ปัจจุบันเกษตรกรส่วนมากนิยมหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์กันอย่างแพร่หลาย เพื่อทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี แต่ถ้าเกษตรกรใส่ปุ๋ยอินทรีย์น้อยเกินไป ผลผลิตที่ได้ก็จะลดลง ดังนั้น เกษตรกรจึงควรรู้จักทรัพยากรดินที่เป็นรากฐานของชีวิตตนเอง และควรมีความเข้าใจในการเลือกใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสมทั้งชนิดและปริมาณ เพื่อผลตอบแทนจากการผลิต และป้องกันปัญหาดินเสื่อมโทรม
โดยเกษตรกรควรมีหลักคิดที่ถูกต้องเพื่อพัฒนาไปสู่การพึ่งพาตนเอง และเป็นผู้รอบรู้ในด้านการจัดการดิน ปุ๋ย โรค และแมลงศัตรูพืช เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สามารถเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิตได้
การใช้ปุ๋ยสั่งตัด คือการใช้ปุ๋ยตามสภาพดิน โดยการวิเคราะห์สภาพดินปัจจุบันว่าอยู่ในสภาพใด มีค่าความเป็นกรดเป็นด่างเท่าใด สภาพดินที่ดีจะต้องประกอบด้วยอินทรียวัตถุ 5% น้ำ 25% อากาศ 25% และแร่ธาตุอาหาร 45% โดยวิเคราะห์สภาพดินว่าต้องการธาตุอาหารใดบ้าง รวมทั้งการเลือกใช้วัตถุดิบที่ดีและปริมาณที่เหมาะสมกับสภาพของดินและพืชที่ปลูก จึงทำให้มีการทำปุ๋ยสั่งตัดเพื่อให้ได้ปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพเหมาะแก่การเพาะปลูก
การเลือกว่าจะใช้ปุ๋ยสูตรอะไร ก็ต้องรู้ก่อนว่าในดินมีธาตุอะไรอยู่บ้าง และมีปริมาณมากน้อยเพียงใด และพืชที่เราปลูกอยู่นั้นมีความต้องการธาตุอาหารแต่ละอย่างมากน้อยแค่ไหน และที่สำคัญคือ ดินของตนเองมีคุณสมบัติอย่างไร ทั้งหมดนี้จึงนำไปสู่การกำหนดว่าควรใส่ปุ๋ยอะไร ซึ่งความจริงแล้วถ้าจะพูดให้ชัดขึ้น แทนที่จะเป็นสูตรปุ๋ย ก็อาจต้องพูดถึงความต้องการไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแตสเซียม แต่ละตัวเป็นอย่างไร คือพูดแยกกันเป็นตัวเดี่ยวๆ ไม่ใช่สูตรผสมเสร็จอย่างที่เคยชินกัน แล้วจึงเลือกใส่ปุ๋ยตามนั้น
การที่จะรู้ว่าดินอย่างหนึ่งเมื่อปลูกข้าวแล้วควรให้ปุ๋ยอะไร เกษตรกรจะต้องไปศึกษามาก่อนแล้วรวบรวมข้อมูลไว้ หลังจากนั้นทำการวิเคราะห์ดินในพื้นที่ของตัวเองว่ามีธาตุอะไรมากน้อยแค่ไหน แล้วก็เอามาเทียบกับตารางแนะนำ ก็จะรู้ว่าควรใส่ปุ๋ยอะไรในปริมาณมากน้อยแค่ไหน แต่หากเปลี่ยนเป็นข้าวโพดหรือเปลี่ยนเป็นดินที่อื่น คำแนะนำดังกล่าวก็ย่อมแตกต่างกันออกไป และขั้นสุดท้ายคือ ผสมปุ๋ยไว้ใช้เองตามสูตรที่ต้องการ หรือตามสูตรที่ได้จากคำแนะนำ
ดังนั้น การผสมปุ๋ยใช้เองจึงเป็นเพียงปลายทางเท่านั้น ซึ่งจะไม่มีประโยชน์อะไรถ้าไม่มีการวิเคราะห์ดิน และมีการศึกษามาก่อนอย่างละเอียด การพิจารณาความต้องการใช้ปุ๋ยในดินแต่ละแห่งสำหรับพืชแต่ละอย่าง ก็เหมือนการวัดขนาดตัวเพื่อตัดเสื้อผ้าให้พอดีแก่ผู้ใส่ จึงเรียกว่าเป็นการให้ปุ๋ยแบบ "สั่งตัด" ซึ่งจะได้ขนาดตรงตามความต้องการวัสดุและอุปกรณ์ ได้แก่ ถัง, กระบะผสม, จอบ, เสียม, มูลสัตว์, ฟอสเฟส, ธาตุอาหารรอง และโพแตสเซียม
ขั้นตอนการทำ ดังนี้ 1.เรียนรู้การตรวจสอบ คัดแยกประเภทของดินและธาตุอาหารในดิน เช่น ความเป็นกรดหรือด่างของดิน ความเปรี้ยวและเค็มของดิน
2.เรียนรู้วิธีการผสมปุ๋ยอินทรีย์สั่งตัด โดยใช้แร่ธาตุและวัตถุดิบที่เหมาะสมกับสภาพดินและพืชที่ต้องการปลูก 3.นำดินและสารอาหารที่วิเคราะห์มาใส่กระบะคลุกเคล้าให้เข้ากัน 4.นำปุ๋ยอินทรีย์ที่ผสมแล้วเข้าสู่กระบวนการปั่นและปั้นเม็ด เพื่อสะดวกต่อการใช้งาน และ 5.นำปุ๋ยที่ปั้นเม็ดแล้วใส่บรรจุภัณฑ์
ส่วนข้อดีของปุ๋ยสั่งตัดคือ ประหยัด สามารถทำเองได้ เหมาะแก่สภาพดินและการเพาะปลูก
ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้ารับการฝึกอบรมการทำปุ๋ยสั่งตัด หลักสูตรระยะเวลา 2 วัน ณ ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดนนทบุรี (ศพจ.นนทบุรี) สามารถสมัครและสอบถามได้ที่ โทร.0-2595-4046-8 และ 0-2595-4045.








