เว้นวรรครัฐประหาร (ตอนที่ ๑๗): การยุบสภาผู้แทนราษฎรวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙

 

การยุบสภาผู้แทนราษฎรวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ นับเป็นการยุบสภาฯครั้งที่ ๑๒ และเป็นการยุบสภาฯที่มีลักษณะที่แตกต่างไปจากการยุบสภาฯ ๑๑ ครั้งก่อนหน้า และในความเห็นของผู้เขียน การยุบสภาฯครั้งที่ ๑๒  ถือเป็นการยุบสภาฯที่ผิดหลักการการยุบสภาฯตามแบบแผนการปกครองระบบรัฐสภาที่มีสหราชอาณาจักรเป็นต้นแบบ

ตามข้อมูลที่เผยแพร่ทั่วไป อย่างเช่น วิกิพีเดีย ได้กล่าวว่า “การยุบสภาผู้แทนราษฎรไทย คือ การทำให้ความเป็นสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยสิ้นสุดลง โดยนายกรัฐมนตรีเสนอให้พระมหากษัตริย์ทรงตราพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร อันเป็นผลให้สภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งปวงพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ทั้งนี้ เพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่  การยุบสภาเป็นมาตรการสำคัญอย่างหนึ่งของระบบรัฐสภาที่ทำให้มีการคานอำนาจกันระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหารอาจนำมาใช้แก้ปัญหาทางตันทางการเมือง นอกจากทางอื่น เช่น รัฐบาลลาออก  อนึ่ง เหตุผลในการยุบสภานั้น หาได้มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดบัญญัติไว้ไม่ ดังนี้ จึงเป็นไปตามประเพณีการปกครองตลอดจนสภาวการณ์ของประเทศในขณะนั้น อาทิ เกิดความขัดแย้งรุนแรงในรัฐสภาหรือระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล การใช้เป็นเครื่องมือในการชิงความได้เปรียบทางการเมือง เช่น ขณะที่ตนมีคะแนนนิยมสูงมาก การที่สภาวการณ์ต่าง ๆ สุกงอมพอสมควรที่จะจัดให้มีการเลือกตั้งก่อนครบอายุสภา เช่น ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญได้เสร็จสิ้นแล้ว” รัฐธรรมนูญของไทยทุกฉบับมิได้กำหนดหรือวางเกณฑ์ของสาเหตุในการยุบสภาไว้   

ดังนั้น เหตุผลหรือเงื่อนไขในการยุบสภาจึงเป็นไปอย่างที่กล่าวไปข้างต้น นั่นคือ เป็นไปตามประเพณีการปกครองตลอดจนสภาวการณ์ของประเทศในขณะนั้น

สำหรับการยุบสภาฯ ๑๑ ครั้งก่อนหน้าการยุบสภาฯวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙  ผู้เขียนได้ประมวลสาเหตุของการยุบสภาฯไว้ดังนี้

๑.ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับสภา ๒   ครั้ง (การยุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๔๘๑, การยุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๒๙)

๒.ความขัดแย้งภายในรัฐบาล ๔   ครั้ง (การยุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๑๙, การยุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๑, การยุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๘, การยุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๙)

๓.ครบวาระ ๓   ครั้ง (การยุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๔๘๘, การยุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๔๓,  การยุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๔๘)

๔.สภาผู้แทนราษฎรขัดแย้งกับวุฒิสภา ๑  ครั้ง (การยุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.๒๕๒๖)

๕.เป็นรัฐบาลเฉพาะกาลหลังจากเกิดวิกฤตทางการเมือง ๑ ครั้ง (การยุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๕)

ขณะเดียวกัน เมื่อสืบค้นงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับการยุบสภาผู้แทนราษฎรและปัญหาการยุบสภาผู้แทนราษฎรในประเทศไทย จะพบว่ามีงานวิจัย ๓ ชิ้น โดยเริ่มจากงานของ กาญจนา เกิดโพธิ์ทอง เรื่อง “การยุบสภาในประเทศไทย”  (๒๕๓๐),  งานของหนึ่งฤทัย อายุปานเทวัญ เรื่อง “ปัญหาการยุบสภาผู้แทนราษฎร” (๒๕๕๓) และงานของตวงรัตน์ เลาหัตถพงษ์ภูริ เรื่อง “การยุบสภาผู้แทนราษฎรในประเทศไทย” (๒๕๕๔)  จะพบว่า ความเห็นของทั้งสามท่านพ้องต้องกันกับผู้เขียนเกี่ยวกับสาเหตุในการยุบสภาผู้แทนราษฎรในประเทศไทยในช่วงระหว่าง พ.ศ. ๒๕๗๕-๒๕๒๙   ส่วนความเห็นต่อสาเหตุของการยุบสภาหลัง พ.ศ. ๒๕๒๙  จนถึงการยุบสภา พ.ศ. ๒๕๔๓  หนึ่งฤทัย และ ตวงรัตน์ มีความเห็นสอดคล้องกับผู้เขียน

ขณะเดียวกัน จากการศึกษาการยุบสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๑-๒๕๒๙  แม้ว่าจะเป็นการยุบสภาผู้แทนราษฎรที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญและตามหลักการของระบอบรัฐสภา แต่กระนั้น กาญจนา  เกิดโพธิ์ทอง ได้ตั้งข้อสังเกตว่า “จากประสบการณ์และความเป็นจริงของไทย จะเห็นได้ว่านายกรัฐมนตรีมีอำนาจยุบสภาได้อย่างกว้างขวางโดยไม่เกรงการตอบโต้จากสภา เนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรของไทยอ่อนแอเป็นเหตุให้สภาเสียเปรียบฝ่ายบริหาร ซึ่งมีผลเสียต่อศรัทธาของประชาชนในการปกครองระบอบประชาธิปไตย”

แต่สำหรับการยุบสภา พ.ศ. ๒๕๔๙ ในสมัย พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตรเป็นนายกรัฐมนตรี  ในงานวิจัยของ ตวงรัตน์ เลาหัตถพงษ์ภูริ มิได้มีข้อสังเกตเห็นถึงความผิดปรกติแต่อย่างใด  แต่ในงานของ หนึ่งฤทัยอายุปานเทวัญ ได้เขียนสรุปให้ความเห็นถึงสาเหตุการยุบสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๑๑ ครั้ง นั่นคือ ตั้งแต่หลัง พ.ศ. ๒๔๗๕ จนถึงการยุบสภาครั้งล่าสุดในปี พ.ศ. ๒๕๔๙ ในสมัยที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีไว้ว่า “จากการศึกษาเหตุการณ์ยุบสภายังทำให้ทราบอีกว่า เหตุผลการยุบสภารวมทั้งคำชี้แจงทั้งหลายเกี่ยวกับการยุบสภาที่ปรากฏอยู่ในพระราชกฤษฎีกาการยุบสภาผู้แทนราษฎรและในคำแถลงการณ์นั้นอาจเป็นจริงดังเนื้อความที่ปรากฏอยู่หรืออาจเป็นการเขียนเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจยุบสภาของนายกรัฐมนตรีก็ได้  แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าสาเหตุหรือเหตุผลในการยุบสภาจะเกิดจากสิ่งใดหรือจะเขียนไปในแนวทางใด สามารถกระทำได้ทั้งสิ้น  เนื่องจากบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญเรื่องการยุบสภาผู้แทนราษฎรนั้นมิได้กำหนดสาเหตุของการยุบสภาไว้   ดังนั้น สาเหตุของการยุบสภาจึงเปิดกว้างมาก การยุบสภาจึงชอบด้วยกฎหมาย แต่จะชอบธรรมหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง” 

ผู้เขียนขอย้ำความเห็นของ หนึ่งฤทัย ที่ยืนยันว่า การยุบสภาสามารถกระทำได้ทั้งสิ้นไม่ว่าจะด้วยเหตุผลตามที่ประกาศไว้อย่างไรในพระราชกฤษฎีกา รวมทั้งเหตุผลที่แท้จริงจะเป็นเช่นไรก็ตาม เพราะการยุบสภาสามารถกระทำได้ทั้งสิ้น  เนื่องจากบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญเรื่องการยุบสภาผู้แทนราษฎรนั้นมิได้กำหนดสาเหตุของการยุบสภาไว้  ถือว่าชอบด้วยกฎหมาย แต่จะชอบธรรมหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ดังนั้น จะเห็นได้ว่า การยืนยันในเรื่องการยุบสภาของเธอนั้นยึดหลักการให้ความสำคัญกับกฎหมายที่เป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้นเป็นสำคัญ  ขณะเดียวกัน เธอก็ยอมรับว่า การกระทำตามบทบัญญัติข้อกฎหมายที่เป็นลายลักษณ์อักษรอาจจะชอบธรรมหรือไม่ชอบธรรมก็ได้  ความเห็นของเธอนั้นสอดคล้องกับความเห็นของศาสตราจารย์ ดร. วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ที่ผู้เขียนได้เคยมีโอกาสนทนาเป็นการส่วนตัวเกี่ยวกับการยุบสภา พ.ศ. ๒๕๔๙  ในสมัยที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตรประกาศยุบสภา  ขณะเดียวกัน อาจารย์วรเจตน์ ก็เป็นกรรมการและอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์เรื่อง “ปัญหาการยุบสภาผู้แทนราษฎร” ของหนึ่งฤทัยด้วย

คำถามที่เกิดขึ้นคือ  หากกฎหมายลายลักษณ์อักษรอาจจะไม่สามารถให้ความชอบธรรมต่อการยุบสภาผู้แทนราษฎรได้ แล้วอะไรจะเป็นตัวกำกับให้การยุบสภาผู้แทนราษฎรตามกฎหมายลายลักษณ์อักษรที่มิได้กำหนดสาเหตุของการยุบสภาไว้มีความชอบธรรมได้ ?  

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องลุงตู่ลงการเมือง ในปี พ.ศ. 2562 กับ พ.ศ. 2566 (ตอนที่ ๒)

ในตอนที่แล้ว ได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่าปัจจัยเร่งที่ทำให้พลเอกประยุทธ์ตัดสินใจรับเป็นแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐในปี พ.ศ. 2562

ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (ตอนที่ ๒๙): การสละราชสมบัติ

ในหนังสือ “เอกสารการเมือง-การปกครองไทย” ที่ตีพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๑๘ ชัยอนันต์ สมุทวนิช และ ขัตติยา กรรณสูตรได้รวบรวมเอกสารสำคัญในการเมืองการปกครองไทยระหว่าง พ.ศ. ๒๔๑๗-๒๔๗๗

๑๔ ตุลาฯ ที่เกิดขึ้นก่อน ๑๔ ตุลาฯ (ตอนที่ ๒๗)

หลังจากที่ได้พิจารณาเค้าโครงเศรษฐกิจของหลวงประดิษฐ์มนูธรรมและพระบรมราชวินิจฉัยที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวมีต่อเค้าโครงเศรษฐกิจดังกล่าว

นายกสมาคมทนายออกแถลงการณ์ 'ทานตะวัน-แบม' ไม่ใช่อาชญากร โยงสาเหตุเพราะรัฐประหาร

นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทยออกแถลงการณ์สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ความว่าตามที่ศาลอาญามีคำ