หมูกัด 'ประชาธิปัตย์'

นี่ล่ะน้าาาาา...ประชาธิปัตย์!

"งานผักชี-ตีปี๊บ รีบออกหน้า งานมีปัญหา หน้าไม่เห็น"

ไม่เห็นทั้ง...

"นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์" รัฐมนตรีพาณิชย์ ทั้ง "นายเฉลิมชัย  ศรีอ่อน" รัฐมนตรีเกษตรฯ

ในขณะที่ชาวบ้าน-ชาวเมืองด่ากันอึงมี่ เรื่องเนื้อหมูขึ้นราคา เป็นมหากาพย์ต่อเนื่องไปถึงไก่ ทั้งเนื้อ-ทั้งไข่ ลามไปถึงผักหญ้า ค่ารถ-ค่าเรือ

เรียกว่าสารพัดสินค้า เป็น "มหกรรมขึ้นราคา" ตามเงินเฟ้อ รับเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย ถอนสภาพคล่องออกจากระบบ นับจากเดือนมีนานี้เป็นต้นไป

แล้วใครล่ะ ที่จะต้องรับอิฐ รับเกี๊ยะชาวบ้านที่ปลิวว่อน

ก็ "นายกฯ ประยุทธ์" หนึ่งเดียวคนนี้ นั่นแหละ!

วัฏจักร "สินค้าเกษตรฯ" นั้น มี ๒ อย่าง คือ "ขึ้น" กับ "ลง"

เมื่อมีมากกว่าคนต้องการ ราคาก็ลง คนกินชอบ แต่คนเลี้ยงจะโวยว่าขาดทุน ให้รัฐบาลแก้

เมื่อมีน้อยกว่าคนต้องการ ราคาก็ขึ้น คนกินโวยรัฐบาลว่าของแพง ให้แก้ปัญหา ส่วนคนเลี้ยงชอบ ได้กำไร

หลักใหญ่มันก็แค่นี้......

ส่วนจะแก้ให้ถูกใจทั้งคนกิน-คนเลี้ยง มันอยู่ที่บริบทของปัญหา ขึ้นอยู่กับ "กึ๋น" ผู้บริหารกระทรวงจะไปจัดการ

ประเด็นสำคัญ คือ

มีปัญหาปุ๊บ เจ้ากระทรวงต้องยืดอกออกมาเผชิญหน้า "ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบแต่ผู้เดียว" ให้ชาวบ้านระบายอารมณ์ใส่ก่อนเลย

และต้องบอกสมุฏฐานปัญหาให้ได้-ให้ชัด อย่างหมูแพง ปัญหามันมาจากไหน เมื่อรู้ต้นตอปัญหา จะแก้แบบไหน?

เป็น "จำเลยอารมณ์" ให้ชาวบ้านระบายจนคลายเครียดแล้ว ใจเขาก็จะเปิด ทีนี้มีวิธีแก้เฉพาะหน้า ในระยะสั้น-ระยะยาว จะทำยังไง ก็บอกชาวบ้านเขาไปซี

อย่างนี้ ก็พอทน-พออาศัย....

แพงไป-ด่าไป ทนซื้อ-ทนกิน กันไป เดี๋ยวก็มีปัญหา "ต้องด่า-ต้องแก้" หมุนเวียนมาให้ด่า-ให้แก้กันใหม่อีก

แต่ทีนี้ เจ้ากระทรวงที่ปกติ "แถลงจ้อ" ข่าวเป็นผลงานประจำ พอมีปัญหาในงานจริงๆ กลับ "หาไม่เห็น"

พาณิชย์ ก็มีแค่ "อธิบดีกรมการค้าภายใน" ออกมารับหน้าตามสูตร  เกษตรฯ ก็ "อธิบดีกรมปศุสัตว์" มาแถลงงานตามกรอบหน้าที่

อย่างนี้ จะไม่ให้สื่อและฝ่ายแค้นร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าบังสุกุลรัฐบาลเป็นรายวันได้ไง!

มันก็ต้องไปลงที่นายกฯ ตามฟอร์มนั่นแหละ

พูดไปกระไรมี.......

หมูแพง เหตุจากโรคระบาดตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่เกษตรฯ เอ้อระเหยลอยชาย นั่นส่วนหนึ่ง

"การเมือง" เรื่องมุ่งล้มรัฐบาล ฉวยโอกาส "กระแทกผสม" อีกส่วนหนึ่ง

คุณจุรินทร์นอกจากเป็นรัฐมนตรีพาณิชย์แล้ว ยังเป็นผู้กำกับดูแลงานกระทรวงเกษตรฯ ที่เลขาพรรคท่าน คือนายเฉลิมชัย เป็นรัฐมนตรีเกษตรฯ ด้วย

เรียกว่างานนี้โบ้ยใครไม่ได้เลย!

เกษตรฯ ผู้ผลิต-พาณิชย์ ผู้ขาย รายการนี้ เลิกปิดทองหลังพระได้แล้ว มาปิดหน้าพระให้ชาวบ้านเขาดูเถอะ

จะได้เห็นของจริงว่า "ปิดเป็นมั้ย"?

เพราะได้ยินแต่ราคาคุยจนขี้หูแข็งเป็นแผ่นลองเพลย์แล้ว!

ก็รู้นี่ ว่าวงจรผู้เลี้ยง-ผู้ค้าหมู หมอโรคหมูผู้ตรวจตรา รวมทั้งกลไกสอดแทรกราคาตลาดเฉพาะหน้า-เฉพาะกิจ เพื่อ "พาณิชย์จิตวิทยา" คือแบบไหน ใครบ้างที่จะมานั่งโต๊ะพูดจาตกลงกัน

รีบๆ ทำซะ........

แล้วเจ้ากระทรวงทั้ง ๒ รีบเอาหน้าออกมารับเกี๊ยะ รับก้อนอิฐซะ  เชื้อปะทะจะได้คลาย

การสุมฟืน-สุมไฟ จากสื่อแนวขยาย จะได้เบนไปเรื่องใหม่ๆ มาให้หายเอียนกันบ้าง

ชอบมีอำนาจควบคุมกันนัก แต่พอมีปัญหา ไหนล่ะ...อำนาจนั้น?

คนจะเป็นกัปตันเครื่องบินน่ะ เขาไม่ได้วัดจากรูปถ่ายแอกชันหน้าแป้นมาอวด แต่เขาวัดตอน เอาเครื่องขึ้น-เครื่องลงตะหาก

นี่ถ้านายกฯ เข้าไปเอาเครื่องลง คำที่ต้องตามมาแน่คือ

นายกฯ "ล้วงลูก"!

แต่บางที "ล้วง" จำเป็นกว่าปล่อยกระแทกรันเวย์ตายทั้งลำ

นี่ก็ยังดีนะ ที่ "กระทรวงพลังงาน" นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดฯ ในฐานะ "ประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.)" แถลงเย็นวาน (๑๑ ม.ค.)

ให้ตรึงราคา "ก๊าซหุงต้ม" ไว้ที่ ๓๑๘ บาทต่อถัง ๑๕ กิโลกรัม ไปจนถึงวันที่ ๓๑ มีนา ๖๕

ไม่งั้นละก็ ชาวบ้านยิ่งโกรธควันออกหูอยู่ด้วย คงได้ฌาปนกิจรัฐบาลกันแน่!

ระยะนี้ หน้าหนาว แต่กลับร้อนปรอทแตก หลายเรื่อง-หลายราวประดัง-ประเด บรรยากาศบ้านเมืองกำลังจะเข้าที่ พอจะทำมาหากินกันได้

อ้าว..."โอมิครอน" มาซะอีกแล้ว!

ที่จะดี กลับด๋อยไปอีก รมณ์เสีย แล้วปีเสือ พี่หมูดันมาแพงกิโลละ  ๒๕๐ เข้าไปอีก ชาวบ้าน ร้านค้า-ร้านขาย + สื่อ โวยระดับ ๙ ริกเตอร์

ตึกราม บ้านช่องทั่วไป ไม่สั่นไหวเท่าไหร่หรอก

แต่เฉพาะที่ "ทำเนียบ" แทบถล่ม!

พูดถึงโรคระบาด ถึงตอนนี้ ไม่ได้ยินเสียงบ่นซักแอะ ว่าวัคซีนไม่พอ วัคซีนขาดแคลน รัฐบาลไม่มีวัคซีนให้ประชาชนเลือก

ไทยเป็นอันดับต้นๆ ของโลกและอันดับ ๑ ของอาเซียนด้วยซ้ำมั้ง ที่ฉีดเกิน ๑๐๐ ล้านโดส ประชากรกว่า ๗๐% ฉีดกันถ้วนทั่ว ที่ยังไม่ได้ฉีด เพราะไม่มาฉีดเอง

เลยเข็ม ๒ ไปบูสต์เข็ม ๓ กันแล้วหลายล้านคน ผมยังเอากะเขาด้วย ไปจิ้มเข็ม ๓ ที่ Med Park ย่านคลองเตย จะเอายี่ห้ออะไรล่ะ  ทั้งไฟเซอร์ โมเดอร์นา มีฉลองศรัทธาทุกยี่ห้อ

เขาเพียบพร้อม บริการน่ารัก เป็นระบบ-ระเบียบ เห็นคนเข้าคิวแล้วอดนึกถึงรัฐมนตรีอนุทินเจ้าของวาทะ "มีให้ฉีดเต็มสองแขน" ไม่ได้

จริงของท่านครับ!

ยอมรับ เรื่องวัคซีน-เรื่องไวรัสโควิดระบาด การสาธารณสุขภายใต้การบริหารของท่าน "เอาอยู่" สมราคาคุย

การดูรายงานโควิดประจำวันนั้น อยากจะบอกว่า ถึงตอนนี้ ไม่ต้องไปเน้นดูว่า วันนี้มีคนติดเท่าไหร่แล้วล่ะ

ให้ดูว่าวันนี้ มีคน "เสียชีวิต" เท่าไหร่ เป็นเกณฑ์จะถูกต้องกว่า!

คือ ตอนนี้ ยอดติดใหม่รายวัน จะขึ้นไปเป็นหมื่น ก็ไม่ต้องตกใจ ต่อให้ ๒ หมื่น ๓ หมื่น ก็ช่างมัน

ขอให้ "ยอดตาย" อย่าขึ้นก็แล้วกัน

ให้อยู่ระดับ ไม่เกิน ๒๐ คนต่อวัน คงที่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ ถึงเมษา คนไทย "ปลดกำไล EM" โควิดออกไปจากชีวิตประจำวันได้เลย!

ยิ่งฉีด ๒ เข็มทั่วหน้ากันแล้ว พัฒนาเข้าเข็มที่ ๓ ที่ ๔ พรึ่บพรั่บแบบนี้ด้วยแล้ว โอมิครอนก็คือ "มิตรคู่เรือน-เพื่อนคู่กาย"

ไม่ต่างหวัดยุคใหม่ "เป็นได้-หายได้" ไม่ตายแล!

แปลงความกลัวเป็น "ความไม่ประมาท" แค่สวมแมสก์ก็ตะแล้ดแต๊ดแต๋ไปได้สบายๆ ทุกที่

"ลุงยง" หรือสาธารณสุขไม่ได้บอก แต่ผมบอกเอง!

นี่เป็นตัวอย่างเปรียบเทียบ "ความรับผิดชอบ" ของผู้บริหารที่เห็นชัด

ตลอด ๒ ปีกว่า นายอนุทิน ในฐานะรัฐมนตรีสาธารณสุข "นางทาส" ว่ารองรับร้อยอารมณ์คุณหลวงสุดโหดแล้ว รัฐมนตรีอนุทินตอนขาดแคลนวัคซีน ยังโดนหนักกว่า! แต่ท่าน "เผชิญหน้า-เผชิญปัญหา" ชาวบ้านกระแทกมาบ้าง รัฐมนตรีอนุทินกระแทกกลับบ้าง ตามประสา "เครียดกันทุกฝ่าย"

ลงท้ายสาธารณสุขของคุณอนุทินชนะ มาช้า แต่มาชัวร์ ก่อนสิ้นปี  ๒๕๖๔ คนไทยต้องได้ฉีดครบ ๑๐๐ ล้านโดส

ก็ครบจริงๆ "เสี่ยหนูทำได้" ตามสัญญา!

นี่ก็ "วาระจร" ของปัญหา จากภูมิใจไทย เวียนมาถึงประชาธิปัตย์ เรื่องหมูเป็นโรค ทำให้หมูแพง สารพัดสินค้าขึ้นราคาพรึ่บพรั่บ

เป็นโอกาสโชว์ "กึ๋น" การบริหารปัญหานะ ไม่ใช่โชว์การหลบปัญหา

การแก้รัฐธรรมนูญเป็น "บัตรเลือกตั้ง ๒ ใบ" ที่ประชาธิปัตย์ภูมิใจน่ะ

นั่นไม่ใช่ผลงานเพื่อ "ปากท้อง" ชาวบ้านอย่างที่เข้าใจหรอก จะบอกให้!

คนปลายซอย