๓ ปอ.ซีซัน ๓

แบบนี้ก็มีด้วย

เป็นฝ่ายค้านไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย

"สุทิน คลังแสง" ส.ส.เบอร์ลำดับต้นๆ ของพรรคเพื่อไทย บอกว่า ที่สภาล่มบ่อยเป็นอาการของการเมืองปลายสมัย

เกิดจากปัจจัยคือ ส.ส.ห่วงพื้นที่ และความไม่เป็นเอกภาพในรัฐบาล

"...ปลายสมัยก็จะมีความง่อนแง่น ทำให้มีปัญหาต่อการควบคุมเสียง ผมคิดว่าจะล่มหรือไม่นั้นมีวิธีแก้ง่ายๆ คือ ฝั่งรัฐบาลต้องแก้ปัญหาภายในเอาให้อยู่ ซึ่งรัฐบาลในอดีตก็มีปัญหาในลักษณะนี้แต่สามารถควบคุมได้ เรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่สำหรับรัฐบาลนี้กลับเป็นปัญหาใหญ่..."

แปลความให้เข้าใจง่ายๆ สภาล่มเพราะ ส.ส.ฝ่ายค้านไม่เข้าประชุม แต่อยู่ในพื้นที่เพราะจะเลือกตั้งแล้ว ฉะนั้นรัฐบาลต้องรับผิดชอบกันเอาเอง

แล้วเป็น ส.ส.ทำแมวอะไรกัน

ถ้าบอกว่าในอดีตก็เป็นแบบนี้ น่าจะพูดให้ชัดว่าอดีตเมื่อไหร่

กรณียุบสภา ไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้หรอกครับ เพราะไม่มีใครรู้ล่วงหน้า

มันจะมีก็เฉพาะกรณีรัฐบาลบริหารประเทศใกล้จะครบเทอม

ก็ยุครัฐบาลทักษิณก่อนการเลือกตั้งปี ๒๕๔๘

แต่สถิติปี ๒๕๔๘ สภามันไม่ได้ล่มบ่อยแบบนี้ เพราะยุคนั้นมันยุคเผด็จการรัฐสภา นายกฯ ชี้นิ้วสั่งเอาได้

เพิ่งจะมียุคนี้ครับที่ฝ่ายค้านไม่สนใจประชุมสภาแล้ว  ทั้งๆ ที่ยังอยู่ในสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร กว่าสภาจะหมดวาระก็ปลายเดือนมีนาคมปีหน้า

ข้ออ้างของ "สุทิน คลังแสง" ดูมักง่ายไปหน่อย

การโยนภาระให้รัฐบาลเป็นผู้รับผิดชอบองค์ประชุมสภาเพียงฝ่ายเดียว เจตนาคือบีบให้นายกฯ ยุบสภา เพราะพรรคเพื่อไทยคิดว่าตัวเองพร้อมแล้วที่จะไปสู่สนามเลือกตั้ง

ฝันว่าสามารถสร้างปรากฏการณ์แลนด์สไลด์ และกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งได้

จะทำได้หรือไม่อยู่ที่ประชาชน แต่กว่าจะไปถึงจุดนั้นได้ ต้องเอาชนะ หมาก ๓ ปอ. ให้ได้ก่อน

ใครที่คิดว่า ๓ ปอ. แตกกันแล้วแน่นอน ต้องไปล้างเมโมรีใหม่

ไม่แตกครับ แค่อยู่ระหว่างรอยต่อ ๓ ปอ.ซีซัน ๒ กับ  ๓ ปอซีซัน ๓

๓ ปอ.ซีซันแรก คือ รัฐบาล คสช.

ซีซัน ๒ คือรัฐบาลประยุทธ์หลังการเลือกตั้งปี ๒๕๖๒  จนถึงปัจจุบัน

และ ๓ ปอ.ซีซัน ๓ กำหนดฉายเร็วๆ นี้

ตอนนี้่เริ่มปล่อยหนังตัวอย่างออกมาแล้ว และศูนย์กลางอำนาจยังอยู่ที่ ๓ ปอ.

พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ คือพล็อตเรื่องใหม่ ที่ถูกเขียนขึ้นหลังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีนายกฯ ๘ ปี  

โอกาสการเป็นนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา ได้แค่ปี ๒๕๖๘

หากจะเป็นนายกฯ อีกครั้งหลังเลือกตั้งก็จะเป็นได้แค่  ๒ ปี กับระยะเวลาในตำแหน่งนายกฯ รักษาการอีกนิดหน่อย

ฉะนั้นจะใช้พล็อตเรื่องเดิมเหมือนเลือกตั้งปี ๒๕๖๒  ไม่ได้

ต้องมีการถ่ายเท

การตั้งพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมาพรรคหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้จำนวน ส.ส.เข้าสภาเป็นกอบเป็นกำ

พรรคพลังประชารัฐคือหนึ่งในพรรคการเมืองใหม่ที่ประสบความสำเร็จ แต่ความสำเร็จต้องกลืนเลือดกันพอสมควร เพราะต้องดึง ส.ส.จากระบอบทักษิณร่วมชายคา 

หรือในอดีตพรรคไทยรักไทยก็เป็นพรรคการเมืองใหม่ที่ประสบความสำเร็จ ด้วยการดูด ส.ส.ยกพรรคการเมือง

ฉะนั้นนี่คือโมเดลการตั้งพรรคใหม่ให้ประสบความสำเร็จ

รวมไทยสร้างชาติกำลังจะเดินตามรอยเช่นกัน แต่เป็นหมากที่ต่างออกไป

แยกกันเดิน ร่วมกันตี คือหมากที่ ๓ ปอ.กำลังเดิน

ที่ชัดเจนตอนนี้คือ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเดินออกจากพลังประชารัฐ เพราะถ้ายังอยู่ คงยืนยันไปแล้วว่า ไม่ไปไหน

แต่วันนี้คำตอบที่ได้รับคือ "เมื่อถึงเวลาแล้วจะพูดเอง”

ก็แสดงว่า ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลา

เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ และเขียนถึงไปหลายครั้งว่า ที่  "ลุงตู่" ไม่ประกาศตัวชัดเจนว่า จะย้ายไปพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็เพราะยังคงเป็นนายกรัฐมนตรีที่เสนอชื่อโดยพรรคพลังประชารัฐอยู่

นอกจากเป็นเรื่องมารยาททางการเมืองแล้ว ยังป้องกันไม่ให้เกิดคลื่นใต้น้ำจนกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลด้วย

ฉะนั้นเงื่อนเวลาที่ "ลุงตู่" สามารถประกาศตัวได้มี ๒  กรณีเท่านั้น

หลังยุบสภา

หลังสภาอยู่ครบเทอม

หมาก ๓ ปอ. พลังประชารัฐต้องรักษาจำนวนเก้าอี้ ส.ส.ให้ได้เท่าเดิม คือ ๑๐๐ ที่นั่งขึ้นไป

มีการถ่ายเท ส.ส.บางส่วนไปพรรครวมไทยสร้างชาติ  ส่วนกลุ่มธรรมนัสก็กลับพลังประชารัฐ เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการมุ้งการเมืองต่างๆ

แต่การชูตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี อาจไม่ใช่ "ลุงตู่"

จะเป็น "ลุงป้อม" หรือ "บิ๊กแป๊ะ" พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) หรือบุคคลอื่นที่ยังไม่เปิดเผยชื่อ และอยู่ระหว่างการทาบทาม  คงต้องรอการพูดคุยหลังจากนี้

ขีดเส้นใต้สิบเส้นว่าซีซัน ๓ นี้ ๓ ปอ. ยังเป็นจุดศูนย์รวมของ พรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติ

ซีซันใหม่แต่จะสร้างตำนานบทเดิม พรรคลำดับ ๒ คือพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

มีการพูดถึงความไม่พอใจของกลุ่ม สามมิตร ต่อการหวนกลับของกลุ่มธรรมนัส ถึงขนาด "สมศักดิ์ เทพสุทิน"  ต้องล้างเมโมรี

ก็เป็นชั้นเชิงการเมือง

ในแง่ของการจัดวางตัวผู้สมัคร ส.ส. กลุ่มธรรมนัส ไม่ทับพื้นที่กลุ่มสามมิตร ฉะนั้นไม่ใช่ความขัดแย้งที่พร้อมจะแตกหัก

การหวนกลับของกลุ่มธรรมนัสนั้น "ลุงป้อม" จึงต้องหยิบยื่นบางอย่างให้กลุ่มสามมิตร 

ใช่ครับมันคือการต่อรอง การเมืองไทยก็เป็นแบบนี้

ฉะนั้นการบริหารผลประโยชน์ภายในพรรคพลังประชารัฐหลังจากนี้จึงแตกต่างจาก ๓ ปอ.ซีซัน ๒ ไปพอสมควร

แต่อาจคล่องตัวกว่าเดิมจากการจัดระเบียบใหม่ กลุ่มที่สนับสนุน "ลุงตู่" ไปอยู่ด้วยกันที่พรรครวมไทยสร้างชาติ

คล้ายๆ กับยุทธศาสตร์แตกแบงก์พัน แต่เกิดจากเงื่อนไขที่แตกต่างออกไป

สุดท้ายแล้วหลังเลือกตั้ง การจับขั้วตั้งรัฐบาล หนีไม่พ้นต้องจับมือกัน

เพื่อสร้าง ๓ ปอ.ซีซัน ๓.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถอยจากความตาย

เมื่อวานกับวันนี้ไม่เหมือนกันจริงๆ "เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์" มีวุฒิภาวะมากขึ้น

หลอกใช้เด็ก

เดี๋ยวๆๆๆ เอาให้แน่เรื่องมันเริ่มมายังไง ค่อยๆ เรียงลำดับอะไรมาก่อนหลัง ไม่งั้นถูกหลอกกันทั้งเมือง

แดงตะลึง! ทั้งแผ่นดิน

อย่าเพิ่งเบื่อซะก่อนนะครับ.... เรื่องของ "จตุพร" กับ "ทักษิณ" ยังมีอีกหลายตอน คร่าวๆ คงจะลากยาวถึงการเลือกตั้ง

โหมโรงลิเกการเมือง

อย่ากะพริบตา... เมื่อคืนวันเสาร์ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ กฎหมายสำคัญ ๒ ฉบับคือ