คริปโต 'บ่อนทิพย์'

ทุกคนมีลูก-มีหลาน......

หรือลูก-หลาน ที่เป็น "คนรุ่นใหม่" ผมอยากให้อ่านเรื่องต่อจากนี้ซักหน่อย

ไม่สนุกหรอก

แต่ป้องกัน "ฉิบหายก่อนโต" จนต้องไปโดดสะพานพระราม ๘ ตายได้ ถ้าอ่านแล้ว ได้สติ "คิดใคร่ครวญ" ตาม

เรื่อง "รวยทางลัด" ที่ขบวนการ "บ่อนทำลาย" ฉวยโอกาสใช้เป็นช่องทาง "วางยาประเทศชาติ" จากราก!

โดยเดินสายปลูกฝังความคิดในหมู่ "นักเรียน-นักศึกษา-วัยรุ่น" ที่เรียกกันว่า "คนรุ่นใหม่"

ว่า รุ่นใหม่...สามารถรวยง่ายๆ แค่มีเงิน "บาทเดียว"  ก็ลงทุนได้!

ผ่านการซื้อขาย "สกุลเงินดิจิทัล" ที่เรียก "คริปโตฯ" หรือชื่อเต็มๆ ว่า"คริปโตเคอร์เรนซี"

แล้วตอนนี้เป็นไง?

ก็อย่างที่ทราบ เจ๊งมหาวินาศ กับระบบที่ว่า "โปร่งใส-ไร้ตัวกลาง" นั่นแหละ

มันก็ "โปร่งใส-ไร้ตัวกลาง" จริงๆ ด้วย!

คือลงทุนไป โปร่งใส จนไม่เห็นตัวเจ้ามือ เหมือนแทงหวยเถื่อน แทงได้ แต่ถ้าถูกมากๆ ไม่รู้จะไปเอากะใคร?

"ดร.สมชัย จิตสุชน" ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)

ท่านโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เป็นเรื่องควรใส่ใจ ผมเห็นประโยชน์ จึงขอนำมาเผยแพร่ต่อ ดังนี้...........

"ดร.สมชัย จิตสุชน" TDRI

มีเด็กมัธยมต่างจังหวัด #อีสาน (ทั้งมัธยมปลายและต้น) จำนวนไม่น้อยซื้อ #crypto และกำลังขาดทุนอย่างหนัก (หลักหมื่นหรือกระทั่งหลักแสน)

โดยเอาเงินที่บ้านมาเล่น บางทีก็เป็นเงินที่ปู่ย่าตายายเก็บไว้เพื่อการศึกษาของหลาน

น่าเป็นห่วงมาก

ภาครัฐควรมีมาตรการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนและจริงจัง เพื่อป้องกันผู้เล่นตัวจิ๋วหน้าใหม่ที่อาจเข้ามาเพราะเชื่อว่าในที่สุดจะกำไรมากมาย

อย่างน้อยควรมีการกำกับ #platform ซื้อขาย  crypto ในเรื่อง KYC และให้ความรู้ (ที่ถูกต้อง) กับ  #นักลงทุนหน้าใหม่

ที่น่ากังวลต่อการนำเสนอของ #ผู้ประกอบการ ธุรกิจกระดาน #เทรดสินทรัพย์ดิจิทัล ในโปรโมชั่นการโฆษณาเพื่อเชิญชวนนักลงทุนเข้าเปิดบัญชีเทรด ซึ่งใช้เงินในการลงทุนน้อย 10 บาท ก็สามารถลงทุนได้

อีกทั้ง ในส่วนของ พ.ร.บ.สินทรัพย์ดิจิทัล ยังได้เปิดช่องให้เยาวชนที่ยัง #ไม่บรรลุนิติภาวะ สามารถ #เปิดบัญชีลงทุน ในสินทรัพย์ดิจิทัลได้

โดยมีการอนุมัติผ่านความเห็นชอบของผู้ปกครอง  โดยทางหน่วยงานพิจารณากฎหมาย อ้างเหตุผลว่าเพื่อส่งเสริมความรู้และปูแนวทางไปสู่การเรียนรู้ของเยาวชน เพื่อเตรียมความพร้อมไปสู่ #วัยเกษียณ

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ปรากฏในสื่อโซเชียลมีเดียว่า

มีนักลงทุนระดับมัธยม จนถึงระดับมหาวิทยาลัยจำนวนมาก แสดงมุมมองสนใจในการลงทุน

โดยมีการสนทนากันอย่างกว้างขวางในกลุ่ม Facebook ของนักลงทุนเหรียญคริปโต

ซึ่งมีทั้งโพสต์ถามถึงแนวทางการวางแผนการลงทุน  หรือมีเงินแต่ไม่รู้ว่าจะลงทุนเหรียญไหนดี ขอให้สมาชิกในกลุ่มแนะนำ

แต่ที่พบว่าเป็นปัญหามากที่สุดคือ.....

กลุ่มนักลงทุนเยาวชน ที่ได้รับความเสียหายจากการลงทุน โดยโชว์ #พอร์ตบัญชีการลงทุนที่ติดลบ ตั้งแต่หลักหมื่นบาท จนถึงหลักแสนหรือหลักล้านบาท

โดยบางส่วนนำเงินเก็บมาลงทุน หรือแม้กระทั่งนำเงินจากการที่จะต้องนำไปจ่ายค่าเทอม ค่าหน่วยกิต มาลงทุนเทรดเหรียญคริปโต

และที่เลวร้ายที่สุด มีนักลงทุนเยาวชนจำนวนไม่น้อยที่เสียหายจากการลงทุน โดยที่ไม่มีภูมิความรู้ในการลงทุนคริปโต

หลังจากเกิดความเสียหายต้องการถอนทุนคืน ไป #กู้ยืมเงินนอกระบบ มาลงทุนในรอบใหม่ แต่กลับเสียหายหนักกว่าเดิม

ซึ่งหลักๆ มาจากความโลภที่มาจากการนำเสนอของนักลงทุนในสนามเทรด หรือถูกชักชวนจากคนรู้จัก หรือคนดังที่ถูกจ้างมาเชิญชวน

อีกทั้งมีการนำเสนอของหน้าม้ากระดานเทรด หรือ  PR ของนักลงทุนรายใหญ่ที่ต้องการใช้ประโยชน์ ด้วยการให้แมงเม่า หรือนักลงทุนรายย่อย "หลอกให้ลากราคาเหรียญ"

ให้ใช้กลอุบายหลอกล่อ.....

ด้วยผลตอบแทนสูงระดับ 100%-1000% จนนักลงทุนรายย่อยและเยาวชนเหล่านั้นเกิดความโลภ

เทเงินเข้าไปลงทุน โดยไม่หวั่นกลัวความเสียหายจากความเสี่ยงที่เกิดขึ้น

ขณะที่ในส่วนของกระดานเทรดต่างๆ ที่ส่งเสริมโปรโมชั่นประชาสัมพันธ์ กลับเพิกเฉยต่อปัญหา ปฏิเสธความรับผิดชอบ              

ไม่ได้สนใจในผลกระทบสิ่งที่เกิดขึ้นกับนักลงทุนผู้เสียหายเหล่านั้น เพราะมีรายได้มาจากส่วนแบ่งการทำธุรกรรมในการซื้อขายเหรียญ

ไม่ว่าตลาดคริปโตจะขึ้นหรือลง นักลงทุนจะมีกำไรหรือขาดทุน หรือเสียหายมากน้อยแค่ไหน

กระดานเทรดเหล่านั้น ก็ยังคงเดินหน้า ดึงส่วนแบ่งการตลาดจากนักลงทุนทั้งรายใหม่และรายเก่า

โดยไม่ได้คำนึงถึง "ธรรมาภิบาล" การส่งเสริมการลงทุนอย่างที่ควรจะเป็น

.................................

นั่นที่ ดร.สมชัยโพสต์

แต่เชื่อเถอะ เป็นความห่วงใย เตือนด้วยหวังดี แต่ไม่มีใครฟังหรอก

แมลงเม่าน่ะ กลัวแสงนีออนซะที่ไหน ทั้งๆ ที่ เห็นศพพวกตายเกลื่อน ก็ยังบินเข้าไป

คริปโตฯ ก็ทำนองนั้น

ไม่ว่ากับ "รุ่นใหม่-รุ่นเก่า" เรายังใหม่กับมันอยู่มาก  ต้องศึกษา ต้องเรียนรู้อีกมาก

เพราะมันซับซ้อนซ่อนเงื่อนปมที่ผู้ "สร้างระบบ" ต้องการนำไปสู่จุดหมายไหน ในระบบการเงิน-การเศรษฐกิจโลก มันยังเป็นความมะลำเมลือง ที่ยังไม่มีใครกล้าสรุป

อาจเป็น "เกมเปลี่ยนโลก" ด้วยกลยุทธ์ "ต้มกบ" ก็ได้นะ

ก็ดูซี ขนาดรัฐบาล "สหรัฐฯ-ยุโรป-จีน-รัสเซีย" กระทั่งญี่ปุ่น เหมือน "ไก่เห็นตีนงู-งูเห็นนมไก่" มีประเทศไหนกล้าเข้าไปเต็มตัวบ้างล่ะ?

และผมก็อยากให้อ่านนี่........

จากติ๊กต่อก เป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ เห็นตัวหนังสือแวบๆ ว่า "ปรัง ชยางกูร" ใช่หรือเปล่าไม่รู้นะ เขาพูดได้น่าฟัง อ่านดู

.............................

ปรัง ชยางกูร

ทุกคนครับ ประเทศไทยนี่ประหลาดนะครับ แปลกประหลาดอย่างพูดไม่ถูก

คนที่ดีๆ ที่ออกมาเตือนเรื่องนั้่น-เรื่องนี้ เช่น คนที่ออกมาเตือน มาบอกว่า

"เฮ้ย...ตลาดคริปโตฯ เนี่ย อันตรายนะ เสี่ยงนะ โน่น-นี่-นั่น บอกให้พักก่อน หยุดก่อน กลับไปศึกษาให้มันดีๆ ก่อน ไปเรียนก่อน ไปรู้ก่อน

ก็มีบางคนถึงขนาดออกมาย้อนกลับว่า...โง่ บางคนบอกว่า...พักก่อน..ลุ้ง!

แต่ล่าสุด มีตัวอย่างให้ดูแล้วนะครับ นั่นก็คือ 'ประเทศเอลซัลวาดอร์' ประธานาธิบดีหนุ่ม ไฟแรงมากๆ เอาเงินคงคลังของประเทศไปลงทุนในตลาดคริปโตฯ

ล่าสุด ต้องไปชะลอหนี้กับ IMF และล่าสุดอีกครับ ก็คือประเทศเนี่ย เข้าสู่สภาวะ 'ประเทศล้มละลาย' เรียบร้อยแล้ว!

ใครครับ ที่ออกมาเตือนเราว่า 'การลงทุนในคริปโตฯ มันมีความเสี่ยง'?

คนที่ออกมากล้าพูดเรื่องนี้เลยก็คือ 'พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา' นายกรัฐมนตรี มีอยู่คนเดียวเนี่ย

นอกนั้นนะครับ หนึ่งเอย...ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ บอกว่าไง...นี่ไง บอกว่า 'ความมั่นคงของคนรุ่นใหม่อยู่ในคริปโตฯ'

นี่นะครับ คุณพูดแบบนี้ แล้วคุณก็เป็นอดีตนายกฯ มีคนเชื่อตั้งเยอะแยะ แล้วคนเขาไปลงทุนตั้งเท่าไหร่ ฉิบหายกันไปเท่าไหร่

อีกคนหนึ่ง 'ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ' พูดบอกว่า 'ทรัพย์ดิจิทัล-Crypto คืออนาคต แนะรัฐศึกษา ก่อนออกกฎคุม'

นี่นะครับ ๒ คนนี้ คนที่บอกไปลงทุน คนที่ลงทุนแล้วฉิบหายกันไปเท่าไหร่ครับ

แต่คนที่ออกมาเตือนเนี่ย...โดนด่าครับ!

โดนด่าว่าโง่ โดนด่าว่าไม่ฉลาด โดนด่าว่า..ลุ้ง พักก่อน โดนด่าเรื่องนั้น-เรื่องนี้ แต่คุณเอ้ย... ผ่านมา ๘ ปี คนเห็นมั้ย ลองไปดูอีสานครับ ตอนนี้เป็นยังไง

โอ้โห...เจริญไม่รู้จะเจริญยังไง ถนนหนทางไม่รู้จะเจริญยังไงอีกแล้วนะครับ รถไฟความเร็วสูงเนี่ย ใกล้จะเสร็จแล้ว       หลายคนยังไม่รู้เลยว่า ใกล้จะเสร็จแล้ว และเขากำลังจะมีเฟสต่อไป คือจากโคราช ไปหนองคาย

แล้วจากหนองคาย เขาก็เชื่อมต่อไปยัง สปป.ลาว แล้วก็ไปยังคุนหมิง หลายคนก็ยังไม่รู้เลย โอ้โห..ประเทศนี้ มันเป็นประเทศแห่งการด่าจริงๆ"

..............................

ก็เอามาฝากให้คิดกัน

เศรษฐกิจดิจิทัล กับการปั่นเหรียญในจอ ที่เรียกว่ารูปแบบ DeFi (Decentralized Finance) ผ่านระบบบล็อกเชน ซึ่งผมขอเรียกว่า ระบบ "บ่อนทิพย์"

ไม่ต่าง "ม็อบไร้แกนนำ" มีเรื่องก็ "ตัวใคร-ตัวมัน" ตัวการที่จะมารับผิดชอบเป็นแกนนำไม่มี!

อย่าว่าแต่เด็กมัธยมเลย.....             

ขนาดธนาคารใหญ่โต ยังอวดโง่ ด้วยโลภ กะเป็นฮีโร่แห่งยุค DeFi ผู้คนไม่เชื่อ ระดับแบงก์ใหญ่ จะโง่เป็นควายได้ยังไง

ลงท้าย พากันฉิบหาย เพราะไล่ซื้อหุ้นกัน?           

ก็ไม่รู้จะไปโทษใคร เพราะมัน DeFi ที่แปลว่า "บ่อนทิพย์" ของพวกแมลงเม่า ยังไงล่ะ!

คริปโตฯ ไม่ได้เลวร้าย...
เพียงแต่เราอย่าเป็น "หมาเห็นเงาเนื้อในน้ำ" เท่านั้น

ไม่มีใครรวยได้ โดยไม่ทำงาน

ทำงานรวยแล้วค่อยเล่น แบมือขอตังค์ไปเล่น แบบนั้น..อย่า มีแต่ฉิบหายขายตัวก่อนโต

แต่อย่างว่า คนไทยจำพวก "ตาบอดไม่กลัวเสือ" มีมาก

"เสือกะบาก" ตัวนั้น มันถึงได้ "รวยพุงปลิ้น"

และติดใจ................

ถึงส่งทั้งครอบครัวลงไป หวังตะกายกินต่อแบบ "แลนด์สไลด์" ไงล่ะ!

คนปลายซอย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ล่องใต้ไปฟังเสียงฮา!

เมื่อวาน ไม่ได้คุยกัน ตารางบินเดิม จะถึงดอนเมือง ๖ โมงเย็น แต่สายการบินเขารวมไฟลต์ ก็เลยปาเข้าไป ๒ ทุ่ม กลับบ้าน คุยทาง "โทรจิต" ดีกว่า

เมืองโอ่ง เมืองอาร์ต เมืองราชบุรี

รายการเที่ยว….มีเรื่องคราวนี้พบกับสุนีย์ เจ้าของเพจ ตัวแทนหมู่บ้าน ที่จะพาเรามาเดินทางท่องเที่ยวกันที่จังหวัดราชบุรี เมืองเล็กๆ ที่พอเอ่ยชื่อทุกคนจะนึก โอ่งมังกรใบใหญ่ขึ้นมาทันที

กางแผนสู้ที่ ‘ป่ารอยต่อฯ’ ‘บิ๊กตู่’ ชัด ‘บิ๊กป้อม’ ชัด ถนนเลือกตั้ง วิ่งคนละทาง

หลังมีกระแสข่าว “พี่ป้อม พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ”สิ้นสุดทางเดินร่วมกันที่พลังประชารัฐ กับ”น้องตู่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา”โดยทั้งสองคนได้มีการคุยเปิดใจกันแบบลึกๆ ที่บ้านป่ารอยต่อฯ เมื่อ 20 พฤศจิกายน ว่า 3 ป. ควรแยกกันเดิน