'อยู่ให้เป็น' จากโอมิครอน

ไม่ต้องตกใจ

ยังไม่มีการล็อกดาวน์นะครับ

ธุรกิจต่างๆ ยังคงดำเนินต่อไปได้

แต่บางธุรกิจต้องมีการควบคุมเข้มข้นขึ้น เพื่อไม่ให้การระบาดไปเร็วเกินกว่าที่ระบบสาธารณสุขจะรองรับได้            

สรุปมติที่ประชุม ศบค.วานนี้ (๗ มกราคม) เห็นชอบการปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ ๙  มกราคม ๒๕๖๕ เป็นต้นไป ดังนี้

๑.พื้นที่ควบคุมสูงสุด และเข้มงวด ๐ จังหวัด พื้นที่ควบคุมสูงสุด ๐ จังหวัด พื้นที่ควบคุม ๖๙ จังหวัด     

๒.พื้นที่เฝ้าระวังสูง ๐ จังหวัด พื้นที่เฝ้าระวัง ๐ จังหวัด และพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว ๘ จังหวัด

๓.ขยายระยะเวลา WFH (Work From Home) ออกไปถึงวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๕   ทั้งนี้ ต้องไม่กระทบต่อบริการประชาชนและการดำเนินงานขององค์กร

๔.การปรับมาตรการป้องกันโรคโควิด-๑๙ สำหรับสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์คาราโอเกะ ให้เปิดในรูปแบบร้านอาหาร โดยต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กทม. ก่อนวันที่  ๑๕ มกราคม ๒๕๖๕ และเริ่มเปิด ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕

๕.การกำหนดมาตรการป้องกันควบคุมโรคเพิ่มเติมพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว สำหรับการบริโภคสุราในร้านอาหาร  โดยกำหนดเวลาไม่เกิน ๒๑.๐๐ น.

และต้องเป็นร้านอาหารที่ผ่าน SHA+ หรือ Thai Stop  COVID 2 Plus เท่านั้น

อีกมติคือ เห็นชอบการปรับมาตรการป้องกันโรคสำหรับการเดินทางเข้าราชอาณาจักร

๑.ยกเลิกการกำหนดกลุ่มประเทศเสี่ยงในการเข้าราชอาณาจักร คือประเทศในทวีปแอฟริกาทั้งหมด สามารถเข้ามาได้เหมือนประเทศอื่นๆ และตามแนวทางที่กำหนดแต่ละรูปแบบ ตั้งแต่มกราคม ๒๕๖๕

๒.เปิดรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักรในพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว ๓ จังหวัด/พื้นที่ ตั้งแต่ ๑ มกราคม ๒๕๖๕ ได้แก่ สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า) พังงา และกระบี่ (ทั้งจังหวัด) โดยผู้เดินทางรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด

๓.ระงับการลงทะเบียนเข้าราชอาณาจักรในรูปแบบ Test  and Go ออกไปก่อน จะมีการประเมินสถานการณ์และพิจารณาอีกครั้ง ส่วนผู้ที่ได้รับอนุมัติ Test and Go ที่ค้างอยู่ในระบบ ให้สามารถเดินทางเข้ามาได้ภายหลังวันที่ ๑๕  มกราคม ๒๕๖๕

มาตรการทั้งหมดนี้เป็นแค่การชะลอ

ไม่ใช่การเอาชนะ โอมิครอน

นับจากนี้ไปจะไม่มีประเทศไหนเอาชนะโอมิครอนได้ครับ  และคงไม่มีประเทศไหนคิดแบบนั้นอีกแล้ว เนื่องจากเกมโควิดเปลี่ยนแปลงไปเยอะพอสมควร

ฉะนั้นไม่ควรด้อยค่าประเทศตัวเองว่า ไร้ประสิทธิภาพจัดการกับโควิดไม่ได้

ยกตัวอย่างอเมริกา ยุโรป มาเยอะแล้ว ลองหันไปดูออสเตรเลียบ้าง ตัวเลขติดเชื้อรายวันกระโดดไปวันละเฉียดแสนคน 

แต่เสียชีวิตแค่ ๑๒ คน

จากที่เคยติดเชื้อหลักร้อย ตายหลักสิบมาต่อเนื่องยาวนานจากการต่อสู้กับเดลตา 

เวียดนามยิ่งน่ากังวลแทน เพราะเดลตาระบาดช้ากว่าประเทศอื่นๆ วันนี้ติดเชื้อหลักหมื่นกลางๆ จากเดลตาเป็นหลัก และกำลังต้องเผชิญกับ โอมิครอน

จะเห็นหลักหลายหมื่นในเวียดนามอีกไม่กี่วันนี้

ฟิลิปปินส์เป็นอีกประเทศที่ ต่อสู้กับเดลตา หนักหนาสาหัสกว่าไทยเป็นเท่าตัว แต่ก็สงบก่อนไทยเล็กน้อย ก่อนที่จะมาเจอกับ โอมิครอน ผู้ติดเชื้อพุ่งพรวดเฉียด ๒ หมื่นคนต่อวันแล้ว

อินเดียสงบศึกกับเดลตามาหลายเดือน ติดเชื้อรายวันจากหลายแสนเหลือหลักพัน วันนี้ เพราะโอมิครอน ยอดพุ่งเป็นหลักแสนอีกแล้ว

อีกไม่กี่วันก็จะตามๆ กันมาครับ ไม่ว่าจะอินโดนีเซีย  มาเลเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ฯลฯ ไม่มีประเทศไหนรอดจาก โอมิครอน

โดยเฉพาะญี่ปุ่น มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจคือ  ประกาศสถานการณ์กึ่งฉุกเฉินใน ๓ จังหวัดทางใต้และตะวันตกหลังเกิดการแพร่ระบาดของ โอมิครอน ที่เชื่อมโยงกับฐานทัพทหารสหรัฐฯ

นับเป็นการยกระดับมาตรการคุมเข้มสาธารณะครั้งแรกในรอบ ๔ เดือน

ฉะนั้นถึงเวลาแล้ว เราต้อง "อยู่ให้เป็น" จากโอมิครอน

การตัดสินใจของ ศบค. อ้างอิงข้อมูลจาก WHO ระบุว่าสายพันธุ์โอมิครอน ติดเชื้อได้เร็ว แต่มีความรุนแรงน้อยกว่า ถือว่าถูกต้องแล้ว

ฟังดูเหมือนซ้ำเติมสถานการณ์

แต่การระบาดก่อนอาจดีกว่าระบาดทีหลัง

โดยเฉพาะกับปัญหาเศรษฐกิจ

ประเทศไหนฟื้นก่อนก็ได้เปรียบ

เห็นติดเชื้อกันดุเดือดแบบนี้ ฝั่งอเมริกา ยุโรป น่าจะจบก่อนฝั่งเอเชีย

ขณะนี้ เกมทั้งหมดกลับมาที่วัคซีนกันอีกครั้ง

การเร่งฉีดเข็ม ๓ คืองานที่รัฐบาลต้องทำ และประชาชนเองต้องให้ความร่วมมือ

แต่ที่ไม่ให้ความร่วมมือกับใครเลยดูจะเป็นพรรคก้าวไกล

วันก่อนคุณหมอยง ภู่วรวรรณ โพสต์เฟซบุ๊กเรื่องแมว

..."โบราณว่า ดื้อ เหมือนแมว 

จับหัวจะถอยหลัง 

จับดึงข้างหลัง จะเดินหน้า

ทำตรงข้าม เหมือนแมว"...

ถ้าเป็นคนเรียกว่าขวางโลกคงไม่ผิดนัก           

พรรคก้าวไกลนี่แหละครับ คนอื่นทำผิดไปหมดยกเว้นสิ่งที่ตัวเองคิดเท่านั้นถือว่าถูกต้อง

จากกรณีที่ "สุกิจ อัถโถปกรณ์" ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงไปเมื่อวันที่ ๖ มกราคม ว่า นายหัวชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีคำสั่งให้งดการประชุมสภาเพิ่มเติมจนถึงวันที่ ๑๒-๑๔ มกราคม ด้วยเหตุผลทางสาธารณสุข

พร้อมชี้แจงว่า ได้ติดต่อไปยัง วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อถามแล้วว่า การสั่งงดประชุมดังกล่าวมีผลเสียหายต่อราชการหรือไม่ วิษณุ ตอบว่าไม่มีความเสียหาย จึงมีคำสั่งดังกล่าวออกมานั้น

โดยสรุปคือ เพื่อไม่ให้เกิดคลัสเตอร์สภาจากโอมิครอนนั่นแหละครับ

แต่ "ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์" โฆษกพรรคก้าวไกล ไม่ได้มองเหมือนที่คนอื่นมอง

บอกว่าบุคคลที่ประธานสภาควรถามคือประชาชนผู้เป็นเจ้านายและเจ้าของภาษีที่จ้างเรามาทำงาน ไม่ใช่ไปถามเนติบริกรของรัฐบาล เพื่อหาความชอบธรรมทางเทคนิคกฎหมาย

ความคิดแบบนี้น่าทึ่งจริงๆ

ถ้าประชาชนสำคัญมากอย่างที่พรรคก้าวไกลอ้างจริง  ทำไมพรรคก้าวไกลถึงไม่เคยฟังเสียงประชาชนที่พยายามตะโกนบอกว่า เลิกคิดยกเลิก ม.๑๑๒ เสียที

เรื่องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ การประกันตัวคนจาบจ้วงสถาบันฯ เคยไปถามประชาชนที่จงรักภักดีสถาบันพระมหากษัตริย์หรือไม่

หรือคนกลุ่มนี้ไม่ใช่ประชาชนตามความหมายของพรรคก้าวไกล

โฆษกพรรคก้าวไกล ยังแสดงความไม่พอใจเรื่องงดประชุมสภา อ้างว่าประเทศมีวิกฤตไม่ว่าโอมิครอน หมูแพง   ฝุ่นพิษ จะต้องเปิดสภาเพื่อแก้ปัญหา

ถามจริงเถอะ สภาเคยแก้ปัญหานี้ได้จริงหรือ?

เท่าที่เห็น เปิดให้ด่ากันมันปาก  แล้วไปโพสต์ในโซเชียล อวดอ้างเป็นผลงาน กองเชียร์ก็ยกก้นกันสนุก เก่งมาก อยากให้เป็นรัฐบาล

ก่อนปีใหม่ ก้าวไกล ไม่ใช่หรือที่เอาอกเอาใจธุรกิจ ผับ-บาร์ ด่ารัฐบาลบริหารไม่เป็น ไม่ยอมให้เปิดเสียที หมดหวังแล้ว เศรษฐกิจพังย่อยยับ

ลองนึกภาพดูถ้าก้าวไกลเป็นรัฐบาล

ตอนนี้ระบบสาธารณสุขของประเทศคงเกินคำว่าพัง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เขา' มาแล้ว

วานนี้ (๒๒ พฤษภาคม) ครบรอบ ๘ ปีรัฐประหาร และยังเป็นวันเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในรอบ ๙ ปี

การเมืองเรื่องน่ากลัว

ดูเหมือนไม่มีอะไร มีข่าวเล็กๆ อยู่ชิ้นหนึ่งถ้าอ่านผ่านๆ มันก็แค่ข่าวนักการเมืองคนหนึ่งแสดงความเห็นถึงอนาคตทางการเมืองของตัวเอง

หลอนรัฐประหาร

จะไปกันใหญ่ ดีเบตผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หลายๆ เวทีฟังดูแล้ว