'พัลลภ' พัน 'ทักษิณ'

กลายเป็นหนังคนละม้วนไปซะงั้น

วานซืน พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี บอกว่า

 “ผมก็โทรศัพท์ไปหาหมอชลน่านในฐานะที่เขาเป็นหัวหน้าพรรค และเคยมีบุญคุณกันมา ผมเคยช่วยชีวิตเขาจากพวกผู้มีอิทธิพลในจังหวัดน่านจะเก็บเขา ผมก็ชวนลูกน้อง ๓-๔ คนไปช่วย ไปเคลียร์ให้จนจบ หลังจากนั้นเขาก็ได้เป็น ส.ส.ยกทีม ทำให้ตอนแรกถามเหตุผลเรื่องปลดเขาก็อึกอัก ไม่ยอมบอก แต่ตอนหลังก็คาดคั้นไป เขาถึงบอกว่าทักษิณให้ปลดออก แต่ถามว่าผมทำผิดเรื่องอะไรเขาก็ไม่ตอบ“

วานนี้ ชลน่าน ศรีแก้ว พูดอีกอย่าง

"...การกล่าวอ้างว่ามีการพูดคุยทางโทรศัพท์กับผม โดยระบุถึงบุคคลภายนอกมาสั่งการให้ปลดจากการเป็นสมาชิกพรรคนั้น ข้อเท็จจริงทั้งหมดได้ยืนยันแล้วว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ดังนั้นการจะไปอ้างถึงคนแดนไกลหรือบุคคลภายนอกมาสั่งปลดจึงเป็นไปไม่ได้..."

ต้องมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดกล่าวเท็จ!

พะยี่ห้อ "พัลลภ" บันทึกการสนทนาไว้หรือเปล่าก็ไม่รู้

ถ้าไม่

งานนี้กำตดครับ

แต่เอาจริงๆ "หมอชลน่าน" เป็นหุ่นเชิดทักษิณนั่นแหละครับ

เหมือน สมัคร สุนทรเวช, ยงยุทธ วิชัยดิษฐ, สมพงษ์  อมรวิวัฒน์ ที่ไม่ได้มีอำนาจตัดสินใจทางการเมืองอยู่ในมือจริงๆ

ยังต้องรอสัญญาณจากดูไบ

ที่จริงพิสูจน์ได้ไม่ยาก เพราะทุกครั้งที่มีปัญหาความขัดแย้งในพรรคเพื่อไทย แต่ละก๊วนก็ยกพวกไปดูไบ ให้นายใหญ่ตัดสิน

ลองถาม "เจ๊หน่อย" ดูซิครับ ขนาดบินไปถึงดูไบ สุดท้ายต้องเก็บข้าวของ ออกไปตั้งพรรคไทยสร้างไทย

ว่ากันว่า การตัดสินใจที่ดูไบถือเป็นคำสั่งเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ผูกพันลูกพรรคทุกคน ไม่มีใครละเมิดได้ 

มีคำชี้แจงของ "หมอชลน่าน" อยู่ข้อหนึ่ง ฟังแล้วรู้สึกตงิดๆ

คือที่บอกว่า...

"...พล.อ.พัลลภ อ้างว่าได้ช่วยเหลือดูแลผมมาตลอดนั้น ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง โดยเฉพาะในการเลือกตั้ง ปี ๒๕๖๒ ก็ได้รับความเมตตาจากท่าน..."

ทำให้นึกถึงสมัยที่ พล.อ.พัลลภ ทำงานเลือกตั้งให้ "บิ๊กจิ๋ว" ในพรรคความหวังใหม่

ไม่มีใครถนัดงานใต้ดินเท่า พล.อ.พัลลภ

แต่ พล.อ.พัลลภ จะช่วย หมอชลน่าน แบบไหนนั้น ไม่ทราบ

รู้แต่ว่า นึกถึง พล.อ.พัลลภ ให้นึกถึงงานใต้ดิน

ส่วน "ทักษิณ" ก็ตามฟอร์ม งานนี้ต้องปัดให้พ้นตัว

เพราะเดิมพันคือยุบพรรคเพื่อไทย

"ทักษิณ" ยืนยันว่า ที่ผ่านมาไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการทำกิจกรรมของพรรคเพื่อไทย เพียงแต่พูดคุยกันในฐานะคุ้นเคยรู้จักในเรื่องทั่วๆ ไป ถ้าจริงก็หมาออกลูกเป็นลิง

พฤติกรรมของ "ทักษิณ" ไม่ได้เป็นแบบนั้น

เอาแค่เรื่องจับยัด "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" เป็นนายกรัฐมนตรี มันก็ประจานให้เห็นแล้วว่า อำนาจการตัดสินใจที่แท้จริงของพรรคเพื่อไทยอยู่ที่ใคร

หรือเอา "แพทองธาร ชินวัตร" มาเป็นประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย นั่งจ่อเอาไว้เพื่อส่งรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย

ถามหน่อยใครจะกล้าทำ

ถ้า "ทักษิณ" ไม่สั่ง

หรือแม้กระทั่ง สำนักงานใหญ่พรรคเพื่อไทย เลขที่  ๑๗๗๐ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ อาคารโอเอไอ ทาวเวอร์ เป็นของใครไม่ทราบ

แต่บริษัทตระกูล "โอเอไอ" คืออาณาจักรของ "แพทองธาร ชินวัตร"

โดยหากดูจากบริบทแวดล้อมทั้งหมด พรรคเพื่อไทยคือพรรค ของตระกูลชินวัตร

ตระกูลชินวัตร ใครใหญ่ล่ะ

โอ๊ค พานทองแท้ เหรอ

ทุกอย่างมีคำตอบในตัวหมด

ฉะนั้นเลิกโกหกเถอะครับว่า "ทักษิณ" ไม่ได้แทรกแซง

แค่รอหลักฐานยืนยัน

กรณี "พล.อ.พัลลภ" อาจจะจบแบบไม่มีอะไร เพราะเจ้าตัวไม่ประสงค์ถึงขั้นยุบเพื่อไทย

เป็นเรื่องของคนแก่ขี้น้อยใจ มันก็เท่านั้น

มันก็เหมือนกรณี "พล.อ.พัลลภ" ทำงานใต้ดินให้  "ทักษิณ" นั่นแหละครับ ถ้าวงในไม่พูด คนนอกก็ไม่รู้

สุดท้ายมันอาจอยู่ที่ผลประโยชน์ ถ้า วิน-วิน ทุกคนก็เงียบ

นี่แหละครับ นักการเมือง

ไปฟังคุณหมอพูดกันบ้างดีกว่า อย่างน้อยก็ได้ประโยชน์กับชีวิตประชาชนมากกว่า

"คุณหมอมนูญ ลีเชวงวงศ์" แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ให้ความรู้ผ่านเฟซบุ๊ก หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC น่าสนใจครับ

"....ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-๑๙ ระลอกใหม่ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ ๒ ปี หลังวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่นี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะก้าวกระโดดหลายหมื่นคนแต่ละวันในไม่ช้า แต่คนไทยไม่ต้องตื่นตระหนกตกใจมากเกินไป

เชื้อไวรัสโควิด-๑๙ กลายพันธุ์โอมิครอน มีวิวัฒนาการเปลี่ยนไปจากเดิมมาก ปรับตัวเองให้เข้ากับคนได้ดียิ่งขึ้น แพร่จากคนสู่คนง่ายขึ้น ลดระยะฟักตัว และเปลี่ยนจากการก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจอักเสบทั้งส่วนบนและส่วนล่างรุนแรงเฉียบพลัน กลายเป็นเชื้อโคโรนาไวรัสที่ทำให้เกิดหวัดเล็กธรรมดา ไม่รุนแรง เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน ไม่ค่อยลงปอด เหมือนกับเชื้อโคโรนาไวรัสที่เรารู้จักมานานอย่างน้อย ๕๐ ปีแล้ว ได้แก่ human coronavirus-229 E,  human coronavirus-NL63, human coronavirus-OC43 และ  human coronavirus-HKU1

เชื้อโคโรนาไวรัสดั้งเดิม ๔ ชนิดนี้ก่อให้เกิดโรคหวัดธรรมดาในเด็ก เป็นเองหายเอง ส่วนผู้ใหญ่มักไม่ติดเชื้อนี้ เพราะมีภูมิต้านทานตามธรรมชาติเนื่องจากเกือบทุกคนเคยติดเชื้อนี้มาแล้วสมัยเป็นเด็ก ถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีวัคซีนป้องกันเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ดั้งเดิม

หลังการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนครั้งใหญ่นี้ เชื่อว่าทุกคนไม่ว่าจะเคยฉีดวัคซีน หรือเคยติดเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ สายพันธุ์เดิมมาก่อน จะได้รับเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนไม่ช้าก็เร็ว เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ หวังว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ คงจะจบลงสักที

อนาคตเราคงไม่ต้องมาฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็ม ๓ เข็ม ๔  กันอีก เพราะเราทุกคนได้รับเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนเปรียบเสมือนวัคซีนธรรมชาติชนิดตัวเป็นอ่อนฤทธิ์ (live attenuated  vaccine) กระตุ้นภูมิต้านทานได้ดีกว่าวัคซีนทุกชนิดที่มีในปัจจุบัน อนาคตของบริษัทผลิตวัคซีนต่อต้านไวรัสโควิด-๑๙ คงไม่รุ่งเหมือนช่วงที่ผ่านมา...."

อ่านจบสบายใจขึ้นเยอะครับ 

ป่วยแล้วสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้จริง คงต้องยอม

แต่ก็มีนักไวรัสวิทยาแย้งว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ทำไมไม่เร่งแยกเชื้อโอมิครอนมาฉีดให้ประชาชน ถ้าวัคซีนธรรมชาติตัวนั้นยังคงทำให้คนเสียชีวิตได้ เข้า ICU ได้ และที่สำคัญมีอาการ Long COVID ได้ ไม่นิยามสิ่งนั้นว่าวัคซีน

ชาวบ้านตาดำๆ อย่างเราฟังไปงงไป แต่อยากให้เสพข่าวสารจากหลายๆ ทาง

อเมริกา ยุโรปบางประเทศ เช่น ฝรั่งเศสเริ่มปล่อยให้ติด           

ออสเตรเลียเดินหน้าแผนเปิดประเทศขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลังมีความชัดเจนว่า โอมิครอน เป็นสายพันธุ์ที่มีความรุนแรงน้อยกว่าเดิม

แม้จะมีตัวเลขการติดเชื้อและเข้าโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นอยู่ในขณะนี้

ผลการศึกษาล่าสุดจากแอฟริกาใต้แสดงให้เห็นว่า คนที่ได้ติดเชื้อ โอมิครอน แล้วจะมีภูมิคุ้มกันต่อเดลตาในระดับสูงมาก

ถือเป็นข่าวดีเพราะเดลตามีความรุนแรงของเชื้อมากกว่าหลายเท่าตัว

ซึ่งแน่นอนว่าถ้าโอมิครอนยึดโลกได้สำเร็จ มนุษย์จะปลอดภัยขึ้น

อย่างน้อยก็ปลอดภัยกว่ามีนักการเมืองเลวเป็นไหนๆ.             

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เขา' มาแล้ว

วานนี้ (๒๒ พฤษภาคม) ครบรอบ ๘ ปีรัฐประหาร และยังเป็นวันเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในรอบ ๙ ปี

การเมืองเรื่องน่ากลัว

ดูเหมือนไม่มีอะไร มีข่าวเล็กๆ อยู่ชิ้นหนึ่งถ้าอ่านผ่านๆ มันก็แค่ข่าวนักการเมืองคนหนึ่งแสดงความเห็นถึงอนาคตทางการเมืองของตัวเอง

หลอนรัฐประหาร

จะไปกันใหญ่ ดีเบตผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หลายๆ เวทีฟังดูแล้ว