ตร.จ่อรวบโจรชิงทองฆ่า3ศพ


   

  "บิ๊กตู่" มั่นใจจับไอ้เหี้ยมฆ่า 3 ศพชิงทองที่ลพบุรีได้แน่ ขออย่ากดดัน จนท. ไม่อยากเห็นจับผิดตัว "ประวิตร" แย้ม 1-2 วันชัดเจน "ตำรวจ" เผยเริ่มตีวงแคบลงตัดผู้ครอบครองปืนเหลือ 13 กระบอก มีทหาร 2 นาย พลเรือน 11 คน "รอง ผบ.ตร." ยันยังไม่ออกหมายจับใคร ฟุ้งรู้เส้นทางถึงตัวคนร้ายได้ ลั่นเดี๋ยวตามไปจับเอง 

    ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 14 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทองในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่ จ.ลพบุรี และใช้อาวุธปืนยิงผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 4 ราย ว่าต้องไปถามทางตำรวจ ทางรัฐบาลเองเร่งรัดอยู่แล้ว แต่การเร่งการทำงานเกินไปก็เป็นการกดดันเจ้าหน้าที่ ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงาน และดำเนินการด้วยความโปร่งใส เพราะตนไม่อยากให้ไปจับกุมคนที่ไม่ได้กระทำความผิดมา 
    "ทุกอย่างก็เหมือนคดีอื่นๆ แต่คดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์ เป็นคดีที่คนให้ความสนใจ ซึ่งผมได้เร่งรัดเขาอยู่แล้ว แต่การเผยแพร่ข่าวทุกวันไม่มีประโยชน์อะไร เพราะต้องอย่าลืมว่าผู้ร้ายติดตามข่าวสารดูทีวีเหมือนกัน จะให้มาบอกว่าได้ตัวแล้ว สงสัยคนโน้นคนนี้อาจทำให้คนร้ายหนีได้ เหมือนเป็นการช่วยคนร้าย ซึ่งผมได้ย้ำไปแล้วว่าอย่าให้ข่าวอย่างเด็ดขาด เป็นเรื่องของคนทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่จับกุมได้หมด ผมคิดว่าน่าจะจับกุมได้" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทองที่ จ.ลพบุรีได้ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเขาแจ้งแล้วว่าอีก 1-2 วัน ยังไม่ทราบว่าใช่หรือไม่ ต้องดูก่อน
    ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ยังเป็นเพียงผู้ต้องสงสัยอยู่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรพยักหน้ารับ 
    ซักว่ามีประชาชนบางส่วนอาจปักใจเชื่อไปแล้วว่าผู้ก่อเหตุเป็นทหาร จะทำความเข้าใจอย่างไร พล.อ.ประวิตรย้อนว่า แล้วมันจะเป็นทหารหรืออดีตทหารหรือไม่ตนไม่รู้ ไม่รู้ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ หรือพลเรือน ต้องรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจรายงานมาก่อน ขณะนี้เขาสงสัยใครเขาคงเชิญตัวมา
    ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า คดีมีความคืบหน้าไปพอสมควร สามารถคัดแยกคัดกรองกลุ่มบุคคลต้องสงสัยที่ไม่เกี่ยวออกไป และยังเหลือกลุ่มบุคคลที่ยังอยู่ในข่ายมีศักยภาพลงมือก่อเหตุ 
    พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า ประเด็นที่สื่อมวลชนสงสัยหรือประชาชนสงสัย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปทำหมดแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ไม่ว่าคนร้ายจะเป็นคนในเครื่องแบบหรือนอกเครื่องแบบ จะเป็นใครก็เป็นคนร้าย ถ้ารู้ชัดเจนสามารถออกหมายจับได้ก็ออกหมายจับ ไม่ได้เกรงกลัวผู้มีอิทธิพล
    "การติดตามตัวคนร้ายหลายหน่วยในสำนักงานตำรวจแห่งชาติลงไปบูรณาการร่วมกัน วันนี้ช่วงเย็นๆ จะมีการประชุมติดตามสถานการณ์ที่จังหวัดลพบุรี ยืนยันว่าการติดตามตัวคนร้ายมีความคืบหน้าไป 60-70 เปอร์เซ็นต์ ในคดีมีความยาก เพราะได้ติดตามผู้บังคับบัญชาลงไปในพื้นที่ ถ้าง่ายจับได้ตั้งแต่วันแรก ยืนยันการทำงานของเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการขัดแย้งกันภายในทำงานกันแบบเอกภาพ ขอให้เชื่อมั่นการทำงานของเจ้าหน้าที่" รองโฆษก ตร.กล่าว
     ที่ สภ.เมืองลพบุรี ช่วงเช้า พล.ต.ต.ณัฐพล ศุกระศร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี (ผบก.ภ.จว.ลพบุรี) แถลงข่าวความคืบหน้าการติดตามคดีชิงทรัพย์ร้านทองประจำวันว่า ตำรวจได้ความคืบหน้ามาก เราทำงานกันตลอด 24 ชั่วโมงอย่างเข้มข้น โดยผลัดเปลี่ยนเวรกัน ซึ่งต้องขอขอบคุณที่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยราชการเป็นอย่างดี โดยนายสุปกิต โพธิ์ปภาพัน ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้นำรายชื่อผู้ครอบครองรถยามาฮ่าฟีโน่ ขาว-แดง และรายชื่อผู้ครอบครองอาวุธปืนขนาด 9 มม. รุ่นเดียวกับที่ใช้ในการก่อเหตุส่งให้กับตำรวจแล้ว 
    พล.ต.ต.ณัฐพลกล่าวว่า ได้ประชุมวางแผนกับชุดปฏิบัติงานอย่างตลอด โดยมีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ร่วมกันทำงานมีแนวทางเดียวกัน โดยระดมกำลังปิดล้อมตรวจค้นทั้งชุมชน หมู่บ้าน โดยขณะนี้ได้นำข้อมูลต่างๆ มาเรียบเรียงเพื่อจะนำไปสู่การจับกุมคนร้าย โดยทาง ผบ.ตร.ได้นำทีมชุดที่มีฝีมือลงมาช่วยกันทำงาน เชื่ออีกไม่นานน่าจะจับกุมคนร้ายได้
    "เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องขอบพระคุณพี่น้องประชาชน รวมถึงพลเมืองดีเป็นอย่างมาก ที่ได้นำข้อมูลบางส่วนที่เป็นประโยชน์มาให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากที่ประชาสัมพันธ์ขอข้อมูลกล้องหน้ารถ บริเวณถนนสายหลัก-สายรอง บริเวณใกล้ห้างสรรพสินค้า โดยมีพลเมืองดีเป็นจำนวนมากโทรศัพท์เข้ามาแจ้งเบาะแส รวมถึงเข้ามาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับรูปคดีเป็นอย่างมาก ซึ่งทำให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตีวงแคบเข้าถึงผู้ต้องหาได้ยิ่งขึ้น" พล.ต.ต.ณัฐพลกล่าว
    ผู้การจังหวัดลพบุรีกล่าวตอนท้ายว่า ฝากเตือนพี่น้องประชาชนหรือทางเพจต่างๆ ที่จะนำข้อมูลมาเผยแพร่ให้พิจารณาให้ดี มิฉะนั้นจะมีความผิด โดยทางที่ดีเมื่อได้ข้อมูลอะไรมาควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจสอบก่อนเป็นอันดับแรก
    มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบผู้ครอบครองปืนให้แคบลงเหลือ 13 กระบอก ผู้ที่ครอบครองแบ่งเป็นทหาร 2 นาย พลเรือน 11 ราย ขณะเดียวกันตำรวจยังประสานค่ายโทรศัพท์มือถือตรวจสอบสัญญาณผู้ต้องสงสัย นอกจากนี้ชุดสืบสวนนำโดยตำรวจระดับชั้นผู้ใหญ่ลงพื้นที่สนามยิงปืนขอข้อมูลกับสนามยิงปืนภายในจังหวัดลพบุรี เพื่อรวบรวมข้อมูลโดยทางสนามยิงปืนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
    ต่อมาเวลา 15.30 น. ที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดลพบุรี พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทองใน จ.ลพบุรี
    พล.ต.อ.ชัยวัฒน์กล่าวว่า มาติดตามงานสืบสวนที่ได้มอบให้เจ้าหน้าที่แต่ละฝ่ายรับผิดชอบ เราไม่ปล่อยสักประเด็นเดียว ซึ่งจากกระแสข่าวว่าวันนี้มีการออกหมายจับคนร้ายแล้วนั้น ยืนยันไม่มีการออกหมายจับใคร กลุ่มคนร้ายยังไม่ได้มีความชัดเจน แต่เรามีเส้นทางที่จะนำไปถึงตัวคนร้ายได้ พยายามอยู่ เราตระหนักถึงความสูญเสียของทางญาติผู้เสียหายและผู้เสียชีวิต
    พล.ต.อ.ชัยวัฒน์กล่าวว่า พฤติกรรมของคนร้ายผิดปกติ ดังนั้นตำรวจก็พยายามจะทำงานแข่งกับเวลาอยู่ตลอด เรามีเส้นทางในการสืบสวน แต่ไม่สามารถพูดได้ เราไม่ได้ตัดสักประเด็น การที่เราจะได้ตัวคนร้าย พยานหลักฐานต้องพร้อมที่จะสามารถนำคนร้ายขึ้นฟ้องศาลได้ เพราะคนแบบนี้เราไม่สามารถให้อยู่ในสังคมได้
    “เราสอบพยานตามที่เป็นประโยชน์ในเรื่องของคดีแล้ว ยังไม่พบบุคคลต้องสงสัย แต่มีบางส่วนที่ได้ข้อยุติแล้ว ตอนนี้คนร้ายเฝ้ามองการทำงานของตำรวจอยู่ เราพูดอะไรไป คนร้ายจะรู้หมด ไม่เป็นไร ปล่อยให้เขากบดานไปก่อน เดี๋ยวผมจะตามเขาเอง”พล.ต.อ.ชัยวัฒน์กล่าว
    ถามว่านายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีออกมาระบุอีก 2 วันคดีนี้จะมีความชัดเจน รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ก็ไม่ได้เป็นการกดดันเจ้าหน้าที่
    วันเดียวกัน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงการเยียวยาเหยื่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองใน จ.ลพบุรี ว่าต้องแบ่งเป็น 2 ส่วน คือกรณีผู้เสียชีวิตกับผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยในส่วนผู้เสียชีวิตจะมีการจ่ายเงินเยียวยาให้อย่างช้าภายในวันที่ 20 ม.ค. จำนวน จำนวน 110,000 บาท แบ่งเป็นค่าเสียชีวิต 50,000 บาท ค่าทำศพ 20,000 บาท และค่าอุปการะเลี้ยงดู 40,000 บาท ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บที่ยังรักษาพยาบาลอยู่ ยังไม่สามารถคิดวงเงินได้ เพราะยังไม่ทราบว่าจะเสียเวลาในการทำงานเท่าไร และค่ารักษาพยาบาลเท่าไร เราต้องนำค่ารักษาพยาบาลและเวลาที่แพทย์ให้พักฟื้นมาคำนวณด้วย ยืนยันผู้รับบาดเจ็บจะได้รับเงินเยียวยาแน่นอน.
    


​​​​​​​ ไม่มีอาชญากรรมใดที่สมบูรณ์แบบ อาชญากรย่อมทิ้งร่องรอยเสมอ ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้สืบสวนที่จะค้นหาร่องรอยหลักฐานนั้นพบหรือไม่

ที่ไม่ได้วินิจฉัย 'ใช่ว่าไม่ผิด'
'ศิษย์หนุ่มกับอาจารย์ทารก'
๒๑ มกรา 'มีใครจะลาบวช?'
ดิ้นกันไปเมื่อรู้ว่า 'ใกล้เมรุ'
ปิยบุตร "ยังเป็นคนอยู่หรือ?"
ประชาธิปัตย์ 'ก่อนศตวรรษ'?