<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 22:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 22:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐเตรียมฉีดวัคซีนโควิดให้เด็กอายุ 5-11 ปีเดือนหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทำเนียบขาวแถลงเมื่อวันพุธว่า สหรัฐเตรียมจะเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับเด็กอายุ 5-11 ปีตั้งแต่เดือนหน้า โดยจะมีเด็กอเมริกันอยู่ในข่ายได้ฉีดวัคซีน 28 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ Getty Images&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 กล่าวว่า การตัดสินใจของทำเนียบขาวเพียงรอการรับรองขั้นตอนสุดท้ายจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ (ซีดีซี) และองค์การอาหารและยาสหรัฐ (เอฟดีเอ) เมื่อถึงเวลานั้นก็จะเริ่มต้นโครงการฉีดวัคซีนให้เด็กวัยนี้ได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท ไฟเซอร์ ได้ยื่นขออนุมัติจากทางการเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา สำหรับการใช้งานวัคซีนกับเด็กช่วงวัยดังกล่าว และคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ 2 คณะเตรียมจะประชุมหารือ โดยคณะแรกของเอฟดีเอเตรียมประชุมกันสัปดาห์หน้า ส่วนคณะที่สองของซีดีซีจะประชุมกันวันที่ 2-3 พฤศจิกายน และคาดว่าจะมีคำแนะนำทันทีหลังจากนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการทดลองทางคลินิก เด็กอายุ 5-11 ปีได้รับวัคซีน 2 โดส โดสละ 10 ไมโครกรัม ซึ่งน้อยกว่ากลุ่มที่อายุมากกว่า ซึ่งได้ฉีดโดสละ 30 ไมโครกรัม การฉีดเว้นระยะห่าง 21 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทคได้รับการอนุมัติอย่างเต็มที่จากเอฟดีเอสำหรับฉีดให้ผู้ที่อายุ 16 ปีขึ้นไป และเมื่อเดือนพฤษภาคม เอฟดีเออนุมัติการใช้งานแบบฉุกเฉินกับเด็กอายุ 12-15 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญกล่าวกันว่า การฉีดวัคซีนให้เด็กมีความจำเป็นต่อการช่วยให้ประชากรมีภูมิคุ้มกันต่อโรคนี้ แม้ว่าเด็กที่อายุน้อยๆ จะมีโอกาสเกิดโรครุนแรงน้อยกว่า แต่เด็กก็สามารถป่วยและแพร่เชื้อไวรัสสู่ประชากรทั่วไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเชื่อมั่นของคนอเมริกันต่อการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้นในช่วงหลายเดือนมานี้ ถึงวันพุธ มีประชากรที่อยู่ในข่ายฉีดวัคซีนได้ที่อายุ 12 ปีขึ้นไป ร้อยละ 77.1 ที่ได้ฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120362</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนโควิด-19, สหรัฐเตรียมฉีดวัคซีนให้เด็ก 5-11 ปี, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_61702f891c39a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 20:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 20:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิงคโปร์ติดไวรัสเพิ่มเกือบ 4,000 คน รัฐบาลต่อเวลาคุมเข้ม 1 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศเมื่อวันพุธว่า จะขยายช่วงเวลาของมาตรการควบคุมทางสังคมเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ออกไปอีกประมาณ 1 เดือน เพื่อลดแรงกดดันต่อระบบรักษาสุขภาพหลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นสถิติเกือบ 4,000 คนในวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์และแชนเนลนิวส์เอเชียเมื่อวันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 กล่าวว่า สิงคโปร์กลับมาบังคับใช้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 อีกครั้งเมื่อปลายเดือนกันยายน ซึ่งจำกัดปฏิสัมพันธ์ทางสังคม เช่น ห้ามการรวมตัวกันเกิน 2 คน และขอให้ทำงานจากบ้าน แต่จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสรายใหม่ยังคงเพิ่มขึ้นไม่หยุด และเมื่อวันอังคาร รัฐบาลสิงคโปร์รายงานว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่มากเป็นสถิติสูงสุดที่ 3,994 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้สิงคโปร์จะฉีดวัคซีนให้ประชากรแล้วมากกว่าร้อยละ 80 ของประชากร 5.45 ล้านคน แต่ผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการหรือมีอาการป่วยเล็กน้อยยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แพร่กระจายเชื้อไวรัสและเพิ่มแรงกดดันต่อโรงพยาบาลและหน่วยแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลอว์เรนซ์ หว่อง ประธานร่วมของคณะทำงานเฉพาะกิจด้านโควิด-19 ของรัฐบาลสิงคโปร์ กล่าวระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันพุธว่า เตียงแยกโรคในระบบโรงพยาบาลของสิงคโปร์มีอัตราครองเตียงเกือบ 90% แล้ว ส่วนเตียงในแผนกไอซียูก็มีอัตราการครองเตียงมากกว่า 2 ใน 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มันไม่ใช่แค่เรื่องการเสริมเตียงหรือซื้ออุปกรณ์ใหม่มาเพิ่ม แต่บุคลากรทางการแพทย์ของเราเหนื่อยและล้า&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของกระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์กล่าวว่า ช่วงเวลาการรักษาเสถียรภาพที่เดิมจะครบกำหนดวันที่ 24 ตุลาคมนี้ จะถูกขยายเวลาต่อไปอีก 1 เดือน เพื่อลดความตึงเครียดของระบบรักษาสุขภาพของประเทศให้มีความเสถียรกว่านี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120358</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ติดเชื้อรายใหม่มากเป็นสถิติ, สิงคโปร์ขยายเวลาคุมโรค, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_61701637ad7c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120356</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 19:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 19:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัสเซียส่งบินขับไล่ประกบเครื่องบินทิ้งระเบิดสหรัฐเหนือทะเลดำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพรัสเซียส่งเครื่องบินขับไล่ ซู-30 สองลำบินตามประกบเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ บี-1บี ของสหรัฐ 2 ลำ เพื่อพาออกจากน่านฟ้าเหนือทะเลดำเมื่อวันพุธ โดยไม่ได้เกิดปัญหาใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เครื่องบิน ซูคอย ซู-30 เอสเอ็ม ของรัสเซีย แสดงการบินเมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2564 (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2564 ว่าเหตุการณ์นี้เกิดในช่วงเวลาเดียวกับที่ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐ อยู่ระหว่างเยือนภูมิภาคนี้ โดยคำแถลงของกระทรวงกลาโหมรัสเซียกล่าวว่า เครื่องบินขับไล่ของรัสเซียระบุเป้าหมายทางอากาศได้ว่า คือเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ บี-1บี ซูเปอร์โซนิก ของกองทัพอากาศสหรัฐ 2 ลำ ที่บินมาพร้อมกับเครื่องบินเติมเชื้อเพลิง เคซี-135 อีก 2 ลำ โดยเครื่องบินซูคอย ซู-30 ของรัสเซีย 2 ลำ บินคุ้มกันเครื่องบินของสหรัฐให้พ้นจากน่านน้ำเหนือทะเลดำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครื่องบินซูเปอร์โซนิกเป็นเครื่องบินตั้งแต่ยุคสงครามเย็น ถูกออกแบบมาให้สามารถบรรทุกระเบิดนิวเคลียร์และมิสไซล์ได้ แต่ปัจจุบันใช้บรรทุกอาวุธตามแบบเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของรัสเซีย ซึ่งเผยแพร่พร้อมกับวิดีโอแสดงภาพเครื่องบินของสหรัฐขณะกำลังบิน กล่าวอีกว่า หลังจากเครื่องบินของต่างประเทศถูกคุ้มกันออกจากชายแดนรัสเซียแล้ว เครื่องบินขับไล่ของรัสเซียก็กลับสู่ฐานทัพอากาศโดยปลอดภัย และว่า เครื่องบินของรัสเซียปฏิบัติตามกฎน่านฟ้าสากลอย่างเคร่งครัด และชายแดนของรัสเซียไม่ได้ถูกรุกล้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐเพิ่งกล่าวระหว่างเยือนยูเครนว่า รัสเซียเป็นอุปสรรคต่อสันติภาพในยูเครนตะวันออก และเรียกร้องให้รัสเซียยุติกิจกรรมที่บั่นทอนเสถียรภาพในทะเลดำและตามแนวชายแดนยูเครน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก็เกิดเหตุการณ์คล้ายกันนี้กับเครื่องบิน บี-1บี ของสหรัฐในทะเลญี่ปุ่น คล้อยหลังไม่กี่วันที่เรือพิฆาตของกองทัพเรือสหรัฐลำหนึ่งเจอกับการติดตามในลักษณะเดียวกันนอกชายฝั่งตะวันออกไกลของรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของนิตยสารแอร์ฟอร์ซเมื่อต้นเดือนนี้เผยว่า เครื่องบินทิ้งระเบิด บี-1บี กำลังถูกใช้ในการฝึกผสมกับพันธมิตรนาโตทั่วยุโรป ทั้งในมหาสมุทรอาร์กติก, ทะเลบอลติก และทะเลดำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120356</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงกลาโหมรัสเซีย, ซูคอย ซู-30, ทะเลดำ, ส่งเครื่องบินขับไล่ประกบ, เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ บี-1บี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_61700f9a5f156.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120348</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 18:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 18:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว.บราซิลเสนอตั้งข้อหา &#039;ปธน.โบลโซนาโร&#039; ก่ออาชญากรรมโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กมธ.วุฒิสภาบราซิลเตรียมเสนอแนะให้ตั้งข้อหาประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร กรณีการรับมือโรคโควิด-19 ฐานก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติและต้มตุ๋น โดยระบุว่าเขาดูเบาโรคที่คร่าชีวิตชาวบราซิล 6 แสนคน และต่อต้านการฉีดวัคซีนในช่วงเริ่มแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ขณะแถลงข่าวเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2564 (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 กล่าวว่า รายงานที่คณะกรรมาธิการของวุฒิสภาบราซิลชุดนี้เตรียมเผยแพร่ต่อสาธารณะในวันพุธตามเวลาท้องถิ่น เป็นผลจากการไต่สวนยาวนาน 6 เดือน ทั้งจากคำให้การของรัฐมนตรีหลายคน, เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาล, ผู้จัดการธุรกิจและผู้บริหารโรงพยาบาล ไปจนถึงครอบครัวของผู้เสียชีวิตเพราะโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรนัน กาเลโรส ส.ว.สายกลางซึ่งเป็นผู้เขียนหลักของรายงานความยาว 1,200 หน้าฉบับนี้ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวล่วงหน้าการเผยแพร่รายงานที่หลายฝ่ายเฝ้ารอคอยว่า เขาเก็บข้อหาไว้อย่างน้อย 9 ข้อหาที่จะเสนอให้ดำเนินคดีกับประธานาธิบดีขวาจัดรายนี้ ซึ่งรวมถึงข้อหาต้มตุ๋นหลอกลวง และก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ แต่ได้ถอนข้อหา &amp;quot;ฆ่าคนตาย&amp;quot; และ &amp;quot;ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์&amp;quot; ออกไป หลังจากมีการโต้เถียงกันภายในคณะกรรมาธิการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า แม้ข้อกล่าวหาจะร้ายแรง แต่กระบวนการนี้อาจเป็นได้แค่เชิงสัญลักษณ์เท่านั้น เพราะโบลโซนาโรมีเสียงสนับสนุนจำนวนมากในรัฐสภา ที่จะขัดขวางการเริ่มกระบวนการไต่สวนเพื่อถอดถอน นอกจากนี้ ออกุสโต อารัส อัยการสูงสุด ก็เป็นพันธมิตรที่โบลโซนาโรแต่งตั้งมาเอง จึงน่าจะช่วยปกป้องไม่ให้เขาถูกฟ้องร้องกล่าวโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากประธานาธิบดี รายงานฉบับนี้ยังอาจจะขอให้ตั้งข้อหาดำเนินคดีกับรัฐมนตรีหลายคน และลูก 3 คนของโบลโซนาโร รวมถึงฟลาวิโอ ซึ่งอยู่ในคณะกรรมาธิการชุดนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้คณะกรรมาธิการชุดนี้ไม่มีอำนาจตั้งข้อหา แต่การเปิดเผยผลการไต่สวนอาจส่งผลทางการเมืองอย่างรุนแรงต่อโบลโซนาโร ซึ่งคะแนนนิยมตกต่ำเป็นประวัติการณ์ และยังมีคะแนนสนับสนุนตามหลังลูอิซ อิกนาเซียว ลูลา ดา ซิลวา อดีตประธานาธิบดีฝ่ายซ้าย ในการเลือกตั้งทั่วไปปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานฉบับนี้จะถูกส่งต่อไปยังอัยการ, ศาลตรวจสอบบัญชีของรัฐบาลกลาง และอาจส่งไปยังศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) ในกรุงเฮก ซึ่งมีผู้ยื่นฟ้องร้องโบลโซนาโรไว้แล้วหลายคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์กล่าวว่า ในรายงานฉบับนี้ โบลโซนาโรถูกกล่าวหาว่าปฏิเสธโอกาสในช่วงเริ่มแรกที่รัฐบาลบราซิลจะได้รับวัคซีนโควิด-19 ทำให้โครงการฉีดวัคซีนของประเทศล่าช้า และเป็นเหตุให้มีคนเสียชีวิตราว 95,000 คน สาเหตุจากโบลโซนาโรมีความเชื่ออย่างไม่มีเหตุผลต่อทฤษฎีภูมิคุ้มกันหมู่จากการติดเชื้อโดยธรรมชาติและการรักษาที่มีอยู่ ซึ่งไม่มีข้อพิสูจน์ทางการแพทย์ว่ามีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการยังสอบสวนปัญหาการขาดแคลนออกซิเจน, การปราศรัยต่อต้านการล็อกดาวน์ รวมไปถึงคำกล่าวของโบลโซนาโรในช่วงเริ่มแรกของการแพร่ระบาด ที่เขาดูเบาไวรัสโคโรนาว่าเป็น &amp;quot;ไข้หวัดเล็กน้อย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บราซิลมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้วมากกว่า 21.66 ล้านคน มากเป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากสหรัฐและอินเดีย และมีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 603,000 คน มากเป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120348</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ, ตั้งข้อหาประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร, ประธานาธิบดีบราซิล, รับมือโควิด-19, วุฒิสภาบราซิล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616ffdb06ffd5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120328</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 16:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภูเขาไฟอาโสะปะทุ ญี่ปุ่นเตือนภัยระดับ 3 ห้ามเข้าใกล้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ภูเขาไฟอาโสะบนเกาะคิวชูของญี่ปุ่นปะทุพ่นเถ้าและแก๊สร้อนสูง 3.5 กม.เมื่อวันพุธ ทางการญี่ปุ่นเตือนภัยระดับ 3 ห้ามประชาชนเข้าใกล้ ชี้เสี่ยงต่อการไหลของฝุ่นเถ้าและหินกรวดภูเขาไฟ แต่ยังไม่มีรายงานคนบาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายหน้าจอจากวิดีโอของกล้องวงจรปิดที่พิพิธภัณฑ์ใกล้ภูเขาไฟ ระหว่างการปะทุเมื่อวันพุธที่ 20 ต.ค. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 อ้างคำแถลงของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งญี่ปุ่น (เจเอ็มเอ) ว่าภูเขาไฟอาโสะ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวบนเกาะคิวชูทางใต้ของญี่ปุ่น เริ่มปะทุเมื่อเวลาประมาณ 11.43 น. ของวันพุธตามเวลาท้องถิ่น (09.43 น.วันเดียวกันของไทย) โดยพ่นแก๊สร้อนและเถ้าภูเขาไฟสูงถึง 3.5 กิโลเมตร รวมถึงมีหินภูเขาไฟพรั่งพรูลงมาตามเนินเขาที่มีหญ้าปกคลุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจเอ็นเอยกระดับการเตือนภัยภูเขาไฟเป็นระดับ 3 จาก 5 ระดับ ห้ามประชาชนเข้าใกล้ โดยเตือนความเสี่ยงจากก้อนหินขนาดใหญ่ที่อาจตกลงมา และหินตะกอนภูเขาไฟ ภายในรัศมีประมาณ 1 กิโลเมตรรอบปากปล่องนากาดาเกะ ครั้งสุดท้ายที่เจเอ็มเอเตือนภัยภูเขาไฟอาโสะในระดับ 3 คือหลังการปะทุเมื่อปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮิโรกาสุ มัตสึโน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลกำลังตรวจสอบว่ามีนักปีนเขาติดอยู่บนเขาหรือไม่ แต่ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีคนบาดเจ็บจากการปะทุครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพจากกล้องวงจรปิดที่พิพิธภัณฑ์ที่อยู่ใกล้ๆ ซึ่งเห็นภาพภูเขาไฟลูกนี้ชัดเจน จับภาพช่วงเวลาของการปะทุรุนแรงไว้ได้ ขณะนั้นมีรถยนต์และรถบัสนำเที่ยวหลายคันจอดอยู่ กลุ่มเถ้าภูเขาไฟสีเทาหนาทึบล่องลอยมาทางทิศนี้ แต่มาไม่ถึงบริเวณนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจเอ็มเอกล่าวว่า เถ้าจากภูเขาไฟความสูง 1,592 เมตรในจังหวัดคุมาโมโตะลูกนี้น่าจะปกคลุมเมืองต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียงจนถึงช่วงบ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ญี่ปุ่นเคยเกิดภูเขาไฟปะทุครั้งรุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 90 ปีเมื่อเดือนกันยายน 2557 เมื่อภูเขาไฟออนตาเกะในจังหวัดนางาโน ปะทุโดยไม่มีสัญญาณเตือนมาก่อน ทำให้มีคนเสียชีวิต 63 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120328</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญี่ปุ่นเตือนภัยระดับ 3, ภุเขาไฟอาโสะ, ภูเขาไฟปะทุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616fd8b2b70f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120315</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 14:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้ำท่วมดินถล่มในอินเดีย-เนปาลดับแล้ว 116 สูญหายอีกหลายสิบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อุทกภัยและดินโคลนถล่มในหลายพื้นที่ของอินเดียหลังจากฝนตกหนักช่วงหลายวันมานี้ คร่าชีวิตผู้คนในอินเดียอย่างน้อย 85 คน ส่วนเนปาลสังเวย 31 คน นับถึงวันพุธ แต่ยังมีผู้สูญหายอีกหลายสิบคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ฝนตกหนักในภาคเหนือของอินเดียทำให้เกิดน้ำท่วมหลายพื้นที่ รวมถึงที่เมืองคุรุคราม เมื่อวันอาทิตย์ที่่ 17 ต.ค. 2564 (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2564 กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ในรัฐอุตตราขัณฑ์ ภาคเหนือของอินเดีย เปิดเผยในวันเดียวกันว่าอน้ำท่วมและดินถล่มในช่วงหลายวันมานี้ส่งผลให้มีคนเสียชีวิตแล้ว 46 คน สูญหาย 11 คน ส่วนที่รัฐเกรละในภาคใต้ มุขมนตรีปินารายี วิชายัน ระบุจำนวนผู้เสียชีวิตในรัฐนี้ว่ามี 39 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 คนในรัฐอุตตราขัณฑ์ซึ่งอยู่ในเขตเทือกเขาหิมาลัย เสียชีวิตใน 7 เหตุการณ์ที่ภูมิไนนิตัลเมื่อเช้าวันอังคาร หลังจากฝนตกหนักกะทันหันทำให้เกิดดินถล่มทำลายอาคารบ้านเรือนหลายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาของอินเดียขยายคำเตือนภัยสภาพอากาศเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยพยากรณ์ว่าจะเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากอีกในภูมิภาคนี้ หลังจากเมื่อวันจันทร์ หลายพื้นที่มีฝนตกหนักเกิน 400 มิลลิเมตร ทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มหลายแห่ง โดยทางการอุตตราขัณฑ์สั่งปิดโรงเรียน และห้ามทำกิจกรรมทางศาสนาและการท่องเที่ยวในรัฐนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เนปาล เจ้าหน้าที่จัดการภัยพิบัติกล่าวเมื่อวันพุธว่า ช่วง 3 วันที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตเพราะน้ำท่วมและดินถล่มที่เกิดจากฝนตกหนักหลังฤดูมรสุมทั่วประเทศ 31 คน และยังมีคนสูญหายอีก 43 คน อย่างไรก็ดี ยังคงมีฝนตกในหลายพื้นที่และเจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมข้อมูลจากภาคสนาม ซึ่งอาจทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120315</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วมดินถล่ม, รัฐอุตตราขัณฑ์, อินเดีย, เนปาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616fc161a7d56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120250</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 22:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 22:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยแก๊งโจรเฮติเรียกค่าไถ่คณะมิชชันนารีอเมริกัน 567 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานเมื่อวันอังคารว่า แก๊งโจรเฮติที่ลักพาตัวกลุ่มมิชชันนารีอเมริกันและแคนาดาพร้อมครอบครัว เรียกค่าไถ่รวม 17 ล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 567 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ Getty Images&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์และบีบีซีอ้างรายงานข่าวของวอลล์สตรีทเจอร์นัลเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2564 ว่า ลิสต์ ควิเทล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของเฮติ เปิดเผยว่า สำนักสอบสวนกลางของสหรัฐ (เอฟบีไอ) และตำรวจเฮติ กำลังติดต่อกับแก๊ง 400 มาโวโซ ที่ลักพาตัวคณะมิชชันนารีและครอบครัวนอกกรุงปอร์โตแปรงซ์เมื่อวันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม เพื่อขอให้ปล่อยตัวพวกเขา แต่แก๊งนี้เรียกค่าไถ่แลกอิสรภาพของเหยื่อแต่ละคน คนละ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมเป็นเงิน 17 ล้านดอลลาร์ (566.92 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ควิเทลบอกต่อวอลล์สตรีทเจอร์นัลว่า การเจรจาต่อรองอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหยื่อการลักพาตัวครั้งนี้เป็นชาวอเมริกัน 16 คน และแคนาดา 1 คน ในกลุ่มนี้ยังรวมถึงผู้หญิง 6 คน และเด็ก 5 คน พวกเขาโดนลักพาตัวในย่านครัวซ์-เดส์-บูเกต์ ห่างจากเมืองหลวงราว 13 กม. ซึ่งเป็นพื้นที่ของแก๊ง 400 มาโวโซ พื้นที่นี้เคยมีบาทหลวง 5 รูปและแม่ชี 2 คน ซึ่งรวมถึงพลเมืองฝรั่งเศส โดนลักพาตัวเมื่อเดือนเมษายนปีนี้และได้รับการปล่อยตัวในเดือนเดียวกัน ควิเทลเปิดเผยว่า มีการจ่ายเงินค่าไถ่เพื่อช่วยบาทหลวง 2 รูป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิกฤติการเมืองและเศรษฐกิจที่เลวร้ายมากขึ้นในเฮติทำให้การลักพาตัวเกิดอย่างอุกอาจและบ่อยครั้งขึ้น ข้อมูลจากองค์กรศูนย์วิเคราะห์และวิจัยสิทธิมนุษยชน (CARDH) ของเฮติ ระบุว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้มีคดีลักพาตัวเกิดขึ้นอย่างน้อย 628 คดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ ชาวเฮตินัดหยุดงานทั่วประเทศ เพื่อประท้วงแก๊งอาชญากรและการลักพาตัว ที่เกิดเพิ่มขึ้นมานานหลายปี แต่เลวร้ายลงนับแต่การลอบสังหารประธานาธิบดีโฌเวแนล โมอิส เมื่อเดือนกรกฎาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่ค่อยมีการลักพาตัวชาวต่างชาติ เหยื่อการลักพาตัวส่วนใหญ่มักเป็นชาวเฮติที่เป็นกลุ่มชนชั้นกลางที่ไม่สามารถจ้างบอดี้การ์ดได้ แต่ก็ยังสามารถหาเงินมาจ่ายค่าไถ่ทั้งจากการหยิบยืมและขายทรัพย์สิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิกฤติที่รุนแรงขึ้นในเฮติกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับสหรัฐอเมริกันด้วยเช่นกัน เมื่อผู้อพยพชาวเฮติหลายพันคนเดินทางไปถึงชายแดนเม็กซิโก-สหรัฐเมื่อเดือนที่แล้ว แต่ส่วนมากโดนเนรเทศกลับบ้านเกิดไม่นานหลังจากนั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120250</URL_LINK>
                <HASHTAG>17 ล้านดอลลาร์, คณะมิชชันนารีอเมริกัน, เฮติ, แก๊งโจรเรียกค่าไถ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616ee49972f86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 20:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 20:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมียนมาปล่อยโฆษกพรรคเอ็นแอลดี-ดาราตลกพ้นคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลทหารเมียนมาปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองหลายร้อยคนออกจากเรือนจำอินเส่งในนครย่างกุ้งเมื่อค่ำวันจันทร์ รวมถึงโฆษกพรรคเอ็นแอลดีของนางอองซาน ซูจี และซากะนา นักแสดงตลกชื่อดังของเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำอินเส่งในเมืองย่างกุ้ง ชูสามนิ้วขณะนั่งรถบัสออกจากเรือนจำเมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2564 (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างสื่อท้องถิ่นเมื่อวันอังคารที่ 19 ตุลาคม 2564 ว่าเมื่อวันจันทร์ ทางการเมียนมาเริ่มปล่อยตัวนักโทษตามคำประกาศของพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลเมียนมา เรื่องการนิรโทษกรรมผู้ถูกคุมขังหรือโดนหมายจับฐานเกี่ยวข้องกับการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐประหาร รวมมากกว่า 5,600 คน เพื่อเหตุผลด้านมนุษยธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักเคลื่อนไหวบางคนมองว่า การปล่อยตัวนักโทษการเมืองชุดใหญ่ครั้งนี้ เป็นความพยายามของรัฐบาลทหารเมียนมาที่ต้องการกู้ชื่อเสียงในระดับนานาชาติ หลังจากอาเซียนไม่เชิญมิน อ่อง หล่าย ร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมนยวา อ่อง ชิน โฆษกสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) หนึ่งในนักโทษการเมืองที่ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำอินเส่ง เผยกับสำนักข่าวอิสระ เสียงประชาธิปไตยแห่งพม่า ระหว่างเดินทางจากเรือนจำกลับบ้านเมื่อค่ำวันจันทร์ว่า เจ้าหน้าที่ในเรือนจำมาบอกกับเขาในวันนี้ (วันจันทร์) ว่าจะพาเขากลับบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาโดนจับกุมตั้งแต่วันรัฐประหาร 1 กุมภาพันธ์ และติดคุกมาแล้ว 8 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวนอกจากโฆษกพรรคเอ็นแอลดี และนักแสดงตลก ซากะนา แล้ว ยังมีนักโทษการเมืองอีกหลายคน ซึ่งรวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและนักข่าว ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำในเมืองมัณฑะเลย์, ล่าเสี้ยว, เมะทีลา และมะริด เมื่อวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ข่าวจากเสียงประชาธิปไตยแห่งพม่ากล่าวว่า ผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวจากคุกที่เมืองเมะทีลา 11 คน จาก 38 คน โดนจับกุมอีกรอบ แต่รอยเตอร์กล่าวว่า ยังไม่สามารถตรวจสอบข่าวดังกล่าวได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120241</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซากะนา นักแสดงตลกเมียนมา, นักโทษการเมืองเมียนมา, เมียนมานิรโทษกรรม, เรือนจำอินเส่ง, โฆษกพรรคเอ็นแอลดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616ec9181f2a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120225</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 19:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 19:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทัพจีน-รัสเซียส่งเรือ 10 ลำแล่นผ่านช่องแคบของญี่ปุ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า มีเรือของกองทัพเรือจีนและรัสเซียรวม 10 ลำ แล่นผ่านช่องแคบสึงารุของญี่ปุ่นที่กั้นระหว่างเกาะใหญ่กับเกาะฮอกไกโดเมื่อวันจันทร์ โดยญี่ปุ่นเฝ้าจับตากิจกรรมของสองชาตินี้อย่างใกล้ชิดด้วยความสนใจอย่างสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือของกองทัพเรือจีนฝึกทางทะเลร่วมกับรัสเซียใกล้อ่าวปีเตอร์เดอะเกรตของรัสเซีย เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2564 (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์รายงานเมื่อวันอังคารที่ 19 ตุลาคม 2564 อ้างคำแถลงของโยชิฮิโกะ อิโซซากิ รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่แถลงข่าวในกรุงโตเกียววันเดียวกันว่า เรือของกองทัพเรือจีนและกองทัพเรือรัสเซีย 10 ลำ แล่นผ่านช่องแคบสึงารุ ที่เชื่อมระหว่างทะเลญี่ปุ่นกับมหาสมุทรแปซิฟิก เมื่อวันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลกำลังจับตาดูกิจกรรมของเรือจากกองทัพเรือจีนและรัสเซียใกล้กับญี่ปุ่นเช่นในครั้งนี้อย่างใกล้ชิดด้วยความสนใจอย่างสูง&amp;quot; เขากล่าว และว่า ญี่ปุ่นจะยังคงทำอย่างเต็มที่ต่อไปในการเฝ้าตรวจกิจกรรมในน่านน้ำและน่านฟ้ารอบญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นครั้งแรกที่รัฐบาลญี่ปุ่นยืนยันว่า เรือของกองทัพเรือจีนและรัสเซียแล่นผ่านช่องแคบนี้ด้วยกัน แม้ช่องแคบสึงารุจะถือเป็นน่านน้ำสากล แต่ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับจีนมีความขัดแย้งกันมายาวนานเกี่ยวกับการอ้างสิทธิเหนือเกาะขนาดเล็กๆ ในทะเลจีนตะวันออก และญี่ปุ่นยังมีข้อพิพาทดินแดนกับรัสเซียด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นยอมรับว่า เรือของรัสเซียและจีนไม่ได้รุกล้ำน่านน้ำอาณาเขตของญี่ปุ่น หรือทำผิดกฎระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพเรือจีนและรัสเซียฝึกทางทะเลร่วมกันในทะเลญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 14-17 ตุลาคม โดยเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือทางทะเลระหว่างสองประเทศ โดยเรือที่เข้าร่วมรวมถึงเรือรบและเรือสนับสนุนจากกองเรือแปซิฟิกของรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายปีมานี้ จีนและรัสเซียกระชับความสัมพันธ์ทางทหารและทางการทูตแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ในช่วงยามที่ความสัมพันธ์ระหว่างสองชาตินี้กับโลกตะวันตกมีความบาดหมางกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120225</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือจีน, กองทัพเรือรัสเซีย, ช่องแคบสึงารุ, ญี่ปุ่นจับตาจีน-รัสเซีย, ฝึกทางทะเลร่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616eb2c610420.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 17:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 17:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐเพิ่มสิงคโปร์เสี่ยงติดโควิด-19 สูงสุดระดับเดียวกับไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ซีดีซีของสหรัฐปรับคำแนะนำการเดินทางไปสิงคโปร์เพิ่มเป็นระดับ 4 หรือประเทศที่มีความเสี่ยงสูงสุดที่จะติดเชื้อโควิด-19 เตือนพลเมืองหลีกเลี่ยงไปสิงคโปร์ ส่วนไทยยังอยู่ระดับ 4 เท่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถนนออร์ชาร์ด ย่านชอปปิ้งชื่อดังของสิงคโปร์มีผู้คนที่สวมหน้ากากอนามัยเดินกันพลุกพล่าน (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แชนเนลนิวส์เอเชียรายงานเมื่อวันอังคารที่ 19 ตุลาคมว่า ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐ (ซีดีซี) ปรับระดับคำแนะนำการเดินทางไปสิงคโปร์เมื่อวันจันทร์ตามเวลาในสหรัฐ ขึ้นจากระดับ 3 เป็นระดับ 4 ซึ่งบ่งชี้ว่ามี &amp;quot;โควิด-19 ระดับสูงมาก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของซีดีซีระบุว่า เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันของสิงคโปร์ แม้แต่ผู้เดินทางเข้าสิงคโปร์ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว ก็อาจเสี่ยงที่จะติดเชื้อหรือแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 และแนะนำว่า ผู้จำเป็นต้องเดินทางไปสิงคโปร์ควรเป็นผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว และเมื่ออยู่ในสิงคโปร์ควรปฏิบัติตามคำแนะนำและข้อกำหนดของทางการสิงคโปร์ เช่น การสวมหน้ากาก และใช้มาตรการเว้นระยะห่างที่ปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงต่างประเทศสหรัฐก็ออกประกาศในเรื่องเดียวกันเมื่อวันจันทร์ เตือนพลเมืองสหรัฐไม่ควรเดินทางไปสิงคโปร์เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซีดีซีใช้ประกาศเตือนจุดหมายการเดินทางกับประเทศที่มีภัยคุกคามด้านสุขภาพทั่วโลก โดยจัดระดับประเทศต่างๆ เป็น 4 ระดับ พิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในปัจจุบันของแต่ละประเทศ และแนวโน้มของผู้ติดเชื้อรายใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศอื่นที่ซีดีซีจัดให้อยู่ระดับ 4 ในปัจจุบัน รวมถึงบรูไน, มาเลเซีย, ไทย และสหราชอาณาจักร ส่วนประเทศที่ซีดีซีจัดให้อยู่ในระดับ 3 ได้แก่ เกาหลีใต้, ออสเตรเลีย, อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น และเวียดนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินเดียเป็นจุดหมายที่ถูกจัดให้อยู่ระดับ 2 ซึ่งสถานการณ์โควิดอยู่ในระดับปานกลาง โดยผู้ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนได้รับคำแนะนำให้เลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น ขณะที่จีน, ฮ่องกง, ไต้หวัน และนิวซีแลนด์ เป็นจุดหมายในระดับ 1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจัดสิงคโปร์ให้อยู่ในประเทศที่เสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ระดับ 4 มีขึ้นในขณะที่สิงคโปร์ขยายรับผู้เดินทางจาก 8 ประเทศที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วให้เข้าประเทศโดยไม่ต้องกักตัว ได้แก่ แคนาดา, เดนมาร์ก, ฝรั่งเศส, อิตาลี, เนเธอร์แลนด์, สเปน, สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา เริ่มวันอังคารที่ 19 ตุลาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการสิงคโปร์เผยว่า มีนักเดินทางมากกว่า 2,400 คน ที่ยื่นเรื่องขอเข้าสิงคโปร์ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม โดยราว 40% เป็นผู้เดินทางจากสหราชอาณาจักร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120218</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำแนะนำด้านการเดินทาง, ซีดีซี, ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐ, สิงคโปร์อยู่ระดับ 4, เสี่ยงติดโควิดสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616ea0f4d2c5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
