<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120336</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผบช.น.&#039; ไฟเขียวลงดาบโรงพักปล่อยสถานบันเทิงแอบขายเหล้า ให้แต่ละบก.มีคำสั่งช่วยราชการได้ทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.64 - ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สําราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) กล่าวถึงการดำเนินการตรวจสอบและป้องปรามร้านจำหน่ายสุราและสถานบันเทิงต่างๆที่แอบเปิดให้บริการกับลูกค้าโดยฝ่าฝืนความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินและพรบ.ควบคุมโรคติดต่อ โดยยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีการคาดโทษกับสถานีตำรวจทั้ง 88 ซอยในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล จะเห็นว่าแต่ละพื้นที่สน.มีการเข้มงวดกวดขันและเข้าไปตรวจสอบในแต่ละพื้นที่อยู่แล้ว โดยเห็นได้ว่าการจับกุมล่าสุดในพื้นที่สน.ปทุมวัน ทางสถานีตำรวจเจ้าของพื้นที่ก็ลงไปดำเนินการจับกุมด้วยตัวเอง ซึ่งถือว่ายังไม่เป็นการปล่อยปละละเลย ให้มีการเปิดให้บริการโดยผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หากกองบังคับการตำรวจนครบาลใดที่ควบคุมดูแลพื้นที่ที่มีการเปิดให้บริการโดยผิดกฎหมาย และเห็นว่าเป็นการปล่อยปละละเลย ก็ให้ดำเนินการมีคำสั่งให้ไปช่วยราชการที่กองบังคับการได้ตามดุลยพินิจของผู้บังคับการแต่ละหน่วย เช่นกรณีของสน.ลุมพินี ที่มีการเข้าจับกุมร้านที่เปิดให้บริการโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 ได้มีคำสั่งย้ายผู้กำกับการ รองผู้กำกับการและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง 5 นายไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 แล้ว จนกว่าการตรวจสอบจากแล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าการจับกุมดังกล่าวก่อนหน้านี้มีการแจ้งเตือนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและสำนักงานเขตแล้ว เป็นการปล่อยปละละเลยหรือให้การช่วยเหลือเจ้าของร้านดังกล่าวหรือไม่&amp;nbsp;ผบช.น.เปิดเผยว่า ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสน.ปทุมวัน ว่าเหตุใดจึงเป็นการแจ้งเตือนในรอบแรก และไม่ได้มีการจับกุมดำเนินคดีเลย แต่เบื้องต้นจากรายงานทราบว่าร้านดังกล่าวในการเข้าไปจับกุมและตักเตือนครั้งแรกพฤติการณ์ความผิดไม่ชัดเจนและมีการปกปิดอำพรางการจำหน่ายสุราภายในร้าน ซึ่งหลังจากการตักเตือนแล้วพบว่ายังมีการร้องเรียนจากประชาชนอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ยังพบพฤติกรรมความผิดที่เป็นหลักฐานค่อนข้างชัดเจนในครั้งต่อมาจึงเข้าจับกุมตามข่าว ซึ่งมองว่าไม่ได้เป็นการปล่อยปละละเลยเพราะเจ้าของพื้นที่ก็เป็นคนจับกุมเอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120336</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบช.น., พล.ต.ท.สําราญ นวลมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616fe18dd40c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120330</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 16:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก๊ง &#039;อดีตผู้กำกับโจ้&#039; อ่วมแน่! ศาลฯชี้ชัด &#039;มาวิน&#039; ตายเพราะขาดอากาศหายใจ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 - ที่ศาลจังหวัดนครสวรรค์ ศาลอ่านคำสั่งคดีชันสูตรการเสียชีวิต หมายเลขดำ ช.7/2564 ที่พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ ยื่นคำร้องขอไต่สวนการตายนายจิระพงศ์หรือ &amp;quot;มาวิน ธนะพัฒน์&amp;quot; ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) มาตรา 150 ซึ่งมีการกล่าวหาว่าการตายของนายจิระพงศ์ เมื่อวันที่ 6 ส.ค.64 เวลา 13.20 น. เกิดขึ้นโดยการกระทำของ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล ( ผู้กำกับ ฯ โจ้) &amp;nbsp;,พ.ต.ต.รวีโรจน์ ดิษทอง, ร.ต.อ.ทรงยศ คล้ายนาค, ร.ต.ท.ธรณินทร์ มาศวรรณา,ด.ต.วิสุทธิ์ บุญเขียว,ด.ต.ศุภากร นิ่มชื่น ,ส.ต.ต.ปวีณ์กร คำมาเร็ว &amp;nbsp;เจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่และเสียชีวิตในระหว่างอยู่ในความควบคุมเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติราชการตามหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขอให้ศาลทำการไต่สวน และทำคำสั่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 150 วรรคห้า แสดงว่าผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน เมื่อใด กับเหตุกับพฤติการณ์ที่ตาย และหากตายโดยคนทำร้ายใครเป็นผู้กระทำเท่าที่จะทราบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลจังหวัดนครสวรรค์ ได้ทำการไต่สวนแล้ว จึงมีคำสั่งว่าผู้ตาย คือ นายจิระพงศ์หรือมาวิน ธนะพัฒน์ ตายที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมืองนครสวรรค์จ.นครสวรรค์ เมื่อวันที่ 6 ส.ค.64 เวลา 13.20 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุและพฤติการณ์ที่ตายคือขาดอากาศหายใจเนื่องจากถูก พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผลกับพวก ร่วมกันใช้ถุงพลาสติกครอบศีรษะเป็นเวลานานมากกว่า 6 นาที ในขณะที่ทำการสืบสวนขยายผลในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ อันเป็นการเสียชีวิตในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติราชการตามหน้าที่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120330</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้กำกับโจ้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210904/image_big_6132b399b11fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120305</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 13:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 13:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อออกหมายจับแก๊งยิงหัวตำรวจ คฝ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 - &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) &amp;nbsp;พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยความคืบหน้าคดียิง ส.ต.ต.เดชวิทย์ เล็ทเทนสัน หรือหมู่เดวิด ผู้บังคับหมู่กองกำกับการอารักขา 1 กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน บริเวณศีรษะ อาการสาหัส ขณะปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการชุมนุมบริเวณแฟลตดินแดง ว่าตำรวจเตรียมออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องในกรณีนี้หลายคน ในข้อหาขัดขวางและข่มขู่การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่โดยใช้อาวุธ จากนั้นจะมีการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมว่า ในจำนวนนี้ หากพบผู้ใดเป็นผู้ลงมือยิงหมู่เดวิดก็จะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ในข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง ช่วงเย็นวันนี้ ยังคงมีการรวมตัวหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ และหน้าศาลฎีกา โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายจุดเช่นเดิม แต่จะมีกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าเสือหมอบแมวเซา ที่นัดรวมตัวบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และแยกดินแดง ในเวลา 17.00 น. และ 18.00 น. ซึ่งอาจเกิดความวุ่นวายขึ้นได้ โดยทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้เตรียมกำลัง เข้าไปดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชนแล้ว พร้อมแนะประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางโดยรอบจุดที่มีการรวมตัว เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบด้านการจราจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา จากการปฏิบัติการตามมาตรการเชิงรุกในพื้นที่ดินแดง สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้จำนวน 1 คน โดยเป็นการจับกุมตามหมายจับในคดีก่อเหตุปาระเบิดบริเวณแยกดินแดง เมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120305</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจนครบาล, บช.น., พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก, ส.ต.ต.เดชวิทย์ เล็ทเทนสัน, หมู่เดวิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616fb2b5ddc17.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 09:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ขอนแก่น&#039; จับนักเที่ยว235คนคาร้านตอนตีหนึ่งครึ่ง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.64 - เมื่อช่วงเวลา 01.30 น. บก.สส.ภ.4 ร่วมกับ ภ.จว.ขอนแก่น สภ.เมืองขอนแก่น ,กก.สืบสวน ภ.จว.ขอนแก่น ,ศพฐ.เขต 4,สสจ.ขอนแก่น ,ปปส.ภาค4 และฝ่ายปกครอง สนธิกำลังเข้าจับกุมร้านลานไม้ ถนนมะลิวรรณ อ.เมืองขอนแก่น เป็นร้านขายอาหาร เครื่องดื่ม มีแสดงตนตรี ลักลอบ จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นักเที่ยวในร้าน 235 คน นั่งกินดื่มชุมนุมกันในร้าน จากนั้นนำส่งจุดควบคุม ณ หอประชุม วิทยาลัยเทคโนโลยีนครขอนแก่น (ม.อีสาน) ต.บ้านทุ่ม อ.เมืองขอนแก่น โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จาก สสจ.ขอนแก่นและ รพ.ค่ายศรีพัชรินทร์ ร่วมตรวจคัดกรองโควิดเบื้องต้น โดยวิธี ATK ซึ่งผลเป็นลบทุกคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นจัดพนักงานสอบสวนเพื่อทำการสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ในฐานความผิด &amp;quot;ร่วมกันมั่วสุม ชุมนุม ทำกิจกรรมเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดไวรัสโควิด19 ,ฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน และประกาศจังหวัดขอนแก่น รวมทั้งได้สุ่มตรวจสารเสพติดในปัสสาวะของกลุ่มนักเที่ยว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120267</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดขอนแก่น, บก.สส.ภ.4, ร้านลานไม้, สภ.เมืองขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616f80158e54e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120264</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 09:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 09:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร. ตั้งชุดสืบสวนออนไลน์ทั่วปท. ดูแลคดีดูดเงินจากบัญชี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;20 ต.ค.64- พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ PCT กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหาเบื้องต้นให้กับผู้เสียหายที่ได้รับความเดือดร้อนจากการถูกคนร้ายถอนเงินจากบัญชีธนาคารและบัตรเครดิตว่า ภายหลังจากมีการประชุมหารือร่วมกันระหว่าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย, กสทช., ปปง., กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ และสมาคมธนาคารไทย สรุปผลการประชุม 5 ข้อ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;โดย 1. ธนาคารจะรับผิดชอบเป็นผู้เสียหายเอง โดยจะคืนเงินให้กับประชาชนที่เสียเงินไปภายใน 5 วัน นับแต่ธนาคารรับทราบเรื่อง และจะรวบรวมพยานหลักฐานร้องทุกข์กับ บช.สอท. โดยผู้เสียหายไม่ต้องมาแจ้งกับตำรวจเอง แต่หากผู้เสียหายไปแจ้งความไว้ก่อนแล้ว ตำรวจจะประสานโดยตรงกับธนาคารเอง &amp;nbsp;2.ปปง. จะเปิดศูนย์ Hotline 1710 ประสานงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างพนักงานสอบสวนกับธนาคาร ในการอายัดบัญชีคนร้าย เพื่อป้องกันการยักย้ายถ่ายเทเงินในบัญชี &amp;nbsp;3.กสทช. จะประสานข้อมูลกับผู้ให้บริการเครือข่าย เพื่อช่วยให้การสืบหาข้อมูลของคนร้ายได้เร็วขึ้น &amp;nbsp;4. กระทรวงดิจิทัลฯ จะเป็นเจ้าภาพหลักในการประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้ สร้างภูมิคุ้มกันให้กับพี่น้องประชาชนผ่านทุกช่องทาง เพื่อให้รู้เท่าทันพฤติกรรมคนร้าย และจะเป็นเจ้าภาพร่วมกับทุกหน่วยงานในการแก้ไขกฎเกณฑ์ และวิธีการ เพื่อให้ทันกับรูปแบบอาชญากรรมมากยิ่งขึ้น และ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;5. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย ศูนย์ PCT จะเป็นเจ้าภาพหลัก บูรณาการร่วมกับ บช.สอท., และ ศูนย์ PCT นครบาล,ภูธร 1-9 ในการรวบรวม ติดตามและเร่งรัดการดำเนินดดีจากทุกพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน โดยจะมีการตั้งชุดสืบสวนสอบสวน Online แต่ละจังหวัดเพื่อช่วยสนับสนุนข้อมูลพนักงานสอบสวนด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;ldquo;คดีดังกล่าวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญมาก จึงสั่งการมายัง ผบ.ตร. ให้เร่งหาแนวทางร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเอาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีโดยเร็ว โดย ผบ.ตร. มอบหมายให้ผมเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้ &amp;nbsp;ปัจจุบันคดีที่เกี่ยวกับอาชญากรรมทางออนไลน์ทุกรูปแบบ ผู้เสียหายสามารถแจ้งความกับพนักงานสอบสวนท้องที่ใดก็ได้&amp;rdquo; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120264</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีดูดเงินจากบัญชี, ตำรวจ, พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616f7ba9d4e9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120227</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 19:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 19:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กโจ๊ก&#039; ลุยภาคใต้ รับฟังปัญหาตำรวจ กำชับนโยบายป้องกันอาชญากรรมและการสืบสวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค.64 -&amp;nbsp;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ลงพื้นที่ภาค 8,9 เรียกประชุมตำรวจระดับหัวหน้าสถานี รับฟังปัญหาการปฏิบัติงานและเร่งรัดติดตามการปฏิบัติงานตามนโยบาย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ณ ห้องประชุม ภ.8 และ ภ.9&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า ในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบ งานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม (ปป 1) ซึ่งมี พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. เป็นผู้รับผิดชอบหลัก และงานสืบสวน (สส 2) ที่มี พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. เป็นผู้รับผิดชอบ วันนี้เดินทางมาเพื่อนำนโยบาย ของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ ฯ ผบ.ตร. มาถ่ายทอดและกำชับให้กับตำรวจระดับหัวหน้าสถานี เพื่อทราบและนำไปปฏิบัติให้เห็นผลเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการขับเคลื่อนงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม นั้น ตนเป็นผู้ช่วย พล.ต.อ.รอย ฯ รอง ผบ.ตร. ซึ่งการบริหารงานสายตรวจจะต้องมีทิศทางที่ชัดเจนตามแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 และมีการประเมินผลการปฏิบัติ ตามที่ ตร. กำหนด สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ &amp;nbsp;โดยมอบแนวทางการทำงานตามหลัก 4 ประการ ประกอบด้วย (1) งานยุทธศาสตร์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรม (2) งานจัดทำข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม (3) งานวิเคราะห์สถานภาพอาชญากรรมและระดมกวาดล้างอาชญากรรม และ (4) งานประเมินผลการปฏิบัติงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการขับเคลื่อนงานสืบสวน ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.สุชาติฯ รอง ผบ.ตร.ให้รับผิดชอบเรื่องการสืบสวนสอบสวนคดีอาญาที่สำคัญในภาพรวมทั้งประเทศ และงานทะเบียนประวัติอาชญากรรม ในงานด้านสืบสวนสอบสวน กำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นไม่ว่าจะเป็นระดับกองบัญชาการ กองบังคับการ และสถานีตำรวจ ควบคุม กำกับ ดูแล การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ให้ถือปฏิบัติตามกฎหมาย และระเบียบ ที่เกี่ยวข้องในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสืบสวนก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ และจะต้องมีเกฎฑ์การวัดผลที่ชัดเจน เร่งรัดจับกุมคดีค้างเก่า ให้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยกำหนดเป้าหมายให้จับกุม เดือนละ 5% ของคดีค้างเก่าทั้งหมด ท้องที่สถานีตำรวจจะต้องขยันและเอาใจใส่ กวดขันจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตากกฎหมาย เพื่อให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในด้านงานทะเบียนประวัติอาชญากรรม จะต้องจำแนกทะเบียนประวัติอาชญากร ออกจากประวัติผู้ต้องหา ในกรณีคดีที่สุดแล้ว ให้รายงานผลให้ ตร. ทราบ เพื่อลบประวัติผู้ต้องหากรณีคดีสั่งไม่ฟ้องหรือยกฟ้อง ซึ่งขณะนี้มีจำนวนกว่าสิบล้านคน จะต้องเร่งดำเนินการแก้ไข ในเรื่อง &amp;ldquo;ลบประวัติ ล้างความผิด&amp;rdquo; กรณีที่สั่งไม่ฟ้องหรือยกฟ้อง หแล้วเสร็จภายในเก้าสิบวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า ในด้านการรักษาความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวตำรวจท่องเที่ยวจะต้องเข้ามาร่วมรับผิดชอบในพื้นที่ มีหน้าที่ดูแลความปลดภัยนักท่องเที่ยว และสร้างความอุ่นใจและความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาลทุกหน่วยจะต้องจัดเก็บข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน และสนับสนุนการทำงานของฝ่ายสืบสวนสอบสวน ในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120227</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กโจ๊ก, พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล, ภาคใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616eb8cced7ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 15:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 14:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองผบ.ตร. เผยพบผู้เสียหายถูกดูดเงินกว่าหมื่นราย สูญ 100 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค.64 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายหลังประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหากรณีการตัดเงินที่ผิดปกติ ผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิตของประชาชนจำนวนมาก ใช้เวลาในการประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์&amp;nbsp;รอง ผบ.ตร.เปิดเผยว่า การพูดคุยในวันนี้ได้พูดถึงเรื่องการป้องกันตัดโอกาสไม่ให้มีการกระทำผิดขึ้น รวมถึงการให้ความรู้ ประชาสัมพันธ์ไปในทุกช่องทาง เพื่อลดช่องโอกาสในการตกเป็นเหยื่อ โดยการบูรณาการร่วมกับทางธนาคาร และตำรวจที่รู้แผนการประทุษกรรมในเบื้องต้นตรวจพบมีผู้เสียหายจากผู้ใช้บัตรเครดิต 5,700 ราย ผู้ใช้บัตรเดบิต 4,800 ราย มีมูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท ทั้งนี้ทางธนาคาร ได้รับเป็นผู้เสียหายในกรณีนี้ โดยธนาคารต่างๆ จะมีการตรวจสอบความผิดปกติในการโอนเงินของบัญชีต่างๆ ควบคู่กับการรับแจ้งจากประชาชนที่ได้รับความเสียหาย เพื่อรวบรวมข้อมูลและหลักฐาน ส่งให้ตำรวจติดตามหาตัวคนร้ายต่อไป ทำให้ผู้เสียหาย ไม่ต้องเข้าแจ้งความกับตำรวจ แต่สามารถเข้าติดต่อธนาคารเจ้าของบัญชีได้โดยตรง ขณะเดียวกันจะมีการตั้งผู้ประสานงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรวดเร็วมากขึ้น เชื่อมั่นว่า จะสามารถตามจับคนร้ายได้ แม้จะเป็นชาวต่างชาติ ก็มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน หรือสัญญาต่างตอบแทน แต่เบื้องต้น ขอให้รู้ตัวคนร้ายให้แน่ชัดก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ตัวแทนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เปิดเผยว่า ทาง ปปง. มีเครือข่ายอยู่ทั่วโลก ทำให้สามารถร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารต่าง ๆ ตรวจสอบเส้นทางทางการเงิน ย้อนกลับไปหาตัวคนร้ายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายกอบศักดิ์ ดวงดี เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า&amp;nbsp; ระบบธนาคารมีความมั่นคงปลอดภัย ซึ่งในส่วนของการเยียวยากรณีที่ผู้เสียหาย ได้รับผลกระทบจากบัตรเดบิต จะได้รับการคืนเงินภายใน 5 วันทำการ ส่วนบัตรเครดิต ธนาคารจะยกเลิกรายการดังกล่าว ผู้เสียหายไม่ต้องชำระเงินตามยอดเรียกเก็บที่ผิดปกติ โดยทางธนาคาร พร้อมรับผิดชอบคืนเงินให้ผู้เสียหายทุกกรณี ซึ่งเมื่อธนาคาร ตรวจสอบพบความเสียหายแล้ว จะติดต่อกลับไปยังผู้เสียหาย เพื่อคืนเงินต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายพงษ์สิทธิ์ ชัยฉัตรพรสุข รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)&amp;nbsp;ยอมรับว่า กรณีนี้ คนร้ายใช้ช่องโหว่ของการอำนวยความสะดวกด้านการทำธุรกรรมทางการเงินในการซื้อขายสินค้าออนไลน์ สร้างความเสียหายเกิดขึ้น ซึ่งมีหลายวิธีการ จากการตรวจสอบพบแล้ว 5 วิธีการ แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ทั้งหมด เพราะอาจเป็นการชี้ช่องให้มิจฉาชีพนำไปใช้ได้ โดยจากนี้ ทางธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารต่างๆ จะมีการปรับปรุงระบบให้ดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายธวัช ไทรราหู ประธานชมรมตรวจสอบและป้องกันการทุจริต ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงข้อกังวลของประชาชนบางส่วน ที่อาจไม่เคยทำบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิต แต่ถูกหักเงินในบัญชีไป โดยยืนยันว่า ไม่ได้เกิดจากแอปดูดเงินอย่างที่มีข้อกังวล ส่วนกรณีนี้มีการนำข้อมูลของบัตรเครดิต และบัตรเดบิต ไปสร้างความเสียหายให้กับประชาชน โดยเฉพาะบัตรเดบิตที่มีการผูกไว้กับบัญชีเงินฝากของประชาชน เมื่อมีการถูกตัดเงิน จึงเกิดผลกระทบทันที แต่กรณีที่ผู้เสียหายไม่เคยผูกบัญชีไว้กับการใช้จ่ายใดๆนั้น ก็อาจได้รับผลจากการใช้บริการร้านค้าออนไลน์บางประเภทได้ เช่น การซื้อสติ๊กเกอร์ไลน์ผ่านร้านค้า, การเช่าเว็บไซต์ หรือ การได้สิทธิเข้าเล่นเกมรายครั้ง ซึ่งจากนี้ ต้องเดินหน้าให้ความรู้กับประชาชนมากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120197</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารไทย, บัตรเครดิต, บัตรเดบิต, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616e75bed5814.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120182</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 12:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ถกสถาบันการเงินแก้ปัญหาลักลอบดูดเงินบัญชีธนาคาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค.64 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ปรีชา เจริญสหายานนท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ประชุมร่วมตัวแทนสมาคมธนาคารไทย,ธนาคารแห่งประเทศไทย , สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เพื่อวางแนวทางแก้ปัญหากรณีมีการลักลอบหักเงินจากบัญชีธนาคาร บัตรเครดิต หรือบัญชีเดบิต ของประชาชนจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ เปิดเผยก่อนการประชุมว่า เบื้องต้นจากการพูดคุยกับทางธนาคารคาดว่ามียอดผู้เสียหายหลักหมื่นคน ซึ่งบางส่วน ทยอยเข้าแจ้งความกับตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ สอท. และ ศูนย์ปราบปรามการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ศูนย์ PCT แล้ว ซึ่งหากผู้ใดได้รับความเดือดร้อน สามารถเข้าแจ้งความได้ที่สถานีตำรวจทั่วประเทศ ก็จะมีการเชื่อมโยงข้อมูลมาที่ส่วนกลางทันที โดยเมื่อวานนี้(18 ตุลาคม) มีผู้เสียหายที่กรอกข้อมูลผ่านแบบฟอร์มของ บช.สอท. ทั้งหมด 33 ราย ความเสียหายประมาณ 260,000 บาท นอกจากนี้ยังมีผู้แจ้งความเสียหายผ่านศูนย์ PCT อีก 70 ราย วงเงินประมาณ 800,000 บาท ซึ่งน่าเชื่อว่าไม่ใช่ตัวเลขความเสียหายจริงๆ จึงต้องมาประชุมพูดคุยกับทางธนาคารที่มีข้อมูลอย่างชัดเจน เพื่อกำหนดแนวทางการทำคดีร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพฤติกรรมของคนร้าย มีลักษณะลักลอบนำข้อมูลจากบัตรเดบิต หรือบัตรเครดิต จากการซื้อสินค้าออนไลน์ของประชาชน ไปใช้หักเงินจากบัญชีของผู้เสียหาย ซึ่งตำรวจจะมีการร่วมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาให้ได้ แม้ผู้ก่อเหตุจะเป็นชาวต่างชาติ ก็จะดำเนินการถึงที่สุด เนื่องจากถือเป็นภัยคุกคามระดับประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120182</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., บัตรเครดิต, ลักลอบหักเงินบัญชีธนาคาร, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616e589b8cd6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120176</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 12:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 12:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนปชช.อย่ากดลิงก์-กรอกข้อมูลใน SMS ทั้งเว็บพนัน ให้เงินรางวัล สินเชื่อ อาจถูกหลอกให้สูญเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค.64 - พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามนโยบาย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรู้เท่าทันถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั้น ปัจจุบันได้มีการส่งข้อความให้ประชาชนเกิดความสับสน ไม่ว่าจะเป็นการให้สินเชื่อ การได้รับรางวัล เงินช่วยเหลือโควิด เงินช่วยเหลือน้ำท่วม ได้รับโบนัสเพื่อไปเล่นเว็บพนัน บางครั้งจะเป็นลิงก์ที่ให้กรอกข้อมูล หลอกลวง ให้กรอกข้อมูลส่วนตัว รหัส เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในทางทุจริต เช่น แฮ็กข้อมูล แฮ็กบัญชี สื่อสังคมออนไลน์ แฮ็กบัญชีธนาคารหรือบัตรเครดิต ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการหลอกลวงเพื่อเอาข้อมูลที่สำคัญ(Phishing)เป็นรูปแบบของการหลอกลวงผ่านช่องทางการใช้งาอินเทอร์เน็ตเป็นกลยุทธ์การหลอกที่ใช้วิธีทางจิตวิทยา เข้าร่วมด้วย ส่วนใหญ่แล้วจะมาในรูปแบบของการส่งข้อความ(SMS) อีเมล เว็บไซต์ และสื่อสังคมออนไลน์ ในรูปแบบต่าง ๆ ที่จะทำการหลอกลวงให้ผู้ใช้งานกรอกข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นความลับ หรือติดตั้งมัลแวร์ ตัวร้ายเข้าสู่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของท่าน เพื่อล้วงเอาข้อมูลต่าง ๆ ที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็น รูปภาพ คลิปวิดีโอ รหัสผ่านต่าง ๆ หมายเลขบัตรประชาชน เลขที่หนังสือเดินทาง รวมไปถึงข้อมูลลับ ทางการเงินทั้งหมด และใช้ข้อมูลเหล่านั้นเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับตัวคนร้ายเอง อาทิเช่น ขโมยเอาทรัพย์สินของท่านเอาข้อมูลของท่านมาใช้แบล็คเมล์เพื่อข่มขู่เอาทรัพย์สินจากท่าน,ล็อคการเข้าถึงข้อมูลของท่านแล้วบังคับเอาทรัพย์สินจากท่านเพื่อปลดล็อค เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากพี่น้องประชาชนได้รับ SMS ในลักษณะดังกล่าว อย่ากดลิงก์ที่ได้รับ และอย่ากรอกข้อมูลหรือดำเนินการใดๆเป็นอันขาด ท่านจะได้ไม่ถูกแฮ็ก ถูกหลอกเอาข้อมูลที่สำคัญส่วนบุคคลไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนระมัดระวังและตั้งสติ ไม่ควรกดลิงก์แปลก ๆ ที่แนบมากับ SMS หรือก่อนที่จะกดลิงก์ใด ๆ ก็ตามที่ได้รับทาง SMS ขอให้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของลิงก์ดังกล่าว ว่าเป็นของจริง ไม่ใช่ลิงก์เลียนแบบและไม่ควรกู้เงินผ่านแอปพลิเคชันเงินกู้&amp;nbsp; ที่ไม่ใช่สถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือ หรือเข้าร่วมเล่นการพนันออนไลน์ตามลิงก์ที่มากับ SMS&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หากท่านได้รับความเสียหายให้ท่านรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจในพื้นที่ใกล้ท่าน หรือโทร. สายด่วน 191 หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120176</URL_LINK>
                <HASHTAG>SMS, ตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616e50a613c32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 16:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร. สั่งทุกกองบังคับการ ตั้งคณะพนักงานสืบสวนคดีใช้โซเชียลเป็นช่องทางทำผิด กำชับสอบปากคำผู้เสียหายทุกกรณี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18&amp;nbsp;ต.ค.64 - พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โฆษก ตร.) เปิดเผยว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้กำชับการปฏิบัติหน้าที่ในการทำคดีความผิดบนโลกไซเบอร์ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นวงกว้าง เช่น การฉ้อโกง,&amp;nbsp;การเจาะข้อมูลธนาคาร หรือขโมยข้อมูลบัตรเครดิตของผู้เสียหายฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยกำชับให้ พนักงานสอบสวน ผู้กำกับการและหรือหัวหน้าสถานี ตลอดจนทุกหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่รับแจ้งความว่า&amp;nbsp;เมื่อผู้เสียหายมาแจ้งความ ให้สอบปากคำและลงบันทึกประจำวันทุกกรณี&amp;nbsp;รวมทั้งห้ามแนะนำ ชักจูง ให้ผู้เสียหายไปแจ้งความที่อื่น ไม่ว่าพนักงานสอบสวนจะมีประเด็นข้อสงสัยในเรื่องเขตอำนาจการสอบสวน หรือประเด็นข้อกฎหมายอื่นใดก็ตาม ในกรณีจำเป็นต้องดำเนินการอายัดบัญชี อายัดทรัพย์สิน ขอเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมจากผู้แจ้งหรือจากหน่วยงานใดก็ตาม ก็ให้ดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ในทันทีหลังจากที่ได้บันทึกคำให้การพร้อมการลงบันทึกประจำวันแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันให้ทุกกองบังคับการ (บก.) จัดตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีความผิดที่ใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางในการกระทำผิด มีหน้าที่รับผิดชอบประสานงานให้คำแนะนำกับพนักงานสอบสวน ผู้กำกับการ หัวหน้าสถานี หรือเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบเสียเองในคดีที่พนักงานสอบสวนในสังกัดได้รับแจ้งไว้&amp;nbsp;ในการนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. เป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อเป็นการให้บริการประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120103</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616d400cbf87e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
