'กฎหมาย' มิใช่ 'เพื่อโจร'

นายกฯ ประยุทธ์นี่ ใครก็ไม่ต้องไปห่วงท่านหรอก!

ถ้า "ไม่แน่จริง" น่ะนะ

"หนึ่งเดียว" คนนี้ ถูกสารพัดสัตว์การเมืองและจอมโจรวิชาการ "ฟัดจมเขี้ยว" แล้วลากลงไปกินในน้ำนานแล้ว

แต่เพราะ

........สุจริตคือเกราะบัง      ศาสตร์พ้อง

ปัญญาประดุจดัง       อาวุธ

กุมสติต่างโล่ป้อง      อาจแกล้วกลางสนาม.

นั่นแหละ พวกเขี้ยวงาสารพัดสัตว์ จึงได้แค่รวมหัว-รวมฝูง ฟาดหาง ตวัดลิ้น ฮึ่มแฮ่ เห่าเร้า แต่เข้าไม่ติด

เพราะเกรง "ตีน"!

มาเดี่ยวๆ กล้าซะที่ไหน เห็นแต่ละทียกมาเป็นคอก-เป็นฝูง ๑๐๐ กว่าตัวบ้าง ๙๙ ตัวบ้าง

เมื่อวาน เห็นมาอีกฝูง ๕๐ กว่าตัว!

บีบให้ยุบสภาก็แล้ว อภิปรายไม่ไว้วางใจก็แล้ว ปั่นวาทกรรม ๘ ปีไม่มีผลงาน...ออกไป ก็แล้ว

ลงถนนก่อจลาจลก็แล้ว ไปร้องให้พ่อพวกมันในต่างแดนให้เอาเรื่องสิทธิมนุษยชนกดดันก็แล้ว

เรียกว่ารวมหัวเห่าจนหมดแรง "หงายท้อง" ไปตามๆ กัน ลุงตู่ก็ยังยืนโชว์น่องอยู่แบบชิลๆ

ตอนนี้รวมฝูงกันปลุกประเด็น ๒ ยาม คืน ๒๓ สิงหาเป๊ง.....

ลุงตู่ต้องชูมือทั้ง ๒ ข้างเหนือหัว ลุกจากเก้าอี้นายกฯ  เดินออกไปจากทำเนียบ

เพราะลุงตู่เป็นนายกฯ "คสช.ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว" เมื่อ ๒๔ สิงหา ๕๗ ดังนั้น เมื่อถึง ๒๔ สิงหา ๖๕  ถือว่า "ครบ ๘ ปี" แล้ว

ฉะนั้น อยู่ต่อไม่ได้ เพราะ....

รัฐธรรมนูญ ปี ๖๐ มาตรา ๑๕๘ วรรคสี่ ที่บอกว่า

"นายกรัฐมนตรีจะดํารงตําแหน่งรวมกันแล้วเกินแปดปีมิได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดํารงตําแหน่งติดต่อกันหรือไม่  แต่มิให้นับรวมระยะเวลาในระหว่างที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปหลังพ้นจากตําแหน่ง"

ประเด็นนี้ มีความเห็นหลากหลาย แบ่งเป็น ๒ ฝ่าย

คือ ฝ่ายที่บอกว่า ๒๔ สิงหานี้ ครบ ๘ ปี ต้องออกไป  นับจากรัฐธรรมนูญชั่วคราว

และฝ่ายที่บอกว่า ต้องโน่น ปี ๒๕๗๐ จึงจะครบ ๘ ปี  นับตามรัฐธรรมนูญ ๖๐ คือ ฉบับปัจจุบัน

สรุปว่า ประเด็นนี้ มีการตีความแตกต่างกันไปหลายนัย ดังนั้น ตามเส้นทางกฎหมายก็คือ

ต้องส่งให้ "ศาลรัฐธรรมนูญ" พิจารณาวินิจฉัย ว่า

๘ ปีของนายกฯ ในที่นี้....

หมายถึงให้นับตั้งแต่วันที่ ๙ มิ.ย.๖๒ ที่พลเอกประยุทธ์ได้รับโปรดเกล้าฯ ขึ้นเป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญปี ๖๐

หรือเริ่มนับตั้งแต่เป็นนายกฯ คสช.ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว เมื่อ ๒๔ สิงหา ปี ๕๗?

ตอนนี้ ก็มีบางฝ่ายยื่นเรื่องถึงผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญบ้างแล้ว และฝ่ายค้านก็กำลังยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเช่นกัน ในวันนี้-พรุ่งนี้

ก็เป็นไปตามครรลอง ไม่มีใครว่าอะไร ทั้งนายกฯ เองท่านก็ยินดี ปรารถนาให้เป็นเช่นนั้่น คือให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

เมื่อพิจารณาวินิจฉัยออกมาว่า......

๘ ปี นับจากรัฐธรรมนูญฉบับไหน ครบปีไหน วันไหน เมื่อไหร่

นายกฯ ก็จะปฏิบัติตามนั้น ไม่เกี่ยงงอน โต้แย้งใดๆ

ว่าครบแล้ว..ก็ออก

ว่ายังไม่ครบ ก็อยู่ต่อ!

ง่ายๆ แค่นี้ ไม่มีปัญหาอะไรยุ่งยาก ที่ดูว่ายุ่งยาก และที่วุ่นวายมากเรื่อง-มากราวจนตัวซี้-ตัวสั่น ไม่ใช่ตัวนายกฯ หรือรัฐบาล

แต่เป็นพวกแส่ กระสัน เสือก อิจฉา-ริษยา เห็นเขาเป็นนายกฯ ทำได้ดีเกินหน้า และไม่มาประจบประแจงเลี้ยงหมาปลอกคอมหา'ลัย เหมือนบางนายกฯ ก็อยากให้ออกไป

ทั้งฝ่ายค้านอดแห้ง-อดแล้ง "โกงเอามาแบ่งกัน" ไม่ได้มา ๘ ปี ทั้งพาผีกลับบ้านก็ยังไม่ได้

ขืนไม่ดันก้นให้ลุกจากเก้าอี้ไวๆ ปล่อยให้เป็นนายกฯ ต่อในเทอมเลือกตั้งใหม่อีก ๔ ปี ลูกเมียสมุนหมา คงจะบอกว่า "๘ ปีแล้วที่อดอยาก ยังจะอีก ๔ ปี แบบนี้ เห็นทีต้องเอาจับปิ้งไปจำนำกินเป็นแน่"!

นี่แหละ.....

พวกที่เดือดร้อนแทนนายกฯ ในประเด็น ๘ ปี ทั้้งที่เจ้าตัวแท้ๆ คือนายกฯ ไม่เห็นเขาเดือดร้อน!?

อิจฉา ที่นายกฯ จะเด่นเกินหน้า เป็นประธาน  APEC นั่นด้วยมั้ง ไอ้โทนาฟจึงเร่งสมุนให้รุมเร้าเห่ากระโชก ถึงขั้นสร้างกระแส

นายกฯ จะ "ยุบสภา"!?

ท่านจะไปยุบทำเกี๊ยะอะไร ปล่อยให้พวกมึงหลอก "หัวหน้าครอบครัวใหญ่" ไปเซิ้งเป็นผีบ้าเข้าสิงไปเรื่อยๆ  ขำดีจะตาย

แต่ก็อยากให้ "เก็บอาการ" กันบ้าง อย่าให้ความอยาก ความอิจฉาริษยาล้นนอกหน้ากันมากนัก

เรื่อง ๘ ปีนายกฯ นั้น........

ความจริง ผมพูดหลายครั้งแล้ว ก็นั่นแหละ เมื่อบอกว่า ๘ ปี ต้องตามรัฐธรรมนูญ ๖๐ ก็ว่าเป็นพวกนายกฯ

ใครที่บอก ๘ ปี นายกฯ ต้องนับตั้งแต่รัฐธรรมนูญชั่วคราว ฉะนั้น ๒๔ สิงหา ๖๕ ก็จะครบ ๘ ปี ก็ว่าเป็นพวกโทนาฟ

มันกลายเป็นเรื่อง "ตาบอดคลำช้าง" ไปแล้ว

จับงวงก็ว่าช้าง จับหางก็ว่าช้าง ฉะนั้น ฟัง "ศาลรัฐธรรมนูญ" นั่นแหละ ดีที่สุด และเป็นที่ยุติ

เห็นข่าวว่ามี ๕๑ 'จานนิติศาสตร์ หลายมหา'ลัย ทำจดหมาย เสนอประเด็น ๘ ปี ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ    

ว่าพวกเขาในฐานะ 'จานนิติศาสตร์ เห็นตรงกันหมดแล้ว ว่าเรื่องนี้ มันต้องออกแนวทางนี้..นี้่

ผมว่า เสร่อ "บ้องตื้น-บ้องตัน" แท้ๆ!

ไม่ต่าง "กิ้งก่า-แมงป่อง" ผงกหัว ชูหาง อวดอ้าง เก่งกล้าฤทธี กับพญาจงอาง

ใจเย็นๆ รอให้นางพญานักเซิ้งเขาพาพ่อกลับบ้านให้ได้ก่อน เขาอาจตั้งให้เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบ้างหรอก เพราะผลงานครั้งนี้ เข้าตามาก!

ความจริง เรื่องการนับเวลาการดำรงตำแหน่งนายกฯ นั้น ว่าจะนับตามรัฐธรรมนูญฉบับไหน ถ้าอ่านรัฐธรรมนูญด้วย "ใจเที่ยง" ก็จะรู้ ว่า

ในรัฐธรรมนูญ ปี ๖๐ มีบอกไว้ โดยยึดโยงจากมาตราสู่มาตราชัดเจน ไม่ต้องตีความด้วยซ้ำ

ผมอ่านที่ ส.ว. "เสรี สุวรรณภานนท์" โพสต์เฟซ มีสื่อหลายฉบับนำเสนอเป็นข่าว ผมเห็นคล้อยตามกับท่าน

บอกก่อน ผมน่ะ "ติ่งนายกฯ" แต่ ส.ว.เสรี ท่านไม่ได้เป็น

เห็นท่านอภิปรายสับหน้าแงนายกฯ "ตรงไป-ตรงมา" ในรัฐสภาหลายครั้ง

ท่านเป็นนักกฎหมาย การโพสต์เรื่องนี้ ท่านโพสต์บนบรรทัดฐาน "เข็มทิศ" กฎหมายล้วนๆ อยากให้อ่านกันดู

............................

นายเสรี สุวรรณภานนท์

"การนับระยะเวลา 8 ปี ของการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี วิธีการนับระยะเวลาการพ้นจากตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีไว้ใน รธน. ปี 2560 ชัดเจน เป็นการเฉพาะไว้แล้ว ดังที่ได้บัญญัติไว้ใน รธน. ปี 2560  มาตรา 170 วรรคสอง ที่บัญญัติว่า

'นอกจากเหตุที่ทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามวรรคหนึ่งแล้ว ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง เมื่อครบกำหนดเวลาตามมาตรา 158  วรรคสี่ ด้วย'

ซึ่งตาม รธน.ปี 2560 มาตรา 158 วรรคสี่  บัญญัติไว้ว่า 'นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกินแปดปีมิได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่ แต่มิให้นับรวมระยะเวลาในระหว่างที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปหลังพ้นจากตำแหน่ง'

ดังนั้น การนับระยะเวลา 8 ปี ของการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีตามที่พูดถึงกัน

จึงต้องนับระยะเวลา ตาม รธน. ปี 2560 มาตรา  170 วรรคสอง ประกอบมาตรา 158 วรรคสี่ดังกล่าว

ไม่ใช่ไปนับเวลาตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) หรือฉบับอื่นๆ

เพราะ รธน.ปี 2560 มาตรา 170 วรรคสอง ได้บัญญัติให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง เมื่อครบกำหนดเวลาตามมาตรา 158 วรรคสี่ ของ รธน. ปี 2560 เป็นการเฉพาะไว้แล้ว

ส่วนบทเฉพาะกาล ตาม รธน. ปี 2560 มาตรา  264 เป็นเรื่องของการให้คณะรัฐมนตรีตาม รธน. (ฉบับชั่วคราว) 2557 ทำหน้าที่ต่อไปเป็นคณะรัฐมนตรี ตาม รธน. ปี 2560 ไม่เกี่ยวกับการนับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี

เพราะการนับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี ได้มีบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ ใน รธน. ปี  2560 มาตรา 170 วรรคสอง ประกอบ มาตรา 158  วรรคสี่ไว้ชัดเจนแล้วเช่นกัน

ส่วนความเห็นคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญบางท่านที่เสนอความเห็นไว้อย่างไร

ก็จะขัดกับ รธน.ปี 2560 มาตรา 170 วรรคสอง และมาตรา 158 วรรคสี่ไม่ได้

ความเห็นข้างต้น เป็นความเห็นในข้อกฎหมายล้วนๆ  ไม่เกี่ยวกับความชอบ โกรธ เกลียด หรือฝ่ายใด

ซึ่งไม่ว่าใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ต้องนับระยะเวลา 8 ปี ตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 170 และมาตรา 158 บัญญัติไว้เช่นนี้

ดังนั้น ระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ก็คงต้องนับ 8 ปี นับแต่วันประกาศแต่งตั้งตาม รธน.ปี 2560 มาตรา 158 วรรคสี่ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน  2562 เป็นต้นไป”

.............................

ก็ฝากพวกห้องสมุด "Think แผล็บๆ" ซึ่งล้วนกูรูกฎหมายรับใช้ทักษิณ จะพูดอะไร-สัมภาษณ์อะไร อย่ายกเฉพาะบางคำ-บางตอน และบางมาตรามาพูด ให้คนหลงผิด

ไม่เช่นนั้่น กูรูกฎหมาย จะกลายเป็น "เพชฌฆาตนิติธรรม"!

คนปลายซอย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘บิ๊กตู่’ คัมแบ็กนายกฯ ชนะคดีศาลรธน. 4นัดรวด พรรคร่วมจ่อขยับปรับครม.

สุดท้าย ฝ่ายกองเชียร์ บิ๊กตู่ พลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา คือฝ่ายที่ได้เฮกันดังลั่นทั่วประเทศ หลังตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 ให้ พลเอกประยุทธ์ ได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีเต็มตัวอีกครั้ง

๑ ตุลา 'นายกฯ ชื่อตู่'

แล้วไง..... ๓๐ กันยาผ่านไปแล้ว "โลกแตก" มั้ย? เห็นมีแต่พวกนักวิชาการ "จมูกร้อยเชือก" เก่งตามหน้าจอกับหมาในคอกแม้วเท่านั้น

'รอบ ๒ ทีมไทย-ทีมตู่'

กฎหมายไม่มีคำว่า "ถ้า" หรือคำว่า "สมมุติ" ดังนั้น ทุกคำตัดสินของศาล จะตัดสินบนฐาน ๒ ฐาน คือ ฐานข้อเท็จจริงและฐานตัวบทกฎหมาย

“พจมาน”ภาค2ออกศึกชัยภูมิ ฮึกเหิมสกัดส.ส.เลือดไหลออก

การกลับมาผนึกกำลังกันระหว่าง นายทักษิณ ชินวัตร กับ คุณหญิง พจมาน ณ ป้อมเพ็ชร ผลักดันให้ แพรทองธาร ชินวัตร นำทัพสร้างปรากฎการณ์แลนด์สไลด์ ในสนามเลือกตั้งเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น

ศุกร์นี้ 'บิ๊กตู่'รอดหรือร่วง การเมืองไทย จะเดินไปทางไหน

วันศุกร์นี้แล้ว 30กันยายนได้รู้กันสุดท้าย บิ๊กตู่-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีเต็มตัวอีกครั้ง หรือจะต้องหลุดจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรีตามมติของที่ประชุม 9 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

'ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์'

วันนี้ ๒๙ พรุ่งนี้ ๓๐ กันยา. เห็นมีนัดหลายนัด เช่น จาน'หน้าปลาจวด "แก๊งท่าพระจันทร์" ออกโทรทัศน์ดันตูดลูกศิษย์ลงถนน (ไม่ออกนำเอง จากปลาจวด ขอให้เป็นปลาตีน)