
27 ส.ค.2567 – สถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยา วันนี้ เมื่อเวลา 06.00 น. ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C.2 จ.นครสวรรค์ มีปริมาณ 1,166 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 105 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ที่ อ.เมืองชัยนาท มีปริมาณ 1,163 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 41 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำเหนือเขื่อนสูงขึ้นจากเมื่อวาน 41 เซนติเมตร อยู่ที่ระดับ 16.54 เมตร(รทก) น้ำระบายท้ายเขื่อนเจ้าพระยา 898 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 198 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำท้ายเขื่อน ที่ อ.สรรพยา สูงขึ้นจากเมื่อวาน 89 เซนติเมตร อยู่ที่ระดับ 10.53 เมตร(รทก) ต่ำกว่าตลิ่ง 5.81 เมตร(รทก)
นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน ออกหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 5/2567 ลงวันที่ 26 สิงหาคม 2567 ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด 11 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา ได้แก่ จังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร ให้เตรียมรับสถานการณ์น้ำ และประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัท ห้างร้าน ที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา และประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
เนื่องจากกรมชลประทานคาดการณ์ว่า ใน 1- 7 วันข้างหน้า ในวันที่ 30 สิงหาคม 2567 จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ประมาณ 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขา จะมีประมาณ 300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งทำให้ปริมาณน้ำที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท มีปริมาณ 1,700 ลูกบาศก์เมตรวินาที จึงมีความจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น ในอัตราระหว่าง 900-1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ บริเวณคลองโผงเผง จังหวัดอ่างทอง คลองบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา ตำบลลาดชิด ตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำน้อย) สูงขึ้นจากปัจจุบันอีก 50 เซนติเมตร ไปจนถึง 1.50 เมตร โดยจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชน และหากมีปริมาณน้ำเหนือเพิ่มขึ้นที่จะส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามากกว่า 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะแจ้งให้ทราบต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เสนอทำลายให้สิ้นซาก! สวนปาล์มหมดสัมปทาน 2.3 หมื่นไร่ หักดิบแก๊งนายทุนมาเฟียฮุบผลประโยชน์
สวนปาล์มหมดสัมปทาน 2.3 หมื่นไร่ กว่า 2 แสนต้น ป่าสงวนรับร่อ-สลุย สส.-นายกอบจ.ชุมพร เสนอทำลายทิ้ง ล้างแก๊งสวาปาล์มมาเฟียผลประโยชน์ เร่งบริหารจัดสรรที่ดินทำกินให้ชาวบ้าน ผุด 3 อ่างยักษ์แก้ภัยแล้ง
ปิดฉาก Soft Power แฟชั่นใต้ ‘ศุภมาส’ ดันผ้าไทยสร้างรายได้ชุมชน
”ศุภมาส“ ปิดเวที Soft Power แฟชั่นภาคใต้ ดันผ้าไทยจากชุมชนสู่รันเวย์โลก ชวนคนไทยสวมใส่ผ้าไทยทุกวัน
กล้าธรรมลุยหนองบัวลำภู ‘ยศสิงห์’ ชูบุญบั้งไฟล้านต่อยอดเศรษฐกิจชุมชน
“ยศสิงห์” นำทัพกล้าธรรม ลุย บุญบั้งไฟล้าน หนองบัวลำภู ชู Soft Power ไทยสู่เวทีโลก ย้ำ “ธรรมนัส” ฝากความคิด
ยายวัย 91 ปี เลี้ยงลูกพิการ 4 คน ไม่ผ่านเกณฑ์รับสิทธิบัตรคนจน
ผู้ใหญ่บ้านทุ่งไผ่ อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลคุณยาย 91 ปี เลี้ยงลูกพิการ 4 คน หลังชวดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เหตุเคยมีเงินบริจาคหลักแสน แม้ความจริงถูกใช้จ่ายเกือบหมดแล้ว เร่งส่งข้อมูลอำเภอ พิจารณาช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ตกหล่น
ระทึก! พายุถล่มบ้านพังทั้งหลัง ทับสองตายายติดคาซาก
เกิดพายุกระโชกแรง พร้อมลมหมุนพัดผ่านบ้านเรือนชาวบ้าน ภายในหมู่บ้านบุญเยิง หมู่ที่ 2 ตำบลแสลงพันธุ์ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์
อบอุ่น! มช.รับน้องรถไฟ ผูกพันธ์รุ่นพี่รุ่นน้อง
หนึ่งเดียว มช.จัดประเพณีรับน้องรถไฟ มช. 2569 บรรยากาศสุดอบอุ่นส่งต่อรุ่นต่อรุ่น ท่ามกลางการดูแลรุ่นพี่ศิษย์เก่า - ปัจจุบัน

