ยุบสภา...ยังหรอก

ลือกันใหญ่

นายกฯจะยุบสภา ก่อนวันที่ ๒๓ สิงหาคมนี้

ไม่รู้ ไม่รู้ ครับ

ยุบ ไม่ยุบ อยู่ที่ "ลุงตู่" คนเดียว  เพราะคนเดียวที่ยุบสภาได้คือ นายกรัฐมนตรี

รองนายกฯไม่เกี่ยว

มีสัญญาณอะไร ถึงได้เกิดข่าวลือยุบสภา

บางคนบอกว่าเป็นการชิงยุบสภา เพราะหากปล่อยเวลาให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ "ลุงตู่" สิ้นสุดลงในวันที่ ๒๓ สิงหาคมนี้   เพราะครบ ๘ ปี ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด เหมือนขับรถชนคนแล้วหนี ถึงมอบตัวทีหลัง ก็ถูกสังคมพิพากษาไปแล้ว

ไม่รับผิดชอบ ไม่มีสปิริต

สู้เชิดหน้าชิงยุบสภาไปก่อน เหมือนรอมอบตัวในที่เกิดเหตุ มันเท่กว่าเยอะ

สุดแต่จะคิดกันครับ

กรณีนี้ นายกฯควรแสดงสปิริตด้วยการยุบสถา ลาออกหรือไม่

การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีห้ามเกิน ๘ ปี             เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ที่ตีความแตกต่างกัน  คนกลางที่จะทำให้ทุกอย่างกระจ่างได้คือศาลรัฐธรรมนูญ

ฉะนั้นความจำเป็นในการยุบสภาก่อนวันที่ ๒๓ สิงหาคม แทบเป็นศูนย์

ประวัติศาสตร์การเมืองไทย มีการยุบสภามาแล้วทั้งสิ้น ๑๔ ครั้ง

ครั้งที่ ๑  วันที่ ๑๑ กันยายน ปี ๒๔๘๑  ครั้งนั้น พระยาพหลพลหยุหเสนา นายกรัฐมนตรี ยุบสภาเพราะรัฐบาลขัดแย้งกับสภาหลังเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ

ครั้งที่ ๒ วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๔๘๘    ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช นายกรัฐมนตรี ยุบสภาด้วยเหตุผลพิเศษ เพราะสภาชุดดังกล่าวยืดอายุมานานจากช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ 

มีการออกพระรชบัญญัติขยายกำหนดเวลาให้สภาชุดนี้อยู่ในตำแหน่งต่อถึง ๒ ครั้ง เนื่องจากไม่อาจจัดให้มีการเลือกตั้งในระหว่างสงคราม   ทำให้ ส.ส.ชุดดังกล่าวอยู่ในตำแหน่งนานเกินควร

การยุบในครั้งนี้ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่า  สมควรแก่เวลา

ครั้งที่ ๓ วันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๑๖ เกิดขึ้นในรัฐบาล สัญญา ธรรมศักดิ์  สาเหตุ เนื่องจากสมาชิกสภานิติบัญญัติลาออกเหลือ ๑๑ คน จนไม่สามารถทำหน้าที่ของสภาได้

เป็นที่น่าสังเกตุว่าการยุบสภาครั้งที่ ๒ กับครั้งที่ ๓ ทิ้งระยะยาวนานร่วม ๒๘ ปี เพราะช่วงเวลาดังงกล่าวส่วนใหญ่ เป็นรัฐบาลจากการรัฐประหารซ้ำๆกันหลายครั้ง 

ครั้งที่ ๔  วันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๑๙ ม.ร.ว.ศึกฤทธิ์ ปราโมช ประกาศยุบสภา  ในพระราชกฤษฎีการะบุสาเหตุว่าสภาผู้แทนราษฎรปัจจุบันประกอบด้วยพรรคการเมืองต่างๆหลายพรรค แต่ไม่มีพรรคการเมืองใดที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับเลือกตั้งมีจำนวนมากพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้

จำเป็นต้องอาศัยพรรคการเมืองหลายพรรคเข้ามาร่วมจัดตั้งรัฐบาล อันเป็นเหตุให้เกิดอุปสรรคในการบริหารราชการแผ่นดิน และกระทบกระเทือนต่อเสถียรภาพของรัฐบาลเป็นอย่างยิ่ง

และถึงแม้ว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ขึ้นอีกก็ตาม อุปสรรคดังกล่าวนี้ก็ไม่อาจสิ้นสุดลงได้ อันจะนำมาซึ่งความเสื่อมโทรมของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย สมควรยุบสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วไปขึ้นใหม่

ถัดมาในรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสลานนท์ มีการยุบสภาถึง ๓ ครั้ง คือ...

ครั้งที่ ๕  วันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๒๖  ป๋าเปรม   ยุบสภา เนื่องจากเกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงในปัญหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเปลี่ยนวิธีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประชาชนและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ครั้งที่ ๖  วันที่ ๑ พฤษภาคม  ป๋าเปรม ยุบสภา   เนื่องจากรัฐบาลขัดแย้งกับสภากรณีการออกพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.๒๕๒๒

ครั้งที่ ๗  วันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๓๑ ป๋าเปรม ยุบสภา นื่องจากเกิดความขัดแย้งภายในรัฐบาล ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดความไม่มั่นคงในเสถียรภาพของรัฐบาล และส่งผลให้เกิดอุปสรรคในการบริหารราชการแผ่นดิน

ครั้งที่ ๘ เกิดขึ้นเมื่อ วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๓๕  ในรัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน  เนื่องจากการเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจเพื่อยุบสภาภายหลังเกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองในเดือน พ.ค.๒๕๓๕

เป็นไปตามเจตนารมณ์ตั้งแต่แรกที่ นายอานันท์ ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นนายกรัฐมนตรี

ครั้งที่ ๙  วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๓๘  นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา เพราะเกิดความขัดแย้งในรัฐบาล

ครั้งนั้นหลายพรรคการเมืองและระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลจนไม่สามารถจะดำเนินการในทางการเมืองได้อย่างมีเอกภาพ  โดยเฉพาะพรรคพลังธรรม ที่ประกาศถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล 

ประกอบกับมีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องการออกเอกสารสิทธิให้ประชาชนเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.๔-๐๑ )  ซึ่งพรรคพลังธรรมลงมติงดออกเสียง

ครั้งที่ ๑๐ วันที่ ๒๙ กันยายรน ๒๕๓๙  นายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรี ยุบสภา เพราะเกิดความขัดแย้งในรัฐบาล ภายหลังมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 

โดยฝ่ายค้านเน้นอภิปรายที่ตัวนายบรรหาร เรื่องประเด็นสัญชาติ เมื่อการอภิปรายสิ้นสุดลง ที่ประชุมพรรคร่วมรัฐบาล คือพรรคความหวังใหม่ พรรคนำไทย และพรรคมวลชน มีมติร่วมกันว่าจะขอให้นายบรรหาร ลาออกจากตำแหน่ง

ซึ่งนายบรรหารประกาศจะลาออกภายใน ๗ วัน

แต่สุดท้ายเปลี่ยนใจ ยุบสภา เป็นการดัดหลังพรรคร่วมรัฐบาล

ครั้งที่ ๑๑ วันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๓  นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ยุบสภาด้วยเหตุผล เนื่องจากปฏิบัติภารกิจสำคัญแล้วเสร็จหรือลุล่วงลง

โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาจากวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี ๒๕๔๐

การยุบสถาครั้งนี้จะคล้ายๆกับ ครั้งที่ ๘ ที่นายอานันท์ ยุบสภา เป็นเจตนารมณ์เดิมหลังสามารถแก้ปัญหาได้ลุล่วง

ครั้งที่ ๑๒  วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙  ในรัฐบาล นายทักษิณ ชินวัตร สืบเนื่องจากวิกฤติการณ์ทางการเมืองต่อการขับไล่นายกฯ โกงกิน

ถึงแม้รัฐบาลขณะนั้นได้เปิดให้มีการอภิปรายโดยไม่มีการลงมติในที่ประชุมรัฐสภา ก็ไม่อาจแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกันระหว่างผู้ชุมนุมเรียกร้องกับรัฐบาล เพราะรัฐบาลถูกมองว่าเป็นเผด็จการรัฐสภา  จึงไม่สามารถใช้กระบวนการในรัฐสภาแก้ปัญหาได้

ครั้งที่ ๑๓ วันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยุบสภาหลังเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมือง  เป็นอีกครั้งที่เป็นการยุบสภาภายใต้สัญญาทางการเมือง เพื่อให้ประชาชนได้ตัดสินใจกันใหม่

และครั้งที่ ๑๔  ครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๙ ธันวาม ๒๕๕๖   "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร"  ประกาศยุบสภา หลังรัฐบาลต้องเผชิญกับวิกฤตทางการเมือง มวลมหาประชาชนเรือนล้านออกมาขับไล่รัฐบาลี่พยายามจะออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ "ทักษิณ ชินวัตร"                

จะเห็นได้ว่าการยุบสภาส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจาก ความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาลเอง  รองลงมาคือต้องยุบสภาเพราะเกิดวิกฤตทางการเมือง รัฐบาลไม่สามารถไปต่อได้

คราวนี้หากยุบสภาสาเหตุจะต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

ไม่ใช่เพราะคอร์รัปชั่น

ไม่ใช่เพราะความขัดแย้งรุนแรงในพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน

แต่เป็นปัญหาในข้อกฎหมาย

ครับ...เมื่อลือกันมาก็ต้องวิเคราะห์กันไป 

ดูท่าที่จาก "ลุงตู่"  ยังไม่อาจสรุปได้ว่าจะสรุปสภาในเร็วๆนี้ เพราะยังคงตั้งการ์ดสูงอยู่

พูดถึงสภาเมื่อไหร่ "ลุงตู" มักตอบว่า เป็นเรื่องของสภา ผมไม่เกี่ยว 

วานนี้ (๑๖ สิงหาคม) นักข่าวถามเรื่องยุบสภา "ลุงตู่" ไม่ตอบแต่ยิ้่มมุมปาก

ตามประวัติศาสต์การยุบสภาแต่ละครั้งจะมีการส่งสัญญาณถึงความขัดแย้ง ทั้งระหว่างรัฐบาลกับสภา หรือ ในรัฐบาลกด้วยกันเอง

แต่ครั้งนี้ ไม่มีเหตุให้ต้องมีอุบัติเหตุในสภาแล้ว

ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลยังกอดคอกันอยู่

ก็ยังมองไม่ออกว่าจะยุบสภาก่อนวันที่ ๒๓ สิงหาคมทำไม

วาระการดำรงตำแหน่ง เป็นปัญหาทางกฎหมาย หากยังไม่ชัดเจน ไม่จำเป็นต้องยุบสภา

แต่ถ้ายุบสภาวันนี้ เขามาแน่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อเมริกา'อีกแล้ว

เย็นๆ โน้นแหละครับ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเรื่องนายกฯ ๘ ปี ถึงจะออกมา

ก่อนคำวินิจฉัย

ตั้งตารอเลย พรุ่งนี้ (๓๐ กันยายน) บ่ายสาม ได้รู้กันครับ หมู่หรือจ่า หยุดแค่นี้หรือไปต่อ

ประชาธิปไตยดัดจริต

ขวัญอ่อนกันเหลือเกิน พอบอกให้ระวังจะไม่มีการเลือกตั้ง โหมกระพือกันใหญ่ จะมีรัฐประหาร

ไม่เชื่อก็ลองดู

เหมือนปลาได้น้ำ ช่วงนี้พรรคเพื่อไทยคึกคักเป็นพิเศษจากผลการเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด

ข่าวดี-ข่าวปลอม

อีกแล้วครับทั่น! เมื่อค่ำวันเสาร์ทีมวอลเลย์บอลสาวไทย สร้างความสุขให้คนไทยทั้งชาติ