กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 7 เตือน 40 จังหวัดมีฝนตกหนักมาก น้ำท่วมฉับพลัน

8 ส.ค.2565 - เมื่อเวลา 17.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง "ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 9 สิงหาคม 2565)" ฉบับที่ 7
ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เข้าสู่พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย

จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง มีดังนี้

8 สิงหาคม 2565

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนมชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี และราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และพังงา

9 สิงหาคม 2565

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ สุรินทร์ ศรีสะเกษ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: จังหวัดอุทัยธานี กาญจนบุรี ลพบุรี และสระบุรี

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังค่อนข้างแรง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 9 ส.ค. 65 นี้ไว้ด้วย

อนึ่งหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 15.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 111.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 30 นอต หรือ 55 กม./ชม. พายุนี้เกือบไม่เคลื่อนที่ คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศจีนตอนใต้ ในช่วงวันที่ 10-11 สิงหาคม 2565

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

MEA จัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการรองรับสถานการณ์พายุฝน การไฟฟ้านครหลวง” วางมาตรการความปลอดภัยด้านระบบไฟฟ้า เตรียมพร้อมรับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นโนรู ตลอด 24 ชั่วโมง

ตามที่ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ มีความห่วงใยประชาชน ให้เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์และผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นโนรู

อัปเดตประกาศกรมอุตุฯ ฉบับ 21 'พายุโนรู' วนอยู่แถวอีสาน เคลื่อนตัวช้า ฝนตกหนักถึง 30 ก.ย.

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือน "พายุโนรู" ฉบับที่ 21 ระบุว่า เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันนี้ (29 ก.ย.2565) พายุดีเปรสชัน “โนรู” มีศูนย์กลางอยู่บริเวณอำเภอจตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด หรือที่ละติจูด 15.8 องศาเหนือ ลองจิจูด 103.5 องศาตะวันออก โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

เมืองย่าโมอ่วมหนัก ถนนหลายสายจมน้ำ เทศบาลปักธงแดง ทหารเร่งกั้นกระสอบทราย

ผู้สื่อข่าวรายงาน จากฤทธิ์อิทธิพลพายุโนรูที่พัดผ่านจังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้มีฝนตกลงมาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เมื่อวานนี้(28 ก.ย.) เริ่มตกช่วงกลางวันต่อเนื่องข้ามวันข้ามคืนจนถึงขณะนี้ และเกิดน้ำท่วมขังรอการระบายบนถนนหลายสายในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา อย่างเช่น ถนนราชดำเนิน

ชาวพิจิตรผวา แม่น้ำ 2 สายหลักเอ่อล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือน น้ำป่าเทือกเขาจ่อไหลบ่า

นายเอกฉัตร เอี่ยมตาล ผอ.โครงการชลประทานจังหวัดพิจิตร ออกประกาศเตือนว่าสถานการณ์น้ำของแม่น้ำทั้ง 2 สาย อยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง อีกทั้งระดับน้ำในบึงสีไฟขณะนี้ก็ทำหน้าที่เป็นแก้มลิงกักเก็บน้ำ 12.01 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 95.02% ของความจุเต็มพิกัด 12.64 ล้าน ลบ.ม.