศิลป์ มาร่วมให้ความรู้อย่างใกล้ชิดแก่กลุ่มผู้ต้องขัง ซึ่งทุกคนที่เข้ารับการอบรมต่างให้ความสนใจเข้าเรียนรู้ถึงวิธีคิดและวิธีการสื่อสารออกมาผ่านภาพ เทคนิคการออกแบบและประยุกต์ใช้ ที่จะสามารถนำไปใช้ในภายภาคหน้านอกเหนือจากการออกแบบโลโก้ครั้งนี้
อีฟ (นามสมมุติ) ผู้ต้องขังหญิงจากเรือนจำธนบุรี ถูกคุมขังมา 1 ปี 9 เดือน ในข้อหาทำร้ายร่างกายและชิงทรัพย์ เล่าความรู้สึกระหว่างนั่งออกแบบโลโก้โครงการกำลังใจว่า รู้สึกดีใจที่ได้มีโอกาสถ่ายทอดทัศนคติของตัวเอง ในมุมมองที่แตกต่างออกไปเพราะเป็นความรู้สึกจากมุมมองของคนที่มาจากภายใน เธออธิบายแนวคิดการออกแบบผลงานของเธอว่า เป็นแสงสว่างจากดวงจันทร์ที่ส่องมาในความมืด เปรียบเหมือนความช่วยเหลือในขณะที่ยากลำบาก เพราะพระจันทร์จะเต็มดวงไม่บ่อย นานๆ จะมีสักครั้ง แต่ในความมืดก็ยังมีแสงสว่าง เหมือนกับความช่วยเหลือและโอกาสที่จะมีมาถึงผู้ต้องขังไม่บ่อยนัก แต่ก็ยังมีคนที่เห็นความสำคัญของพวกเขา
โจ (นามสมมุติ) หนุ่มชาวต่างชาติจากประเทศออสเตรเลีย ผู้ต้องขังจากเรือนจำกลางคลองเปรม ถูกคุมขังมาแล้ว 17 ปี ในข้อหายาเสพติด ซึ่งส่งผลงานเข้าร่วมประกวดในครั้งนี้ด้วยเล่าว่า รู้สึกทราบซึ้งในพระกรุณาธิคุณของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และโครงการกำลังใจที่คอยสนับสนุน พร้อมหยิบยื่นความช่วยเหลือให้แก่กลุ่มคนที่ต้องการโอกาสแบบพวกเขาเรื่อยมา
จากโครงการดังกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นว่า สังคมไทยยังเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังที่หลายคนอาจจะคิดว่า เขาเหล่านั้นถูกปิดกั้นความคิด ได้กลับมาใช้ชีวิตเหมือนสังคมภายนอก และพร้อมที่จะปฏิบัติตัวใหม่เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะก้าวมาใช้ชีวิตใหม่อย่างมีความสุข และตอบแทนประเทชาติที่ได้ให้โอกาสดีๆ แก่เขาเหล่านั้นด้วยความจริงใจ.








