วิจัยพบผู้หญิงมีความสุขน้อยลงแม้ได้รับสิทธิเสรีภาพเพิ่มขึ้นมานานถึง 40 ปีแล้ว ถึงสังคมจะเปิดโอกาสให้ทำอะไรได้มากกว่าในอดีต แต่ผู้หญิงกลับรู้สึกพึงพอใจกับความเป็นอยู่น้อยลง
งานวิจัยชื่อ "ปฏิบทของความสุขของสตรีที่ลดลง" บอกว่า ผู้หญิงในทุกช่วงอายุ สถานภาพสมรส และภาวะการมีบุตร ต่างรู้สึกในทำนองนี้ ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลกใจ เพราะผู้หญิงได้รับการปลดปล่อยจากการทำหน้าที่เฉพาะเป็นแม่บ้านมาตั้งแต่หลังสงครามโลกแล้ว
ผู้หญิงยุคใหม่มีรายได้เพิ่มขึ้น ผู้หญิงมีสิทธิตัดสินใจเกี่ยวกับการแต่งงานและการมีครอบครัว และในอังกฤษผู้หญิงสามารถไต่เต้าจนถึงตำแหน่งงานสูงสุดได้ในทุกงาน
ดร.แคเธอรีน เรก แห่งสมาคมฟอว์เซ็ตต์ในอังกฤษ ซึ่งรณรงค์เรื่องความเท่าเทียมทางเพศบอกว่า ในตำแหน่งงานระดับสูงยังคงขาด "ความยืดหยุ่น" สำหรับผู้หญิง ผู้หญิงยังต้องทำงานบ้าน เพราะฉะนั้น ต้องมีการยืดหยุ่นในเรื่องสภาพการทำงานให้แก่ผู้หญิง
นอกจากนี้ ตำแหน่งสูงสุดในองค์กรยังคงเป็นผู้ชายและเป็นคนผิวขาว แนวโน้มนี้ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
งานของสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจแห่งชาติของสหรัฐพบว่า ขณะที่ผลสำรวจความสุขในยุคหลังสงครามชี้ว่า ผู้หญิงมีความสุขกว่าผู้ชาย แต่เดี๋ยวนี้ระดับความแตกต่างของความสุขของทั้งสองเพศกลายเป็น "ศูนย์" แล้ว
นักวิจัย เบตซีย์ สตีเฟนสัน กับจัสติน วูลเฟอร์ แห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย บอกว่า ในสหรัฐนั้น ความสุขของผู้หญิงได้ลดน้อยลงไป ขณะที่ในยุโรปนั้น ผู้คนมีความสุขเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยผู้หญิงรู้สึกเป็นสุขเพิ่มขึ้นในระดับที่น้อยกว่าผู้ชาย
ในยุโรป 12 ประเทศ ความสุขของผู้หญิงได้ลดลงเมื่อเทียบของของผู้ชาย นักวิจัยบอกว่า นั่นอาจเป็นเพราะผู้หญิงสมัยนี้ตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมากว่าแต่ก่อน กล้าตอบตามความเป็นจริงมากขึ้น
อย่างไรก็ดี โซบัน ฟรีการ์ด ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Netmums สำรวจพบว่า ผู้หญิงมีความรู้สึกซึมเศร้าหลังการมีบุตรเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับเมื่อ 30 ปีก่อน "เราได้ผลักดันอย่างมากในเรื่องสิทธิเท่าเทียมกัน สิทธิในการทำงาน สถานภาพที่เท่าเทียมกัน
"เราผลักดันอย่างมากในเรื่องการมีทางเลือก แต่คุณแม่จำนวนมากบอกว่า 'ฉันไม่มีทางเลือก ฉันต้องทำงาน ฉันไม่ชอบอาชีพที่ฉันทำ ฉันต้องจ่ายครึ่งหนึ่งของเงินเดือนให้กับพี่เลี้ยงเด็ก ฉันอยากเลี้ยงลูกเอง แต่ฉันทำไม่ได้'".








