'เหล้า-กัญชา'เสรี

ก็ยังงงๆ อยู่

ตกลงกัญชาเสรี หรือไม่เสรีกันแน่

เพราะสายเขียวล้มวัวฉลองเป็นฟาร์มแล้ว

แต่ฟังไปฟังมา รัฐมนตรีจากค่ายภูมิใจไทย ทุบโต๊ะว่า  นโยบายของกระทรวงสาธารณสุข เสรีกัญชาสำหรับการแพทย์และสุขภาพเท่านั้น 

อะไรนอกเหนือจากนี้เป็นสิ่งที่ผิด

ส่วนนโนยบายของพรรคภูมิใจไทย คือ ให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าถึงการใช้กัญชาในระดับครัวเรือน ทั้งด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ

ขณะที่ นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข อธิบายว่า จากนโยบายการปลดล็อกกัญชา มีการคาดการณ์ว่าประชาชน เกษตรกร รวมถึงภาคธุรกิจ จะได้รับประโยชน์

เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ๑.๕ ล้านบาทต่อวิสาหกิจต่อรายต่อปี

ขณะนี้วิสาหกิจชุมชนที่ยื่นขอปลูกกัญชาประมาณ ๑,๙๗๖ แห่ง จะมีเงินไหลเวียนในระบบ ๒,๙๖๔ ล้านบาทต่อปี

มีการส่งเสริมให้วัตถุดิบกัญชาเข้าสู่อุตสาหกรรมอาหาร อาหารเสริม เครื่องสำอาง ซึ่งมีมูลค่าตลาด ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี

จับการอธิบายทั้งหมดมายำกัน ก็งงพอสมควร เช่น กัญชาใส่ในก๋วยเตี๋ยวได้หรือเปล่า เพราะบางคนแพ้กินไปถึงตายได้

เกิดข้อวิตกกังวลกันมากมายว่า แล้วตามโรงเรียนจะเสรีด้วยหรือไม่ มีมาตรการป้องกันอย่างไร

อย่าลืมนะครับ ปัญหาของสังคมที่แก้ไม่ตก และไม่รู้จะแก้ได้เมื่อไหร่ นั่นคือ มีปัญหาในการบังคับใช้กฎหมาย

ประชาชนไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่รัฐปล่อยปละละเลย เมื่อสองสิ่งนี้บวกกัน พังพินาศ ฉิบหายวายป่วงมาเยอะแล้ว

วานนี้ (๑๖ มิถุนายน) ชัดขึ้นมานิดหนึ่ง "อนุทิน ชาญวีรกูล" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงนามในประกาศสมุนไพรควบคุม (กัญชา) อาศัยความ พ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย เพื่อคุ้มครองผู้อายุต่ำกว่า ๒๐ ปี เด็ก เยาวชนและหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร ดังต่อไปนี้

๑.ให้กัญชาที่เป็นพืชตระกูลแคนนาบิส (Cannabis) เป็นสมุนไพรควบคุม

๒.ให้ผู้ที่อายุ ๒๐ ปีขึ้นไป สามารถใช้ประโยชน์กัญชาได้ ยกเว้นการใช้ประโยชน์ดังต่อไปนี้ การใช้ในที่สาธารณะ และใช้ในหญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

๓.ให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม แพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีน และหมอพื้นบ้านตามกฎหมายการแพทย์แผนไทยสามารถใช้ประโยชน์จากกัญชาในการบำบัดรักษาผู้ป่วยของตน

๔.ให้ประกาศมีผลบังคับใช้นับแต่วันที่ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา

แต่ก็ยังมีคำถามตัวโตๆ อยู่ดี กรณีปลูกในบ้านแล้วเด็กหรือผู้ใหญ่ไปเด็ดมาเผาในบ้องไม้ไผ่หลังบ้าน จะทำอย่างไร      

จะเพลิดเพลินกับบ้องกัญชาได้หรือเปล่า ใครจะเป็นคนไปตรวจสอบ

มันยังมีปัญหาปลีกย่อยอีกเยอะครับ และดูเหมือนว่าขณะนี้รัฐบาลอยู่ในสภาพ ออกกฎหมาย ระเบียบ ไล่ตามปัญหา 

ไม่ได้คิดเชิงระบบเสียตั้งแต่แรก

การสร้างความเข้าใจเรื่อง กัญชาสำหรับการแพทย์และสุขภาพ ยังมีจุดอ่อนให้ต้องแก้ไขอีกเยอะ มันต้องอธิบายว่า ทำไมถึงเอาไปสูบเป็นการทั่วไปไม่ได้

เพราะความเข้าใจของคนในขณะนี้คือ เมื่อปลูกที่บ้านได้ ก็ต้องสูบได้

มันก็เป็นข้อเท็จจริงที่เลี่ยงไม่ได้

คนที่ไม่อยากสูบส่วนใหญ่ก็ไม่ปลูก

คนอยากสูบเกือบ ๑๐๐% อยากปลูกเพื่อสูบเอง

ขณะที่อีกส่วนมีความชัดเจนว่า ปลูกในนามอาชีพเกษตรกร เพื่อขายผลผลิตสำหรับการแพทย์และสุขภาพ

ฉะนั้นเมื่อเลือกมาทางนี้แล้ว ก็ต้องตระหนักเรื่องการบังคับใช้กฎหมายให้มาก ไม่เช่นนั้น จะเกิดปัญหาใหม่ในสังคมไทยแน่นอน

ในมุมการเมืองต่อเรื่องกัญชา ก็ต้องพูดถึงเช่นกัน

คงจะเป็นนิสัยถาวรกันไปแล้ว อะไรที่ไม่ใช่พวกกูก็ผิดหมด แต่ถ้าพวกกูทำคือถูกหมด

โดยพื้นฐานของ กัญชา มันมีพื้นฐานของปัญหาสังคมในตัวเองอยู่แล้ว เพราะวันหนึ่งคือยาเสพติด ต่อมาไม่ใช่

แม้กัญชาจะมีประโยชน์ทางการแพทย์มหาศาลจริง อีกมุมหนึ่งก็ไม่อาจสลัดความเป็นยาเสพติดพ้น เพราะเสพแล้วมันติดจริงๆ

แต่มันมีพวกกระแดะออกมาต่อต้าน ทั้งที่ก่อนหน้านี้เชียร์กันขรม กัญชาต้องเสรี สังคมยุคใหม่ทุกอย่างต้องเสรี

เพียงเพราะจุดยืนทางการเมือง ก่อนที่รัฐบาลจะทำให้นโยบายกัญชาเสรีเป็นจริง นับหัวได้เลย บรรดาแกนนำม็อบ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง นักการเมืองซีกฝ่ายค้าน ไม่ออกมาค้านกันซักแอะ

แถมเชียร์ด้วยซ้ำ

แต่หลังวันที่ ๘ มิถุนายนเป็นต้นมา หน้ามือเป็นหลังเท้า ถล่มกัญชาเสรีกันยกใหญ่

มันก็น่าเหลือเชื่อว่า คนที่เกลียดกัญชาเสรีคือคนที่ ล้มควายฉลอง กฎหมายเหล้าเสรี ที่เพิ่งผ่านสภาผู้แทนราษฎรวาระแรก           

นี่คือความประหลาดที่เกิดขึ้นในสังคมไทย

วิธีคิดแบบนี้มันพบเห็นได้ง่ายในสังคมยุคปัจจุบัน ที่ยังมีความขัดแย้งทางการเมืองสูง

หากตัดเรื่องความชอบไม่ชอบทางการเมืองออกไป กัญชาเสรี เหล้าเสรี มันคือประเด็นทางสังคมใกล้เคียงกัน

กัญชาอาจมีภาษีมากกว่าตรงที่ ใช้ในการแพทย์ได้

แต่เหล้า-เบียร์ หนักไปทางโทษ

ปัญหาเมาขับ ไร้สติ รถตกถนน ชนคนเจ็บ คนตาย มันยังเกิดขึ้นทุกวัน เพราะปัญหาใหญ่ที่เราแก้ไม่ได้สักที นั่นคือ ประชาชนไม่เคารพกฎหมาย เจ้าหน้าที่รัฐไม่บังคับใช้กฎหมาย

จะมีพรรคการเมืองไหนริเริ่มขอแก้ไข พ.ร.บ.จราจร เอาโทษเมาขับให้รุนแรงขึ้นหรือเปล่า

เพิ่มโทษทั้งคุกทั้งปรับ

หรือจะแก้ปัญหาขาเดียวไปเรื่อยๆ

นี่คือตัวอย่างของปัญหาในสังคมไทยที่มักตัดสินไปตามความชอบหรือไม่ชอบทางการเมือง ไม่ได้อิงอยู่กับข้อเท็จจริง

แต่กระนั้นก็ตาม เมากัญชา เมาเหล้า สู้เมาอคติทางการเมืองไม่ได้ครับ

มันผิดเพี้ยนไปหมด

ที่สำคัญสร่างเมายาก

ต่อให้เอาข้อเท็จจริงมาวางตรงหน้า ถ้าไม่ถูกจริตการเมือง มันก็ผิดทุกเรื่อง

ก็นึกภาพดูครับ วันนี้มีคนไม่ชอบรัฐบาลลุงตู่เป็นห่วงกัญชาเสรีกันเยอะ ออกมาเสนอแนะวิธีแก้ปัญหามากมาย แต่ก็เอาด้วยกับเหล้าเสรี

แถมยังพูดถึงข้อดีของเหล้าเสรีตั้งมากมาย

สังคมที่ขาดวินัยยังไม่ได้รับการแก้ไข แต่กลับมีสิ่งเย้ายวนเข้ามา

เราจะไปทางนี้กันจริงๆ หรือ.           

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ชัชชาติ' ไลฟ์สด

ดีขึ้นเรื่อยๆ ครับ สถานการณ์โควิดในประเทศไทย ผู้ติดเชื้อรายวันทรงตัวอยู่ที่พันกว่าถึงสองพัน

'พ่อคิด ลูกทำ'

นัวเนียกันจริงๆ! ไม่รู้ใครเป็นใครแล้ว เปิดศึกกันรอบด้าน ใกล้มวยตับจากเข้าไปทุกที