พาคนโกงกลับบ้าน

บรรยากาศคุ้นๆ

ราวกับว่าพรุ่งนี้จะมีการเลือกตั้งกัน

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายพรรคการเมืองลงพื้นที่ ช่วงชิงคะแนนเสียงกันแล้ว

พรรคพลังประชารัฐสร้างปรากฏการณ์ใหม่น่าสนใจ

ไม่รู้ ไม่รู้ แต่ไม่แล้งแน่...

ไม่รู้ใครเป็นคนออกแบบป้ายไวนิลขนาดใหญ่ปรากฏภาพของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พร้อมข้อความ ไม่รู้  ไม่รู้ แต่ไม่แล้งแน่... ไปติดอยู่ทั่วจังหวัดหนองคาย

บอกได้คำเดียวครับ เจ๋ง!

ใช้จุดอ่อนของ "ลุงป้อม" ที่มักให้สัมภาษณ์ว่า ไม่รู้ๆๆๆ ถูกเอาไปอำทั่วบ้านทั่วเมือง ไปสร้างเป็นจุดแข็งได้อย่างลงตัวจริงๆ

เมื่อวันเสาร์ "ลุงป้อม" หนีบรัฐมนตรี และ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐลงพื้นที่จังหวัดหนองคาย ไปดูโครงการพัฒนาน้ำบาดาล

แคมเปญเต็มๆ คือ ไม่ร้อน ไม่แล้ง กักเก็บน้ำ ฟื้นชีวิต พัฒนา ต่อยอดเกษตรกรไทย ด้วยภาษีเกษตรกร  พลิกชีวิตเกษตรกรทั่วไทย ให้มีน้ำใช้ตลอดปี งบประมาณจากภาษีประชาชน เพื่อประชาชน

เดิมทีพลังประชารัฐได้ชื่อว่าเป็นพรรคการเมืองที่อ่อนประชาสัมพันธ์อย่างหนัก ถูกมองว่าเป็นพรรคคนแก่ ล้าหลัง ไม่ทันการเปลี่ยนแปลงของสังคม

กรณี "ชัชชาติ สิทธิพันธุ์" เป็นตัวอย่างที่ทำให้คนในพลังประชารัฐเห็นความแตกต่างในการประชาสัมพันธ์ได้อย่างชัดเจน 

"ชัชชาติ" ไปวิ่ง ซดก๋วยเตี๋ยว ไลฟ์สดคนดูเป็นหมื่นๆ

"ลุงป้อม" ตรวจราชการ โชว์ผลงาน ดูกันไม่กี่คน

แค่ข้อความ...ไม่รู้ ไม่รู้ แต่ไม่แล้งแน่... เปรี้ยงครับ พูดถึงกันทั้งประเทศ

พูดในมุมบวก

เรื่องอื่นไม่รู้ แต่ไม่แล้ง ชาวบ้านฟังแล้ว อุ่นใจ แต่จะไม่แล้งจริงหรือไม่ ก็ต้องรอถึงหน้าแล้งปีหน้าครับ เพราะช่วงเวลานี้คือ ฤดูฝน

พรรคภูมิใจไทยไม่น้อยหน้า มากับ กัญชา

"เสี่ยหนู-อนุทิน ชาญวีรกูล" ขนแกนนำพรรคไปจังหวัดลพบุรี

โชว์ว่ามีผลงานเพียบ

กัญชาทางการแพทย์, ๓๐ บาทรักษาทุกที่, ฟอกไตฟรี, มะเร็งรักษาทุกที่, รถไฟความเร็วสูง ฯลฯ

แต่ประเด็นที่สื่อสนใจกว่าคือ คำถามเกี่ยวกับเก้าอี้่นายกรัฐมนตรี

 “ท่านเลือกเราเพื่อมาทำงานให้พวกท่าน พิสูจน์ได้ว่าเรื่อง กัญชา อสม. ทำได้สมัยไหน การพัฒนาถนนในจังหวัด ก็ดำเนินการ

รถไฟความเร็วสูงก็จะผ่านในพื้นที่ลพบุรีเป็นเมืองท่องเที่ยว เราจะพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว คราวนี้ ๓ กระทรวง  คราวหน้าขอ ๖ กระทรวง เลือกมาเยอะๆ พี่น้องไม่ต้องเกรงใจ ถ้าจะเป็นนายกฯ ก็ต้องเป็น”

ก็ไม่แปลกอะไรครับ หัวหน้าพรรคส่วนใหญ่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว อาจเว้นบางพรรค หัวหน้าครอบครัวเป็นแคนดิเดตนายกฯ แทน

แต่ก็ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามอง เพราะพรรคเพื่อไทยคู่แข่งทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย มีแผนล้มนั่งร้าน ทุบพรรคร่วมรัฐบาล

ยุทธศาสตร์ใหญ่คือ แลนด์สไลด์ทั่วอีสาน

ขณะที่พื้นที่หลักของพรรคภูมิใจไทยอยู่ในย่านอีสานใต้  

กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ เดิมอีสานมี ส.ส. ๑๑๖ คน  เพิ่มเป็น ๑๓๒ คน

หากได้ ส.ส.เป็นกอบเป็นกำ โอกาสเป็นพรรคอันดับ  ๑ สูงมาก

สนามเลือกตั้งอีสานจึงเป็นที่หมายปองของ ๓ พรรคหลักคือ เพื่อไทย พลังประชารัฐ และภูมิใจไทย 

ส่วนประชาธิปัตย์ ภาคใต้ยังเป็นพื้นที่หลัก

เลือกตั้งครั้งหน้าภาคใต้มี ส.ส.เพิ่มเป็น ๕๘ คน จากเดิม ๕๐ ที่นั่ง

 ถ้าชนะยกภาคจะได้ ส.ส.เท่ากับปัจจุบัน

ไปเก็บเล็กผสมน้อยภาคเหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก กทม. ผลออกมาไม่น่าจะขี้เหร่

มาถึงไฮไลต์สุดสัปดาห์ พรรคเพื่อไทยไปเชียงราย

ตามเคยครับ

ขาย "ทักษิณ"

อย่าแปลกใจว่าทำไม "ทักษิณ" ยังขายได้ในภาคเหนือ และอีสาน 

โครงสร้างของ พรรคเพื่อไทย แทบไม่เปลี่ยนไปจาก พรรคไทยรักไทย เลย

มีเจ้าของพรรค คือ ตระกูลชินวัตร 

ในพรรคประกอบด้วยกลุ่มการเมืองท้องถิ่นหน้าตาเดิมๆ ที่มาจากการดูด การควบรวม สมัยตั้งพรรคไทยรักไทย

แม้จะแตกไปยังพรรคพลังประชารัฐ ภูมิใจไทยบ้าง แต่แกนหลักส่วนใหญ่ยังอยู่เพื่อไทย

ความมั่นใจในแลนด์สไลด์จึงยังมี

หลีกหนีความจริงไม่พ้นครับ ความนิยมในตัวนักการเมืองของคนไทยนั้น ยังเป็นเรื่องของภูมิภาคอยู่มากทีเดียว

ประชาธิปัตย์ไม่อาจเกิดได้ในภาคอีสาน

เช่นเดียวกัน เพื่อไทย แทบจะเกิดไม่ได้ในภาคใต้

 ฉะนั้นการทุ่มสรรพกำลังลงไปในภูมิภาคฐานเสียงเป็นสิ่งที่ทุกพรรคการเมืองทำ

และพรรคเพื่อไทยทำเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ขนทัพใหญ่ ไปจังหวัดเชียงราย นำโดยหัวหน้าครอบครัว

และเป็นอีกครั้งที่ "อุ๊งอิ๊ง" เอาพ่อไปนำเสนอ

"...พี่น้องชาวเชียงรายสบายดีหรือไม่ ไม่ค่อยสบายใช่หรือไม่ ทำมาหากินลำบาก หนี้สินท่วมท้นใช่หรือไม่ ไม่เป็นอะไร ขอให้พี่น้องอดทนอีกนิด ถ้าวันนี้ทุกข์ยาก พรุ่งนี้ต้องดีขึ้นแน่นอน ถ้าพรรคเพื่อไทยได้กลับมาดูแลประชาชนอีกครั้ง

รู้สึกเป็นเกียรติที่มาเยี่ยมชาวเชียงราย ชาวเชียงรายไม่เคยลืมพรรคเพื่อไทย เหมือนที่พรรคเพื่อไทยไม่เคยลืมชาวเชียงราย..."

"คุณพ่อตั้งใจว่า ถ้าได้มีโอกาสกลับมาเมืองไทย อยากให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน มีอะไรร่วมมือกันไม่ขัดแย้งกัน เพราะพี่น้องกำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจ

สิ่งที่ตั้งใจให้เกิดขึ้นคือ ให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า ให้พี่น้องพ้นจากความทุกข์ยาก..."

หากจะพูดถึงพรรคเพื่อไทยในฐานะฝ่ายบริหาร ก็ต้องย้อนกลับไปยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์

การบริหารประเทศของยิ่งลักษณ์ มีโอกาสนำพาประเทศไปสู่ทิศทางบวกได้ เพราะเป็นช่วงเศรษฐกิจโลกขาขึ้น

ไม่มีโรคระบาด ไม่มีสงคราม

แต่สิ่งที่ปรากฏคือ พยายามนิรโทษกรรมให้คนโกง  เกิดคอร์รัปชัน ทุจริตเชิงนโยบาย โดยเฉพาะโครงการรับจำนำข้าว ขายข้าวจีทูจี

รัฐมนตรีติดคุก นายกฯ หนี

เมื่อ "อุ๊งอิ๊ง" พูดถึงโอกาสอีกครั้งของพรรคเพื่อไทย คำถามคือ โอกาส บริหารประเทศ หรือ พาคนโกงกลับบ้าน 

เอาให้ชัดนะครับ

ทั้งพ่อทั้งลูกประกาศอย่างไม่แยแส จะกลับไทย

มีทางเดียวครับที่ "ทักษิณ" กลับมาแล้วทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน คือกลับมารับโทษตามกฎหมาย         

กระบวนการที่ควรเป็นมันเป็นเช่นนั้น

รับโทษแล้วจะขออภัยโทษ ก็ว่าไปตามกระบวนการของกฎหมายที่มี

คนไทยเดือดร้อนเพราะเศรษฐกิจฝืดเคือง ไม่ใช่เพราะประเทศไทยขาด "ทักษิณ" แต่เพราะโรคระบาดและสงคราม ที่ทำฝืดเคืองกันทั่วโลก

"ทักษิณ" เป็นเพียงนักโทษหนีคุกครับ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยกย่อง 'หมอยง'

๓ ปีแล้วนะครับ การผจญภัยกับโควิด-๑๙ จากจุดที่เจอผู้ป่วย ๑ คนตกใจกันทั้งประเทศ มาถึงวันนี้ติดเชื้อไม่เป็นไร นอนรักษาตัวที่บ้าน ๓-๔ วันก็หาย ไม่มีอะไรน่ากลัวอีกแล้ว

ทำไมจะไม่ได้เลือกตั้ง

มีกลิ่นตุๆ ไม่ใช่รัฐประหารครับ เป็นกลิ่นสังเคราะห์ที่สร้างขึ้นจากการมโนเอาเองของใครหลายๆ คน

ทุจริตฉ้อฉลบิดเบือนอำนาจ

คุยกันเรื่อง กฎหมาย กับ จิตสำนึก ครับ หลังศาลรัฐธรรนูญวินิจฉัย ความเป็นรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มิได้สิ้นสุดลง ในวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๕ เพราะวาระเริ่มแรก ต้องนับตามวันแรกที่ประกาศใช้

'อเมริกา'อีกแล้ว

เย็นๆ โน้นแหละครับ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเรื่องนายกฯ ๘ ปี ถึงจะออกมา

ก่อนคำวินิจฉัย

ตั้งตารอเลย พรุ่งนี้ (๓๐ กันยายน) บ่ายสาม ได้รู้กันครับ หมู่หรือจ่า หยุดแค่นี้หรือไปต่อ