สมรภูมิเลือกตั้งซ่อม ชุมพร-สงขลา เดิมพันสูง "ปชป.VSพปชร."

เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายแล้วสำหรับศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ชุมพร เขต 1 และ ส.ส.สงขลา เขต 6 เพราะสัปดาห์นี้คือสัปดาห์สุดท้ายแล้วในการหาเสียง ก่อนจะถึงวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง 16 ม.ค.

จับสัญญาณการเมืองทั้งในส่วนกลางและในพื้นที่เลือกตั้ง เห็นเด่นชัด สัปดาห์สุดท้ายนี้ การหาเสียงคงเข้มข้นดุเดือดแน่นอน อย่างไรก็ตาม ถือเป็นเรื่องดีที่ทางตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงใส่รถหาเสียง พ.ต.อ.ทศพล โชติคุตร์ ผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร พรรคกล้า ได้แล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุเมื่อวันศุกร์ที่ 7 ม.ค. เพราะทำให้คนที่คิดจะทำอะไรนอกลู่นอกทางในช่วงโค้งสุดท้ายการหาเสียงคงต้องล้มเลิกความคิด

สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือ การวางแผนหาเสียงเลือกตั้งเพื่อนำไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งของพรรคการเมืองที่ส่งคนลงเลือกตั้ง โดยเฉพาะพรรคตัวเต็ง ที่มีโอกาสชนะก็คือ 2 พรรครัฐบาล "ประชาธิปัตย์-พลังประชารัฐ" คาดว่าแกนนำทั้ง 2 พรรค คงทิ้งไพ่ใบสุดท้ายลงมาในสัปดาห์นี้

ประมวลสถานการณ์นับจากนี้ได้ว่า กลยุทธ์หลักที่เป็น กลยุทธ์บนดิน ที่ทั้งพลังประชารัฐ (พปชร.) และประชาธิปัตย์ (ปชป.) จะนำมาใช้ในช่วงโค้งสุดท้าย คงไม่พ้นการให้ผู้สมัครและทีมงานหาเสียงต้องลงพื้นที่พบประชาชนให้ครอบคลุมทุกจุดของพื้นที่เลือกตั้ง ควบคู่ไปกับการที่ทั้ง 2 พรรคจะขนทัพใหญ่-แกนนำพรรคลงมาช่วยหาเสียงอย่างพร้อมเพรียงในช่วงสัปดาห์สุดท้ายนี้

ที่ก็มีให้เห็นมาแล้วในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่แกนนำทั้ง พปชร.และ ปชป.ต่างลงมาช่วยหาเสียงอย่างคึกคัก อย่างกรณีของ พปชร. ทางแกนนำพรรคไล่ตั้งแต่ บิ๊กป้อม-พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรค ควงคู่มากับ ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค และแกนนำพรรค-ส.ส.พปชร.อีกหลายสิบคน ที่ไปช่วยหาเสียงและขึ้นเวทีปราศรัยเพื่อขอคะแนนให้กับ เชาวลิตร อาจหาญ ผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร พปชร.ที่เวทีปราศรัยชั่วคราว หน้าสถานีรถไฟสวี อ.สวี เมื่อวันศุกร์ที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา

จุดที่น่าสนใจคือการที่ ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ขึ้นเวทีปราศรัยโดยย้ำว่า "วันนี้มาในนามครอบครัวพลังประชารัฐ จึงไม่สามารถอยู่นิ่งได้ ที่จะต้องมาช่วยขึ้นเวทีปราศรัยช่วยทนายแดง และวันนี้ก็ได้ร่วมประชุมหารือกับพลเอกประวิตร หัวหน้าพรรคแล้ว และมีฉันทามติว่า พรรคพลังประชารัฐจะแพ้ไม่ได้ วันที่ 16 มกราคม หวังว่าทนายแดงจะได้ชัยชนะแน่นอน"

การลงพื้นที่หาเสียงและขึ้นเวทีปราศรัยของธรรมนัส พรหมเผ่า ดังกล่าว ได้รับการพูดถึงทางการเมืองตามมาไม่น้อย

เพราะก่อนหน้านี้ หลายคนแม้แต่คนใน พปชร.มองกันว่า หาก พปชร.แพ้เลือกตั้งซ่อม ไม่ว่าจะเป็นที่ชุมพรและสงขลา จะทำให้สถานะทางการเมืองของธรรมนัสใน พปชร.แข็งแกร่งขึ้น เหตุเพราะ ผอ.เลือกตั้งซ่อมของพรรคที่ชุมพรคือ สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ส่วนที่สงขลาคือ สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ซึ่งทั้ง 2 คนถูกมองว่าเป็นคู่กรณีทางการเมืองกับกลุ่มธรรมนัส จากผลพวงควันหลงศึกล้มนายกฯ ตอนฝ่ายค้านซักฟอกพลเอกประยุทธ์ปีที่แล้ว และเกือบจะแตกหักกันตอนที่รัฐมนตรีของ พปชร.หลายคนจับมือกันหวังโค่นธรรมนัสลงจากเก้าอี้ เลขาธิการพรรค และมีข่าวว่าจะดัน ไม่สุชาติ-ก็สันติ เป็นเลขาธิการพรรคแทน แต่สุดท้ายถูกบิ๊กป้อมขวางเสียก่อน ทว่า การงัดข้อดังกล่าวถูกมองว่าคือรอยแค้นระหว่างกลุ่มธรรมนัสกับกลุ่มของสันติและสุชาติมาตลอด จนมีข่าวว่ามีการเดินเกมภายในแบบซับซ้อนซ่อนเงื่อนภายใน พปชร.ของกลุ่มการเมืองบางปีก เพื่อหวังผลให้ พปชร.แพ้เลือกตั้ง จะได้เป็นการดิสเครดิตการเมือง ทั้งสุชาติและสันติว่านำทัพแพ้เลือกตั้ง จนทำให้ธรรมนัสยังคงมีความสำคัญภายในพรรคต่อไป

ทว่า ประเด็นดังกล่าวถูกแปรค่าใหม่ทางการเมืองทันที หลังหลายคนเห็นท่าทีของธรรมนัสที่ลงมาช่วยหาเสียงแบบแข็งขัน ถึงกับประกาศกลางเวทีปราศรัย พปชร.ว่าแพ้ไม่ได้ จากเดิมที่คนมองว่าธรรมนัสจะเล่นบทลอยตัว ไม่ลงมาช่วยพรรคหาเสียง จึงทำให้เป็นสัญญาณที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง ทั้งกับการเมืองใน พปชร.ที่เริ่มมีกระแสข่าวว่า บิ๊กตู่-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เคลียร์กับกลุ่มธรรมนัสได้แล้วระดับหนึ่ง เหลือแค่หารันเวย์เหมาะๆ เพื่อทำให้การกลับมาคืนดีกันของพลเอกประยุทธ์กับกลุ่มธรรมนัสไม่เสียด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย

ขณะเดียวกัน การที่ธรรมนัสประกาศในฐานะเลขาธิการพรรคว่า เลือกตั้งซ่อมรอบนี้ พปชร.แพ้ไม่ได้ มันก็อาจทำให้ฝ่ายแกนนำพรรค ปชป.สะดุ้งก็ได้ หากธรรมนัสลงมาช่วยนำทัพวางแผนเลือกตั้งซ่อมในช่วงโค้งสุดท้ายแบบเต็มตัว กับบุคลิกกล้าได้กล้าเสีย ก็อาจทำให้ช่วงโค้งสุดท้าย ฝ่าย พปชร.อาจออกอาวุธบางอย่างออกมา จน ปชป.ตั้งรับไม่ทัน เหมือนกับที่ ปชป.เจอมาแล้วตอนเลือกตั้งซ่อมที่นครศรีธรรมราช ซึ่งช่วงแรกการสู้กันระหว่าง ปชป.กับ พปชร.ก็ยังสูสีกันอยู่

ทว่าพอถึงช่วงสัปดาห์สุดท้าย ธรรมนัสลงมาคลุกในพื้นที่เลือกตั้งนครศรีธรรมราชเต็มตัว ที่สูสีกันอยู่ สุดท้าย พปชร.ก็เอาชนะ ปชป.ไปได้ ชนิดธรรมนัสชูมือผู้สมัครรับเลือกตั้งของ พปชร. แบบมั่นใจว่าชนะแน่ หลังเริ่มนับคะแนนไปได้ไม่นานด้วยซ้ำ

จึงน่าสนใจว่า โค้งสุดท้ายสัปดาห์นี้ ทั้ง พปชร.และ ปชป.จะออกอาวุธสู้กันดุเดือดแค่ไหน กับผลการเลือกตั้งที่มีเดิมพันการเมืองที่สูงด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย เพราะศึกนี้ยังมีตัวแปรอีกหลายเงื่อนไข ที่สัปดาห์สุดท้ายนี้ต้องชัดแล้ว

อย่างเช่นที่สงขลา หลายคนกำลังจับตามองว่าสุดท้ายแล้ว ถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา เจ้าของพื้นที่เดิม ที่ตอนนี้ออกจาก ปชป.ไปแล้ว และจะไปอยู่กับพรรคไทยภักดี สุดท้ายแล้วถาวร อดีต ส.ส.สงขลาหลายสมัย จะสนับสนุนใครระหว่าง น้ำหอม-น.ส.สุภาพร กำเนิดผล จากพรรค ปชป. กับ อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ จาก พปชร.-ลูกชายอดีตหัวคะแนนของถาวร

ด้วยเพราะท่าทีและแรงหนุนของ ถาวร ในฐานะเจ้าของพื้นที่เดิม ที่มีคะแนนจัดตั้งของตัวเองอยู่ในมือไม่น้อย ทำให้หากฝั่งถาวรไปช่วยฝั่งไหน ฝั่งนั้นก็มีโอกาสจะได้เสียงเพิ่มเข้ามาจนอาจได้รับชัยชนะ จึงต้องรอดูว่าทางฝ่ายถาวรจะเลือกฝ่ายไหน ระหว่าง ปชป.หรือ พปชร.

ทั้งหมดคือสัญญาณที่บ่งชี้ให้เห็นว่า ศึกเลือกตั้งซ่อมที่ชุมพรและสงขลา นับจากนี้ไปจนถึงวันลงคะแนนเสียง สุดแสนจะเข้มข้น เร้าใจกับผลที่จะออกมา.