‘อรรถวิท รักจำรูญ’เดินหน้าลุยปัดฝุ่นใต้พรมยกเครื่องบขส. ใจดีสู้เสือเพื่อให้องค์กรอยู่รอดพร้อมให้บริการเทียบเท่าสนามบิน

ถ้าเอ่ยชื่อ “สถานีขนส่งหมอชิต” เมื่อหลายปีก่อน ภาพจำของผู้โดยสารจำนวนไม่น้อยคงไม่ใช่ความสะดวกสบายหรือความปลอดภัยและความสวยงาม แต่เป็นความอึดอัด วุ่นวาย และความรู้สึกว่าเดินเข้าไปแล้วต้อง “ระมัดระวังตัว” มากกว่าปกติ พื้นที่ขนส่งสาธารณะที่ควรเป็นหน้าตาของประเทศ กลับเคยถูกปล่อยให้กลายเป็นพื้นที่สีเทา ที่อิทธิพลนอกระบบฝังรากลึกเสียจนใครหลายคนไม่กล้ามาใช้บริการ

จนกระทั่ง “อรรถวิท รักจำรูญ” เข้ามานั่งเก้าอี้กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) โจทย์ที่วางไว้ตั้งแต่วันแรกไม่ใช่แค่ “ปรับปรุงบริการ” แต่คือการ ผ่าตัดใหญ่ทั้งองค์กร และเมื่อเปิดแผลจริงๆ โดยเล่าว่า สิ่งที่เจอ...หนักกว่าที่คิด แต่คนที่ตั้งใจมารื้อระบบ ไม่ได้เผื่อใจไว้สำหรับการถอย มาตรการแรกที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไม่น้อย คือ คำสั่ง ปิดประตูทางเข้า-ออกที่ไม่จำเป็นทั้งหมด เหลือเพียงประตูหลักด้านหน้า เพื่อควบคุมพื้นที่และความปลอดภัย แต่เมื่อเวลาผ่านไป เรียกว่าคุ้มค่า

กว่าจะกวาดล้างไม่ใช่เรื่องง่าย แน่นอนว่าผลลัพธ์เริ่มปรากฏ พฤติกรรมลากผู้โดยสาร บังคับขายตั๋ว ขูดรีดราคา ค่อยๆ ถูกกวาดออกจากพื้นที่ ทั้งหมดขับเคลื่อนด้วยแนวคิดง่ายๆ แต่ทำยาก “ยึดผู้โดยสารเป็นศูนย์กลาง” ผู้ที่จ่ายเงินเดือนให้พนักงานไม่ใช่ผู้บริหาร แต่คือประชาชนผู้ใช้บริการ ดังนั้นการให้บริการด้วยความสุภาพ มี Service Mind และใส่ใจผู้โดยสารจึงเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลง

อรรถวิทประกาศชัดว่า ภารกิจหลักของการเข้ามาบริหารในครั้งนี้คือ การทำให้ “บขส.ต้องรอด” เนื่องจากหากองค์กรไม่สามารถดำรงอยู่ได้อย่างเข้มแข็ง จะกระทบต่อระบบการเดินทางของประชาชนในภาพรวม โดยเฉพาะบทบาทของ บขส. ในฐานะหน่วยงานหลักที่กำกับดูแลการขนส่งสาธารณะทางถนนของประเทศ แนวทางการปฏิรูปถูกวางไว้ในหลายมิติ โดยเริ่มจากการปรับเปลี่ยนกรอบความคิด (Mindset) ของพนักงานทุกระดับ

อรรถวิทเล่าต่อว่า กว่าจะมาถึงวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ไม่ยากสำหรับคนทำงาน หากใครได้ไปใช้บริการ บขส. จะเห็นว่าวันนี้เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนค่อนข้างเยอะ วันนี้จัดสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน จัดที่ชาร์จแบตสำหรับพี่น้องประชาชนแบบรอบด้าน สถานีขนส่งได้รับการปรับปรุงให้สะอาด สว่าง และเย็นสบาย ด้านการสื่อสารถูกจัดระเบียบใหม่ ยกเลิกการตะโกนเรียกลูกค้าแบบไร้มาตรฐาน พนักงานทุกคนต้องผ่านการอบรมด้านการบริการ สื่อสารสุภาพ ให้บริการด้วยรอยยิ้ม

นอกจากดูแลผู้โดยสารแล้ว ขณะเดียวกัน บขส.ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตและสวัสดิภาพของพนักงาน โดยเฉพาะพนักงานขับรถและพนักงานบริการ ซึ่งถือเป็นบุคลากรด่านหน้า ปัจจุบัน บขส.ได้เร่งปรับปรุงและจัดหาที่พักพนักงานทั้งในกรุงเทพฯ และสถานีปลายทางทั่วประเทศ ตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน เพื่อให้พนักงานได้พักผ่อนอย่างเพียงพอก่อนปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยและคุณภาพการให้บริการแก่ผู้โดยสาร

หนึ่งในหัวใจสำคัญของการปฏิรูป คือ การลงทุนจัดหารถโดยสารใหม่เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี โดยเริ่มนำรถใหม่ออกให้บริการตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2566 ปัจจุบันมีรถใหม่แล้ว 55 คัน ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี โดยเฉพาะเส้นทางท่องเที่ยวที่มีอัตราการบรรทุกเต็มอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การยกระดับบริการบนรถยังครอบคลุมถึงการร่วมมือกับบริษัท S&P จัดหาอาหารว่างและขนมคุณภาพ มีบริการน้ำแร่ให้ผู้โดยสารอีกด้วย

ด้านความปลอดภัย บขส.ยังคงยึดมาตรฐานเข้มงวด รถ 1 คันมีคนขับ 2 คน และพนักงานบริการ 1 คน พร้อมตรวจสอบสภาพรถและความพร้อมของพนักงานอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ประกอบการ รถร่วม บขส. ใช้มาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวดเป็นพิเศษ เพื่อแก้ปัญหาการเอาเปรียบผู้โดยสาร มีการกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจน โดยเฉพาะกรณีขายตั๋วเกินราคา ซึ่งกำหนดค่าปรับสูงถึง 50,000 บาทต่อ 1 ใบ หากพบการกระทำผิดหลายใบจะถูกปรับสะสมเป็นหลักแสนบาท และหากไม่ชำระค่าปรับจะถูกสั่งพักรถ และอาจถึงขั้นยกเลิกสัญญาในที่สุด นอกจากนี้ พื้นที่จำหน่ายตั๋วภายในสถานียังถูกจัดระเบียบใหม่ ให้เคาน์เตอร์มีความโดดเด่นและเข้าถึงง่าย

อรรถวิทระบุว่า การปฏิรูปที่ดีถูกขับเคลื่อนด้วยภาวะผู้นำที่ชัดเจน การตัดสินใจที่รวดเร็ว และการสื่อสารเชิงรุก ที่ผ่านมามักจะลงพื้นที่ด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ ใช้ช่องทางออนไลน์สื่อสารกับประชาชน รับฟังปัญหา และเร่งแก้ไขในเชิงปฏิบัติ พร้อมย้ำว่า ความสำเร็จของการเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดจากคนคนเดียว แต่ต้องอาศัยทีมผู้บริหารและคณะกรรมการที่มีเป้าหมายเดียวกัน ซึ่งบอร์ดชุดปัจจุบันมีความเข้าใจและสนับสนุนทิศทางการปฏิรูปอย่างเต็มที่

นายอรรถวิทย้ำว่า เป้าหมายสูงสุดของการปฏิรูปคือ การทำให้ผู้ใช้บริการ บขส.ได้รับประสบการณ์การเดินทางที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และไม่ถูกด้อยค่า พร้อมวิสัยทัศน์ในการยกระดับบริการให้ “เทียบเท่ามาตรฐานสนามบิน แต่ในราคา บขส.” เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นและคืนศักดิ์ศรีให้แก่ระบบขนส่งสาธารณะของประเทศ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมชลฯ เผย 2 เขื่อนใหญ่มีที่ว่างพอรับน้ำเหนือ 'กทม.' โล่งก้อนน้ำเจ้าพระยาไหลผ่านแล้ว

กรมชลประทาน เผย 2 เขื่อนใหญ่มีที่ว่างพอรับน้ำเหนือ ระบุ ก้อนน้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน กทม.แล้ว เฝ้าระวังลุ่มน้ำบางปะกงใกล้ชิด ระบุ เขื่อนแก่งกระจานพร้อมรับมือเต็มที่ ป้องกันตัวเมืองเพชรบุรี 10 – 11 ต.ค.นี้ 

'อนุทิน' คอนเฟอเรนซ์จากบุรีรัมย์ สั่งทุกจว. รับมือฝนหนัก กำชับภาคใต้เตรียมแผนเผชิญเหตุ-แจ้งเตือนล่วงหน้า

นายกฯอนุทิน คอนเฟอเรนซ์บัญชาการอุทกภัยร่วมกับ ครม. ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ สั่งทุกจังหวัดภาคใต้ตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ แจ้งเตือนล่วงหน้า หากคาดว่าจะเกิดภัยต้องประกาศเขตสาธารณภัยเพื่อให้การให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างทันท่วงที

หลบความวุ่นวายไปทักทายพี่เต่า เช็กอิน 'ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ สัตหีบ’

หากใครกำลังมองหาทริปพักผ่อนแบบไปเช้า-เย็นกลับใกล้กรุงเทพฯ ที่ได้หลีกหนีความเร่งรีบ ได้สูดกลิ่นอายลมทะเลเต็มปอด และได้สัมผัสเรื่องราวดีๆ ต่อใจ “อาทิตย์เอกเขนกฉบับนี้” ขอแนะนำ

สายเที่ยวต้องรู้ ทำบัตรเครดิตใบไหนคุ้มสุด ?

การออกเดินทางสำรวจโลกกว้างคือรางวัลชีวิตที่หลายคนหลงใหล แต่จะดีแค่ไหนถ้าทุกการใช้จ่ายระหว่างทริปสามารถเปลี่ยนกลับมาเป็นสิทธิประโยชน์ที่ช่วยต่อยอดการเดินทางครั้งต่อไปได้ การพกเงินสดจำนวนมากอาจไม่ใช่คำตอบที่ตอบโจทย์ความปลอดภัยและความสะดวกสบายอีกต่อไปในยุคนี้ การตัดสินใจทำบัตรเครดิตที่ออกแบบมาเพื่อสายทราเวลโดยเฉพาะ จึงเปรียบเสมือนการมีผู้ช่วยส่วนตัวที่คอยอัปเกรดประสบการณ์ให้เหนือระดับขึ้นไปอีกขั้น ลองมาเจาะลึกมุมมองการเลือกทำบัตรเครดิตที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักเดินทางอย่างแท้จริง

ที่เที่ยวครอบครัวแนวธรรมชาติ เหมาะกับกิจกรรมแบบไหนบ้าง?

การพาครอบครัวออกไปเที่ยวท่ามกลางธรรมชาติ เป็นอีกทางเลือกสำหรับวันหยุดที่ช่วยให้ทุกคนได้เปลี่ยนบรรยากาศจากชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการชมวิว สูดอากาศบริสุทธิ์