<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111676</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 19:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เข้าพรรษายุคโควิด..ละเลิกบุหรี่ หยุดสูบได้!! ด้วยสายด่วน1600</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สสส.ผนึก สธ. สายเลิกบุหรี่ 1600 รณรงค์ลดละเลิกบุหรี่ช่วงเข้าพรรษาในจังหวะโควิดระบาดระลอก 4 ข่าวดีคนไทยสูบบุหรี่ลดลง สสส.ผนึกภาคีรุกโซเชียล เร่งช่วยคนอยากเลิกบุหรี่ เหตุโควิดระบาด สิงห์อมควันแห่ขอคำปรึกษาเลิกสูบพุ่ง สายเลิกบุหรี่ 1600 มีผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เลิกบุหรี่ปลอดภัย ขยายเวลาให้คำปรึกษา ชี้สิงห์อมควันได้รับวัคซีนทำกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้น้อยกว่า สังคมให้กำลังใจคนเลิกบุหรี่ได้สำเร็จ เป็นสังคมไร้ควันสูดอากาศบริสุทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ (สายเลิกบุหรี่ 1600) จัดเสวนาออนไลน์หัวข้อ &amp;ldquo;เข้าพรรษายุคโควิด เลิกเสพติดบุหรี่ด้วยสายเลิกบุหรี่ 1600&amp;rdquo; ผ่านทาง Facebook สายเลิกบุหรี่ 1600 เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2564 เพื่อร่วมกันหาแนวทางให้คนไทยเข้าถึงช่องทางการสื่อสารในการลดละเลิกสูบบุหรี่ โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังมีการระบาดของโรคโควิด-19 ที่การสูบบุหรี่ถือเป็นปัจจัยเสี่ยง ที่ส่งผลให้เกิดความรุนแรงจนถึงเสียชีวิตในผู้ที่ติดเชื้อ และในโอกาสเข้าพรรษาที่พุทธศาสนิกชนจะได้ถือศีล ลดละเลิกพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำร้ายตนเองและผู้อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ รักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. กล่าวว่า กม.คุ้มครองให้พวกเราได้อยู่กับอากาศบริสุทธิ์ในสถานที่สาธารณะ ขณะเดียวกัน สสส.ก็ไม่เคยลืมว่าแม้คุณจะเป็นผู้สูบบุหรี่ แต่ก็มีคุณค่า สมาชิกทุกคนในครอบครัวมีความรักและเป็นห่วง สสส. พร้อมที่จะหนุนช่วยให้คุณเลิกบุหรี่ได้อย่างปลอดภัยเพื่อดูแลตัวเองเป็นอย่างดี บางคนกล่าวว่า ฉันไม่สูบบุหรี่ในบ้านแล้วนะ ก็เป็นเรื่องน่าขอบคุณ แต่ในระยะยาวแล้วบุหรี่เป็นสารเสพติดที่แม้ว่าคนติดบุหรี่หลายคนอยากจะเลิกบุหรี่ แต่ไม่ได้เลิกกันได้ง่ายๆ ขณะเดียวกันคนที่ไม่สูบบุหรี่ควรเข้าใจความรู้สึกของคนที่ติดบุหรี่ด้วยการสนับสนุนให้กำลังใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในการลดละเลิกบุหรี่ที่มีหลายช่องทาง แม้แต่กระทรวงสาธารณสุขก็ผลักดันให้มีหมายเลขโทรศัพท์ 1600 บนซองบุหรี่ เป็นส่วนสำคัญให้ผู้สูบบุหรี่ได้ทดลองใช้บริการ ทั้งนี้มีผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้บริการทางโทรศัพท์ว่าการเลิกบุหรี่ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ขอให้สบายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันแนวโน้มคนไทยมีอัตราการสูบบุหรี่ลดลง โดยข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2564 คนไทยสูบบุหรี่ลดลงเหลือร้อยละ 17.4 ซึ่งลดลงจากร้อยละ 19.1 ในปี 2560 ขณะที่องค์การอนามัยโลก ประมาณการในปี 2562 มีคนไทยที่เสียชีวิตจากบุหรี่ถึง 70,952 คน และเสียชีวิตจากการได้รับควันบุหรี่มือสอง 9,435 คน ซึ่งก่อให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายถึงสูงถึงร้อยละ 15 ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศทั้งหมด ในสถานการณ์การระบาดโควิด-19 สสส.และภาคีเครือข่ายได้ปรับแผนการทำงาน โดยให้ความสำคัญการทำงานผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ในการให้ความรู้ การรณรงค์สังคม ให้ลดละเลิกยาสูบและสิ่งเสพติดต่างๆ ทั้งเฟซบุ๊ก เว็บไซต์ ยูทูบ และซูม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 อยากเชิญชวนผู้ที่ยังสูบบุหรี่อยู่ ใช้โอกาสในช่วงเข้าพรรษาเป็นวันเริ่มต้นที่ตัดสินใจเลิกพฤติกรรมการสูบบุหรี่ เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย และเตรียมพร้อมรับการฉีดวัคซีน ซึ่งมีข้อมูลจากหลายประเทศยืนยันว่าผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีประวัติการสูบบุหรี่ มีความเสี่ยงที่อาการของโรคจะรุนแรงและเสียชีวิตได้มากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ ที่สำคัญคนสูบบุหรี่เมื่อได้รับวัคซีนโควิด-19 ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้น้อยกว่าคนไม่สูบ ดังนั้นเพื่อเตรียมความพร้อมของผู้ที่จะได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ควรเลิกสูบบุหรี่ก่อนได้รับวัคซีน เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันและปอดฟื้นฟูกลับมาทำงานได้แข็งแรง นอกจากนี้ยังช่วยลดควันบุหรี่มือสองที่อาจกระทบกับผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ โดยเฉพาะคนในครอบครัว คนที่เรารัก โดยสามารถขอรับคำปรึกษาเลิกบุหรี่จากสายเลิกบุหรี่ 1600&amp;rdquo; รุ่งอรุณกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ชยนันท์ สิทธิบุศย์ ผอ.กองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ตอกย้ำว่า การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุหลักในการทำลายปอดและเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการติดโควิด-19 มีอันตรายและเสี่ยงตายสูง โอกาสรับเชื้อรุนแรงเพิ่มขึ้น 0-15 เท่า มีความเสี่ยงรับเชื้อได้ง่ายขึ้น ภูมิต้านทานต่ำลง และยังมีโรคเรื้อรัง ถุงลมโป่งพอง มะเร็งปอด องค์การอนามัยโลกมีการตั้งเป้าหมายที่จะให้คนทั่วโลกเลิกบุหรี่ 100 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การรณรงค์ครั้งนี้ผลักดันในคณะกรรมการยาสูบ รณรงค์ให้มีคำขวัญ &amp;quot;เลิกสูบ ลดเสี่ยง คุณทำได้&amp;quot; ด้วยนโยบาย เป้าหมาย แผนการควบคุมยาสูบแห่งชาติ กำหนดเป็นแผนฉบับที่ 3 ยุทธศาสตร์ความเข้มแข็ง ยกระดับขีดความสามารถเฝ้าระวังนักสูบหน้าใหม่ ขณะเดียวกันติดตามอย่างรู้เท่าทันธุรกิจยาสูบ การบำบัดรักษาผู้เสพให้เลิกใช้ยาสูบ การทำสิ่งแวดล้อมให้ปลอดควันบุหรี่ ลดควันบุหรี่มือสอง ใช้มาตรการทางภาษีเพื่อปราบปรามยาสูบ ด้วยความตั้งใจให้สังคมไทยปลอดบุหรี่อย่างยั่งยืน นอกจากนั้นภารกิจสำคัญของสายด่วน 1600 มีผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมืออาชีพคอยให้คำแนะนำติดตามผลการรักษาอย่างเป็นระบบ Chance for Change ในบรรยากาศ New Normal &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พญ.เริงฤดี ปธานวนิช ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ติดบุหรี่ ติดโควิด เสี่ยงตายสูง การสูบบุหรี่ทำให้ระบบภูมิต้านทานร่างกายแย่ลง ติดโควิดได้ง่ายและมีอาการรุนแรงมากขึ้น เส้นทางคนที่สูบบุหรี่มีโอกาสป่วยโรคเรื้อรังสูงกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่ โรคเรื้อรังเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้อาการป่วยรุนแรงมากยิ่งขึ้น มือที่คีบบุหรี่เพื่อสูบเสี่ยงต่อการนำเชื้อโควิดเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการสูบบุหรี่มวนหรือการสูบบุหรี่ไฟฟ้าล้วนเสี่ยงต่อโควิดทั้งหมด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;กลยุทธ์การตลาดของบริษัทบุหรี่ มีการบิดเบือนผลของการสูบบุหรี่ต่อการติดเชื้อโควิดว่านิโคตินช่วยต้านการติดเชื้อโควิด-19 ด้วยการใช้ความพยายามให้เชื่อว่านิโคตินต้านโควิด-19 ซึ่งไม่เป็นความจริง ดังนั้นจะต้องช่วยกันเปิดโปงกลยุทธ์ของอุตสาหกรรมยาสูบอ้างประโยชน์จากนิโคติน ด้วยการกลบเกลื่อนในเรื่องฤทธิ์เสพติดและอันตรายต่อสุขภาพ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;สูบบุหรี่เบียดเบียนตัวเองและทำร้ายผู้อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พระวิสิทธิ ฐิตวิสิทฺโร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ ร่วมในการเสวนาครั้งนี้ กล่าวว่า เทศกาลเข้าพรรษามีความสำคัญในการให้รางวัลชีวิตอย่างมีคุณค่า สถานการณ์ทุกวันนี้ย่อมมีโอกาสดีให้สังคมไทยเมื่อเจอสถานการณ์โควิด เรามีเครื่องมือดูแลตัวเอง ใช้โอกาสสำคัญในวันพุทธศาสนามีความสำคัญทางจิตใจ ทำอย่างไรให้ตัวเองมีภูมิคุ้มกัน ด้วยการให้ความสำคัญในเทศกาลวันเข้าพรรษาด้วยการเลิกบุหรี่ การทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ดี เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ช่วงเข้าพรรษาเดินทางลำบาก เหมาะกับสถานการณ์โควิดที่ไม่ให้เดินทางไปพบปะกัน พระภิกษุก็ต้องรักษาพระธรรมวินัย ญาติโยมอธิษฐานจิตทำสิ่งดีๆ ประพฤติปฏิบัติรักษาศีล มีความศรัทธา การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยที่จะทำให้ผิดศีลทุกข้อ เบียดเบียนตัวเองและยังทำร้ายผู้อื่นด้วย หากเลิกบุหรี่ได้เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้สังคม พระพุทธองค์เคยตรัสไว้ว่า ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ยิ่งในสถานการณ์โควิดเราเลิกบุหรี่ได้ งดอบายมุข เป็นการลดปัจจัยเสี่ยงทั้งหลายที่จะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ การสร้างภูมิคุ้มกันทางด้านจิตใจเป็นเรื่องสำคัญ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;อาตมาเชิญชวนให้ช่วยกันดูแลร่างกายและจิตใจ ช่วยกันรักษาศีล 5 ห่างไกลจากโรคโควิด ไม่เบียดเบียนตัวเองและผู้อื่น ช่วยกันตระหนักและให้ความสำคัญกับการปฏิบัติธรรม จะทำให้สังคมไทยน่าอยู่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:center&quot;&gt;สายด่วนเลิกบุหรี่บริการทั้งเชิงรับ-รุก&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:center&quot;&gt;เข้าใจ เข้าถึง ไม่เป็นผลเสียต่อสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รศ.ดร.จินตนา ยูนิพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ (สายเลิกบุหรี่ 1600) เปิดเผยว่า ในช่วงวิกฤติโควิด-19 มีประชาชนขอรับคำปรึกษาเลิกบุหรี่กับสายเลิกบุหรี่ 1600 จำนวนมาก โดยให้เหตุผลว่า กลัวการติดเชื้อโควิด-19 จากเดิมที่เหตุผลของการโทรมาปรึกษาคือ เลิกเพื่อสุขภาพ และเลิกสูบเพื่อคนรอบข้าง สะท้อนว่าประชาชนให้ความสำคัญต่อการระบาดของโควิด-19 โดยขณะนี้สายเลิกบุหรี่ 1600 ได้ปรับแผนการทำงานเพื่อให้สามารถบริการประชาชนได้ดียิ่งขึ้น ทั้งการบริการเชิงรับและเชิงรุก โดยเพิ่มเวลาให้บริการ ตั้งแต่ 09.00-23.00 น. เนื่องจากพบว่าช่วงเวลาบ่ายและค่ำเป็นช่วงที่มีการโทรเข้ามาขอคำปรึกษาจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ ได้เพิ่มช่องทางการติดต่อทางแอปพลิเคชันไลน์ เฟชบุ๊กแฟนเพจ เว็บไซต์ และศูนย์บริการเลิกบุหรี่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการบริการอย่างเต็มที่ นอกจากให้ความรู้เรื่องยาสูบแล้ว ยังสามารถให้คำปรึกษาการสูบบุหรี่ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ด้วย โดยประชาชนสามารถโทรศัพท์ขอรับคำปรึกษาเลิกบุหรี่ได้ฟรีทุกเครือข่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ทางคลินิกชานุมานจะมีพยาบาลคอยซักถามคุณต้องการเลิกบุหรี่ ภาวะแทรกซ้อนจะลดลงได้&amp;nbsp; แต่มีปัญหาหลายคนยังไม่ได้มีความพร้อมจริงในการเลิกบุหรี่ เราจะให้คำปรึกษาสั้นๆ ถ้าให้คำปรึกษายาวๆ ผู้สูบจะไม่ให้ความสนใจ เป็นการเสียเวลาทั้งสองฝ่าย อีกทั้งผู้สูบเกิดความไม่พึงพอใจเมื่อไหร่ที่ผู้สูบพร้อมเลิกจริง จึงให้คำปรึกษาแบบเข้มข้นมากยิ่งขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในกรณีที่ให้คำปรึกษาแล้วก็ต้องติดตามผลทุกเดือน 2 เดือน 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าได้มีการเลิกสูบบุหรี่ไม่หันกลับมาสูบบุหรี่ใหม่ แต่ถ้าประเมินแล้วว่าผู้สูบหันมาสูบบุหรี่ใหม่ ก็ต้องมีการประสานงานอย่างต่อเนื่องไม่เว้นวันหยุด การฝากข้อความอัตโนมัติติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมง การให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ ทาง Social Network การให้บริการผ่านทางไลน์ มีการสำรวจคนที่รับคำปรึกษา 1600 ด้วยการใช้สายโทรศัพท์เลิกบุหรี่ได้อย่างน้อย 32% มีงานวิจัยจากวารสารนานาชาติ ไม่มีใครป่วยจากการเลิกบุหรี่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คลินิกฟ้าใส ให้บริการผู้ติดบุหรี่ที่บางครั้งจะส่งต่อจาก 1600 แพทย์ให้ยาเพราะมีการประเมินแล้วว่าผู้ป่วยเลิกบุหรี่แล้วหลายครั้งยังเลิกไม่ได้ เพราะติดบุหรี่มาก และยังมีโรคประจำตัวหลายโรค งานนี้ร่วมมือกันหลายหน่วยงาน สสส., สปสช. แผนการควบคุมยาเสพติดจะลดการสูบบุหรี่แบบบูรณาการได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111676</URL_LINK>
                <HASHTAG>Chance for Change, กรมควบคุมโรค, กระทรวงสาธารณสุข, กองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ (กคส.), คลินิกฟ้าใส, นพ.ชยนันท์ สิทธิบุศย์, พญ.เริงฤดี ปธานวนิช, พระวิสิทธิ ฐิตวิสิทฺโร, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, รศ.ดร.จินตนา ยูนิพันธุ์, รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ, ลดควันบุหรี่, ลดละเลิกพฤติกรรมเสี่ยง, ละเลิกบุหรี่, ศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ, ศูนย์บริการเลิกบุหรี่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล, สธ., สสส., สายด่วน1600, สายเลิกบุหรี่1600, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส., สิงห์อมควัน, เข้าพรรษา, เข้าพรรษายุคโควิด เลิกเสพติดบุหรี่ด้วยสายเลิกบุหรี่ 1600, เลิกสูบ ลดเสี่ยง คุณทำได้, เลิกเพื่อสุขภาพ, เสวนาออนไลน์, โรงพยาบาลรามาธิบดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_6103f4c7f03dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110886</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 20:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2021 05:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสส.ปลุกกระแสกินผักตามฤดูกาล ได้ใจคนไทยชนะรางวัลที่เมืองคานส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ถือเป็นข่าวดีของคนไทย เมื่อผลงานโฆษณา Bok Choy กวางตุ้ง ซึ่งเป็นการรณรงค์ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อปลุกกระแส &amp;quot;กินผักตามฤดูกาล&amp;quot; ลดเสี่ยงปนเปื้อนสารเคมีนั้นได้รับรางวัลเหรียญเงิน หรือระดับ Silver จากเมืองคานส์ เมื่อเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สสส.เป็นองค์กรเดียวของไทยที่คว้ารางวัลใหญ่ และถือเป็นรางวัลสูงสุดในเมืองไทยปีนี้ ด้วยการชี้ชวนให้ทุกคนรู้จักกินสารพัดผักพื้นบ้านหาง่าย ทั้งผักบุ้ง กระเฉด ผักโขม อร่อย มีประโยชน์ตามฤดูกาล โดยเฉพาะถ้าสามารถปลูกในสวนด้วยตัวเองก็ยิ่งปลอดภัย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เบื้องหลังของรางวัลอันน่าภาคภูมิใจดังกล่าวนี้ &amp;quot;สุพัฒนุช สอนดำริห์&amp;quot; ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักสื่อสารการตลาดเพื่อสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า สสส.มุ่งหวังให้คนไทยหันมากินผักให้มากขึ้น และเลือกกินผักตามฤดูกาล โดยสร้างความตระหนักรู้ให้กับคนไทยกินผักให้เพียงพอ และปลอดภัย ผ่านการสื่อสารรณรงค์ในสังคม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2564 มีการประกาศรางวัลให้โฆษณา ชุด Bok Choy (กวางตุ้ง) ได้รับรางวัลระดับเหรียญเงิน (Silver) ในหมวดภาพยนตร์ (Film) จากงาน Cannes Lions International Festival 2021 ซึ่งถือเป็นรางวัลสูงสุดของปีนี้ที่ประเทศไทยได้รับ และมีเพียงองค์กรเดียวที่ได้รับรางวัลถึงระดับ Silver นำมาซึ่งความภูมิใจให้กับประเทศไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;รางวัล Cannes Lion Silva-Snap&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ดีใจมากที่ผลงานชิ้นนี้ได้รับรางวัล ช่วงต้นปี 2563 ที่มีการเผยแพร่โฆษณาชุดนี้ได้รับการตอบรับอย่างดี คนไทยชื่นชอบ เห็นประโยชน์ มียอดผู้เข้าชมในยูทูบมากกว่า 20 ล้านครั้ง ที่สำคัญมองว่า เป็นการสะกิดให้คนเลือกกินผักที่ปลอดภัย เพราะที่ผ่านมาพฤติกรรมการกินผักของคนไทย มักกินผักที่ไม่ทราบแหล่งที่มามากกว่าผักตามฤดูกาลที่ปลอดภัยใกล้บ้าน สสส.ชี้ให้เห็นว่า พฤติกรรมเหล่านี้อาจนำมาซึ่งผลเสียต่อสุขภาพ เพราะผักที่ซื้อมาปรุงอาหารอาจมีการปนเปื้อนของสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ การกินผักที่สะอาดและปลอดภัย ไม่ใช่แค่การเลือกผักที่ดูสด หรือล้างให้สะอาดเท่านั้น แต่การกินผักให้ตรงตามฤดูกาลก็สำคัญเช่นกัน ซึ่งถ้าทุกคนไม่กินผักนอกฤดูกาล การเพาะปลูกผักนอกฤดูของเกษตรกรก็จะลดลง รวมถึงการใช้สารเคมีต่างๆ ก็จะลดลงตามไปด้วย&amp;rdquo; นางสาวสุพัฒนุชกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สุพัฒนุช สอนดำริห์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติกำหนดให้ปี 2564 เป็น &amp;ldquo;ปีแห่งผักและผลไม้สากล&amp;rdquo; (International Year of Fruits and Vegetables, 2021) เพื่อเพิ่มความตระหนักถึงความสำคัญของผักและผลไม้ในเวทีระดับนานาชาติและระดับโลก ซึ่งปัจจุบันกระแสใส่ใจสุขภาพมีมากขึ้น จากผลสำรวจสถานการณ์การกินผักและผลไม้ในประเทศไทย ปี 2561-2562 โดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า คนไทยมีแนวโน้มกินผักและผลไม้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจากการสำรวจคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป กินผักและผลไม้เพียงพอ ร้อยละ 34.50 ในปี 2561 เพิ่มเป็นร้อยละ 38.7 ในปี 2562 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม นอกจากการสื่อสารรณรงค์ในสังคมเพื่อกระตุ้นให้เห็นความสำคัญของการกินผักผลไม้แล้ว สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่ายยังได้สนับสนุนให้รัฐบาลแสดงบทบาทนำด้านการส่งเสริมระบบอาหารที่ยั่งยืน โดยเสนอให้ยกระดับประเด็นการบริโภคผักผลไม้เป็นเป้าหมายระดับชาติ พร้อมการขับเคลื่อนเพื่อจัดการระบบอาหารเพื่อสุขภาวะ ส่งเสริมมาตรการให้เกษตรกรปลูกผักผลไม้ปลอดภัยหรืออินทรีย์ เชื่อมโยงผลผลิตปลอดภัยหรืออินทรีย์เข้าสู่ครัวโรงเรียน โรงพยาบาล หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน ตามกรอบยุทธศาสตร์การจัดการด้านอาหารของประเทศไทย ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2560-2579 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.นพ.ไพโรจน์กล่าวต่อว่า ในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่มิถุนายน-ตุลาคม ผักที่ปลูกแล้วดูแลง่าย และมีรสชาติอร่อย เป็นผักมีน้ำเยอะ หรืออยู่ในน้ำ เช่น กุยช่ายดอก กุยช่ายใบ ขิง ข่า ชะอม ดอกขจร ดอกโสน ตำลึง ถั่วฝักยาว น้ำเต้า บัวบก ใบขี้เหล็ก ใบแมงลัก ผักปลัง ผักกระเฉด ผักกูด ผักโขม ผักบุ้งนา ผักแว่น ผักหวานบ้าน ฟักเขียว มะเขือพวง มะเขือส้ม หรือถ้าเป็นผลไม้ เช่น ส้มโอ ลิ้นจี่ สับปะรด มะเฟือง กล้วย จะเห็นว่ามีผักผลไม้หลายชนิดมาก เพราะผักและผลไม้ของบ้านเราหาได้ไม่ยาก มีขายในท้องตลาด เพียงแต่ต้องเลือกชนิด ความสด สะอาด โดยเฉพาะปลอดสารพิษได้ก็จะยิ่งดี หรือหากปลูกเองยิ่งเพิ่มความปลอดภัยให้ไม่มีสารตกค้างในร่างกายเพิ่มตามมาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผลงานโฆษณาชุดกวางตุ้ง ยังได้รับรางวัล Gold ประเภท Public Interest-Health safety จากงาน Epica Awards 2019, รางวัล Bronze ประเภท Strategy &amp;amp; Technique: Copywriting &amp;amp; Storytelling จากงาน 2020 PHNX Tribute (by Adforum) ทั้งนี้ สามารถติดตามชมภาพยนตร์โฆษณาได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=lP4bnsiK9gk &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;ถอดรหัสโฆษณา Bok choy:กวางตุ้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในปี 2563 กระแสรักสุขภาพเป็นหนึ่งกระแสที่ผู้คนหันมาให้ความสำคัญและใส่ใจกันอย่างมาก ภาพยนตร์โฆษณาชุด &amp;ldquo;Bokchoy&amp;rdquo; ถือเป็นภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่จาก สสส.ที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีทั่วทั้งในและนอกประเทศในขณะนี้ โดยภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้ถูกสร้างสรรค์โดยทีมงาน Leo Burnett ประเทศไทย ในเครือ Publicio Groupe ซึ่งหยิบประเด็นที่สะท้อนสังคมปัจจุบันที่เกี่ยวกับการบริโภคผักของคนไทย ที่มักนิยมกินผักตามใจตนเองมากกว่ากินตามฤดูกาล แต่พฤติกรรมและความนิยมเหล่านั้นมีผลกระทบที่น่ากลัวตามมาคือ การปนเปื้อนของสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้ได้บอกเล่าเรื่องราวของการรับประทานผักที่ไม่ใช่แต่การรับประทานผักเป็นธรรมดา แต่เป็นการรับประทานผักอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด มีการหยิบยกเรื่องประเด็นที่ผู้คนรู้อยู่แล้ว แต่ไม่ได้สนใจเรื่องการรับประทานผักตามใจความอยาก รับประทานผักนอกฤดูกาล ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพมากระตุ้นให้เกิดกระแสในสังคม ภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้เป็นหนึ่งในแคมเปญ &amp;ldquo;ผลักดันให้ผักนำ&amp;rdquo; ของ สสส.ที่มุ่งหวังให้คนไทยหันมารับประทานผักให้มากขึ้นและเลือกกินให้ถูกเพื่อประโยชน์สูงสุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การนำเสนอถึงวิธีการที่จะบริโภคผักให้สะอาดและปลอดภัยที่สุด การเลือกผักที่ดูสดหรือการล้างให้สะอาดอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ สสส.จึงได้บอกเล่าวิธีการที่ดีที่สุด นั่นคือการรับประทานผักให้ตรงตามฤดูกาล โฆษณาชุดนี้ทำให้คนดูอมยิ้ม ปนหัวเราะด้วย Mood&amp;amp;tone ที่ตลก ไม่เครียด รวมถึง Acting ของเหล่านักแสดงในเรื่องช่วยทำให้โฆษณาชุดนี้น่าสนใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ สสส.ผลิตภาพยนตร์โฆษณาหลายชิ้น เพื่อกระตุกสังคมไทยและการสร้างค่านิยมใหม่จากสโลแกนโฆษณา &amp;ldquo;ให้เหล้าเท่ากับแช่ง&amp;rdquo; &amp;quot;งดเหล้าเข้าพรรษา&amp;rdquo; &amp;ldquo;ลดพุงลดโรค&amp;rdquo; &amp;ldquo;จน เครียด กินเหล้า&amp;rdquo; ทั้งนี้ผลิตผลงานโฆษณามาแล้วมากกว่า 250 ชิ้น เพื่อมุ่งเน้นการขับเคลื่อน รณรงค์ สื่อสารสังคมของ สสส. ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของสุพัฒนุช สอนดำริห์ ผอ.สำนักสื่อสารการตลาดเพื่อสังคม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภาพยนตร์โฆษณาลดเร็ว ลดเสี่ยง ชุดต่อรองได้รางวัล Gold TVC.categories สสส.ได้รับรวม 15 รางวัล final list 3 รางวัล จากเวทีการประกวด Adman Awards 2019 ได้มาถ่ายทอดเรื่องราวของเบื้องหลังการผลิตสื่อรณรงค์ ที่กว่าจะออกมาเป็นผลงานเผยแพรออกสู่สายตาสาธารณะไม่ใช่เรื่องง่ายเลย. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;มารู้จัก..กินผักตามฤดูกาล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;กินผักตามฤดูกาลนอกจากอร่อยแล้วยังลดเสี่ยงสารเคมีอีกด้วย ใครที่นึกไม่ออกก็ลองเปิดตารางแนะนำนี้ดู &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ฤดูร้อน (มีนาคม-พฤษภาคม)&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;1.ฟักทอง 2.มะเขือเปราะ 3.เห็ดฟาง 4.แตงกวา 5.ใบแมงลัก 6.ใบเหลียง 7.หอมหัวใหญ่ 8.มะระ 9.แตงโมอ่อน 10.บีตรูต 11.กระเจี๊ยบเขียว 12.ผักหวานป่า 13.คะน้า 14.กะเพรา 15.ถั่วพู 16.มะเขือเทศ 17.มะนาว 18.มะเขือพวง 19.ถั่วฝักยาว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ฤดูฝน (มิถุนายน-ตุลาคม)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;1.มะเขือพวง 2.กระเจี๊ยบเขียว 3.ขิง ข่า 4.ผักบุ้งจีน 5.ผักแว่น 6.ผักโขม 7.ดอกโสน 8.ผักเขียว 9.ผักหวานบ้าน 10.ตำลึง 11.ใบบัวบก 12.ชะอม 13.น้ำเต้า 14.กะเพรา 15.ผักกูด 16.หัวปลี 17.สะระแหน่ 18.ถั่วฝักยาว 19.หน่อไม้ 20.มะเขือส้ม 21.ผักบุ้งนา 22.ดอกขจร 23.มะนาว 24.สายบัว 25.กุยช่ายดอก 26.กุยช่ายใบ 27.ผักปลัง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ฤดูหนาว (พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;1.ตะลิงปลิง 2.ผักสลัด 3.ผักกาดหอม 4.ดอกแค 5.สะเดา 6.กวางตุ้ง 7.ปวยเล้ง 8.มะรุม 9.ผักปลัง 10.ผักชี 11.คะน้า 12.กะเพรา 13.ดอกกะหล่ำ 14.กะหล่ำปลี 15.ถั่วลันเตา 16.แครอต 17.พริกหวาน 18.ลูกเหรียง 19.ผักกาดขาว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110886</URL_LINK>
                <HASHTAG>2020 PHNX Tribute (by Adforum), 2021, Bok Choy กวางตุ้ง, Cannes Lion Silva-Snap, Cannes Lions International Festival 2021, Epica Awards 2019, International Year of Fruits and Vegetables, Leo Burnett, Public Interest-Health safety, Publicio Groupe, Strategy &amp; Technique: Copywriting &amp; Storytelling, กินผักตามฤดูกาล, คนไทยหันมากินผัก, ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม, ปีแห่งผักและผลไม้สากล, ผลงานโฆษณา, รางวัลเหรียญเงิน, สสส., สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, สำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ, สำนักสื่อสารการตลาดเพื่อสังคม, สุพัฒนุช สอนดำริห์, เมืองคานส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fac3040a054.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 19:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2021 05:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดตัว..คู่มือเด็กพิเศษ สร้างสุขภาวะเท่าเทียม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คุณค่าความเป็นมนุษย์ของเด็กพิเศษมิได้แตกต่างจากเด็กทั่วไป เด็กกลุ่มนี้ก็ต้องการมีสุขภาวะที่ดี ต้องการความภาคภูมิใจ ได้รับการยอมรับจากสังคม ในขณะเดียวกันก็ต้องการพึ่งพาตนเองได้ในอนาคตโดยไม่เป็นภาระของครอบครัว หรือเป็นปัญหาให้กับชุมชนที่ร่วมอาศัยอยู่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่ข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือ การสอนเด็กที่มีความต้องการพิเศษให้มีพัฒนาการที่เหมาะสม เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างปกติเฉกเช่นเด็กทั่วไปนั้น คนที่ทำหน้าที่ดูแลเด็กกลุ่มนี้จะต้องใช้ความรักความอดทนมากเป็นพิเศษ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้วยเล็งเห็นถึงประเด็นละเอียดอ่อนในการสร้างสุขภาวะของเด็กกลุ่มพิเศษเพื่อใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเหมือนเด็กทั่วไปในสังคม เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงร่วมกับกรมพลศึกษา และมูลนิธินวัตกรรมสร้างสรรค์สังคม จัดเสวนาออนไลน์ที่โรงแรมปทุมวันปริ้นเซส พร้อมเปิดตัว &amp;quot;หลักสูตรผู้ฝึกสอนกิจกรรมทางกายสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ&amp;quot; ระดับประถมศึกษา (ประเภทความบกพร่องทางสติปัญญา) และ &amp;ldquo;คู่มือการสอนกิจกรรมทางกายสำหรับเด็กบกพร่องทางสติปัญญา (ฉบับผู้ปกครอง)&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ อธิบดีกรมพลศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ อธิบดีกรมพลศึกษา ในฐานะที่ปรึกษาโครงการสร้างเสริมสุขภาวะให้กับเด็กที่มีความต้องการพิเศษด้วยการใช้กิจกรรมทางกายเป็นสื่อ กล่าวว่า กิจกรรมทางกายมีส่วนสำคัญที่จะทำให้เด็กมีสุขภาวะที่ดี ทว่าตั้งแต่ปี 2561 ถึงปัจจุบันพบว่า โรงเรียนระดับประถมศึกษาหลายแห่งไม่มีครูที่จบสาขาวิชาพลศึกษาโดยตรง ทำให้ทักษะการทำกิจกรรมทางกายขั้นพื้นฐานในโรงเรียนถูกสอนแบบไม่ถูกต้อง จนทำให้เด็กบางคนมีพฤติกรรมต่อต้านไม่รักการออกกำลังกายและเล่นกีฬา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;การสอนกิจกรรมทางกายที่ถูกต้องให้เด็กพิเศษ จะช่วยให้เด็กมีสุขภาพแข็งแรง ช่วยกระตุ้นพัฒนาการด้านสติปัญญาเด็กได้ตรงจุด โดยครูพละที่เข้าร่วมอบรมจบหลักสูตรนี้จะได้รับประกาศนียบัตรจากกรมพลศึกษา&amp;quot;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังได้จัดทำคู่มือการสอนกิจกรรมทางกายสำหรับเด็กบกพร่องทางสติปัญญา (ฉบับผู้ปกครอง) เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถจัดกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมกับบุตรหลานที่เป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษ โดยสามารถดาวน์โหลดคู่มือทั้ง 2 หลักสูตรได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ : พลศึกษาเพื่อสุขภาวะเด็กที่มีความต้องการพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. กล่าวว่า จำนวนคนพิการที่จดทะเบียนปัจจุบันมีประมาณกว่า 2 ล้านคน สำหรับกลุ่มบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ แบ่งเป็น 4 กลุ่มคือ ด้านจิตใจหรือพฤติกรรม ด้านสติปัญญา กลุ่มออทิสติก และด้านการเรียนรู้ ที่ผ่านมาพบว่า เด็กกลุ่มนี้มักไม่ได้รับบัตรคนพิการ เพราะไม่มีเอกสารทางการแพทย์รับรองความพิการตั้งแต่กำเนิด เนื่องจากประเภทความพิการของเด็กกลุ่มนี้ไม่แสดงอาการให้เห็นทางกายภาพ จึงต้องอาศัยเวลาประเมินความพิการ ทำให้เด็กกลุ่มนี้ได้รับบัตรคนพิการช้ากว่าคนพิการกลุ่มอื่นๆ โดยข้อมูลจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปี 2564 พบเด็กที่มีความต้องการพิเศษ กลุ่มพิการด้านสติปัญญา 142,667 คน ซึ่งปัจจุบันมีแนวโน้มว่าจะพบเด็กกลุ่มนี้เพิ่มจำนวนมากขึ้นจากปัจจัยต่างๆ ด้านสุขภาวะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;กว่าจะเป็น..คู่มือกิจกรรมเด็กพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภรณีเปิดเผยว่า สสส.ร่วมพัฒนาหลักสูตรผู้ฝึกสอนกิจกรรมทางกายฯ และคู่มือกิจกรรมทางกายฯ (ฉบับผู้ปกครอง) เพื่อทำให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษทั่วประเทศได้รับความเป็นธรรมทางสุขภาพ ไม่ถูกละเลย หรือถูกเลือกปฏิบัติในรั้วโรงเรียนและสังคม โดยตั้งเป้าภายในปี 2565 ร่วมกับกรมพลศึกษา ผลักดันให้เกิดการจัดการอบรมขยายในวงกว้าง ให้ครูในโรงเรียนเรียนร่วมได้เพิ่มเติมศักยภาพในการสอนกิจกรรมทางกายได้อย่างถูกต้องตามหลักการ จนส่งผลให้เกิดสุขภาวะกับเด็กที่มีความต้องการพิเศษในโรงเรียนเรียนร่วมทั่วประเทศ และเผยแพร่คู่มือการสอนกิจกรรมทางกายสำหรับเด็กบกพร่องทางสติปัญญา (ฉบับผู้ปกครอง) ให้ถึงมือผู้ปกครองของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ เพื่อผู้ปกครองจะได้มีส่วนในการพัฒนาสุขภาวะอย่างต่อเนื่องให้กับเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่บ้านต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คู่มือการสอนกิจกรรมทางกายสำหรับผู้ปกครองดูแลเด็กที่บ้าน เพื่อให้เคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกาย เผาผลาญร่างกายด้วยการเดิน วิ่ง กระโดด เล่นกีฬา การออกกำลังกาย การขับเคลื่อนร่างกายนั้น มีการลงพื้นที่ ทดลองให้เด็กพิเศษร่วมเรียนกับเด็กปกติ ในสังกัดสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้แก่ 1.โรงเรียนบ้านหนองกุง อุบลราชธานี 2.รร.บ้านหนองฮาง อุบลราชธานี 3.รร.สันป่าเหียง ลำพูน 4.รร.บ้านห้วยต้ม (รร.ชัยวงษาอุปถัมภ์) ลำพูน 5.รร.วัดหนองเสือ นครปฐม 6.รร.ราชวินิตประถม บางแค กทม. 7.รร.วัดขรัวช่วย&amp;nbsp; นครศรีธรรมราช 8.รร.บ้านในกุ้ง นครศรีธรรมราช โดยเก็บข้อมูลจากครูสอนการศึกษา ครูพลศึกษา ศึกษาเด็กโรงเรียนร่วมสมรรถภาพเด็กพร่องทางสติปัญญาระดับประถมศึกษา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;การจัดทำคู่มือนี้ได้ขอความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญทั้ง 18 ท่าน มาช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจให้ผู้ปกครอง เพื่อสร้างสุขภาวะให้กับเด็กเพื่อเกิดประโยชน์สูงสุด เด็กที่เรียนสอบได้ที่โหล่ก็ต้องสร้างความเข้าใจให้พื้นที่ เด็กมีความต้องการพิเศษ ครูต้องใช้ความรักความเข้าใจในการสอนให้เด็กกลุ่มนี้เรียนร่วมกับเด็กคนอื่นได้โดยไม่มีปัญหา เมื่อเด็กยังไม่เข้าใจ ตามเพื่อนไม่ทัน ก็ให้เพื่อนนักเรียนในชั้นเรียนคอยช่วยเหลือเพื่อนที่ยังเรียนไม่ทันเพื่อนๆ ครูต้องตระหนักในการรับบอลส่งบอลให้เด็กที่มีปัญหาได้รับการแก้ไข ทั้งหมดนี้อยู่ที่การใส่ใจของครู การที่เด็กจะพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ กล้ามเนื้อมัดเล็กได้นั้น ครูต้องให้บทบาทกับเด็กในการทำกิจกรรมทางกายให้เทียบเท่าเด็กปกติ มีการฝึกซ้อมอยู่เสมอ การให้คะแนนเด็กด้วยการเปรียบเทียบในความพยายามของเด็กเป็นพิเศษ มีการเปรียบเทียบทั้งก่อนและหลังเวลาเรียน&amp;quot; ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส.กล่าว.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;วิ่งๆเล่นๆวันละนิดพัฒนาสมอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผศ.ดร.เกษม นครเขตต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกิจกรรมทางกาย กล่าวว่า องค์การอนามัยโลกกำหนดว่าเด็กต้องมีกิจกรรมทางกายอย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน เพราะร่างกายของเด็กกำลังเติบโต และต้องมีพัฒนาการเหมาะสม ถ้าเด็กที่มีความต้องการพิเศษขาดกิจกรรมทางกายอาจมีผลต่อพัฒนาการทางร่างกาย ดังนั้น วิชาพลศึกษาจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้เด็กรู้สึกภาคภูมิใจ เมื่อประสบความสำเร็จในการมีกิจกรรมทางกาย สิ่งที่ครูผู้สอนและสังคมจะต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติใหม่คือ เมื่อในโรงเรียนมีเด็กที่มีความต้องการพิเศษร่วมชั้นเรียนในวิชาพลศึกษา ครูไม่ควรตัดโอกาสให้เด็กออกไปนั่งเฉยๆ แต่ต้องปรับกิจกรรมให้เข้ากับเด็ก เพราะงานวิจัยในต่างประเทศพบว่า เมื่อเด็กได้มีโอกาสได้วิ่งเล่นประมาณ 10-15 นาที จะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสมอง ไม่ควรให้เด็กนั่งเรียนนาน 14-15 ชั่วโมงเพียงอย่างเดียว และครูผู้ต้องเข้าใจว่าการวิ่งเล่นของเด็กคือสิทธิ ไม่ใช่หน้าที่ตามหลักสูตรเพื่อตอบสนองให้มีพัฒนาการที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;สถิติเด็กไทยไม่ถึง 1 ใน 4 มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ เด็ก 75% โตขึ้นจะมีปัญหาได้เมื่อขาดกิจกรรมทางกาย องค์การสหประชาชาติสนับสนุนให้เด็กทุกคนได้เล่นออกกำลังกายเพื่อการมีสุขภาพที่ดี ไม่เฉพาะเด็กปกติเท่านั้น เด็กที่มีความต้องการพิเศษก็ควรได้รับสิทธินี้ด้วย ไม่ควรลิดรอนสิทธิโดยไม่รู้ตัว มีผลงานวิจัยเกี่ยวกับการออกกำลังกายการบริหารทางกายที่เพียงพอ &amp;ldquo;Exercise turn the brain on การออกกำลังกายจุดสมองให้ติดขึ้น&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;พ่อแม่..ผู้คุมรีโมตชี้ทางสว่างให้ลูก&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ศ.ดร.เจริญ กระบวนรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา แสดงความเห็นว่า เด็กที่มีความต้องการพิเศษอาจควบคุมตัวเองไม่ได้เหมือนเด็กปกติ กิจกรรมทางกายจะช่วยกระตุ้นให้เด็กได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของกิจกรรม เช่น เด็กต้องทำอะไร ทำอย่างไร ให้บรรลุเป้าหมาย ผ่านการทดสอบ ยก จับ หิ้ว เหวี่ยง ขว้าง ปา ซึ่งการทำกิจกรรมเหล่านี้จะทำให้รู้ได้ทันทีว่าเด็กต้องการได้รับการพัฒนาด้านใด ครูผู้สอนจึงจำเป็นต้องมีความรู้เพื่อนำไปพัฒนาทักษะเด็กให้ได้ตรงจุดผ่านกระบวนการออกแบบการเคลื่อนไหว เพราะครูเปรียบเสมือนโค้ชและนักจิตวิทยาที่คอยให้ข้อแนะนำ กระตุ้นให้เด็กทำในสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบและถนัด สิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยความรัก ความจริงใจในการดูแล รวมถึงผู้บริหารโรงเรียนต้องมีความรู้ความเข้าใจบริบทของเด็กที่มีความต้องการพิเศษด้วย ส่วนผู้ปกครองต้องเข้าใจในตัวของเด็กที่มีความต้องการพิเศษมากขึ้น ไม่ควรมองว่าเป็นปัญหา แต่ต้องให้ความเอาใจใส่ เพราะเรื่องของพัฒนาการเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาไม่ควรเพิ่มความกดดัน แต่ควรให้ความอบอุ่นกับเด็ก โดยจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดมาจากครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เด็กจะมีความสนใจในการออกกำลังกายขึ้นอยู่กับพ่อแม่ให้ความสำคัญ เด็กทุกคนเหมือนหุ่นยนต์ถูกคอนโทรลโดยพ่อแม่ หน้าที่ครูสอนให้คำแนะนำ เด็กเรียนรู้ผ่านกิจกรรม ความเคลื่อนไหวเรียนรู้จากความเป็นจริง พ่อแม่คอยระแวดระวังไม่ให้เกิดอันตราย ไม่ให้เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าว เมื่อเขาล้มก็ต้องปล่อยเขาล้ม จากนั้นเขาจะระมัดระวังตัวไม่ยอมล้มอีก เด็กเรียนรู้โดยพ่อแม่คอยให้กำลังใจ เด็กไทยเมื่อล้มพ่อแม่จะเข้าไปโอ๋ ทำให้เขาตกใจ ต้องปล่อยให้เด็กล้ม ปล่อยให้เขาเรียนรู้ที่จะแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง ถ้าเด็กไม่มีโอกาสได้คิด ไม่มีกระบวนการตัดสินใจ แยกไม่ออกว่าอะไรควร หรืออะไรไม่ควร เพราะพ่อแม่ทำให้หมดทุกอย่าง เด็กทำอะไรไม่เป็น มีแต่ข้อมูลอ่านหนังสือเยอะ แต่ไม่ได้ใช้ความรู้เท่าที่ควรจะเป็น สะท้อนให้เห็นถึงระบบการศึกษา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;ครูพละ..ต้องเข้าถึงเข้าใจเด็กพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผศ.ดร.มยุรี ศุภวิบูลย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลศึกษาสำหรับเด็กพิเศษ ตอกย้ำว่า หลักสูตรนี้จะเติมเต็มศักยภาพให้ครูพลศึกษาในโรงเรียน เพราะจะทำให้ครูเปลี่ยนแนวคิดและจุดมุ่งเน้นในการเรียนการสอน เน้นการสร้างพัฒนาการและการเคลื่อนไหวของเด็กเป็นหลัก ในเนื้อหาจะแนะนำวิธีการสอนให้เหมาะสม เพื่อทำให้เด็กไม่ต่อต้านการทำกิจกรรมทางกายและป้องกันการไม่ชอบเล่นกีฬา นอกจากนี้จะทำให้ครูรู้จักวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในโรงเรียน เพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกายรูปแบบใหม่ๆ ให้กับเด็ก เน้นให้เด็กปฏิบัติกิจกรรมได้ รับฟังคำสั่งได้ และสามารถสื่อสารได้ ซึ่งบางครั้งอาจจะไม่ใช่คำพูด แต่เป็นกิริยาท่าทาง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ความหมายของการบกพร่องทางสติปัญญา คือระดับ IQ สติปัญญาต่ำกว่าเกณฑ์คือต่ำกว่า 70 ในขณะที่คนทั่วไปอยู่ในระดับ 100 การมีทักษะ 2 ใน 10 ด้าน ในด้านการสื่อสารและการดูแลตนเองได้ ดูแลสุขภาพให้เกิดความปลอดภัย เด็กที่บกพร่องทางสติปัญญาตั้งแต่อยู่ในท้องและหลังคลอดมีหลายกลุ่ม กลุ่มดาวน์ซินโดรมมีความผิดปกติของโครโมโซมคู่ที่ 21 มีลักษณะเฉพาะเห็นได้อย่างชัดเจน การเคลื่อนไหว มีโรคประจำตัว โรคหัวใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ครูพลศึกษาจะสังเกตมองเห็นเด็กกลุ่มนี้ได้ เด็กมีปัญหาการเรียน การรับฟังคำอธิบายได้ล่าช้า กิจกรรมทางกายสอดคล้องกับสติปัญญา การก้าวเดินก้าวสั้นๆ การก้าวยาวๆ ก้าวกระโดดทั้งหมดนี้ต้องมีการฝึกสอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าเด็กมีความบกพร่องรุนแรงหรือไม่ การส่งเด็กกลุ่มนี้เรียน รร.ร่วมที่เป็นต้นแบบในกรณีที่เป็นระดับปานกลางและน้อย เด็กสามารถเรียนจนจบชั้นประถมปลายได้ แต่ถ้าเป็นระดับรุนแรงมากต้องฝึกฝนทักษะการใช้ชีวิต ตั้งแต่การปวดท้องจะถ่าย หรือหิว ต้องฝึกเป็นขั้นตอน การเรียนคู่ขนานเด็กที่มีความต้องการพิเศษ เป็นการเรียนต่างหาก สติปัญญาปานกลางถึงระดับต่ำอยู่ในชั้นเรียนคู่ขนาน. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109982</URL_LINK>
                <HASHTAG>Exercise turn the brain on, กรมพลศึกษา, กลุ่มออทิสติก, การออกกำลังกายจุดสมองให้ติดขึ้น, กิจกรรมทางกายสำหรับเด็กบกพร่องทางสติปัญญา, คู่มือการสอนกิจกรรมทางกายสำหรับเด็กบกพร่องทางสติปัญญา (ฉบับผู้ปกครอง), คู่มือกิจกรรมเด็กพิเศษ, คู่มือเด็กพิเศษ สร้างสุขภาวะเท่าเทียม, ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์, บัตรคนพิการ, ผศ.ดร.มยุรี ศุภวิบูลย์, ผศ.ดร.เกษม นครเขตต์, พัฒนาการทางร่างกาย, ภรณี ภู่ประเสริฐ, มูลนิธินวัตกรรมสร้างสรรค์สังคม, ศ.ดร.เจริญ กระบวนรัตน์, สสส., สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, สำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ, หลักสูตรผู้ฝึกสอนกิจกรรมทางกายสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ, เด็กพิเศษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f176065d6e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109169</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2021 18:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2021 05:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>WHO ชี้บริโภคโซเดียมเกินมาตรฐาน คนไทยไม่ระวังปากเสี่ยงโรค NCDs</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ใครชอบกินรสเค็มจัด หวานจัด มันจัด เผ็ดจัด ใส่เครื่องปรุงรสเข้มข้น ขนมกรุบกรอบ ยกมือขึ้น!!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รู้หรือไม่..เมื่อคุณกินอาหารรสจัด สะสมโซเดียมเข้าสู่ร่างกายไปเรื่อยๆ จะส่งผลให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ความดันโลหิตสูง หัวใจวาย อัมพฤกษ์อัมพาต ไตวายเรื้อรัง ต้องฟอกเลือด เบาหวาน มะเร็ง ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อเร็วๆ นี้ เครือข่ายลดบริโภคเค็ม กรมควบคุมโรค จัดเสวนาไขข้อสงสัย โครงการเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิถีใหม่ WHO - สสส.สนับสนุน โดยมีข้อมูลระบุว่า คนไทยกินโซเดียมเกินกว่า WHO กำหนดถึง 2 เท่า ในขณะที่กินโพแทสเซียมไม่ครบ ทั้งๆ ที่โซเดียมและโพแทสเซียมต้องทำงานร่วมกันเพื่อสร้างความสมดุลกรดและด่างในร่างกาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;โซเดียมคืออะไร และกลไกของโซเดียมเมื่อเข้าสู่ร่างกาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากโครงการเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิถีใหม่ Virtual NCD Forum 2021EVENT &amp;ldquo;โซเดียมคืออะไร? เราสามารถลดโซเดียมได้อย่างไร? จัดโดยเครือข่ายลดบริโภคเค็มและกองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค สนับสนุนโดยองค์การอนามัยโลก สสส. สำนักหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ น.อ.หญิง พญ.วรวรรณ ชัยลิมปมนตรี หัวหน้ากองตรวจโรคผู้ป่วยนอก รพ.จันทรุเบกษา ให้ความรู้ว่า...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;น.อ.หญิง พญ.วรวรรณ ชัยลิมปมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โซเดียมเป็นธาตุชนิดหนึ่ง ใช้สัญลักษณ์ NA+ จำเป็นต่อร่างกายและได้จากอาหารเท่านั้น ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ทั้งนี้เพื่อรักษาความสมดุลของกรดและด่าง ควบคุมความสมดุลของเหลวในร่างกาย ถ้าไม่สมดุลอวัยวะจะบวม ควบคุมหัวใจให้เต้นสม่ำเสมอ เซลล์ประสาทและกล้ามเนื้อทำงานได้เป็นปกติ ล้างคาร์บอนไดออกไซด์ออก ระบบเลือดก็จะสมบูรณ์ ควบคุมความดันโลหิตให้ปกติ ดูดซึมอาหารในไต แม้ปริมาณเกลือเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอสำหรับการทำงานในระบบร่างกาย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เราจะพบโซเดียมในสารประกอบธรรมชาติ มีอยู่มากในอุตสาหกรรมอาหาร แอบแฝงในอาหารทุกประเภท ส่วนหนึ่งคือเกลือแกงอยู่ในอุตสาหกรรมอาหาร ของหวานก็มีโซเดียมแม้จะไม่มีรสชาติเค็ม แต่มีผงฟู วัสดุกันเสีย เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การกำจัดโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกาย 1.ขับถ่ายทางไต ไตเป็นอวัยวะสำคัญต่อการรักษาสถานการณ์ปกติของโซเดียมไอออนในร่างกาย 2.ขับออกทางเหงื่อ 3.ขับออกทางอุจจาระ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ถ้าปริมาณโซเดียมมากเกินไป โอกาสเป็นความดันโลหิตสูง หัวใจวาย อัมพฤกษ์อัมพาต ไตวายเรื้อรัง ต้องฟอกเลือด ในกรณีที่ไตขับโซเดียมออกมามากเกินไป จะมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ไตจึงดึงโซเดียมกลับเข้าสู่กระแสเลือด สิ่งที่ต้องระวังถ้ากินเค็มเกินไป ทำลายผนังกระเพาะอาหาร ไตจะเสียหายเสื่อมสภาพ สูญเสียแคลเซียมในร่างกาย ส่งผลถึงกระดูกพรุน กระดูกหักได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; องค์การอนามัยโลกให้บริโภคเกลือ 5 กรัม/วัน ไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัม/วันเท่านั้น แต่คนไทยบริโภคเค็มเป็นนิสัย เกินค่าเฉลี่ยถึง 2 เท่า 3,636 มิลลิกรัม/วัน บริโภคเกลือ 9.1 กรัม/วัน ถ้าทำให้คนไทยลดบริโภคเค็มจะลดการเกิดโรคหัวใจ 10% ลดอาการหัวใจอุดตัน 13% ในกรณีที่เป็นทั้งโรคหัวใจและความดันแล้วยังบริโภคเค็ม มีโอกาสเสี่ยงต่อโรคอื่นๆ อีกหลายโรค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;โซเดียมได้จากอาหารประเภทใดบ้าง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทอ.อ.นิธิดา บุญกาญจน์ นักกำหนดอาหาร เลขานุการและอนุกรรมการสมาคมผู้ให้อาหารทางหลอดเลือดดำและทางเดินอาหารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โซเดียมในอาหารเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกาย แต่มีมากเกินไปก็ต้องระวัง ยกตัวอย่าง&amp;nbsp; ข้าวกะเพราไข่ดาว เพียง 1 มื้อก็มีปริมาณโซเดียมเกินจำนวนที่ WHO แนะนำให้บริโภคแล้ว 2,524 กรัม ซึ่ง 90% มาจากเครื่องปรุงรส อาหารทุกชนิดมีโซเดียม ผักผลไม้มีปริมาณโซเดียมไม่มาก อาหารทะเลประเภทปลาหมึกย่างมีปริมาณโซเดียมสูงมาก ยิ่งมีน้ำจิ้มรสจัดเพิ่มปริมาณโซเดียมเข้าสู่ร่างกายเกินจำเป็น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ทอ.อ.นิธิกา บุญกาญจน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันเนื้อสัตว์สดๆ มาแปรรูปแช่แข็งเพื่อเก็บไว้ได้ครั้งละนานๆ มีปริมาณโซเดียมมากกว่าเนื้อสัตว์สดๆ เบคอน โบโลญญา ไส้กรอกหมู หมูแฮม ไส้กรอกอีสาน หมูยอ เนยแข็ง ปลาส้ม กุ้งแห้ง ล้วนมีโซเดียมสูง ดังนั้นการรับประทานอาหารแปรรูปบ่อยๆ ย่อมไม่ดีต่อสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;เครื่องปรุงรส ซีอิ๊วขาว ซอสสารพัดชนิด ซอสหอยนางรม น้ำปลา เมื่อนำมาปรุงรสแล้วเพิ่มรสชาติให้อาหารรู้สึกเอร็ดอร่อย บางครั้งก็จะเติมเกลือลงไปอีกให้รสชาติเข้มข้น ภาคเหนือ อีสาน กลาง ใต้ ใช้น้ำปู๋ น้ำปลาร้า กะปิ น้ำบูดูมาปรุงรส ต้องระวังไม่ใส่มาก ทำให้ร่างกายได้รับโซเดียมเกินกว่าความจำเป็น แม้ปัจจุบันมีเครื่องปรุงรสที่ระบุว่าลดโซเดียม แต่ถ้าใช้เยอะเกินไปก็ไม่ถูกต้อง มีปัญหาต่อกล้ามเนื้อหัวใจ เต้นผิดจังหวะได้ โซเดียมที่แอบแฝงอยู่ในอาหารยังมีส่วนผสมชนิดอื่นๆ ผงชูรส ผงนัว เราใช้เห็ด มะเขือเทศปรุงรสแทนผงชูรส ได้รสชาติและมีประโยชน์ต่อร่างกาย เบเกอรี่มีโซเดียมแอบแฝงอยู่ในเบกกิ้งโซดา โดนัท ปาท่องโก๋ สารกันเสีย แบคทีเรีย ยีสต์ เชื้อราบางตัว เพื่อนำมาเป็นส่วนผสมทำให้ขนมนุ่มน่ารับประทาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มีผลงานวิจัย โซเดียมในอาหารไทยในช่วงเดือน ต.ค.2556 เป็นการทำงานร่วมกับเครือข่ายฯ และมหาวิทยาลัยมหิดล ศึกษาฐานข้อมูลในภาคอีสาน ปริมาณโซเดียมในอาหารอีสาน ส้มตำลาวมีโซเดียม 1 ฝ่ามือ มีโซเดียมสูงที่สุด ไก่ทอดเกลือมีปริมาณโซเดียม 1,782 มิลลิกรัม/100 กรัม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เดือน ก.พ.58 วิจัยอาหารภาคเหนือ ภาคใต้ มีปริมาณโซเดียมจากแกงฮังเลมากที่สุด อาหารจานเดียว ขนมจีนน้ำเงี้ยวมีปริมาณโซเดียมสูงที่สุด ต้มพุงปลาใส่กะทิ มีโซเดียมสูง น้ำบูดู น้ำพริกกะปิ แกงเนื้อมะตะบะมีโซเดียมสูงที่สุด ปี 59 สำรวจอาหารภาคกลาง แกงป่า ปลาช่อนแดดเดียว ผลิตภัณฑ์แปรรูป ส้มตำปูดอง น้ำพริกกะปิใส่ระกำมีปริมาณโซเดียมสูง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปี 60 สำรวจอาหาร Street Food ที่ขายตามบาทวิถีมีการวิเคราะห์ 5 เมนูมีโซเดียมสูง แกงไตปลามีโซเดียมสูงที่สุด รองลงมาแกงเขียวหวาน อาหารจานเดียวที่มีโซเดียมสูงที่สุด ส้มตำปูปลาร้า ยิ่งใส่ปูดองเค็ม ปลาร้าดองเค็ม ยิ่งเพิ่มปริมาณโซเดียมสูงขึ้นอีก ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ สุกี้รวมมิตร โซเดียมจะอยู่ในเครื่องปรุงรส หลีกเลี่ยงด้วยการไม่ซดน้ำ จะลดโซเดียมลงได้ ไส้กรอกทอด คอหมูย่าง เปาะเปี๊ยะทอด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากเมื่อป่วยไข้จำเป็นต้องรับประทานอาหารอ่อน ข้าวต้มหมู อาหารแช่แข็งจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อมีปริมาณโซเดียมสูง โอกาสส่งผลกระทบต่อสุขภาพ อาหารกลุ่มขนมหวาน มีโซเดียม 230-240 มิลลิกรัม/1 ถ้วย ขนมขบเคี้ยว ข้าวโพดคั่ว ขนมอบเนย แคร็กเกอร์ คุกกี้ เวเฟอร์. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;กินผักพื้นบ้านสร้างสมดุลร่างกาย&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสาวจันทร์จิดา งามอุไรรัตน์ หัวหน้าโครงการพัฒนากลุ่มผู้บริโภคผักผลไม้ปลอดภัย 400 กรัม เพื่อสุขภาพในสำนักงาน สสส. เปิดเผยว่า การกินผักพื้นบ้านจะช่วยสร้างความสมดุลโซเดียม เราต้องกินทั้งโซเดียมและโพแทสเซียมเพื่อทำให้สารเคมีในร่างกายเกิดความสมดุล ร่างกายต้องการปริมาณโซเดียม 2,000 มิลลิกรัม/วัน ในขณะเดียวกันร่างกายต้องการโพแทสเซียม 3,500 มิลลิกรัม/วัน ต้องกินทั้งสองอย่างให้สมดุลเพื่อร่างกายจะได้แข็งแรง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พืชผักพื้นบ้านนำมาทดแทนโซเดียม โดยเฉพาะการกินผักที่มีใบหลากสี ได้คุณประโยชน์จากสารอาหารที่แตกต่างกัน ผักพื้นบ้านไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมียาฆ่าแมลง บริโภคแล้วปลอดภัย หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ใบหม่อนถือได้ว่าเป็นการเพิ่มรสอูมามิหรือรสชาติด้วยผักพื้นบ้าน นำมาผสมกับผักอื่นๆ หรือนำใบหม่อนไปตากแห้งป่นใช้แทนผงชูรส นำมาใส่ไข่เจียว ชุบแป้งทอด ลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ แต่ห้ามกินต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ใช้ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวนำมาหมักใช้เป็นซอสปรุงรสจากธรรมชาติ น้ำจิ้มสุกี้จากใบหม่อนก็ได้รสชาติอร่อยอีกแบบหนึ่งด้วย นำผักผลไม้ปั่นมาปรุงรสโดยไม่ต้องใช้น้ำตาล น้ำผึ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;สมุนไพรปรุงอาหารแทนโซเดียม&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อ.ชุษณา เมฆโหรา สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แนะว่า การใช้สมุนไพรปรุงอาหารเพื่อลดโซเดียม มีเทคนิคที่ทำให้อาหารอร่อยได้ ดีกว่าการใช้สารทดแทนโซเดียม อย่างกรดอะมิโน สารสกัดจากยีสต์ สารสกัดจากถั่วเหลือง นั่นคือ กระเทียม หอมหัวใหญ่ ซึ่งในต่างประเทศก็ลดโซเดียมด้วยสมุนไพร อาทิ ซุปมะเขือเทศเพิ่มอะโวคาโด พริกไทยดำ ไส้กรอกเมื่อใส่ผักชี หอมใหญ่ รสชาติกลิ่นรสมีความเค็มและกลมกล่อมมากขึ้น มะนาวเพิ่มความเปรี้ยวมีรสชาติอร่อย ผักชีฝรั่ง โหระพา หอมแดง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใบมะกรูดช่วยปรุงรสอร่อยยิ่งขึ้น ดอกเกลือมีโพแทสเซียมและแมกนีเซียม ทั้งดอกเกลือ และเกลือทะเลเมื่อนำมาปรุงรสในอาหารแล้วจะให้ความกลมกล่อม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;ให้แอป Food Choice ช่วยคุณ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อ.กัญชลี ทิมาภรณ์ กรรมการนักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทย แนะนำว่า การลดโซเดียมในชีวิตประจำวัน ควรรู้จักอ่านฉลากผลิตภัณฑ์โภชนาการเปรียบเทียบแต่ละยี่ห้อ ยึดถือหลักอ่านให้รู้ งดให้ถูก ปรุงให้ดี ลดให้เป็น การอ่านฉลากง่ายๆ แม้แต่ในขนมก็จะบอกปริมาณโซเดียม มีวันเดือนปีหมดอายุ มีพลังงาน ไขมัน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ใยอาหาร โซเดียม ธาตุเหล็ก วิตามิน เกลือแร่ต่างๆ และตอนนี้ก็มีตัวช่วยอย่างแอป Food Choice สามารถสแกนได้จากโทรศัพท์มือถือบอกปริมาณโซเดียมในสินค้าให้ชีวิตง่ายขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109169</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมโรค, กลุ่มผู้บริโภคผักผลไม้ปลอดภัย, ความดันโลหิตสูง, ทอ.อ.นิธิดา บุญกาญจน์, น.อ.หญิง พญ.วรวรรณ ชัยลิมปมนตรี, นางสาวจันทร์จิดา งามอุไรรัตน์, ผักพื้นบ้าน, มันจัด, สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร, สร้างสมดุลร่างกาย, ส้มตำปูปลาร้า, หวานจัด, หัวใจวาย, อ.กัญชลี ทิมาภรณ์, อ.ชุษณา เมฆโหรา, อาหารรสจัด, เครือข่ายลดบริโภคเค็ม, เค็มจัด, เบาหวาน, เผ็ดจัด, แอป Food Choice, โครงการเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิถีใหม่, โซเดียม, โซเดียมคืออะไร?, โซเดียมในอาหารไทย, โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210709/image_big_60e82d1a301cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108421</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 17:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2021 05:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“อยุธยาโมเดล” ต้นแบบรถโรงเรียนวิถีใหม่ ปลอดอุบัติเหตุ ไกลห่างโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค จัดเสวนาในหัวข้อ &amp;quot;วิถีชีวิตใหม่ รถรับ-ส่งนักเรียน อย่างไร ให้ปลอดภัยห่างไกลโควิด&amp;rdquo; เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2564 ที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อหาแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 จากการใช้บริการรถรับ-ส่งนักเรียน รวมถึงการหามาตรการป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดกับรถรับ-ส่งนักเรียนที่พบสถิติการเกิดอุบัติเหตุ และเด็กนักเรียนเสียชีวิตจำนวนมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. กล่าวว่า สสส. ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการเดินทางไปโรงเรียนของเด็ก เยาวชน เนื่องจากมีสถิติทุก 1 ชั่วโมง จะมีคนเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุบนท้องถนน 2 ราย โดยกลุ่มที่มีความเสี่ยงนั้นเป็นเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของชาติและเป็นที่รักของครอบครัว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ข้อมูลจากระบบบูรณาการการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 3 ฐาน โดยกองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ในปี 2561 พบว่า มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนมากที่สุดอยู่ในช่วงอายุ 10-24 ปี ซึ่งเป็นวัยเรียนมากถึง 5,131 คน หรือคิดเป็นภาพรวมมากถึงร้อยละ 25.7 ในจำนวนนี้พบว่ารถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะอันดับ 1 ที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ซึ่ง สสส.ได้เจาะลึกลงไปถึงอุบัติเหตุที่เกิดนั้น เนื่องจากไม่ตอบโจทย์ความจำเป็นในการเดินทาง เช่น รถรับ-ส่งนักเรียนที่ไม่สะดวก ส่งผลให้ทางเลือกในการเดินทางมีอย่างจำกัด บางครอบครัวจึงซื้อจักรยานยนต์ สำหรับใช้ในการเดินทาง โดยส่วนใหญ่อุบัติเหตุจะเกิดขึ้นระหว่างการใช้รถจักรยานยนต์เดินทางไป-กลับโรงเรียน ปัญหานี้จำเป็นต้องช่วยกันแก้ไขด้วยการจัดหารถโรงเรียนที่มีมาตรฐาน ซึ่งจะช่วยลดอุบัติเหตุ และการเสียชีวิตลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รุ่งอรุณกล่าวต่อว่า จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในปี 2561 พบว่า ภาคตะวันออกเป็นภาคที่มีสถิติอุบัติเหตุมากที่สุด รองลงมาคือ ภาคกลาง โดยจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็น 1 ใน 4 อันดับแรกที่มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุมากที่สุดในภาคกลาง สสส.และภาคีเครือข่ายจึงดำเนินงาน &amp;ldquo;โครงการส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนที่ปลอดภัยและเป็นธรรม&amp;rdquo; ในการหาทางออกร่วมกัน โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อลดการสูญเสียจากการใช้บริการรถรับ-ส่งนักเรียน ซึ่งหลังจากนี้จะขยายวงกว้างพูดคุยแก้ปัญหาเข้าไปในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;จังหวัดพระนครศรีอยุธยาถือเป็นต้นแบบในการสร้างเครือข่ายลดอุบัติเหตุ จึงได้เลือกให้เป็นต้นแบบสำหรับการขยายผล เพื่อให้เป็นโมเดลสำคัญในการทำงาน ซึ่งสามารถเชื่อมประสานกับภาคีเครือข่ายที่ทำงานด้วยจิตอาสา จนประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ&amp;rdquo; รุ่งอรุณกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รุ่งอรุณกล่าวด้วยว่า ในการแก้ไขอุบัติเหตุที่เกิดจากพฤติกรรมของคน สภาพรถ ท้องถนน ของรถโรงเรียน จะต้องสร้างความปลอดภัยในช่วงเดินทางไป-กลับ ผู้ประกอบการจะต้องยกระดับมาตรฐานตัวรถเพื่อให้เกิดความปลอดภัย หากเกิดอุบัติเหตุก็ต้องให้ลดการบาดเจ็บ ลดความรุนแรงให้ได้มากที่สุด &amp;ldquo;ที่นั่งในตัวรถเกาะติดกับตัวรถ เด็กไม่กลิ้งกระดอนออกจากที่นั่ง ในช่วงโควิด-19 ระบาด ไม่สามารถจัดที่นั่งเว้นระยะห่างได้ ก็ต้องดูแลใช้มาตรการเข้มข้นเพื่อชดเชย ป้องกันเด็กและเยาวชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เรื่องนี้ต้องใช้ความตั้งใจและจริงใจในการแก้ไขปัญหา ปฏิบัติอย่างต่อเนื่องด้วยการเชื่อมประสานทุกฝ่าย พ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กก็ต้องสร้างความเข้าใจร่วมกัน การให้ความสำคัญกับรถรับ-ส่งนักเรียนจอดรับเด็กขึ้น-ลง เพื่อลดอุปสรรคเด็กขึ้น-ลงไม่เรียบร้อย ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ขณะเดียวกันต้องรู้เท่าทันปัญหาเป็นหัวใจสำคัญ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นตัวอย่างที่ดี นำวิธีปฏิบัติในทุกมิติ พฤติกรรมการป้องกันโควิด-19 เพื่อเป็นตัวอย่างให้โรงเรียนต่างๆ ในจังหวัดอื่นๆ ในการทำงาน ลดจำนวนผู้เสียชีวิตที่อยู่ในวัย 10-24 ปี ซึ่งเป็นเยาวชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้ ในสถานการณ์การระบาดของโควิด ยังต้องให้ความสำคัญกับมาตรการการป้องกันโรคและความปลอดภัย ด้วยการจำกัดผู้โดยสาร ใส่หน้ากากทุกครั้ง ลดการพูดคุย ไม่รับประทานอาหารในรถ ช่วยป้องกันและลดการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้&amp;rdquo; รุ่งอรุณกล่าวพร้อมยกตัวอย่าง สังคมเมืองหลายๆ พื้นที่มีทางเลือกอื่นให้เลือกใช้ รถไฟฟ้า รถใต้ดิน รถประจำทาง แต่ในต่างจังหวัดหลายพื้นที่รถโดยสารเป็นรถดัดแปลง ความปลอดภัยไม่มีมากนัก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ศุภกร การสมบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อ.ศุภกร การสมบัติ หัวหน้าฝ่ายกิจการนักเรียนและงานบุคคล โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย กล่าวว่า โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัยเป็นตัวแทนของ รร.ขนาดใหญ่ มีนักเรียน 4,200 คน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นประโยชน์ต่อการรับ-ส่งนักเรียน ในหลายๆ ปีที่ผ่านมา การจัดรถรับ-ส่งของโรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย ถือเป็นรถต้นแบบของจังหวัด&amp;nbsp; พัฒนาระบบต่างๆ ด้วยมาตรการเรื่องรถรับ-ส่งนักเรียน รถเอกชนไม่ได้มีลักษณะเป็นรถรับ-ส่งจากโรงเรียน แต่เดิมเราไม่ได้มีหน้าที่เข้าไปดูแลรถรับ-ส่ง เครือข่ายผู้บริโภคเข้ามาทำโครงการ ทำให้ทาง รร.เห็นว่าเป็นภาระหน้าที่ของผู้บริหาร รร.ที่จะเข้ามาดูแลร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การดูแลรถรับ-ส่งนักเรียนกลายเป็นภารกิจหนึ่งในงานที่ครูจะต้องดูแลโดยตรง ด้วยการประสานงานกับผู้ประกอบการตั้งเป็นชมรมรถรับ-ส่งนักเรียน รร.อยุธยาวิทยาลัย มีกลุ่มไลน์ให้ความรู้หรือประชาสัมพันธ์ผ่านกลุ่ม ปีที่แล้วนักเรียนใช้บริการรถรับ-ส่ง 1,200 คน จากนักเรียน 4,200 คน หรือ 28% นักเรียนจาก 16 อำเภอและจังหวัดใกล้เคียงเข้ามาเรียน ทางเลือกในการใช้รถรับ-ส่งนักเรียนสะดวกที่สุดสำหรับผู้ปกครอง เมื่อเปรียบเทียบนักเรียนใช้รถประจำทางต้องใช้เวลานาน รถนักเรียนจะมารับถึงบันไดบ้าน ส่งกลับถึงบันไดบ้าน ทาง รร.ขึ้นทะเบียนรับรองเป็นรถรับ-ส่งนักเรียนเพื่อไปตรวจสภาพรถ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ผ่านมาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับนักเรียนทั้งหมดเกิดขึ้นกับเด็กที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยปัจจัยหลักยังมาจากการขับรถเร็ว ส่วนอุบัติเหตุที่เกิดจากรถรับ-ส่งนักเรียนยังไม่พบ แต่ทางโรงเรียนยังเล็งเห็นถึงความสำคัญ ได้ออกมาตรการร่วมกันกับผู้ประกอบการรถรับ-ส่งนักเรียนและผู้ปกครอง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ โดยมีเด็กนักเรียนขี่รถจักรยานยนต์มาโรงเรียนประมาณ 200 คน โดยในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเด็กกลุ่มนี้กว่า 10 กรณี ทางโรงเรียนจึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจมาให้ความรู้กับนักเรียนหน้าเสาธง พร้อมตั้งกลุ่มไลน์เพื่อพูดคุยกับผู้ประกอบการรถรับ-ส่งนักเรียนทุกคัน เพื่อเป็นการป้องกันและหาทางออกร่วมกันหากเกิดปัญหาขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ชลดา บุญเกษม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชลดา บุญเกษม หัวหน้าศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ขนส่งจัดรถรับส่งนักเรียนที่ไม่ถูกต้องเข้าสู่ระบบ เป็นไปตามมาตรฐานด้วยหลักการพ่อแม่ผู้ปกครองฝากลูกหลานเดินทาง เราเป็นศูนย์เชื่อมประสานแต่ละหน่วยงานแบบบูรณาการ การจัดรถรับส่งนักเรียนให้ปลอดภัย การขึ้นทะเบียน ขอใบรับรองจาก รร.เชื่อมระหว่าง รร. ขนส่ง การตรวจสภาพรถยนต์เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ เหตุการณ์ที่คนขับรถลืมเด็กไว้ในรถโรงเรียน และเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ เหตุการณ์นี้ไม่ควรเกิดขึ้น ถ้ามีระบบที่ดีจะตรวจสอบได้ว่ามีเด็กตกหล่นอยู่ในรถหรือไม่ กลไกลดความเสี่ยงมีการขับเคลื่อนขนส่งจังหวัดให้การรับรองดูแลเรื่องความปลอดภัย มาตรฐานรถ การบังคับใช้ กม.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เด็กนักเรียนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีปัญหาการเข้าถึงรถโดยสารสาธารณะ เนื่องจากการเดินรถยังไม่ครอบคลุมทั้งจังหวัด ทำให้เกิดธุรกิจรถรับส่งนักเรียนในพื้นที่มีจำนวนมาก ที่ผ่านมาจากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่ารถที่ผู้ประกอบการนำมาใช้ ส่วนหนึ่งไม่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้น ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงตั้งกลไกคุ้มครองสิทธิประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ขนส่งจังหวัด ตำรวจ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โรงเรียน เขตพื้นที่การศึกษา ตลอดจนพนักงานขับรถ เป็นต้น ให้ปรับปรุงรถรับส่งนักเรียนเป็นไปตามข้อกำหนด พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือประชาชนหากเกิดปัญหาจากการใช้รถรับส่งนักเรียน เสนอให้ภาครัฐออกนโยบายให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของการใช้รถรับส่งนักเรียนในทุกประเด็น เพราะจะทำให้ทุกโรงเรียนตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สุเทพ กุมุท หัวหน้ากลุ่มวิชาการขนส่ง สำนักขนส่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า รถรับส่งนักเรียนมีมานานแล้ว มีการจัดระเบียบรถโรงเรียนตั้งแต่ปี 2546 แต่อยู่ในบรรยากาศล้มลุกคลุกคลาน เนื่องจากรถรับส่งนักเรียนเป็นรถนอกระบบ เป็นรถผู้ปกครอง รถของชาวบ้านว่างก็นำมารับส่งเด็กนักเรียน ในช่วงแรกๆ ขนส่งมีความลำบากใจมาก เนื่องจากรถที่นำมารับส่งนักเรียนนั้นมีปัญหากับรถโดยสารประจำทาง แต่เมื่อมีรถโรงเรียนจำนวนมากขึ้น ขนส่งต้องเข้าไปจัดการด้านนโยบาย การออกแบบให้รถมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น นำมารับส่งนักเรียนได้อย่างถูกต้อง&amp;nbsp; เมื่อเปิดเทอมขนส่งออกตรวจดำเนินการเพื่อให้ได้รับใบอนุญาต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อมาในปี 2560 มูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค เข้ามาร่วมประสานงานกับทางโรงเรียน ในช่วงแรกทาง รร.มีข้อจำกัดในความรับผิดชอบรถจากที่ไหนก็ไม่รู้นำเด็กมาส่งที่ รร. ขอดูแลเฉพาะเด็กอยู่ใน รร. ถ้านอก รร.ไม่ขอรับผิดชอบ เกิดเป็นช่องว่างของโรงเรียนในภาพการขนส่ง ถ้าจะเปรียบเทียบโรงเรียนเสมือนกับตลาดหลักทรัพย์ รับส่งนักเรียนก็เหมือนกับนักเล่นหุ้น ต้องเข้ามา โรงเรียนในตลาดหลักทรัพย์สร้างเงื่อนไขเพื่อให้ผู้ประกอบการรถโรงเรียนได้ปฏิบัติทั้งหมด ทำอย่างไรให้โรงเรียนมีบทบาทเหมือนในตลาดหลักทรัพย์ จึงได้มีการหารือกันให้รถอยู่ในระบบ ให้ทางขนส่งดำเนินการให้ถูกต้องตาม กม. ถ้าโรงเรียนยื่นเงื่อนไขรถกลุ่มนี้ก็ต้องทำตามทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค โรงเรียนเครือข่ายนำทีมดูงานที่สุพรรณบุรี ประสบความสำเร็จ เพื่อให้ รร.เกิดแนวคิดเรื่องความปลอดภัย ใช้บริบทวิชาการ มีการคัดเลือกโรงเรียนต้นแบบ เมื่อ รร.ขนาดใหญ่เข้าร่วมบริหารจัดการและเห็นความสำคัญของรถรับส่งนักเรียน ทุกอย่างเข้ารูปเข้ารอย สำนักงานขนส่งจังหวัดของบประมาณจากกองทุนความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน การใช้สื่อถึงพนักงานที่ทำหน้าที่ขับรถส่งนักเรียนมีการจัดอบรม รวบรวมรถรับส่งนักเรียนทั่วทั้งจังหวัด จัดตั้งเป็นกลุ่มไลน์ การสร้างเครือข่าย มี 5 กลุ่ม มีประธาน เลขาฯ บริหารจัดการกลุ่ม รร. มูลนิธิ ขนส่ง มีการนำเสนอปัญหาต่อผู้ว่าราชการจังหวัด สั่งการดูแลรถรับส่งนักเรียนเป็นกรณีพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระบาดในช่วง 2 ปีนี้ ตัวรถรับส่งนักเรียนต้องมีการปรับปรุงให้เกิดความปลอดภัย มีการตรวจโรคคนขับจำนวน 382 คน เพื่อให้เกิดความมั่นใจกับผู้ปกครอง โรงเรียน เมื่อส่งเด็กนักเรียนแล้วพนักงานขับรถจะต้องทำความสะอาดเบาะรถ ราวประตูจับ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค และเมื่อส่งเด็กกลับถึงบ้านแล้ว หลังจากนั้นก็ต้องทำความสะอาดภายในและนอกรถ และห้ามพนักงานนำสินค้ามาขายให้กับเด็กรับประทานบนรถ ดูแลเด็กทุกคนให้สวมหน้ากากอนามัย มีเจลแอลกอฮอล์ ขณะนี้บาง รร.เปิดสลับวันเพื่อลดความแออัดภายในห้องเรียน ดังนั้น เด็กที่มารถโรงเรียนก็จะมาสลับวันก็ลดความแออัดภายในรถโรงเรียนได้ ขนส่งก็ต้องตรวจตรารถโรงเรียนห้ามเสริมเบาะนั่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมขอการันตีตลอด 10 ปีที่ผ่านมานี้ ไม่เคยมีรถโรงเรียนชนกันบนท้องถนนที่ จ.อยุธยา ยกเว้นเป็นรถโรงเรียนจากจังหวัดอื่นเข้ามาประสบอุบัติเหตุในจังหวัดอยุธยา ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นเรานำมาเป็นบทเรียนเพื่อแก้ไขทุกปัญหา&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;รถรับส่งนักเรียนส่วนใหญ่ไม่ได้ตามมาตรฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;คงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ&amp;nbsp;ผู้ประสานงานโครงการขนส่งมวลชนที่ปลอดภัยและเป็นธรรม มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคใน 6 ภาค ร่วมกับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้รวบรวมข้อมูลความปลอดภัยของรถรับส่งนักเรียนทั่วประเทศ พบว่า ส่วนใหญ่สภาพรถรับส่งนักเรียนไม่ได้ตามมาตรฐานตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1.มีการดัดแปลงเพื่อรับเด็กนักเรียนให้ได้จำนวนมากขึ้น เช่น โครงสร้างรถไม่แข็งแรง มีการต่อเติมท้ายรถยื่นออกมา หรือไม่มีเหล็กกั้นกันตกในตอนท้ายของรถสองแถว เพราะส่วนใหญ่ให้บริการรับส่งนักเรียนครั้งละหลายโรงเรียนในละแวกเดียวกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2.ขาดอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ควรมีในรถ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.พฤติกรรมเสี่ยงและประมาทของคนขับรถ เช่น ขับรถเร็ว การลืมเด็กไว้ในรถ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 4.กลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งโรงเรียน ผู้ปกครอง นักเรียน หรือคนขับรถ ไม่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการป้องกัน หรือมาตรการความปลอดภัยต่างๆ ซึ่งการพัฒนาให้รถรับส่งนักเรียนมีมาตรฐาน จำเป็นต้องมีการลงทุนในการปรับปรุงสภาพรถ จึงทำให้เป็นข้ออุปสรรคสำคัญในการยกระดับและพัฒนาคุณภาพรถรับส่งนักเรียนของผู้ประกอบการในปัจจุบัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108421</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับขี่รถจักรยานยนต์, คงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ, จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ชลดา บุญเกษม, ต้นแบบรถโรงเรียนวิถีใหม่, นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ, ผู้ประสานงานโครงการขนส่งมวลชนที่ปลอดภัยและเป็นธรรม, ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม, มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค, รถรับ-ส่งนักเรียน, รถโรงเรียน, วิถีชีวิตใหม่ รถรับ-ส่งนักเรียน อย่างไร ให้ปลอดภัยห่างไกลโควิด, สร้างเครือข่ายลดอุบัติเหตุ, สสส., สำนักขนส่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, สุเทพ กุมุท, หัวหน้ากลุ่มวิชาการขนส่ง, หัวหน้าฝ่ายกิจการนักเรียนและงานบุคคล, หัวหน้าศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค, อ.ศุภกร การสมบัติ, อยุธยาโมเดล, เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน, โครงการส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนที่ปลอดภัยและเป็นธรรม, โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60dee9e24be3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107638</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 20:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2021 05:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นวัตกรรุ่นเยาว์ปี 4 ชิงรางวัลเกียรติยศ  PM&#039;s AWARD for Health Promotion Innovation 2021</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สสส.จับมือมูลนิธิวายไอวาย บ่มเพาะนวัตกรรุ่นเยาว์ ปีที่ 4 ดึงศักยภาพเยาวชนร่วมแก้ปัญหาสุขภาวะของชาติ หวังให้คนไทยมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน 4 มิติ คือ กาย ใจ ปัญญา สังคม ชวนส่งไอเดียสร้างสรรค์ชิงรางวัลเกียรติยศ Prime Minister&amp;#39;s Award for Health Promotion Innovation 2021 ยิ่งใหญ่กว่าทุกปี พร้อมโอกาสพัฒนา ต่อยอด ใช้จริง!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คนทั่วโลกต้องเผชิญกับภาวะวิกฤติโควิด-19 ส่งผลให้การดูแลรักษาสุขภาพกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการใช้ชีวิต ภารกิจป้องกันก่อนการรักษาจึงเป็นงานสำคัญของ สสส.เติบโตสู่ปีที่ 20 มุ่งมั่นให้เป็นจริง ด้วยความเชื่อมั่นในพลังของคนรุ่นใหม่ สสส.จับมือกับมูลนิธิวายไอวายจัดงาน Thai Health Innovation Awards เป็นการนำนวัตกรรมการสร้าง ซ่อม เข้ามาตอบโจทย์ในชีวิตของเรา อีกทั้งเป็นการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์คุณภาพออกสู่สังคม ช่วยแก้ไขปัญหาสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ดร.ณัฐพันธุ์ ศุภกา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.ณัฐพันธุ์ ศุภกา รักษาการผู้อำนวยการสำนักวิชาการและนวัตกรรม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า การทำงานของ สสส. ในการสร้างเสริมสุขภาพ เน้นสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน คิดค้นนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพที่ช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และปรับเปลี่ยนปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อให้คนไทยมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน 4 มิติ คือ กาย ใจ ปัญญา สังคม ด้วยความเชื่อมั่นในพลังและศักยภาพของเยาวชนคนรุ่นใหม่ รวมทั้งเครือข่ายครูที่เป็นกำลังสำคัญในการทำงานสร้างเสริมสุขภาพ สสส.จึงร่วมกับมูลนิธิวายไอวาย (why i why Foundation) จัดประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปีนี้ได้รับการยกระดับขึ้นเป็นรางวัลเกียรติยศจากนายกรัฐมนตรี Prime Minister&amp;rsquo;s Award for Health Promotion Innovation 2021 ถือเป็นรางวัลระดับชาติ ด้านนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติเยาวชน ครู อาจารย์ และสถาบันการศึกษา ในการร่วมขับเคลื่อนพัฒนานวัตกรสร้างเสริมสุขภาพของสังคมไทยอย่างจริงจังและยั่งยืน และผลักดันให้นวัตกรรมต่างๆ ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นจากการประกวดครั้งนี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และเกิดการขยายผลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.ณัฐพันธุ์กล่าวต่อว่า สำหรับโจทย์การประกวดคือ นวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพที่ช่วยลดพฤติกรรมเสี่ยง หรือส่งเสริมให้คนมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน และตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน 8 ประเด็น ได้แก่ 1.ลด ละ เลิกการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2.ลด ละ เลิกการสูบบุหรี่ 3.ลดอุบัติเหตุ และสร้างเสริมความปลอดภัยทางถนน 4.เพิ่มการบริโภคผักผลไม้ และอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ 5.เพิ่มกิจกรรมทางกาย หรือลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 6.สร้างเสริมความเข้าใจสุขภาวะทางเพศ 7.การจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และ 8.สร้างเสริมสุขภาพจิต/การจัดการอารมณ์และความเครียด การประกวดครั้งนี้ถือเป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ ได้รับการบ่มเพาะทักษะในการประดิษฐ์คิดค้น ต่อยอดนวัตกรรม ผ่านการวิเคราะห์โดยใช้วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ และเทคโนโลยี รวมทั้งปลูกฝังแนวคิดด้านการสร้างเสริมสุขภาพในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ เพื่อนำไปแก้ไขปัญหาสุขภาพในชุมชนและสังคมได้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;จากการประกวด 3 ครั้งที่ผ่านมา เกิดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพที่มาจาก &amp;ldquo;นวัตกรรุ่นใหม่&amp;rdquo; ซึ่งถูกนำไปพัฒนาต่อยอดเพื่อใช้งานจริง อาทิ ผลงาน &amp;ldquo;เสาหลักจากยางพารา&amp;rdquo; เพื่อมาตรฐานความปลอดภัยทางถนน ได้ขยายผลเสาหลักยางพาราในถนนบางสายของจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยการสนับสนุนของผู้ว่าราชการจังหวัด และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมนำไปเป็นนโยบายเปลี่ยนเสาหลักนำทางจากยางพาราทุกหลักทั่วประเทศกว่า 7 แสนต้น เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุ ภายในปีงบประมาณ 2565 โดยใช้งบประมาณรวม 1,402 ล้านบาท หรือ &amp;ldquo;เครื่องสลัดน้ำมันจากการทอด&amp;rdquo; เพื่อคนรักสุขภาพ มีผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็ก นำไปใช้ในธุรกิจ เป็นต้น ซึ่งเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการล้วนมีศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ ยิ่งได้รับการพัฒนาศักยภาพ ยิ่งค้นพบว่าเยาวชนไทยมีความสามารถอย่างมาก&amp;rdquo; ดร.ณัฐพันธุ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับการประกวดครั้งนี้ แบ่งเป็น 1.ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 2.ระดับอาชีวศึกษา (ปวช. หรือเทียบเท่า) เปิดรับข้อเสนอโครงการตั้งแต่วันนี้-15 กรกฎาคม 2564 ทีมที่ผ่านการคัดเลือกจะได้ร่วมกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ (workshop) เพื่อเรียนรู้แนวคิดการสร้างเสริมสุขภาพ และกระบวนการออกแบบนวัตกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาสังคม โดยผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานระดับประเทศ รวมรางวัลมูลค่ากว่า 200,000 บาท พร้อมโอกาสในการต่อยอดนวัตกรรม ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thaihealth.or.th/inno หรือ https://xn--www-epl.facebook.com/pmhealthpromotioninnoaward&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;เสาหลักนำทางจากยางพารา&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;ลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อยอดนวัตกรรมจากเวทีประกวด สู่การแก้ไขปัญหาชุมชน ผลงานการประกวดรางวัลนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพรุ่นที่ 1 เสาหลักนำทางจากยางพารา รางวัลชนะเลิศระดับ ปวช. วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี ไปไกลกว่าที่คิด เพราะได้รับความสนใจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งเสริมต่อยอดช่วยให้ผลงานของเยาวชน แก้ปัญหาได้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อ.ชาญชัย แฮวอู อ.ที่ปรึกษาโครงการ (สาขาช่างเชื่อม) ครูชำนาญการพิเศษ แผนกวิชาเทคนิคโลหะ วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี เล่าถึงผลงานชนะเลิศระดับ ปวช.ของนักศึกษาขณะเรียนระดับ ปวช. วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี ซึ่งประกอบไปด้วย ธรรมนูญ รุจิญาติ ขณะนี้ศึกษาต่อคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระนครเหนือ, รัตนพงศ์ แก้วนารา ขณะนี้ทำธุรกิจเปิดร้าน stainless อยู่ที่ จ.สุราษฎร์ธานี, สิทธิกร อินทแสง ขณะนี้ศึกษาต่อคณะครุศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระนครเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทางวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ฯ มีนโยบายให้นักศึกษาคิดค้นนวัตกรรมช่วยเหลือชุมชน สังคม เกษตรกรส่วนใหญ่ในภาคใต้ปลูกยางพาราผลิตภัณฑ์ในชุมชนถึง 70% ขณะนั้นราคายางพาราตกต่ำมาก 3 กก./100 บาท จึงรับซื้อยางพาราด้วยสนนราคา กก.ละ 100 บาท เป็นการช่วยเหลือเกษตรกร นำมาแปรรูป ใช้น้ำยางพาราเป็นส่วนผสมกับขี้เลื่อยจากเศษไม้ ผักตบชวา ถุงพลาสติก เศษขยะนำมาบดแห้งขึ้นรูปเป็นแม่พิมพ์ทำเสาหลักยางพาราสวยงามใช้นำทางและยังลดแรงกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ พร้อมกับติดตั้งเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย ติดตั้งระบบ GPS และ Application แจ้งเตือนจุดหรือพื้นที่เกิดเหตุ โดยเชื่อมกับ line ของมูลนิธิหรือหน่วยกู้ภัยเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุได้อย่างทันท่วงที จากเดิมที่ใช้เสาปูนซีเมนต์เมื่อชนแล้วเกิดแรงกระแทก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปกติที่สุราษฎร์ฯ มีอุบัติเหตุจากรถมอเตอร์ไซค์ รถนานาชนิด ผลงานนวัตกรรมเสาหลักนำทางจากยางพาราเป็นหนึ่งในนโยบายของจังหวัดที่ให้จัดทำถนนเสาหลักยางพารา 1,156 ต้น เพื่อนำร่องเส้นทางลดอุบัติเหตุ และส่งเสริมผลผลิตยางพาราในชุมชน พร้อมกับได้รับรางวัลผลงานเด่นด้านความปลอดภัยทางท้องถนน จากนายกรัฐมนตรีในปี 2562 โดยศูนย์ความปลอดภัยทางท้องถนน ต่อไปนำไปพัฒนาต่อยอดทำเป็นแท่งแบริเออร์กั้นทางบนเกาะกลางถนนจากยางพารา และยางกั้นล้อรถหรือ wheel stop ของช่องจอดรถ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อเศรษฐกิจชาวบ้านในชุมชนดีขึ้นเป็นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้โดยตรง &amp;ldquo;การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางพารา เป็นการช่วยชาวบ้านเปลี่ยนน้ำตาให้กลายเป็นเสียงหัวเราะ ผมเป็นคนนครฯ จบเทคนิค ปวช.นครฯ ปวส.ราชมงคล สงขลา ปริญญาตรีสถาบันราชมงคล วิทยาเขตเทเวศร์ ปริญญาโท สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (บางมด) หลังจากที่เรียนจบปริญญาตรีทำงานเป็นวิศวกรโรงงาน บ.TPI สระบุรี จนฟองสบู่แตกปี 2538 จึงสอบบรรจุเป็นข้าราชการอยู่สุราษฎร์ฯ มาแล้ว 25 ปี ที่นี่ได้ทำงานอยู่กับธรรมชาติ สังคมชาวบ้านในชุมชนน่าอยู่ ผมลงชุมชนบ่อยมากรู้ถึงความต้องการชาวบ้านอยากได้ที่ตากปลาเค็มที่ถูกสุขลักษณะ เราทำโครงการขอทุนจากกระทรวงการอุดมศึกษาฯ สร้างโรงอบปลาใช้พลังงานแสงอาทิตย์&amp;rdquo; อ.ชาญชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อ.ชาญชัยกล่าวว่า สสส.จัดประกวดนวัตกรรมสู่การแก้ไขปัญหาชุมชนในปีแรก วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ฯ ได้แชมป์ชนะเลิศ และรองชนะเลิศ รางวัลรองชนะเลิศ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการสระผมผู้ป่วยและผู้สูงอายุที่นั่งเก้าอี้รถเข็น เพื่อลดอุบัติเหตุจากการเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่นั่งเก้าอี้รถเข็น และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ดูแลในการสระผม ด้วยการพัฒนาผลงานให้พกพาสะดวก พับเก็บง่าย มีน้ำหนักเบา ต่อมอเตอร์เพื่อสะดวกต่อการใช้งานและสามารถรับน้ำหนักได้ถึง 100 กก. มีการพัฒนารูปแบบให้กะทัดรัด พับเก็บสะดวกมากยิ่งขึ้น เหมาะสมสำหรับสถานพยาบาลเอกชนที่ให้บริการดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อ.ชาญชัยกล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้รับราชการ ทำงานมาแล้ว 25 ปี ได้รับรางวัลสูงสุด รางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่น ครุฑทองคำรับจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในวันข้าราชการเมื่อปี 2561 เป็นข้าราชการครูคนเดียวของ จ.สุราษฎร์ฯ ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้คัดเลือกให้เข้าไปรับรางวัล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ก่อนหน้านี้เคยรับรางวัล Special Awards on Stage เหรียญทองระดับนานาชาติ นวัตกรรมอุปกรณ์ตัดสับปะรดในไร่ ปกติเกษตรกรใช้มีดตัดสับปะรดทำให้เกิดอุบัติเหตุเจอสัตว์เลื้อยคลาน ได้รับอันตราย อีกทั้งยังเป็นแผลจากตาสับปะรด อาจารย์และนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ฯ ช่วยกันคิดค้นอุปกรณ์ช่วยเหลือเกษตรกร เป็นการรับรางวัลจากประธานาธิบดีเกาหลีใต้ บนเวทีใหญ่ที่ประเทศเกาหลีใต้ วันประดิษฐ์นานาชาติ ปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รางวัลเหรียญเงิน เจนีวา เวทีสวิตเซอร์แลนด์ คิดค้นนวัตกรรม นำผ้าทอชาวบ้านย้อมสีธรรมชาติจากเปลือกมะพร้าวหรือดอกอัญชัน หรือขมิ้น เคลือบด้วยสารนาโนทำให้น้ำไม่ซึมด้วยทฤษฎีน้ำบนใบบอนจะกลิ้ง ทำเป็นผลิตภัณฑ์กระเป๋า เสื้อกันฝน ผ้าคลุมรถ แทนการใช้ผ้ายาง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รางวัลเหรียญทองที่ประเทศมาเลเซีย รางวัล Special ไต้หวัน 2 เหรียญทอง นำนวัตกรรมจากอิฐสร้างบ้านมารีไซเคิล ชาวบ้านมีโรงงานผลิตอิฐแดง นำขวดแก้วมาป่นแทนเม็ดทราย ที่ต่างจังหวัดจะมีการนำขยะมาแลกกับไข่ &amp;ldquo;งานทั้งหมดนี้เป็นงานคิดค้น ต้องให้ภาคราชการและภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุนต่อยอดความคิดเป็นสิ่งประดิษฐ์ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปีนี้ผมลงพื้นที่สร้างนวัตกรรมให้ชาวบ้าน ของบประมาณจากสำนักงานอาชีวศึกษาสร้างนวัตกรรมให้ชาวบ้านมีรายได้มากขึ้น ที่ภาคใต้ปลูกมังคุดเยอะมาก เปลือกมังคุดเป็นขยะ มีสัตวแพทย์จากชุมพรคิดสูตรเพิ่มมูลค่าเปลือกมังคุด หมักเป็นน้ำทำเป็นยาฆ่าแมลงป้องกันเชื้อราในต้นทุเรียน ต้นเงาะ ทำสบู่ ถ่านให้ความร้อน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อ.ชาญชัยกล่าวว่า เด็กช่างไม่เก่งในการนำเสนองานต่างไปจากเด็กระดับมัธยม ระดับมหาวิทยาลัย เราต้องช่วยกันเปลี่ยนให้เด็กอาชีวะนำเสนอผลงานแบบไม่อายใคร เป็นกำไรของชีวิต ขณะนี้มีเด็กสอบเข้ารับราชการเป็นทหารช่าง เด็กวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ฯ ได้รางวัล 1 รร. 1 นวัตกรรม เครื่องซีลผักใช้สุญญากาศ แต่เดิมใช้ไฟฟ้าในการดูดอากาศ ไม่ให้ผักเสีย ถ้าเรานำพลังงานน้ำที่มีความหนาแน่น ดันอากาศออก เพื่อให้ผักมีความสดมากกว่าปกติ ผักจะไม่ช้ำเก็บไว้ในตู้เย็นได้เป็นสัปดาห์ งานนวัตกรรมนี้ได้รับรางวัล Special Award ที่ประเทศสิงคโปร์ ในงานวันประกวดนักประดิษฐ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;รวมผลงานเด็ด &amp;ldquo;นวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ&amp;rdquo; รางวัลชนะเลิศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้วยความเชื่อมั่นในพลังของคนรุ่นใหม่และศักยภาพของเยาวชน รวมทั้งเครือข่ายครูที่จะเป็นกำลังสำคัญในการทำงานสร้างเสริมสุขภาพ สร้างนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงสังคมและผู้คนให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สสส.และมูลนิธิวายไอวาย ได้ร่วมกันจัดโครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ (ThaiHealth Inno Awards) ขึ้น เพื่อสร้างโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้แสดงความคิด ความสามารถ ได้รับการบ่มเพาะทักษะความสามารถในการประดิษฐ์ คิดค้น ต่อยอดนวัตกรรม ผ่านการวิเคราะห์โดยใช้วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ และเทคโนโลยี รวมทั้งปลูกฝังแนวคิดด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ เพื่อนำไปแก้ไขปัญหาสุขภาพในชุมชนและสังคมได้จริง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แบ่งการประกวดเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-6) และระดับอาชีวศึกษา (ปวช. หรือเทียบเท่า) ทั่วประเทศ โดยจัดติดต่อกันมาตั้งแต่ปี 2560 ถึงปัจจุบันเป็นจำนวน 3 ครั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เราขอรวมผลงาน &amp;ldquo;นวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ&amp;rdquo; รางวัลชนะเลิศมาให้เห็นกันชัดๆ อีกทีว่าเด็ดขนาดไหน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;การประกวดครั้งที่ 1 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;bull; ผลงาน &amp;ldquo;NPK EASY&amp;rdquo; 5 กิจกรรมพัฒนาชุมชนหนองป่าครั่ง ถังปุ๋ยหมักแบบเติมอากาศ เลี้ยงไส้เดือนแบบคอนโดฯ ปลูกผักไฮโดรออร์แกนิกบ็อกซ์ เลี้ยงจิ้งหรีด ปลูกผักบุ้งและดอกทานตะวันในตะกร้า ที่ช่วยสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ปัจจุบันหนองป่าครั่งกลายเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้การทำเกษตรในพื้นที่จำกัด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;bull; ผลงาน &amp;ldquo;เสาหลักจากยางพารา&amp;rdquo; เพื่อมาตรฐานความปลอดภัยทางถนน และได้ขยายผลเสาหลักยางพาราในถนนบางสายของจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยการสนับสนุนของผู้ว่าราชการจังหวัด และกรมทางหลวงชนบทขานรับนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปลี่ยนเสาหลักนำทางยางพาราทั่วประเทศกว่า 7 แสนต้น เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุ ภายในปีงบประมาณ 2565 โดยใช้งบประมาณรวม 1,402.172 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;การประกวดครั้งที่ 2 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;bull; ผลงาน &amp;ldquo;D&amp;amp;C Air pollution&amp;rdquo; ทีม Safe Zone ระดับมัธยมศึกษา&amp;rdquo; ไอเดียของ ศรันย์รักษ์ ฐิติกุลนิธิ นพกฤษฏิ์ นิธิชัยสถิต และพันธบัตร ใบบุตร จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี กรุงเทพฯ ที่นำเอาปัญหาเรื่องฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 มาพัฒนาเป็นเครื่องมือตรวจวัดและแจ้งเตือน โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนบางขุนเทียน โดยติดตั้งอุปกรณ์บนหมวกกันน็อกของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง มีการทำแผนที่อากาศผ่านเว็บไซต์ที่แสดงผลแบบเรียลไทม์ตามช่วงเวลา พร้อมกับคำแนะนำเพื่อเตรียมอุปกรณ์ป้องกัน ซึ่งจะทำให้ทุกคนตระหนักถึงปัญหาและช่วยกันลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่นละออง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;bull; ผลงาน &amp;ldquo;เครื่องสลัดน้ำมันจากการทอด&amp;rdquo; ทีม &amp;ldquo;ต้นยางสารภี&amp;rdquo; &amp;ldquo;รางวัลชนะเลิศระดับอาชีวศึกษา&amp;rdquo; ซึ่งเป็นผลงานของ จอมขวัญ ลุงต๋า และเทพพิทักษ์ อินคำ จากวิทยาลัยเทคนิคสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยพฤติกรรมนิยมอาหารทอดของคนไทย จึงออกแบบเครื่องสลัดน้ำมัน โดยใช้หลักการปั่นผ้าแห้งของเครื่องซักผ้า ใช้แรงเหวี่ยงหมุนสะบัดเพื่อให้เหลือน้ำมันตกค้างในอาหารน้อยที่สุด มีขนาดเล็กราคาถูกสามารถใช้ได้ในครัวเรือน หรือพัฒนาให้เหมาะสมกับเชิงพาณิชย์ได้ สิ่งที่สำคัญก็คือสามารถกระตุ้นให้ผู้บริโภคตระหนักถึงการดูแลรักษาสุขภาพ จากการได้มองเห็นถึงความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากน้ำมันปริมาณจำนวนมากที่ต้องรับประทานเข้าไปในแต่ละเมนู&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;เครื่องสลัดน้ำมันจากการทอด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;การประกวดครั้งที่ 3&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;bull;&amp;middot;Real Time Exercise Game by Instagram Filter จากทีม 16 ยังแจ๋ว ระดับมัธยมศึกษา จากโรงเรียนชลกันยานุกูล รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่ อุปกรณ์เตือนภัยขาตั้งสำหรับรถจักรยานยนต์ 1 ได้ถึง 3 (ขาตั้งสติแตก) จากทีม IF โรงเรียนวังโพรงพิทยาคม รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ตุ๊กตาช่วยเตือนจุดเสี่ยง เพื่อความปลอดภัยในการขับรถ ทีม Mito Team โรงเรียนศรีตระกูลวิทยา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;bull;&amp;middot;FIFO light นวัตกรรมในซอยแคบ ระดับอาชีวศึกษา ทีม R-lu-mi-right จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาบริหารธุรกิจวิทยาสงขลา รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ เกมเพื่อส่งเสริมกิจกรรมการเคลื่อนไหวสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูง &amp;ldquo;น้องจุกผจญภัย&amp;rdquo; ทีมน้องจุกจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ เครื่องผลิตปุ๋ยจากเศษอาหารสําหรับครัวเรือนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ จากทีม SRPC Save the world วิทยาลัยสารพัดช่างสุราษฎร์ธานี และมีรางวัลพิเศษ Rising star ที่มีความคิดสร้างสรรค์ ที่มีโอกาสพัฒนาต่อในอนาคตได้ 2 รางวัล ได้แก่ ระดับมัธยมศึกษา Water scrubber system face mask หน้ากากจากระบบบำบัดอากาศแบบเปียก (D-mask ดีม้ากกก) ทีมวุยก๊กจะเฟื่องฟูศัตรูจะแพ้พ่าย โรงเรียนชลราษฎรอำรุง ได้แก่ ระดับอาชีวศึกษา ได้แก่ BizcomPN (SEX EDUBOT) ทีม BizcomPN วิทยาลัยการอาชีพปัตตานี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107638</URL_LINK>
                <HASHTAG>D&amp;C Air pollution, FIFO light, NPK EASY, PM&#039;s AWARD for Health Promotion Innovation 2021, Real Time Exercise Game by Instagram Filter, Special Awards on Stage, ThaiHealth Inno Awards, why i why Foundation, กาย ใจ ปัญญา สังคม, การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางพารา, คนไทยมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน 4 มิติ, ชิงรางวัลเกียรติยศ, ดร.ณัฐพันธุ์ ศุภกา, ต้นยางสารภี, นวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ, นวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพที่ช่วยลดพฤติกรรมเสี่ยง, นวัตกรรุ่นเยาว์ปี 4, นวัตกรรุ่นใหม่, ปลูกยางพารา, มูลนิธิวายไอวาย, รักษาการผู้อำนวยการสำนักวิชาการและนวัตกรรม, รางวัลชนะเลิศระดับ ปวช., ลดแรงกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ, วิกฤติโควิด-19, วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี, สสส., สสส.เติบโตสู่ปีที่ 20, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, สำนักวิชาการและนวัตกรรม, อ.ชาญชัย แฮวอู, เครื่องสลัดน้ำมันจากการทอด, เสาหลักนำทางจากยางพารา, เสาหลักยางพารา, แก้ปัญหาสุขภาวะของชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d5d5105ccbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106858</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2021 22:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดตัว LINE OA &quot;@thaibf&quot; คลายปมให้แม่ท้องสู้โควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;มูลนิธิศูนย์นมแม่ฯ ร่วมกับ สสส. เปิดตัว LINE OA &amp;quot;@thaibf&amp;quot; เข้าถึงข้อมูลอย่างถูกต้อง ระดมหมอพยาบาลอาสากว่า 30 คน คลายข้อทุกข์ใจให้แม่และเด็กไทยปลอดภัยจากโควิด-19 พร้อมย้ำหญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไปเป็นกลุ่มเสี่ยง ควรฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 รับมือสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ครอบครัวคือรากฐานสำคัญของชีวิต เป็นบ่อเกิดแห่งความสุขในทุกช่วงวัยของคนเรา ส่วนใหญ่แล้วครอบครัวไทยมีคนหลายวัยอาศัยอยู่ร่วมกัน ความสุขจึงเริ่มต้นจากการเอาใส่ใจ มีความเข้าใจซึ่งกันและกัน แล้วจับมือเดินไปด้วยกัน ไม่ว่าจะพบกับปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ คนในครอบครัวจะดูแลซึ่งกันและกัน และไม่ยอมปล่อยมือจากกันตลอดไป ขณะเดียวกันก็ต้องสร้างความเข้าใจแม่ท้อง ความกังวลต่อสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่ในสังคมโลกอยู่ในขณะนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบันที่มีแนวโน้มดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยและจิตใจของบรรดาแม่ๆ และเด็กไทยทั้งในกลุ่มผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ หลังคลอดและให้นมบุตร รวมไปถึงพ่อแม่ผู้ปกครองที่จะต้องปกป้องเลี้ยงดูบุตรหลานในช่วงวิกฤตินี้ ด้วยเหตุนี้มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทยตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ทั้งยังช่วยคลายทุกข์ทางใจให้กับผู้หญิงที่มีลูกเล็กในครอบครัว ที่จะต้องให้การเลี้ยงดูเด็กในวัยต่างๆ ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 อีกทั้งมีข้อมูลข่าวสารจาก Social Media มากมาย ซึ่งยากต่อการตัดสินว่าข่าวใดจริงข่าวใดลวง มูลนิธิจึงทำหน้าที่คัดกรองข่าวสารที่ถูกต้องนำเสนอผ่านทาง www.thaibf.com รวมทั้งการรับฟังและร่วมพูดคุยผ่านทาง Clubhouse นมแม่ได้ทุกวันพฤหัสบดีเวลา 19.30-21.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;พญ.ศิริพร กัญชนะ ประธานมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและสุขอนามัยของแม่และเด็กไทย ทั้งในกลุ่มหญิงที่กำลังตั้งครรภ์ หลังคลอด ให้นมบุตร รวมไปถึงพ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องปกป้องเลี้ยงดูบุตรหลานในช่วงวิกฤติดังกล่าว มูลนิธิศูนย์นมแม่จึงร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) รวบรวมกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาล นักวิชาการและแม่อาสา มาร่วมกันตอบคำถามผ่าน LINE Official Account หรือ Line OA ภายใต้ชื่อ &amp;quot;@thaibf&amp;quot; เพื่อช่วยตอบข้อกังวลใจและข้อสงสัย พร้อมแนะนำแนวทางปฏิบัติตามมาตรฐานคำแนะนำทั้งในระดับสากลและในระดับประเทศ ให้ครอบครัวไทยมีช่องทางสอบถามได้ทันใจ ร่วมกันรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;เรามีข้อมูลท่วมท้นในโซเชียลมีเดีย ที่อาจสร้างความสับสน อันไหนใช่ อันไหนไม่ใช่ มูลนิธิศูนย์นมแม่จึงได้หาช่องทางในการส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องเชื่อถือได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ใช้แอปพลิเคชัน Clubhouse เป็นเครื่องมือในการนำประเด็นที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 มาเป็นหัวข้อการพูดคุยให้ความรู้ แต่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาและเงื่อนไขการเข้าใช้บริการ เมื่อได้รับคำปรึกษาจาก นพ.ก้องเกียรติ เกษเพ็ชร์ อายุรแพทย์ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพภาคตะวันออก ผู้จัดทำโครงการ Line OA @cocare ที่มีบุคลากรทางการแพทย์เข้ามาร่วมกันตอบปัญหาเรื่องโควิด-19 ให้กับประชาชนได้เข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว จึงนำแนวทางมาปรับใช้&amp;rdquo; พญ.ศิริพรกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า จากข้อมูลของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ช่วงวันที่ 1 ธันวาคม 2563 &amp;ndash; 30 พฤษภาคม 2564 พบหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 310 ราย เสียชีวิต จำนวน 6 ราย ซึ่งหญิงตั้งครรภ์ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่หากติดเชื้อจะมีอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตมากกว่าผู้หญิงทั่วไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ดังนั้นจึงมีคำแนะนำให้หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ (3 เดือน) ขึ้นไป ฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งไม่พบรายงานผลข้างเคียงรุนแรงในผู้หญิงตั้งครรภ์ แต่ก่อนฉีดวัคซีนขอให้ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง นอนพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และควรปรึกษาแพทย์ที่ฝากครรภ์ก่อนการฉีดวัคซีน หรือสอบถามมายัง Line OA &amp;ldquo;@thaibf&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ศ.คลินิก พญ.ศิราภรณ์ สวัสดิวร เลขาธิการศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย และกรรมการมูลนิธิศูนย์นมแม่ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณแพทย์ พยาบาล นักวิชาการและคุณแม่อาสารวมกว่า 30 คน ที่เข้ามาช่วยตอบคำถามด้วยจิตอาสา ทุกคนเป็นผู้มีความชำนาญในการดูแลทารกทั้งที่อยู่ในท้องและเมื่อคลอด อาทิ สูตินรีแพทย์ในสาขาต่างๆ กุมารแพทย์ทารกแรกเกิด กุมารแพทย์ด้านโภชนาการ แพทย์ พยาบาล ในสาขาทั่วไป นักวิชาการสาธารณสุข และคุณแม่อาสาที่มีประสบการณ์และช่วยมูลนิธิตอบปัญหาของมูลนิธิมานานกว่า 10 ปี ขอบคุณทีมงาน Co Care ที่เข้ามาช่วยเป็นพี่เลี้ยงในการจัดระบบ ทำให้ Line 0A &amp;ldquo;@thaibf&amp;rdquo; สามารถเปิดตัวได้อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ศ.คลินิก พญ.ศิราภรณ์ กล่าวต่อว่า สำหรับ Line OA &amp;quot;@thaibf&amp;quot; จะเปิดให้คำปรึกษาเน้นประเด็นคำถามที่เกี่ยวข้องกับหญิงที่กำลังตั้งครรภ์ หลังคลอด แม่ให้นม และการดูแลทารกและเด็กเล็กกับปัญหาการติดเชื้อโควิด-19 รวมถึงการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารตามวัย และการเลี้ยงคู่เรียนรู้ ทุกวันจันทร์ถึงวันอาทิตย์ ไม่เว้นวันหยุด ตั้งแต่เวลา 08.00-22.00 น. โดยทีมจิตอาสาทั้งแพทย์และพยาบาล นักวิชาการและแม่อาสา สลับผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาช่วยตอบคำถาม ซึ่งจะเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน &amp;ndash; 31 กันยายน 2564 สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ ที่ https:/in.ce/TNx4GGa หรือเพิ่มเพื่อน ID @thaibf&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นอกจากนี้ยังสามารถค้นหาข้อมูลการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารตามวัย และการเลี้ยงคู่เรียนรู้ ทารกและเด็กเล็ก ได้จาก www.thaibf.com และ Facebook Page &amp;quot;มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย&amp;quot; และ Page &amp;quot;นมแม่&amp;quot; รวมถึงติดตามรับฟังและร่วมพูดคุยผ่านทาง &amp;quot;Clubhouse&amp;quot; นมแม่ ได้ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 19.30-21.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

ทางเลือกของหญิงตั้งครรภ์กับวัคซีนโควิด

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ก่อนหน้านี้มีข้อสงสัยว่า หญิงตั้งครรภ์ควรฉีดวัคซีนหรือไม่ ในการเสวนาผ่าน clubhouse EP13 ในหัวข้อ แม่ท้องฉีดวัคซีน Covid-19 ได้แล้ว อะไร เมื่อไหร่ ที่ไหน อย่างไร? โดย ผศ.พ.อ.ปริศนา พานิชกุล รอง ผอ.สูตินรีเวช รพ.พระมงกุฎฯ และ นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา ผอ.สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ให้ข้อมูลความเข้าใจที่ถูกต้อง &amp;ldquo;แม่ท้องก็สามารถฉีดวัคซีนโควิดได้&amp;rdquo; ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ระยะแรกนี้มีวัคซีนตัวเลือกแค่ 2 ชนิดที่มีใช้ในประเทศไทยสำหรับคนท้อง แนะนำใช้ Sinovac เนื่องจากเป็นวัคซีนที่ผลิตจากเชื้อที่ตายแล้ว ในขณะที่ AstraZeneca &amp;nbsp;เป็นอีกตัวเลือกที่อาจพิจารณา โดยเป็นวัคซีนที่ผลิตโดยการฝากสารพันธุกรรมของเชื้อเข้าไปในไวรัส เพื่อนำเข้าสู่ร่างกาย และถ้าแม่ที่ท้องอยากได้ตัวนี้อาจพิจารณาในกรณีอายุ 30 ปีขึ้นไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ถ้ามีตัวเลือกมากขึ้นในอนาคตที่อาจมี mRNA&amp;nbsp; วัคซีนจาก Pfizer หรือ Moderna เข้ามา วัคซีนสองตัวนี้อาจเป็นตัวเลือกที่มีข้อมูลการใช้ในคนที่ท้องดีกว่า&amp;nbsp; เพราะมีการศึกษาบางส่วนรองรับ แม้จะยังไม่มากแต่ก็มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ฉีดในคนท้องกว่า 4,000 ราย&amp;nbsp; และคลอดแล้วประมาณ 800 ราย รวมทั้งการศึกษาในสัตว์ทดลอง ไม่พบทารกมีปัญหา ขณะที่ Sinovac ไม่มีการศึกษาที่รองรับในคนท้อง ณ เวลานี้ที่ชัดเจน แต่ด้วยการผลิตจากเชื้อที่ตายแล้ว จึงเชื่อว่าน่าจะมีความปลอดภัยและสามารถใช้ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;วัคซีนของ AstraZeneca มีรายงานที่ใช้ในคนทั่วไป พบโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตันประมาณ&amp;nbsp; 4 รายจาก 1 ล้านรายที่ได้รับวัคซีน อย่างไรก็ตามถือว่าเป็นความเสี่ยงที่ต่ำมาก และยังไม่มีรายงานการเกิดในคนท้อง แม่ที่ท้องหากเกิดการติดเชื้อโควิดมีโอกาสเสี่ยงที่จะมีอาการหนัก เช่นต้องอยู่ห้องไอซียู ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจมากกว่าคนปกติถึง 2-3 เท่า และมีโอกาสเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อการคลอดก่อนกำหนด ดังนั้นการที่แม่ท้องได้รับวัคซีนจึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ อีกทั้งลดความรุนแรงหากเกิดการติดเชื้อขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ในเดือน พ.ค.มีวัคซีน Sinovac เข้ามา 3.5 ล้านโดสที่เลือกได้เลยหรือจะรอ Pfizer ให้แม่ชั่งใจกับหมอ ความเสี่ยงจากการฉีดวัคซีนกับความเสี่ยงจากการเกิดการติดเชื้อโรคเป็นโควิด โดยแนะนำฉีดที่หลังอายุครรภ์ 12&amp;nbsp; สัปดาห์ เพื่อหลีกเลี่ยงช่วงแรกที่อาจจะมีผลต่อความพิการแต่กำเนิดของทารก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;แม่ฝากครรภ์ที่ไหนให้แจ้งแพทย์ที่ไปฝากครรภ์ได้เลย หรือลงทะเบียนขอฉีดตามขั้นตอน หากอยู่ต่างจังหวัดแจ้งผ่าน อสม.ซึ่งมีระบบแจ้งส่งต่อโรงพยาบาล 1.แม่ท้องที่มีโรคประจำตัวกลุ่มเสี่ยงจากโรค NCDs หรือมีน้ำหนักตัวมาก ถือได้ว่าแม่เสี่ยงติดเชื้อสูงที่ควรได้รับวัคซีน 2.แม่ท้องที่โอกาสรับเชื้อสูง เป็นบุคลากรทางการแพทย์หรือมีคนที่อยู่ร่วมบ้านที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ แม่ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคสูงหรืออาศัยอยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนแออัด ไม่สามารถเว้นระยะห่างจากผู้อื่นได้ หรือต้องพบปะติดต่อสัมผัสกับคนอื่นบ่อยๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ขณะที่แม่ท้องทั่วไป กรมอนามัยอยู่ระหว่างการประสานงานกับคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ เพื่อให้สามารถเข้าถึงและสามารถรับวัคซีนนี้ได้ ซึ่งปัจจุบันองค์กรแพทย์ต่างๆ ได้ยืนยันว่าแม่ที่ท้องมีความเสี่ยงเทียบเท่ากับผู้สูงอายุ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับวัคซีน หรือรอประกาศอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติเร็วๆ นี้อีกครั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&amp;ldquo;ฉีดไม่ฉีด แพ้ไม่แพ้?&amp;rdquo;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ไวรัสโควิด-19 it&amp;rsquo;s here to stay เราต้องอยู่ด้วยกัน สร้างภูมิคุ้มกันป้องกัน คนท้องฉีดวัคซีนได้ ยิ่งคนท้องอยู่ในพื้นที่เสี่ยงมากใน กทม.และ 9 จังหวัดมีโอกาสติดเชื้อสูง ควรได้รับการฉีดวัคซีนโดยเร็ว ตอนนี้ฉีดได้ก็ให้รีบฉีดกันก่อน ไม่ต้องรอวัคซีนที่อยากได้ ไม่ต้องกลัวการแพ้&amp;nbsp; ช่วยกันสร้างมากๆ ช่วยเป็น border ให้กับเด็กๆ ในบ้านของเรา วันนี้ยังไม่มีวัคซีนฉีดให้เด็ก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัยแนะนำให้แม่ท้องเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูง หากมีการติดเชื้อโควิด-19 เช่นเดียวกับนานาชาติ เนื่องจากแม่ท้องมีสภาพโดยพื้นบาน มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำกว่าตอนไม่ท้อง เวลาคนท้องมีการติดเชื้อโควิด-19 จะมีอาการเจ็บป่วยรุนแรงกว่า ต้องเข้าห้อง ICU มากกว่า และคนท้องมีลูกอยู่ในท้องด้วย อาจส่งผลกระทบต่อลูกที่มีอยู่แล้วที่บ้านด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ศาสตราจารย์แพทย์หญิงกุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ กล่าวในการเป็นวิทยากรเสวนาผ่านทาง clubhouse มูลนิธิศูนย์นมแม่ฯ เรื่อง &amp;ldquo;แม่ท้องแม่ให้นมกับคำถามวัคซีนโควิด ฉีดไม่ฉีด แพ้ไม่แพ้?&amp;rdquo; ว่า การที่พบแม่ท้องติดเชื้อโควิด-19 แสดงว่าไปในที่ชุมชน เพราะปกติแล้วแม่ท้องจะเก็บตัวอยู่บ้านมากกว่าคนทั่วไป การได้รับเชื้อ ส่วนใหญ่หญิงท้องจะได้รับจากสามี หรือคนในบ้านที่นำเข้ามาให้ จะเห็นได้ว่า &amp;ldquo;แม่ท้อง ติดเชื้อได้ง่าย มีอาการมากกว่า เสี่ยงรุนแรงมากกว่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ภาพที่เห็นความทุลักทุเลเมื่อแม่ท้องติดโควิดแล้วมาคลอดลูก นับตั้งแต่การแต่งตัวและการใส่อุปกรณ์ป้องกันการกระจายเชื้อทั้งแม่ท้องและบุคลากร การคลอดที่ต้องระมัดระวังการกระจายเชื้อเป็นอย่างสูง แม่มีโอกาสได้รับการผ่าตัดคลอดสูง ด้วยความจำเป็นของสถานบริการแต่ละแห่งทั้งที่การติดเชื้อโควิดไม่ใช่ข้อบ่งชี้การผ่าคลอดทางหน้าท้อง การต้องแยกแม่แยกลูกสูงขึ้นทั้งๆ ที่แม่มีอาการไม่มาก หรือไม่มีอาการ ต้องใช้มาตรการป้องกัน การใส่หน้ากาก ล้างมือ การเว้นระยะห่าง ไม่อุ้มหรือหอมกอด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;แต่ในความเป็นจริง เมื่อกรมอนามัยลงพื้นที่เพื่อดูแนวทาง มีการแยกแม่ แยกเลี้ยงลูกต่างหาก ลูกและแม่กลับบ้านกันคนละที ทำให้โอกาสให้นมแม่ลดลง บางครอบครัวติดเชื้อกันทั้งครอบครัว ไม่มีคนจะเลี้ยงลูก ลูกน้อยต้องอยู่กับพยาบาลในวัยที่ต้องการแม่มาก จึงมีข้อเสนอคุณแม่ต้องมีทีมช่วยเตรียมเลี้ยงลูก นอกเหนือไปจากคนในบ้าน เป็นคนที่ไว้ใจได้ และเข้าไปพบแพทย์ด้วยกันตั้งแต่ก่อนคลอด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;วัคซีนสำหรับคนท้อง วัคซีนกลุ่ม mRNA คือ ไฟเซอร์ และ Moderna สำหรับประเทศไทย ทั้ง Sinovac และ AstraZeneca &amp;nbsp;ยังไม่มีการศึกษาการฉีดในคนท้องรองรับ แต่จากการศึกษาเบื้องต้นทั้งหมดไม่มีสัญญาณที่จะบ่งชี้ว่าวัคซีนเหล่านี้จะทำให้เกิดผลเสียในคนท้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้ชั่งน้ำหนักจากความเสี่ยงจากการติดเชื้อโควิดตามธรรมชาติที่อาจรุนแรง กับความเสี่ยงจากการไม่มีข้อมูลของการฉีดวัคซีน ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนอะไรในโลกที่มีการออกแบบศึกษาในแม่ท้องที่มีขั้นตอนเต็มรูปแบบงานวิจัยคุณภาพ For AstraZeneca &amp;nbsp;และ Sinovac ให้ข้อมูลว่า Sinovac เป็นวัคซีนที่ไม่ใช้เชื้อมีชีวิต แบ่งตัวไม่ได้แล้ว วัคซีนที่ไม่ใช้เชื้อมีชีวิตเรามีการใช้ในคนท้องมานาน เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ บาดทะยัก AstraZeneca &amp;nbsp;เป็น Viral Vector ใช้เชื้อไวรัส adeno มาดัดแปลงพันธุกรรมและทำให้อ่อนฤทธิ์มาก สอดไส้สารพันธุกรรมที่สร้าง Spike Protein ของไวรัสโคโรนาเข้าไปแทน เพื่อให้มนุษย์สร้างภูมิคุ้มกันต่อโควิด เชื้อไม่สามารถแบ่งตัวได้ เพราะมีการ delete gene ที่เดียวกับการแบ่งตัวออกไป แต่ก็ยังเป็นวัคซีนกลุ่มเชื้อมีชีวิต ซึ่งตามปกติคนท้องจะไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีนเชื้อมีชีวิต แต่ตัวนี้เป็นข้อยกเว้น เพราะเป็นเชื้อมีชีวิตที่ไม่แบ่งตัว จึงมีความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;WHO แนะนำให้ฉีดได้ แม้ไม่มีการศึกษารองรับ mRNA แต่ในยามที่มีการระบาดมาก แม่ท้องมีความเสี่ยงสูง จึงควรแนะนำให้ฉีดวัคซีนดีกว่าไปเสี่ยงติดเชื้อตามธรรมชาติ แต่การตัดสินใจก็ย่อมขึ้นอยู่กับคุณแม่ท้องจะเป็นผู้ตัดสินใจจากข้อมูลที่ได้รับ เมื่อมีการระบาดมาก วัคซีนอะไรก็จำเป็นต้องใช้ ถ้าเลือกได้ให้เลือกวัคซีนที่มีเชื้อไม่มีชีวิต และมีอาการข้างเคียงน้อยกว่า เช่น Sinovac แต่ถ้าเลือกไม่ได้ ใช้ AstraZeneca ได้ เพราะดีกว่าไปเสี่ยงเป็นโรคตามธรรมชาติ สำหรับแม่ให้นมให้วัคซีนได้เลย และภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นจะผ่านจากแม่สู่ลูกทางน้ำนมได้เช่นเดียวกับภูมิคุ้มกันอื่นๆ ที่แม่ส่งให้ลูก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;การแพ้วัคซีนและอาการข้างเคียงจากการได้รับวัคซีน การแพ้มี 2 แบบ แพ้ทันที รุนแรง ที่เรียกว่า anaphylaxis เกิดใน 30 นาทีแรก แพทย์หรือผู้ฉีดวัคซีนสามารถให้การรักษาได้ทันที คือ ให้ Adrenalin ฉีดแก้ แม้จะฉีดวัคซีนในศูนย์การค้าก็ไม่ต้องกังวล มีบุคลากรทางการแพทย์พร้อมช่วยแก้ไขในสถานการณ์ได้ โอกาสที่จะเกิดขึ้นน้อยกว่า 1 ต่อ 100,000 ราย กรณีแพ้ไม่รุนแรง มีผื่นในระยะต่อมา รักษาได้โดยการใช้ยาแก้แพ้ ผู้ที่มีอาการแพ้ แพ้ยา แพ้ฝุ่น หรือภูมิแพ้ สามารถให้วัคซีนได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;กรณีที่แม่ท้องจากประเทศลาว มียาฉีด Astra กับ Sinopharm จะฉีดตัวใด เมื่อไหร่ คำตอบเดียวกันคือ ทั้งคู่สามารถใช้ได้ แต่จะเลือก Sinopharm ก่อนถ้าเลือกได้ ให้แม่พิจารณาข้อมูลชนิดของวัคซีนดังกล่าวข้างต้นประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ภูมิคุ้มกันหลังติดเชื้อโควิดไม่อยู่ยาวนาน หลังจากที่ติดเชื้อแล้ว 3 เดือน ควรได้รับวัคซีนใดก็ได้กระตุ้นใหม่อีกครั้ง ภูมิคุ้มกันไม่ได้อยู่ยาวเพราะจากระยะฟักตัวของไวรัสสั้น และพยายามปรับตัวเพื่อให้อยู่ได้ตลอดเวลาในคน ตอนนี้มีการติดเชื้อมากกว่า 160 ล้านคน ยังมีโอกาสกลายพันธุ์ ทำให้ต้องมีการกระตุ้นภูมิด้วยการฉีดวัคซีนซ้ำเช่นเดียวกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ในขณะนี้กำลังมีการพัฒนาวัคซีน Second generation เพื่อรองรับการกลายพันธุ์ของไวรัส น่าจะออกมาใช้ได้ปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ในกรณีที่แม่ท้อง แม่ให้นม ควรได้รับวัคซีนเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการติดเชื้อจากธรรมชาติ กรณีแม่ท้องมีโอกาสเกิดความรุนแรงและเสี่ยงเสียชีวิตได้มากกว่าคนทั่วไป จะเป็นวัคซีนใดให้พิจารณาจากข้อมูลเท่าที่มีซึ่งขอยืนยันว่าทุกวัคซีนมีความปลอดภัย มีการใช้ได้จริง ความเสี่ยงจากข้อแทรกซ้อนจากการให้วัคซีนในคนท้องไม่แตกต่างจากการให้วัคซีนในคนทั่วไป และทารกที่เกิดมาก็ไม่พบว่าผิดปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;การดูแลแม่ท้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - การบำรุงครรภ์ สมองและร่างกายของลูกเริ่มมีพัฒนาการตั้งแต่อยู่ในครรภ์ แม่ท้องควรใส่ใจเรื่องโภชนาการ เพื่อให้ลูกน้อยในครรภ์ได้รับสารอาหาร เพื่อการเจริญเติบโตอย่างครบถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - เข้าใจอารมณ์แม่ท้อง ในช่วงที่กำลังตั้งท้อง แม่อาจมีอารมณ์อ่อนไหวง่าย จากระดับฮอร์โมนในร่างกายที่เปลี่ยนแปลง หรือมีความวิตกกังวล คนในครอบครัวควรเข้าใจ และช่วยดูแลประคับประคองจิตใจของแม่ท้องให้ผ่อนคลาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน นมแม่ช่วยให้ลูกมีสุขภาพแข็งแรง มีสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน กระตุ้นภูมิคุ้มกันโรค ช่วยลดโอกาสของการเกิดโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้ออื่นๆ นมแม่มีสารอาหารที่ช่วยสร้างการเจริญเติบโตของสมอง เด็กที่กินนมแม่จึงมีสุขภาพที่ดี เติบโตสมวัย และมีพัฒนาการทางด้านสติปัญญาที่ดี.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) : ภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106858</URL_LINK>
                <HASHTAG>(สสส.), @thaibf, แม่ท้องสู้โควิด, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210618/image_big_60ccb69d1d9c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106064</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2021 19:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วันสุขบัญญัติแห่งชาติประจำปี 2564  รณรงค์ “รักใครให้ชวนฉีดวัคซีน”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;รณรงค์ &amp;ldquo;รักใครให้ชวนฉีดวัคซีน&amp;rdquo; วันสุขบัญญัติแห่งชาติประจำปี 2564 ไทยรู้สู้โควิดนำโดย สสส.-ยท.&amp;nbsp; กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สธ. ภาคีเครือข่าย ดร.สาธิตเปิดใจรับฟังเสียงคนรุ่นใหม่ พร้อมปกป้องครอบครัวจาก COVID-19 ดึงยุว อสม.ปูพรมลงพื้นที่สื่อสารข้อมูลวัคซีนที่ถูกต้อง ลดการส่งต่อข่าวลวง Fake News เน้นชวนกลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุเข้ารับวัคซีนโดยเร็ว เลขาธิการ ยท.ฟันธงเด็กส่วนใหญ่มีความตื่นตัวต่อปัญหาโควิด-19 เพราะพ่อแม่เดือดร้อนมาก เด็กหลายคนเลิกบุหรี่ได้ในช่วงโควิดเพราะรักตัวเองมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ&amp;nbsp; (สสส.) ร่วมกับสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข จัดเสวนาออนไลน์เตรียมความพร้อมกับคนรุ่นใหม่ &amp;ldquo;รักใครให้ชวนฉีดวัคซีน&amp;rdquo; ผ่านทางเฟซบุ๊ก กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และภาคีเครือข่าย เนื่องในวันสุขบัญญัติแห่งชาติประจำปี 2564 เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 27 พฤษภาคม 2564 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะรองประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) คนที่ 1 กล่าวว่า รัฐบาลมีมาตรการเร่งฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนเป็นวาระแห่งชาติ เนื่องจากการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชากรส่วนใหญ่จะมีส่วนช่วยสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงซึ่งมีเป็นจำนวนมาก และตลอดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ที่ผ่านมามีผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยติดเตียงที่อยู่ในบ้านพักตนเองติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากบุตรหลานที่ออกไปประกอบอาชีพนอกบ้านเป็นจำนวนมาก และสำหรับกรณีคนรุ่นใหม่ที่มีความกังวลต่อประสิทธิภาพของวัคซีนที่มีอยู่ในประเทศไทยขณะนี้ อยากให้รับทราบว่าวัคซีนทุกชนิดทั่วโลกเป็นวัคซีนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในสภาวะฉุกเฉิน และมีการวิจัยถึงประสิทธิภาพไม่นานมาก ดังนั้นการได้รับวัคซีนให้เร็วที่สุดตามกลุ่มเสี่ยงต่างๆ จะสามารถลดความรุนแรงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้มีประสิทธิภาพสูงที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขยืนยันรับฟังความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่มาโดยตลอด ซึ่งปัจจุบันมีการเร่งรัดจัดหาวัคซีนที่มีความหลากหลายและเหมาะสมกับช่วงวัยไว้แล้ว สามารถดำเนินการฉีดวัคซีนให้คนรุ่นใหม่ได้ทันทีเมื่อวัคซีนมาถึงและผ่านขั้นตอนต่างๆ ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยระหว่างนี้จึงอยากขอความร่วมมือคนรุ่นใหม่ทุกคนทำหน้าที่เป็นยุว อสม. หรือเป็นผู้พิทักษ์สุขภาพของครอบครัว ด้วยการให้ข้อมูลที่ถูกต้องพร้อมเชิญชวนผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงในครอบครัวมาลงทะเบียนรับวัคซีนให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อลดความเสี่ยงการเสียชีวิต หรือการเจ็บป่วยรุนแรงจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่นี้&amp;quot; ดร.สาธิตกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า กรมสนับสนุนบริการสุขภาพร่วมกับสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่ายคนทำงานด้านเด็กและเยาวชน ดำเนินการจัดให้มีระบบยุวอาสาสมัครสาธารณสุข หรือยุว อสม.ประจำพื้นที่ต่างๆ ซึ่งเป็นแกนนำเด็กและเยาวชนที่อยู่ทั้งในระบบและนอกระบบสถานศึกษาต่างๆ นับเป็นคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของชาติที่จะสามารถช่วยให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตินี้ได้ โดยมุ่งให้ยุว อสม.ทำหน้าที่เป็นนักสื่อสารสุขภาพ นำแนวทางสุขบัญญัติในข้อ 10 คือ &amp;ldquo;มีสำนึกต่อส่วนรวม ร่วมสร้างสรรค์สังคม&amp;rdquo; ภายใต้คำขวัญ &amp;ldquo;ยุว อสม.ชวนครอบครัวทั่วไทยพร้อมใจฉีดวัคซีน&amp;rdquo; โดยทำบทบาทตามหลัก 3 ช.คือ ช.ที่ 1 ชี้แจงความปลอดภัยและประโยชน์ของวัคซีน ช.ที่ 2 ชักชวนการลงทะเบียนเพื่อไปฉีดวัคซีนแก่คนในครอบครัว และ ช.ที่ 3 ช่วยเหลือการลงทะเบียนและติดตามผลหลังการฉีดวัคซีน นอกจากนี้ ยุว อสม.ยังเป็นขุมพลังที่ช่วยสื่อสารให้เพื่อนนักเรียนบอกต่อกับคนในครอบครัวตนเองและคนรอบข้าง ให้เกิดความตระหนักและเห็นความสำคัญของการฉีดวัคซีนโควิด-19 เพื่อให้คนไทยทุกคนปลอดภัยยิ้มอย่างมีความสุข พร้อมต้อนรับการเปิดประเทศกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วอีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;พชรพรรษ์ ประจวบลาภ เลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) ให้สัมภาษณ์ว่า สถาบันยุวทัศน์ฯ ทำแคมเปญดีๆ เกี่ยวกับโควิด-19 เราถูกตราหน้าว่ารับเงินรัฐบาล ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้รัฐบาลมาหลอกลวงเด็กว่าวัคซีนดี ขณะนี้สมาคมยุวทัศน์ฯ ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยเอกชน 5 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, มหาวิทยาลัยสยาม, มหาวิทยาลัยรังสิต และมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต &amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมขอบอกว่าในความเป็นเด็ก เขามีตัวตน การทำงานเรื่องโควิดเป็นเรื่องยาก การชี้แจงกับเด็กเข้าใจยากกว่าการชี้แจงให้ผู้ใหญ่ ส่วนหนึ่งเพราะผู้ใหญ่มีประสบการณ์ กลัวเจ็บ กลัวตาย เขาเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;คุณตาคุณยายของผมฉีดยาวันที่ 16 มิ.ย. ส่วนผมฉีดซิโนแวคเข็มแรกไปแล้ว เนื่องจากผมทำงานกับกระทรวงสาธารณสุข อยู่กับกลุ่มเสี่ยง เยาวชนที่อยู่ในชุมชน ผมกำลังจะฉีดเข็มที่ 2 ประสบการณ์ที่ฉีดวัคซีนเข็มแรกนั้นผมปวดแขนมาก นอนหลับสนิทถึง 12 ชั่วโมง เพื่อนๆ ผมก็นอนยาว วันรุ่งขึ้นทุกคนตื่นสายกันหมด&amp;nbsp; ไม่มีใครแพ้ยาแต่อย่างใด แม้แต่เพื่อนที่อ้วนที่สุด เพราะฉะนั้นหลังฉีดวัคซีนวันรุ่งขึ้นควรจะพักผ่อน&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ขณะนี้เครือข่ายเยาวชนในโรงเรียนเป็น Gen Z ทำงานรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ใน จ.อุบลราชธานี, เพชรบูรณ์, ภูเก็ต มีการจับมือกับยุว อสม.ทำงานสุขภาพในจังหวัด คาดว่ายุว อสม.จะเป็นจริงได้ในเดือน ต.ค.หรือ พ.ย. &amp;quot;พี่ชายฝาแฝดของผม เมธชนนท์ ประจวบลาภ ทำงานเป็น ผอ.โรงเรียนเซนต์จอห์น ดอนบอสโก พระราม 2&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้เป็นรอง ผอ.รร.จุฑารัตน์ หนองเสือ ปทุมธานี&amp;nbsp; ดูแลเด็กมัธยม 700 กว่าคน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ในขณะที่โควิด-19 ระบาดมากยิ่งขึ้น สสส.ให้ปรับงบประมาณเรื่องรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ สุขภาวะของเด็ก มาเป็นการทำงานเฉพาะหน้าที่เกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโควิด-19 เนื่องจากเรื่องโควิด-19 เป็นเรื่องที่ไม่ไกลตัว&amp;nbsp; พ่อแม่ของเยาวชนต่างก็ได้รับความเดือดร้อนกันทั่วหน้า&amp;nbsp; ขณะเดียวกันวัยรุ่นและเด็กไทยทั้งประเทศก็ต้องเรียนหนังสือทางออนไลน์ ไม่ได้พบปะเพื่อนฝูง บางครั้งเรียนทางออนไลน์แม่ก็ตะโกนให้ไปรีดผ้า พร้อมกับตั้งคำถามว่าเมื่อไหร่จะได้กลับเข้าสู่ห้องเรียนในระบบ การเรียนในห้องเรียนในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ยังมีปัญหาในการดึงเข้ามาให้เกิดการเรียนรู้&amp;nbsp; ปัญหาจากการเรียนออนไลน์มีมาก ถ้าเด็กติดตัว P ในวิชาสุดท้ายที่จะจบออกมาเพื่อรับปริญญา เขาเรียนแทบเป็นแทบตาย สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีผลกระทบต่อการเรียน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;เด็กส่วนใหญ่มีความตื่นตัวต่อปัญหาโควิด-19 &amp;nbsp;เพราะเขาเห็นว่าพ่อแม่เดือดร้อนมาก ถ้าเยาวชนไม่ตื่นตัวจะกลายเป็นคนที่สร้างปัญหาให้ครอบครัว สังเกตได้ว่าขณะนี้ปัญหาเด็กแว้นลดจำนวนน้อยลง ไม่ใช่ตำรวจกวาดล้างการมั่วสุมของวัยรุ่น แต่เด็กรู้ว่าเขาจะต้องไม่สร้างปัญหาให้พ่อแม่ มีเด็กหลายคนเลิกบุหรี่ได้ เขากลัวไม่มีเงิน&amp;nbsp; ยิ่งในสถานการณ์ที่วิกฤติ ด้วยสัญชาตญาณความเป็นมนุษย์ ต้องเอาตัวรอด เด็กหลายคนเลือกที่จะลดการดื่มน้ำอัดลมหันมาดื่มน้ำเปล่าแทน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝุ่นPM2.5ฟุ้ง&amp;#39;อีสาน&amp;#39;จุดความร้อนแน่นพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักวิชาการฉายภาพย้อนหลัง 3 ปี พบค่าเฉลี่ยรายปี&amp;nbsp; PM2.5 ใน จ.ขอนแก่นสูงกว่า กทม.และเชียงใหม่ สะท้อนปัญหามลพิษทางอากาศในภาคอีสานไม่ควรถูกละเลยหรือมองข้ามผ่าน! &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประชุมสัมมนาวิชาการออนไลน์ เรื่อง &amp;quot;มลพิษอากาศในภาคอีสาน และศูนย์วิชาการเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษอากาศ&amp;quot; ผ่านระบบ ZOOM จัดโดย ศูนย์วิชาการเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษอากาศ สมาคมวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เมื่อเร็วๆ นี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ชัชวาล อัยยาธิติ อาจารย์สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า&amp;nbsp; ภาคอีสานมีอากาศทั่วไปร้อนชื้นสลับกับแล้ง มีเทือกเขากั้นจากภาคอื่น มีแอ่งโคราชและแอ่งสกลนครที่ลาดเอียงจากตะวันตกไปตะวันออก มีผลต่อการกระจายตัวของมลพิษอากาศ การใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นเนื้อที่ทางการเกษตร&amp;nbsp; 63.86 ล้านไร่ แยกเป็นนาข้าว 41.75 ล้านไร่ พืชไร่ 11.45&amp;nbsp; ล้านไร่ สวนไม้ผลและไม้ยืนต้น 5.90 ล้านไร่ สวนผักและไม้ดอก 0.32 ล้านไร่ และการเกษตรอื่นๆ 4.44 ล้านไร่ โดยพืชหลักของภาค ได้แก่ ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ยางพารา และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กิจกรรมการเกษตรกรรมในพื้นที่เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษอากาศที่สำคัญและมีผลกระทบต่อคุณภาพอากาศในภาคอีสาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษในภาคอีสานมีเพียง 12 สถานี และมีเพียงสถานีเดียวที่ข้อมูลสมบูรณ์ตั้งแต่ปี พ.ศ.2557 คือที่จังหวัดขอนแก่น สะท้อนว่าการตรวจวัดคุณภาพอากาศในภาคอีสานไม่ได้รับความสนใจหรือให้ความสำคัญมากนัก ทั้งที่ค่า PM2.5 ไม่ต่ำกว่าภาคอื่นๆ ซึ่งเมื่อพิจารณาข้อมูลตั้งแต่ปี 2561-2563 พบว่าค่า PM2.5 เฉลี่ยรายปี จ.ขอนแก่นเกินค่ามาตรฐาน อยู่ในระดับสูงกว่า 30 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ทุกปี ขณะที่ค่ามาตรฐานอยู่ที่ 25 มคก./ลบ.ม. โดยสูงกว่า กทม.และเชียงใหม่ นอกจากนี้ ปี 2560-2562 จ.ขอนแก่นมีจำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินค่ามาตรฐานเพิ่มจากกว่า&amp;nbsp; 20 วัน เป็นกว่า 30 วัน และกว่า 60 วันตามลำดับ โดยค่าสูงสุดเกินค่ามาตรฐานชัดเจนช่วงเดือน ม.ค.-เม.ย. และ&amp;nbsp; ต.ค.-ธ.ค.ของทุกปี ที่เป็นฤดูเพาะปลูกเกษตรกรรม โดยแหล่งกำเนิดฝุ่นละอองที่สำคัญคือ การเผาในที่โล่งโดยเฉพาะพื้นที่เกษตรกรรม สถานประกอบการ โรงงาน และยานพาหนะ &amp;quot;ปัญหามลพิษทางอากาศของภาคอีสานไม่ได้ด้อยหรือน้อยกว่าพื้นที่อื่นๆ ที่มีรายงานปัญหามลพิษในประเทศไทย&amp;quot;&amp;nbsp; ดร.ชัชวาลกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนาวุธ โนราช นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ&amp;nbsp; สำนักสิ่งแวดล้อมภาคที่ 10 กล่าวถึงมลพิษทางอากาศภาคเกษตรกรรมว่า ค่าเฉลี่ยรายปี PM2.5 จ.ขอนแก่น ย้อนหลัง 7 ปี 2557 อยู่ที่ 29.42 มคก./ลบ.ม. ปี 2558 อยู่ที่&amp;nbsp; 30.58 มคก./ลบ.ม. ปี 2559 อยู่ที่ 39.2 มคก./ลบ.ม. ปี 2560&amp;nbsp; อยู่ที่ 29.8 มคก./ลบ.ม. ปี 2561 อยู่ที่ 31.42 มคก./ลบ.ม. ปี&amp;nbsp; 2562 อยู่ที่ 34.75 มคก./ลบ.ม. และปี 2563 อยู่ที่ 29.56&amp;nbsp; มคก./ลบ.ม. ทั้งนี้ การเผาในที่โล่งเป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศ ซึ่งเป็นวิถีชีวิต มีทั้งการเผาขยะชุมชน&amp;nbsp; เผาข้างถนน เผาไร่อ้อย เผานาข้าว และเผาพื้นที่รกร้างในชุมชน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อดูจากจุดความร้อน พบว่าปี 2562 จำนวน 49,938&amp;nbsp; จุด ปี 2563 จำนวน 40,219 จุด และปี 2564 (ม.ค.-เม.ย.)&amp;nbsp; 20,949 จุด พิจารณาเฉพาะปี 2564 จำแนกตามการใช้ประโยชน์ที่ดิน เป็นพื้นที่เกษตร 8,381 จุด 40% เขต ส.ป.ก.&amp;nbsp; 4,401 จุด 21% ป่าสงวนแห่งชาติ 2,851 จุด 14% ชุมชนและอื่นๆ 2,631 จุด 12% ป่าอนุรักษ์ 2,437 จุด 12% และพื้นที่ริมทางหลวง 248 จุด 1% และจำแนกตามชนิดแหล่งกำเนิด นาข้าว 8,393 จุด 40% อ้อย 1,347 จุด 6% พื้นที่เกษตรอื่นๆ 3,040 จุด 15% พื้นที่ป่า 5,288 จุด 25% พื้นที่ริมทางหลวง 248 จุด 1% ชุมชนและอื่นๆ 2,633 จุด 13%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนาวุธบอกว่า กรณีการเผาในนาข้าวเป็นการทำนานอกฤดูที่มีน้ำเพียงพอ โดยมีพื้นที่ทำนานอกฤดู 1.99&amp;nbsp; ล้านไร่ จ.นครราชสีมามากที่สุด 3.3 แสนไร่ ส่วนการเผาจากไร่อ้อย ภาคอีสานมีกลุ่มโรงงานผลิตน้ำตาล 22 กลุ่มโรงงาน บางจังหวัดมี 2-3 โรงงาน การเผาจะเกิดขึ้นในช่วงก่อนตัด เพื่อให้โล่งตัดง่ายได้วันละ 3 ตันต่อคน แต่หากไม่เผาตัดได้ 1 ตันต่อคนต่อวัน และเผาหลังตัดเพราะมีใบอ้อยเก่าเหลืออยู่ หากไม่เผาใบเก่าทิ้ง เมื่อต้นเกิดใหม่อาจจะเกิดไฟไหม้และทำให้ตายได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแก้ปัญหา กรณีนาข้าว พยายามแก้ปัญหาด้วยการใช้รถไถเตรียมดินปลูกข้าวนอกฤดู โดยนำฟางข้าวไปเป็นอาหารสัตว์ แต่ซังข้าวซึ่งสัตว์ไม่กินนั้น ก็ให้ใช้เครื่องจักรอัดแท่งแล้วนำไปขายให้โรงงานรับซื้อเชื้อเพลิงชีวมวล ในพื้นที่นำร่อง 10,000 ไร่ พบว่าจุดความร้อน 100 จุดในปี 2562&amp;nbsp; ลดลงเหลือ 1 จุดในปี 2563 ส่วนกรณีไร่อ้อย มีการส่งเสริมให้เกษตรกรใช้เครื่องจักรในการตัดใบอ้อยแล้วอัดแท่งนำไปขายให้โรงงานที่รับซื้อ และให้โรงงานเลิกซื้ออ้อยที่เผา และจัดคิวรถอ้อยเข้าโรงงานให้มีสัดส่วนรถอ้อยสดเข้า 10 คัน&amp;nbsp; และรถอ้อยเผาเข้า 1 คัน ขณะที่การเผาขยะชุมชนได้ส่งเสริมให้มีการทำ &amp;quot;เสวียน&amp;quot; ที่เป็นที่เก็บใบไม้โดยไม่เผา แต่เป็นการหมักเป็นปุ๋ยแทน ซึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้นคือ ปี&amp;nbsp; 2564 มีจุดความร้อนลดลงอยู่ที่ราว 2 หมื่นจุด จากที่สองปีก่อนหน้าอยู่ที่ราว 4 หมื่นจุด &amp;quot;หากจุดความร้อนลดลง แต่คุณภาพอากาศยังไม่ดีขึ้น&amp;nbsp; ก็อาจจะเป็นเพราะมีค่าเพดานการลอยตัวของอากาศเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย หากมีค่าลอยตัวอากาศต่ำ การระบายอากาศก็ไม่ดี มลพิษก็สูง&amp;quot; ธนาวุธกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน ดร.สุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา อาจารย์คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองว่า ปัญหามลพิษอากาศหลักของประเทศไทยประกอบด้วย ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) โอโซน สารประกอบอินทรีย์ระเหย และโลหะหนัก เช่น ปรอท ตะกั่ว เป็นต้น แหล่งกำเนิดหลักของสารมลพิษอากาศในประเทศไทย คือ การคมนาคมขนส่ง การเผาเชื้อเพลิงชนิดต่างๆ ในยานยนต์ โรงไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรม และบ้านเรือน กระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม ปฏิกิริยาเคมีในบรรยากาศก่อให้เกิดสารมลพิษอากาศทุติยภูมิ และการเผากากของเสียและชีวมวลในที่โล่ง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งที่มาสำคัญของฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทย แยกเป็นกรุงเทพฯ และปริมณฑล จากการคมนาคมขนส่ง การเผาชีวมวลในที่โล่ง และฝุ่นทุติยภูมิ ภาคกลาง การเผาชีวมวลในที่โล่ง ภาคเหนือจากไฟป่าและการเผาชีวมวลในที่โล่ง ภาคตะวันออกจากการคมนาคมขนส่ง&amp;nbsp; อุตสาหกรรม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจากการเผาชีวมวลในที่โล่ง รวมทั้งไฟป่า และภาคใต้จากไฟป่าพรุในอินโดนีเซีย และในประเทศไทยโดยเฉพาะป่าพรุควนเคร็ง จ.นครศรีธรรมราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การแก้ปัญหามลพิษอากาศที่ยั่งยืนคือ การลดการปล่อยสารมลพิษจากแหล่งกำเนิด ซึ่งในประเทศไทยมีตัวอย่างการทำให้อากาศดีขึ้นแล้ว เช่น โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ที่มีการติดตั้งเครื่องกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ สามารถควบคุมปริมาณก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ได้ แต่ต้องมีการลงทุน จึงอยากให้มีการนำรูปแบบไปขยายผลในที่อื่นๆ ขณะที่การลดปัญหาฝุ่น PM2.5 จากการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม&amp;nbsp; หากมีการกำหนดเป้าหมายลดการเผาและมาตรการส่งเสริมสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวและข้าวโพดอย่างที่ประสบความสำเร็จสำหรับผู้ปลูกอ้อย จะสามารถลดการเผาในที่โล่งได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ รศ.วงศ์พันธ์ ลิมปเสนีย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิชาการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษอากาศ กล่าวว่า จุดอ่อนที่สำคัญของการแก้ปัญหามลพิษอากาศของประเทศไทยคือ ขาดความรู้เชิงลึกเพิ่มเติมจากงานวิจัย หรือการพัฒนาเทคโนโลยีที่น่าเชื่อถือ เชื่อมโยงกับการพัฒนานโยบายและสนับสนุนการกำหนดและบังคับใช้มาตรการ&amp;nbsp; และการได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน เช่น การบริหารจัดการการเผาในที่โล่ง เป็นต้น จึงได้รับการสนับสนุนจาก สสส.จัดตั้งศูนย์วิชาการเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษอากาศขึ้น เพื่อเป็นศูนย์รวมนักวิชาการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการรวบรวมองค์ความรู้ที่ถูกต้อง เพื่อใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่เหมาะกับบริบทพื้นที่ของประเทศ พัฒนาองค์ความรู้ที่เป็นข้อมูลวิชาการที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 พัฒนาระบบข้อมูลงานวิชาการที่สามารถใช้ในการต่อยอดพัฒนางานวิชาการต่อไป รวมทั้งจัดทำข้อเสนอแนะมาตรการนโยบายต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง เผยแพร่ความรู้สู่สังคมและสร้างการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย สื่อสารความรู้ เสริมสร้างประสบการณ์ และปลูกฝังความเป็นเจ้าของในทรัพยากรอากาศสะอาดกับภาคประชาชน เอกชน และภาคธุรกิจ ร่วมกันขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยสามารถติดตามข่าวสารได้ทางเฟซบุ๊กรู้ทันฝุ่น https://www.facebook.com/CCAS.EEAT และ www.ccas.or.th.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106064</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สาธารณสุขจังหวัด, รักใครให้ชวนฉีดวัคซีน, วัคซีน, วันสุขบัญญัติแห่งชาติ, สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.), สสส, โควิด.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c35a3881430.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105297</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2021 20:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัคซีนทุกคนต้องได้ฉีด ยกเว้น! ผู้ป่วยระยะสุดท้ายและผู้แพ้วัคซีนรุนแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มส.ผส. ร่วมกับ สสส. จัดเสวนา &amp;ldquo;COVID-19 การเข้าถึงบริการทางสังคมและสุขภาพของผู้สูงอายุ เพื่อไขคำตอบให้ผู้ฟังผ่านระบบ Zoom Cloud Meeting ฟันธงทุกคนควรฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ไม่ต้องกลัวเข็ม ต้องกลัวโควิด-19 มากกว่า ย้ำผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่คาดว่าจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน และผู้ที่มีประวัติแพ้วัคซีนรุนแรงอย่าเพิ่งฉีด เสี่ยงปัญหาสุขภาพ ต้องได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ดร.นพ.ภูษิต ประคองสาย ผู้ดำเนินรายการ&amp;nbsp;หยิบยกปัญหาที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลรณรงค์ให้มีการฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าผู้สูงอายุในประเทศไทยได้รับการฉีดวัคซีนครบทุกคนหรือไม่ ทั้งกลุ่มที่มีปัญหาทางสุขภาพ มีโรคประจำตัว และกลุ่มที่เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง NCDs พร้อมถอดบทเรียนว่ากลุ่มไหนที่ควรได้รับการยกเว้นฉีดวัคซีนจากปัจจัยสุขภาพ โดยในวงเสวนามีการถอดบทเรียนจากผู้เชี่ยวชาญผู้สูงอายุ 3 ท่านที่สะท้อนมุมมอง พร้อมเสนอแนะแนวทางระบบการจัดการวัคซีนสำหรับผู้สูงอายุในเมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ผศ.พญ.สิรินทร ฉันศิริกาญจน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผศ.พญ.สิรินทร ฉันศิริกาญจน แพทย์อายุรศาสตร์ผู้สูงอายุ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การบริหารจัดการวัคซีนมีความจำเป็นต้องมีระบบจัดการที่ตอบโจทย์กับคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มคนที่สุขภาพมีปัญหา ร่างกายยังไม่เหมาะสมที่จะได้รับวัคซีนโควิด-19 ทันที เพราะอาจส่งผลกระทบกับร่างกาย ซึ่งกลุ่มคนที่ยังไม่ควรได้รับวัคซีนในตอนนี้ หรือจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ให้รอบคอบ คือ &amp;ldquo;ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย&amp;rdquo; ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าอาจจะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ได้อีกไม่เกิน 6 เดือนข้างหน้า เพราะถ้าฉีดวัคซีนเข้าไปอาจจะทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันไม่ได้ นั่นหมายความว่าวัคซีนโควิด-19 อาจจะไม่มีประสิทธิภาพกับผู้ป่วยกลุ่มนี้ ถ้าฉีดไปก็ไม่มีประโยชน์กับชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผศ.พญ.สิรินทร กล่าวต่อว่า กลุ่มที่ยังไม่เหมาะสมที่จะได้รับวัคซีนโควิด-19 คือ ผู้ป่วยที่เคยมีประวัติแพ้วัคซีน หรือแพ้ยาอย่างรุนแรง เพราะอาจได้รับผลกระทบหลังจากการฉีดซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่ทำให้สุขภาพและชีวิตมีปัญหา เช่น เป็นไข้ บวม ช้ำ ปวด ผื่นขึ้นบริเวณที่ฉีดวัคซีน หรือมีอาการหอบหืด เพราะร่างกายมีปฏิกิริยาที่ไม่ตอบรับกับวัคซีนโควิด-19 นอกจากนี้คนไข้ที่เคยได้รับพลาสมาหรือยาต้านไวรัสรักษาโควิด-19 ให้รอดชีวิตได้ หรือคนไข้ที่เป็นโควิด-19 ใน 10 วันยังไม่ควรได้รับวัคซีน แต่กลุ่มนี้จะมีการพิจารณาเป็นรายๆ ไปขึ้นอยู่กับแพทย์จะพิจารณาตามความเหมาะสม รวมถึงคนที่มีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมได้ เช่น โรคทางระบบประสาทและสมอง เป็นเรื่องที่ต้องคุยกับหมอเป็นพิเศษ ใครที่มีประวัติเลือดออกต้องกินยาละลายลิ่มเลือดจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ทุกคนที่แข็งแรง ไม่แพ้วัคซีนหรือรักษาโควิดหายแล้ว ยังจำเป็นต้องได้รับวัคซีนโควิด-19 อยากย้ำว่าทุกคนอย่าได้กลัววัคซีน เพราะการแพทย์ของเรา คนไข้หนักๆ ก็สามารถบริหารจัดการได้ ถ้าปล่อยให้มีการติดโควิด-19 จำนวนมากจะทำให้อัตราการตายสูงขึ้น อาจารย์อยากบอกทุกคนว่า เราอาจกลัวโควิด-19 ได้ แต่อย่ากลัววัคซีน เพราะมันจะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เราผ่านวิกฤติครั้งนี้ได้&amp;rdquo; ผศ.พญ.สิรินทรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผศ.พญ.สิรินทร กล่าวเพิ่มเติมว่า ถ้าจะวิเคราะห์ผู้สูงอายุบางกลุ่มว่ากลัวเข็มฉีดยา หรือไม่อยากจะฉีดวัคซีน-19 จำเป็นต้องพิจารณาเป็นรายกรณี สิ่งที่อยากย้ำคือ กระทรวงสาธารณสุขต้องทำความเข้าใจเรื่องวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้ากับผู้สูงอายุว่ามีผลกับเส้นเลือดตีบหรือไม่ หรือมีเปอร์เซ็นต์การเกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับคนกลุ่มนี้ เพราะเรามีพันธุกรรมต่างกับชาวต่างประเทศ ฉะนั้นควรให้ข้อมูลกับผู้สูงอายุให้มากที่สุด จากสถิติคนที่ติดโควิด-19 ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตสูงกว่าคนทั่วไป บางคนแค่เริ่มต้นมีอาการป่วยก็เสียชีวิต จึงอยากย้ำว่าขอให้ฉีดวัคซีน-19 ไม่ต้องเลือกวัคซีนยี่ห้อใด แต่อยากให้ร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ไปด้วยกันก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ถ้าถามอาจารย์ว่าผู้สูงอายุควรจะเลือกฉีดวัคซีนยี่ห้ออะไร ซิโนแวคหรือแอสตร้าเซนเนก้าได้ทั้งนั้น ขอให้ได้วัคซีน-19 กันเถอะ การได้รับวัคซีนไม่ได้หมายความจะไม่ติดเชื้อ แต่เป็นการลดโอกาสการติดเชื้อ ลดโอกาสป่วยให้น้อยลง แม้จะป่วยก็จะมีอาการรุนแรงน้อยกว่า โอกาสจะตายจากโควิดก็น้อยกว่า ขอให้ช่วยกันฉีดวัคซีนป้องกัน&amp;rdquo; ผศ.พญ.สิรินทรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ดร.ณปภัช สัจนวกุล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.ณปภัช สัจนวกุล สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ผลจากการสำรวจกลุ่มคนที่มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพช่วงล็อกดาวน์ ปี 2562 มีผู้สูงอายุที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 14.5 ล้านคน พบผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย 4.9 ล้านคน และจากงานวิจัยมีผู้สูงอายุประมาณ 93% ของผู้มีรายได้น้อยได้รับความช่วยเหลือเยียวยา 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน แต่ที่น่าสนใจคือ มีผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยเข้าถึงโครงการคนละครึ่งได้ยาก เพราะปัญหาการลงทะเบียนต้องใช้เทคโนโลยี ต้องให้ลูกหลานเข้ามาช่วยเหลือในการลงทะเบียนให้ ใครที่มีลูกหลานอยู่ในบ้านก็จะช่วยเหลือได้ทันท่วงที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.ณปภัช กล่าวต่อว่า อาชีพการทำมาหากินเปลี่ยนไป ทำให้ผู้สูงอายุได้รับผลกระทบรุนแรงมากขึ้น พบผู้สูงอายุ 70-80% ถูกเลิกจ้างและพักงานในช่วงโควิด-19 นอกจากนี้ผู้สูงอายุยังมีปัญหาในการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพ และพบผู้สูงอายุมากกว่า 3 ใน 4 มีปัญหาเรื่องการหาทางออกในช่วงบั้นปลายชีวิต ดังนั้นมาตรการช่วยเหลือในภาครัฐจะต้องไม่นิ่งนอนใจ ต้องช่วยเหลือคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด มาตรการคนละครึ่ง เราชนะ ด้วยการเยียวยาเงิน 3,000 บาท 5,000 บาท การเพิ่มเงินช่วยเหลือ การเข้าถึงสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การได้รับการลดราคาก๊าซหุงต้ม ลดค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าโดยสารในการเดินทางต่างๆ ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยไม่เคยใช้บริการสิทธิ์เหล่านี้ เดินทางด้วยความยากลำบาก ขณะเดียวกันภาครัฐต้องคิดหามาตรการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;&amp;ldquo;การรักษาคนไข้ด้วยระบบ Telemedicine เป็นความหวังใหม่ในสถานการณ์โควิด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ดร.ภญ.พัทธรา ลีฬหวรงค์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผลการวิจัยที่มีการศึกษาในโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ และโรงพยาบาลในภูมิภาค เป็นข้อมูลระดับประเทศ การเข้าถึงบริการสุขภาพ คนไข้รับการรักษาในโรงพยาบาล ผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน บริการฟื้นฟูผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง คนไข้ที่รับการผ่าตัดและนอนในโรงพยาบาล ในช่วงโควิดระบาดระลอกแรก ในช่วงนั้นเรายังไม่รู้จักโรคระบาดนี้ เพราะเป็นอุบัติใหม่ของโรค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะนั้นยังไม่ทราบว่าโรคจะระบาดไปมากน้อยเพียงใด พบว่ากลุ่มผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว เมื่อติดเชื้อแล้วจะมีอาการรุนแรงเฉียบพลัน ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ในช่วงแรกการให้บริการภายในโรงพยาบาลทั่วไปลดลง 10% ในบรรยากาศที่ประเทศล็อกดาวน์ มีผู้สูงอายุเข้าพบหมอเพื่อติดตามอาการของโรคต่างๆ ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของผู้ป่วย เกิดจากมาตรการภาครัฐในช่วงโควิดงดการเดินทาง การเคลื่อนย้าย ให้ทุกคนอยู่แต่ในบ้าน ทำงานที่บ้าน เรียนทางออนไลน์ ผู้สูงอายุที่มีโรคเรื้อรังเมื่อติดเชื้อโควิด โอกาสที่มีอาการรุนแรงสูง ต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที มิฉะนั้นจะทำให้เสียชีวิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โรงพยาบาลต่างๆ มีมาตรการสำหรับผู้ป่วยที่ไม่เร่งด่วน จะรับรักษาเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉินเท่านั้น การฟื้นฟูบำบัดในช่วงคนไข้ที่เจ็บป่วยด้วยหลอดเลือดสมอง ฟื้นฟูหลังจากที่ได้รับการรักษา จำเป็นต้องจัดสรรทรัพยากรสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ทาง รพ.ได้มีการสำรวจบริการเสริมเข้ามาใช้ในโรงพยาบาลด้วย การให้บริการรับยาด้วยช่องทางต่างๆ การสั่งยาทางไปรษณีย์ รับยาใกล้บ้าน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล คนไข้ไม่จำเป็นต้องรับยาในโรงพยาบาล เพื่อลดความแออัดภายในโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โควิดเป็นวิกฤติในโอกาสในการใช้มาตรการต่างๆ มากขึ้น เพื่อลดกลุ่มเสี่ยงเข้ามาในโรงพยาบาล ขณะเดียวกันทางโรงพยาบาลก็ต้องจัดพื้นที่ ปรับเปลี่ยนหอผู้ป่วยเพื่อรองรับการรักษาผู้ป่วยโควิดระลอก 3 ที่มีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมาก โรงพยาบาลทุติยภูมิรับส่งต่อผู้ป่วยที่มีอาการหนัก การขยายพื้นที่ ICU ขณะเดียวกันผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนในช่วงโควิดเพิ่มมากขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การให้บริการแพทย์ทางไกลขึ้นอยู่กับหมอแต่ละท่าน มีหน่วยตรวจที่จะให้ความสะดวก การใช้โทรศัพท์ในการพูดคุยหารือกับแพทย์ มีปัญหาการเข้าถึงเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต คนไข้บางรายก็เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ไม่สะดวกมากนัก การโทรศัพท์เพื่อติดตามอาการคนไข้ในโรงพยาบาลสุขภาพใกล้บ้าน การวัดระดับน้ำตาลในเลือด ตรวจวัดความดันโลหิต บางครั้งคนไข้ที่มีโรคเรื้อรังก็ต้องได้รับการบริการดูแลอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;บุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นเพราะการปฏิบัติหน้าที่ ก็ต้องถูกกักตัวรอดูอาการ ในขณะที่ผู้สูงอายุติดเตียง ญาติเข้ามาดูแลไม่ได้ เจ้าหน้าที่ต้องมาดูแลแทนญาติ เมื่อบุคลากรก็ถูกกักตัว จำนวนหมอและพยาบาลลดลงไปอีก เราก็ต้องเตรียมตัวรับสถานการณ์เหล่านี้ด้วย คนที่ดูแลคนที่ติดบ้านติดเตียงในช่วงโควิด การฟื้นฟูการให้บริการคนไข้ที่บ้านก็ต้องถูกยกเลิกไปโดยปริยาย พบว่าในต่างประเทศมีสถิติกลุ่มเปราะบางมีอาการรุนแรง 44-72% มีคนเสียชีวิต บุคลากรที่ดูแลติดเชื้อไปด้วยในระหว่างการดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การรักษาคนไข้ด้วยระบบ Telemedicine เป็นความหวังใหม่ในสถานการณ์โควิด อันที่จริงโรงพยาบาลทุกแห่งได้เตรียมพร้อมที่จะใช้ระบบนี้มาก่อนที่จะมีโควิด แต่การขับเคลื่อนยากมาก ตอนนั้นผู้บริหารโรงพยาบาลคิดว่าภายใน 5-6 ปีจะต้องเดินหน้า พอดีเกิดโควิดโรคอุบัติใหม่ขึ้น จึงนำระบบ Telemedicine มาใช้ให้เป็นจริง แม้จะไม่ง่ายนัก แต่ก็ต้องยอมรับด้วยว่าบุคลากรทางด้านสาธารณสุขไม่ได้เก่งสารสนเทศกันทุกคน มีข้อจำกัดในบางกลุ่ม จึงต้องมีการพัฒนาเจ้าหน้าที่ในหลายภาคส่วนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะนี้ในบ้านเราพูดถึงเรื่องการฉีดวัคซีน ปัญหาคนป่วย ผู้สูงอายุ ปัญหาความยากจน หลายปัญหาถูกซ่อนไว้ใต้พรม มีแนวโน้มว่าผู้สูงอายุมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับโรคของตัวเองค่อนข้างสูง ยิ่งการระบาดของโควิดในระลอก 3 มีความรุนแรงยิ่งกว่า 2 ครั้งแรก ปีก่อนทั้งปีป่วย 3,000 ราย แต่ปีนี้พบผู้ป่วยในวันเดียว 9,000 ราย ผู้สูงอายุจึงมีความปริวิตกเป็นอย่างมาก มีการจัดทำคู่มือหรือให้ข้อมูลเพื่อเป็นการพึ่งพาตัวเอง อยู่ในที่พักอาศัยอย่างปลอดภัย มีโทรศัพท์สายด่วนติดต่อผู้สูงอายุโดยตรงแยกจากประชากรกลุ่มอื่นด้วย ทำให้ผู้สูงอายุได้รับฟังข่าวสารจากคนข้างเคียง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ มีโครงการเรามีเรา กรมกิจการผู้สูงอายุมีโครงการไทยห่วงไทย คนไทยไม่ทิ้งกัน ใช้โทรศัพท์ปรึกษาหารือกันได้ ผู้สูงอายุบางรายไม่ได้มีโทรศัพท์มือถือส่วนตัว ไม่สามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้ ก็ใช้บริการโทรศัพท์กลางภายในชุมชน มีอาสาสมัครช่วยลงทะเบียนให้ ประสบการณ์ในชุมชนเป็นเกราะคุ้มกันอย่างดีภายในชุมชน เมื่อมูลนิธิได้รับของบริจาคจะไม่เข้าไปในพื้นที่ เพราะผู้สูงอายุมีความหวั่นเกรงว่าจะนำโรคไปให้เขา ก็ต้องให้คนในชุมชนที่มีความคุ้นเคยกันนำสิ่งของต่างๆ ไปมอบให้.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) : ภาพ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105297</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19 การเข้าถึงบริการทางสังคมและสุขภาพของผู้สูงอายุ, Telemedicine, การรักษาคนไข้ด้วยระบบ, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, จัดเสวนา, ฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันหมู่, ซิโนแวค, ดร.ณปภัช สัจนวกุล, ดร.นพ.ภูษิต ประคองสาย, ดร.ภญ.พัทธรา ลีฬหวรงค์, ทุกคนต้องได้ฉีด, ผศ.พญ.สิรินทร ฉันศิริกาญจน, ผส., ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย, ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว, ผ่านระบบ Zoom Cloud Meeting, มส., รัฐบาลรณรงค์, วัคซีน, สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล, สร้างภูมิคุ้มกันหมู่, สสส., แอสตร้าเซนเนก้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60ba3117378bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104513</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2021 08:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เวทีไทยขานรับการประชุม สุดยอดผู้นำระบบอาหารโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สสส.นำเสนอประเด็นประชากรโลก 41 ล้านคนสิ้นชีวิตด้วยโรค NCDs กว่า 3.9 ล้านคนกินผักผลไม้ไม่เพียงพอ หากบริโภคผักผลไม้มากขึ้น ลดอ้วนได้ถึง 24% และลดเสี่ยงโรคมะเร็ง ผอ.ศูนย์พืชผักโลก ยกเคสเมืองไทย รถพุ่มพวงปันสุขขายผักผลไม้ถึงชุมชน สสส.จับมือกระทรวงเกษตรฯ เสนอประกาศวาระแห่งชาติ &amp;ldquo;ปี 2564 ปีแห่งผักผลไม้สากล&amp;rdquo; พร้อมผลักดันนโยบายสนับสนุนการขับเคลื่อนอาหารสุขภาวะ สร้างความมั่นคงทางอาหาร ฟื้นเศรษฐกิจ ช่วยชาติยามวิกฤติ ดันเป้าหมายส่งเสริมกินผักผลไม้และอาหารสุขภาวะ สู่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฯ ฉบับที่ 13 ขานรับการประชุมสุดยอดผู้นำระบบอาหารโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;รถพุ่มพวงปันสุขในเมืองไทย เป็นตัวอย่างที่ดีของการเข้าไปขายผักตามชุมชนต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;เวทีหารือสาธารณะ อิ่ม...ดี..มีสุข &amp;ldquo;ผักจะเป็นวาระแห่งชาติได้อย่างไร?&amp;rdquo; วันพฤหัสฯ ที่ 13 พ.ค. ผ่านทางออนไลน์ระบบ Zoom ระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ รองปลัด ก.เกษตรฯ ผู้ประสานงานประเทศไทย UNFSS ผู้บรรยายและผู้ช่วยประสานงานหลักของประเทศไทย ดร.วนิดา กำเนิดเพ็ชร์ ผอ.สำนักงานเกษตรต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วย ผจก.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และรักษาการ ผอ.สำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. อำนวย อรรถลังรอง นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ กรมวิชาการเกษตร ดร.เดลฟิน ลาลูส ผอ.ศูนย์พืชผักโลกประจำภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (World Vegetable Center) (worldveg) ดร.โจดี ฮาร์ริส หัวหน้าผู้เชี่ยวชาญด้านระบบอาหารโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ศูนย์พืชผักโลก (worldveg) ผศ.ดร.สิรินทร์ยา พูลเกิด สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล จิราภา จอมไธสง ผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมและการจัดการการผลิตพืชผัก ไม้ดอกไม้ประดับและพืชสมุนไพร กรมส่งเสริมการเกษตร ทั้งนี้ในงานมีล่ามแปลเป็นภาษาไทย มาริสา ฉิมประภา และอภิรดี ตรีรัตน์เกื้อกูล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวในเวทีการหารือสาธารณะ อิ่ม... ดี... มีสุข: สำหรับการประชุมสุดยอดผู้นำระบบอาหารโลก (UNFSS Independent Dialogue in Thailand) ในหัวข้อ &amp;ldquo;ผักจะเป็นวาระแห่งชาติได้อย่างไร?&amp;rdquo; ผ่านทางระบบ Zoom Meeting จัดโดย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สสส. สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล และศูนย์พืชผักโลก (World Vegetable Center : WorldVeg)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ดร.นพ.ไพโรจน์นำเสนอว่า 41 ล้านคนของประชากรโลกเสียชีวิตจากโรค NCDs (ข้อมูลจาก ก.สาธารณสุข และ WHO) จำนวน 4.72 ล้านคนของประชากรที่อ้วน ทุ่มเงิน 2 ล้านล้านดอลลาร์ คือมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับค่าใช้จ่ายในการรักษา ประชากรโลกกว่า 3.9 ล้านคนกินผักผลไม้ไม่เพียงพอ หากรับประทานผักผลไม้มากขึ้นจะลดอ้วนได้ถึง 24% และยังลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งบางชนิดด้วย WHO ระบุว่า แต่ละคนควรรับประทานผักอย่างน้อย 400 กรัม/วัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ผลงานปลูกผักจำนวน 470 หลุม เมื่อวันที่ 4-5 พ.ค. ต้นพันธุ์ 40 กก.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;จากการสำรวจกลุ่มที่ขาดผักผลไม้วัย 6-9 ขวบ และกลุ่มวัยทำงาน 33-44 ปี โดยเฉพาะคนที่อยู่คนเดียว ผลกระทบจากความมั่นคงทางอาหาร ปัญหาหลักคือมีเงินไม่เพียงพอซื้ออาหาร ได้รับผลกระทบด้านอาหารอย่างใดอย่างหนึ่ง 85.4% อาหารไม่พอรับประทานเพราะมีเงินไม่พอ 53.7% อาหารมีราคาแพงขึ้น 37.2% มีความยุ่งยากหรือยากลำบากในการออกไปซื้ออาหาร 35.6% กังวลว่าอาหารไม่สะอาดมีเชื้อโรค 26.8% รับประทานอาหารชนิดเดิมซ้ำซาก 26.0% ไม่สามารถหาอาหารบางประเภทรับประทานได้ 12.2%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ร้อยละคนไทยที่กินผักเพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติกำหนดให้ปี 2564 เป็น &amp;ldquo;ปีแห่งผักและผลไม้สากล&amp;rdquo; (International Year of Fruits and Vegetables, 2021) เพื่อเพิ่มความตระหนักถึงความสำคัญของผักและผลไม้ในเวทีระดับนานาชาติและระดับโลก ในฐานะที่ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิก ควรทบทวนหรือพัฒนานโยบายที่ให้ความสำคัญกับการกินผักและผลไม้เพื่อสุขภาพ มีคุณค่าทางโภชนาการ พัฒนาแนวทางปฏิบัติที่ดีในการส่งเสริมการกินผักผลไม้ ลดปริมาณผักผลไม้เหลือทิ้ง และสร้างความมั่นคงทางอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) สสส. และภาคีเครือข่าย ร่วมกันรณรงค์และประกาศให้ &amp;ldquo;ปี 2560 เป็นปีแห่งการบริโภคผัก ผลไม้ปลอดภัย&amp;rdquo; บูรณาการพัฒนาระบบห่วงโซ่การผลิตผักและผลไม้สดปลอดภัยตลอดห่วงโซ่ จากต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ แต่จากการสำรวจสถานการณ์การกินผักและผลไม้ในประเทศไทย ปี 2561-2562 โดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า คนไทยมีแนวโน้มกินผักและผลไม้เพิ่มมากขึ้น แต่ยังคงกินไม่ถึงตามเกณฑ์องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำ 400 กรัม/วัน โดยในปี 2562 ผลสำรวจพบคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปกินผักและผลไม้ไม่เพียงพอสูงถึงร้อยละ 62.5&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ดร.นพ.ไพโรจน์กล่าวต่อว่า สสส.ได้จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อส่งเสริมการกินผักและผลไม้ปลอดภัยอย่างเพียงพอ เพื่อความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน โดยเชื่อมโยงกับเป้าหมายและยุทธศาสตร์ระดับชาติ เพื่อเตรียมผลักดันเข้าสู่กระบวนการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และภาคีเครือข่าย เพื่อส่งเสริมให้คนไทยกินผักผลไม้ปลอดภัยอย่างเพียงพอเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีสุขภาวะที่ดี ลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) นำไปสู่การสร้างความมั่นคงทางอาหารและเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้ประสานงานหลักของประเทศไทย (National Dialogues Convenor) สำหรับการประชุมสุดยอดผู้นำระบบอาหารโลก กล่าวว่า ในการประชุม UNFSS ประเทศไทยมีเป้าประสงค์สู่การขับเคลื่อนระบบอาหารที่ยั่งยืน 5 ด้าน คือ 1.การเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัยและมีคุณค่าทางโภชนาการโดยถ้วนหน้า 2.ปรับเปลี่ยนวิถีการบริโภคเพื่อความยั่งยืน 3.การส่งเสริมระบบการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 4.ส่งเสริมความเสมอภาคในการดำรงชีวิตและมีกระจายคุณค่าอย่างเท่าเทียม และ 5.การสร้างความยืดหยุ่นปรับตัวได้ในทุกวิกฤติ โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;จุดเริ่มต้นของระบบอาหารสุขภาพที่มีผักเป็นส่วนประกอบต้องเริ่มจาก &amp;ldquo;เมล็ดพันธุ์ผัก&amp;rdquo; เมล็ดพันธุ์ที่ดีถือเป็นส่วนสำคัญที่นำไปสู่คุณภาพของผลผลิตการเกษตรที่ดี เป็นส่วนช่วยพัฒนานวัตกรรมการเกษตรของไทย ทั้งในด้านคุณภาพและประสิทธิภาพผลผลิต และเป็นหนึ่งยุทธศาสตร์ที่สำคัญของความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย &amp;ldquo;ผัก&amp;rdquo; ถือเป็นกรณีศึกษาเพื่อเชื่อมโยงกิจกรรมของระบบอาหาร ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ผลิต..จนเป็น..ขยะ จากการผลิต..สู่..การบริโภค ตลอดจนการสร้างองค์ความรู้นวัตกรรมเพื่อให้การบริหารจัดการสอดคล้องกับเป้าหมายและแนวคิดการพัฒนาโมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ดังนั้นการพลิกโฉมระบบอาหารที่จะตอบสนองต่อ 5 วัตถุประสงค์หลักของระบบอาหารที่ยั่งยืนในบริบทของประเทศไทย จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่เราทุกคนต้องมาช่วยสร้างสมดุลและร่วมคิดร่วมทำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ดร.เดลฟีน ลาลูส ผู้อำนวยการศูนย์พืชผักโลก ภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ยินดีที่ได้ร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของประเทศไทย และ สสส. ในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบอาหาร เพื่อบูรณาการแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนในการผลิต การเก็บเกี่ยว การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว การแปรรูป เพื่อส่งเสริมการบริโภคผัก ที่สำคัญคือ ความจำเป็นในการเสริมสร้างนโยบายการกินผักที่เป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะและการดำรงชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่ง WorldVeg มุ่งมั่นอย่างมากที่จะร่วมมือและสนับสนุนรัฐบาลไทย องค์กรภาครัฐและเอกชนของไทย และเกษตรกร ในการเพิ่มการผลิตและการบริโภคผักปลอดภัยสำหรับทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;คนที่ขาดพืชผักผลไม้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบริโภคอาหารให้ครบ 5 หมู่ ทำให้ชีวิตเสี่ยงตาย โอกาสเกิดโรคความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดสูง เจอปัญหามลพิษจากการสูบบุหรี่ และดื่มสุรา ยิ่งสะสมให้เกิดโรค NCDs &amp;ldquo;ความสูญเสียอาหารทำให้ลดประสิทธิภาพลง นโยบายด้านอาหารตอบสนองพืชผักในปัจจุบัน จึงได้มีการหารือเพื่อกำหนดเรื่องผักเป็นวาระแห่งชาติ ศูนย์วิจัยพืชเศรษฐกิจโลกสนับสนุนให้เกษตรกรผลิตเพื่อผู้บริโภคได้รับพืชผักผลไม้ปลอดสารพิษ เพื่อสุขภาวะของทุกคน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ดร.เดลฟีนยังได้ยกตัวอย่าง พร้อมนำเสนอเป็นภาพว่า ในเมืองไทยมีรถพุ่มพวงที่นำผักผลไม้สารพัดชนิดไปขายในแหล่งชุมชน แม้จะอยู่ห่างไกลในเมืองก็ได้บริโภคพืชผักผลไม้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&amp;ldquo;ช่วงโควิด ทั้งโลกอดอยากเพิ่มขึ้น รวม 820 ล้านคน&amp;rdquo;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ดร.วนิดา กำเนิดเพ็ชร์ ผอ.สำนักงานเกษตรต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;นำเสนอข้อมูลการพลิกโฉมระบบอาหารประเทศไทย อันโตรนิโอ กูแตร์เรซ เลขาธิการสหประชาชาติ ประกาศจัดการประชุมสุดยอดระดับผู้นำด้านระบบอาหารโลก เมื่อวันที่ 16 ต.ค.2562 ระบบอาหารทั้งในระดับประเทศและระดับโลกมีความเปราะบาง และเกิดความเหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ถึงเวลาแล้วที่ทุกประเทศจะสร้างสมดุลใหม่ของโลก โดยการพลิกโฉมไปสู่ระบบอาหารอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;สถานการณ์ปัจจุบันด้านความมั่นคงทางอาหาร ปี 2562 ประชากรโลกกว่า 690 ล้านคน อยู่ในภาวะอดอยาก (hunger)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ประชากรโลกมากกว่า 3 พันล้านคนไม่สามารถเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้ (Healthy Diets)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ประชากรโลกกว่า 2 พันล้านคนมีปัญหาน้ำหนักเกินและโรคอ้วน ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายด้านงบประมาณสาธารณสุขของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ปี 2563 มีการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้สถานการณ์ความมั่นคงทางอาหารแย่ลง คนอดอยากทั่วประเทศและทั่วโลกเพิ่มมากขึ้นอีก 132 ล้านคน รวมทั้งสิ้นกว่า 820 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;1 ใน 4 ของก๊าซเรือนกระจกมาจากระบบการผลิตอาหารทางการเกษตร 1 ใน 3 ของอาหารที่ผลิตในโลกกลายเป็นขยะ อาหารเหลือทิ้งคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 9 แสนล้าน USD/ปี (คิดเป็นเงินไทยกว่า 27 ล้านล้านบาท ประมาณ 2 เท่าของ GDP ประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;เป็นความท้าทายของภาคเกษตรไทย เมื่อผู้ผลิตสินค้าเกษตรหลายประเทศ มีลำดับภาพรวมการผลิตในภาคการเกษตรแซงหน้าประเทศไทยในทศวรรษล่าสุด กัมพูชา ลาว จีน เวียดนาม อินโดนีเซีย ไทย (ข้อมูล ดร.วิษณุ อรรถวานิช อ้างอิงจาก USAD 2020) ขณะเดียวกันแรงงานไทยภาคเกษตรมีแนวโน้มออกนอกภาคเกษตรมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&amp;ldquo;เกษตรกรแปลงใหญ่ทำ MOU TESCO LOTUS แมคโคร BIG C&amp;rdquo;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;จิราภา จอมไธสง กรมส่งเสริมการเกษตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;นำเสนอพื้นที่ปลูกผักในประเทศไทย 1.20-2.00 ล้านไร่ ผลผลิต 2-3 ล้านตัน พืชผักสำคัญกว่า 80 ชนิด แหล่งปลูกพืชผักกระจายทุกภูมิภาค อันดับ 1 คือ พริก มะเขือ 19.79% อันดับ 2 ข้าวโพด อันดับ 3 ถั่ว อันดับ 4 หอม กระเทียม อันดับ 5 กะหล่ำ อันดับ 6 แตง อันดับ 7 ขิง อันดับ 8 เห็ด ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ตลาดภายในประเทศ มีการบริโภค 2 ล้านตัน/ปี ตลาดส่งออกมูลค่า 39,000 ล้านบาท ผักสดแช่เย็น แช่แข็ง ผักแห้งบดป่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;กลุ่มเกษตรกรเป็นศูนย์กลางดำเนินการบริหารจัดการลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพ สร้างเครือข่าย ใช้ตลาดนำการผลิต มีการสำรวจแปลงผักกว่า 200 แปลง บางแปลงยังไม่มีแผนการตลาดอย่างชัดเจน เกษตรกรรวมกลุ่มตลาดขายส่ง เกษตรกรแปลงใหญ่มีการเจรจาต่อรองทำ MOU วางแผนการผลิต แก้ไขปัญหาร่วมกับ TESCO LOTUS (เชื่อมโยงจุดกระจายสินค้าทุกภูมิภาคของ TESCO LOTUS ขอนแก่น สุราษฎร์ฯ พระนครศรีอยุธยา ลำพูน) แม็คโคร Big C.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104513</URL_LINK>
                <HASHTAG>NCDs, UNFSS, World Vegetable Center : WorldVeg, กรมวิชาการเกษตร, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, กินผักและผลไม้เพื่อสุขภาพ, จิราภา จอมไธสง, ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม, ดร.วนิดา กำเนิดเพ็ชร์, ดร.เดลฟิน ลาลูส, ดร.โจดี ฮาร์ริส, นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์, บริโภคผักผลไม้, ปี 2564 ปีแห่งผักผลไม้สากล, ผศ.ดร.สิรินทร์ยา พูลเกิด, ผักจะเป็นวาระแห่งชาติได้อย่างไร?, รถพุ่มพวงปันสุข, ลดอ้วน, ลดเสี่ยงโรคมะเร็ง, ศูนย์พืชผักโลก, ศูนย์พืชผักโลกประจำภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, สถาบันวิจัยประชากรและสังคม, สสส., สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, สำนักงานเกษตรต่างประเทศ, สำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ, สุดยอดผู้นำระบบอาหารโลก, อาหารสุขภาวะ, อำนวย อรรถลังรอง, อิ่ม...ดี..มีสุข, แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฯ ฉบับที่ 13</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210528/image_big_60b0dbe669f36.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
