<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120355</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 19:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 19:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทนายอนันต์ชัย&#039; มอบเงิน 1 แสนบาทให้ &#039;น้องบาส&#039; ดำรงชีพ พร้อมช่วยคดี 4 โจ๋แก๊งวัดม่วงบุกบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.64 -&amp;nbsp;นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ เดินทางมาที่บ้านของ นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา เพื่อนำเงินจำนวน 100,000 บาท ซึ่งเป็นเงินของ นายประเสริฐ ทองปลาเค้า&amp;nbsp; ประธานโรงพยาบาลบางนา 1,2,5&amp;nbsp; มามอบให้กับนายณัฐวุฒิ พึ่งฤกษ์ดี หรือ บาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทนาย อนันต์ชัย&amp;nbsp; เปิดเผยว่า เงินจำนวน 100,000 บาท เป็นเงินที่พึงประสงค์ของ นายประเสริฐที่จะมอบให้กับบาส เอาเก็บไว้ใช้จ่าย&amp;nbsp;เพราะต้องการช่วยเหลือ&amp;nbsp;ซึ่งการมอบเงินครั้งนี้ บาส เดินทางมาจากโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเพชรบุรี พร้อมครอบครัว เพื่อมารับเงินด้วยตัวเอง และมี นายไพศาล เรืองฤทธิ์ ทนายความของบาส อยู่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับดีนี้ฝั่งคู่กรณีนายบาส มีติดต่อมาเพื่อให้เป็นทนายความให้ แต่มองว่า ความชอบธรรมของกลุ่มวัยรุ่นหมดไปตั้งแต่ยกพวกไปล้อมบ้านนายบาส ซึ่งคดีนี้เหมือนคดี 7 โจ๋รุมนายสมเกียรติ คนพิการ แต่ต่างกันที่นายสมเกียรติเสียชีวิต แต่คดีนี้นายบาสตกเป็นผู้ต้องหา&amp;nbsp;วันนี้จึงนำเงิน 100,000 บาทจากประธานโรงพยาบาลบางนา สาขา 1&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สาขา 2 และสาขา 5 มามอบให้กับนายบาสไว้ใช้ส่วนตัว พร้อมกับนำคำพิพากษาคดี 7 โจ๋ มามอบให้ทีมทนายไพศาล ยึดเป็นแนวทางการต่อสู้คดี เนื่องจากเห็นคลิปหลักฐานคดีบาส จึงรู้สึกว่าเหมือนคดี นายสมเกียรติ คนพิการ ตรงที่เริ่มจากการกระทบกระทั่งและไม่พอใจกัน จนไปเคลียร์กันรอบหนึ่งแล้ว และนายบาสกลับเข้าบ้าน ถือว่า เหตุการณ์ควรจบลงเท่านั้น&amp;nbsp;เหมือนกรณีนายสมเกียรติ ก็เข้ากลับบ้าน แต่ฝั่งคู่กรณีตามมาหาเรื่องต่อถึงหน้าบ้าน จึงเกิดเหตุการณ์รุมทำร้ายเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการที่บาสพกมีดออกไปด้วย ทนายอนันต์ชัยมองว่า ไม่ได้เป็นการพกพาอาวุธมีดโดยไม่มีเหตุอันควร แต่พกออกไปเพื่อป้องกันตัว และแน่นอนว่า หากบาสไม่มีอาวุธออกไปด้วยจะต้องเป็นบาสที่เสียชีวิต ซึ่งแนวทางของบาส คิดว่าสู้ได้ในประเด็นบันดาลโทสะ ส่วนจะเป็นการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ตำรวจต้องรีบสอบพยานให้เสร็จสิ้นไม่เกิน 1-2 สัปดาห์&amp;nbsp;สำหรับทีมทนายความที่เข้ามาช่วยคดีนายบาสตอนนี้ มีตัวหลักคือ ทนายไพศาล เรืองฤทธิ์&amp;nbsp;ทนายกฤษดา โลหิตดี หรือ ทนายโนบิตะ&amp;nbsp;และทนายพิพัฒน์ รำจวน ส่วนทนายอนันต์ชัย ไชยเดช เป็นที่ปรึกษาให้กับคดีนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120355</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเพชรบุรี, หมอปลา, อนันต์ชัย ไชยเดช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_61700798decfa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120353</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 19:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 19:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ภ.6 ขยายผลจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ ยึดทรัพย์กว่า 60 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.64 -ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รอง ผบช.ภ.6.&amp;nbsp; ได้แถลงข่าวการขยายผลจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด โดยขยายผลยึดทรัพย์ที่ได้จากการค้ายาเสพติด และดำเนินคดีฐานฟอกเงิน เป็นทองคำมูลค่ากว่า 33 ล้าน เงินสด 23 ล้าน และทรัพย์สินอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก สืบเนื่องจากจากผลการจับกุมผู้ต้องหา เครือข่ายของ นายฐปนันท์ หรือหนูเฉิน ธรรมรัตน์ธาดา พร้อมของการเป็นยาไอซ์ 1.5 ตัน เมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2562 ซื่งเป็นขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ จากการสืบสวนขยายผลขบวนการดังกล่าว ทำให้สามารถยึดทรัพย์ที่ได้มาจากการค้ายาเสพติดได้อีกกว่า 100 ล้านบาท และได้ออกหมายจับผู้มีส่วนร่วมในขบวนการค้ายาเสพติดและฟอกเงินได้อีกหลายราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา ในวันที่ 19 ตุลาคม 2564 ชุดสืบสวนได้ร่วมกับกองทัพภาคที่ 3&amp;nbsp; สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 6 และสำนักงานป้องกันและปราบปรสามการฟอกเงิน ทราบว่า นายสมัดร์ชา อาร์กาเฮน อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดแม่สอด ที่ 130/2564 ลงวันที่ 16 สิงหาคม 2564 กระทำความผิดฐาน ฟอกเงิน (จากการขยายผลคดียาไอซ์ 1.5 ตัน เครือข่ายนายฐปนันท์ หรือหนูเฉิน ธรรมรัตน์ธาดา) ได้หลบซ่อนอยู่ที่บ้านเลขที่ 494 ซ.สิริสุนทร แขวง/เขตสวนหลวง กทม. จึงได้ขอหมายค้นศาลอาญาพระโขนง ที่ ค.157/2564 เข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว และได้พบตัวนายสมัดร์ชา อาร์กาเฮน ผู้ต้องหาตามหมายจับได้ โดยนายสมัดร์ชาฯ รับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง ขอให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นได้ทำการตรวจยึดทรัพย์สินของนายสมัดร์ชาฯ ที่อยู่ในบ้านพัก คือทองคำแท่ง (แท่งละ 1 กก.) จำนวน 18 แท่ง รวมน้ำหนัก 18 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 33 ล้านบาท(ผู้ต้องหาพาไปตรวจยึดจาก บริษัทรับซื้อ-ขายทองแห่งหนึ่ง ย่านแขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กทม.) / เงินสดธนบัตรไทยทั้งสิ้นประมาณ 23 ล้านบาท / รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นแคมรี่ สีขาว ทะเบียน 9กล-494 กทม. 1 คัน /รถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นแคมรี่ สีขาว ทะเบียน 4กล-494 กทม. ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมทรัพย์สิน ที่ตรวจยึดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และจะได้ทำการขยายผลจับกุมเครือข่ายผู้ร่วมกระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120353</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิษณุโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_61700638c8f5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120317</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 14:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 14:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช็อก! ลูกจ้างโรงงานรองเท้ากว่า 200 ชีวิตตกงานทันที หลังถูกไฟไหม้ประกาศเลิกกิจการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.64 - เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหารของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสมุทรปราการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหาย และตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ พบว่าโรงงานต้นเพลิงคือบริษัท วัฒนา ฟุตแวร์ ถูกไฟเผาผลาญทรัพย์สินภายในโรงงานรวมทั้งเครื่องจักรและตัวอาคารได้รับความเสียหายทั้งหมด ส่วนโรงงานที่อยู่ติดกันถูกไฟลามมาลุกไหม้ได้รับความเสียหายไปกว่าครึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามทราบว่าโรงงานทั้งสองเป็นพี่น้องกัน ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของ อบต.ราชาเทวะ ได้จอดรอและติดตามสถานการณ์ภายในโรงงานที่เกิดเหตุตลอดทั้งคืน พร้อมจัดเวรยามเข้าคอยสังเกตการณ์ภายในโรงงานที่เกิดเหตุเนื่องจากเกรงว่าจะมีเปลวไฟประทุขึ้นมาอีก ขณะที่ร้านค้าและชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงต่างพากันหวาดผวาเกรงว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเหมือนคราวที่ไฟไหม้ในบริษัท หมิงตี้ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบการจัดเก็บสารเคมีและวัตถุที่ไวไฟหรือการจัดเก็บสารเคมีที่เป็นอันตรายให้เข้มงวดมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันพนักงานกว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;คนที่มีอายุการทำงานตั้งแต่&amp;nbsp;10-30&amp;nbsp;ปี ได้เดินทางจะมาเข้าทำงานตามปกติ แต่ก็ต้องช็อกไปตาม ๆ กัน เมื่อตัวแทนของโรงงานออกมาบอกว่า ทางโรงงานขอปิดกิจการ และจะได้รับค่าจ้างเพียงค่าตอบแทนเดือนนี้เป็นเดือนสุดท้าย ทำให้พนักงานทุกคนต่างพากันกอดคอกันร้องไห้ เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็วจนไม่มีใครได้ทันตั้งตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีการรวมตัวกันหรือตั้งตัวแทนเรียกร้องค่าชดเชยจากนายจ้างหรือไม่ ทางพนักงานทุกคนตอบคล้ายๆ กันว่า ยังไม่มีการตั้งกลุ่มหรือตั้งตัวแทนใดเลย เพราะทุกคนช็อกหมด ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่า ทำงานกันมาเกือบ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ปี แล้ว แต่จะต้องมาตกงานแบบสายฟ้าผ่า ทำให้ทุกคนเคว้งกลางอากาศแบบนี้ เคยเห็นแต่ในภาพข่าวที่โรงงานปิดกิจการแล้วพนักงานกอดคอกันร้องไห้ จนวันนี้มาเจอกับตัวเองถึงกับไปกันไม่เป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามด้านในของอาคารดังกล่าวยังมีความร้อนสะสมอยู่ และมีควันลอยอยู่ในบางจุดของโรงงาน ทำให้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบความเสียหายและหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120317</URL_LINK>
                <HASHTAG>สมุทรปราการ, ไฟไหม้โรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616fc9a572def.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120314</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 14:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 14:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวนาบางระกำ ร้อง ส.ส.เพื่อไทย ช่วยติดตามเงินเยียวยาจากรัฐบาล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.64 - ที่ปั๊มนำมัน ปตท.บ้านกร่าง ตัวแทนชาวนาจาก 4 ตำบลคือ ต.วังอิทก ต.นิคมพัฒนา ต.บึงกอก และ ต.คุยม่วง อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ได้รวมตัวล่ารายชื่อทำหนังสือถึง นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เพื่อเป็นเป็นกระบอกเสียงถึงรัฐบาลเกี่ยวกับเงินเยียวยาชาวนาทั้ง 3 โครงการ คือโครงการประกันรายได้ การช่วยเหลือโครงการลดต้นทุนเพื่อการผลิตไร่ละ 500 บาท และการช่วยเหลือโครงการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ 500 บาท ที่ถึง ณ วันนี้ ชาวนายังไม่ได้รับเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางบุญผ่อง อุ่นบุญ อายุ 49 ปี ผู้ใหญ่บ้าน ม.7 ต.วังอิทก อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ได้บอกว่า วันนี้ได้รวบรวมตัวแทนชาวนา จาก 4 ตำบล คือ ต.วังอิทก ต.นิคมพัฒนา ต.บึงกอก ต.คุยม่วง อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก จำนวนกว่า 30 คน เดินทางมาเพื่อยื่นหนังสือให้กับ สส.นิยม ช่างพินิจ สส.พรรคเพื่อไทย ให้ช่วยติดตามโครงการประกันรายได้ ประกันเงินเยี่ยวยาค่าเก็บเกี่ยว และลดต้นทุนการผลิต เพราะชาวนาเกี่ยวข้าวไม่ได้ราคาตาทที่หวังไว้ และต้นทุนการผลิตแพง ชาวนาได้รับความเดือดร้อน เป็นอย่างหนักอยากให้ สส.นิยมฯ ช่วยกระตุ้น เพื่อให้ชาวนาได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้บอกว่าวันนี้เดินทางมาเพื่อรับหนังสือจากชาวบ้าน 4 ตำบล ของ อ.บางระกำ แนวทางการช่วยเหลือ นี่เป็นนโยบายประกันรายได้ที่ประกาศต่อรัฐสภา โดยเฉพาะโครงการรับจำนำข้าว โดยข้าวขาวบ้านเรา รัฐประกันที่ 10,000บาท พี่น้องเกษตรกรที่ปลูกข้าวตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา และเก็บเกี่ยวในช่วงเดือน สิงหาคม-กันยายน 2564 ค่าส่วนต่างตรงนี้ชาวนายังไม่ได้รับเลย ซึ่งที่ผ่านมาตนได้ติดตามเรื่องนี้ก็ได้รับคำตอบว่าจะได้รับเงินในวันที่ 16 ตุลาคม 2564 แต่นี่ก็ล่วงเลยมาแล้วชาวนาก็ยังไม่ได้รับ ซึ่งตนก็เห็นใจชาวนาทั่วประเทศไม่ใช่เพียงแค่ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ยิ่งการจ่ายเงินประกันตนมองว่ากลัวจะจ่ายไม่ถึง 2000 บาท ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ชาวนาเอาข้าวไปขาย ที่ 6 พันกว่าบาท ความชื้น 20 กว่า แต่ทางโรงสีประกาศซื้ออยู่ที่ 7,500-7,600 ที่ความชื้น 15% เพราะฉะนั้นจะไม่พูดถึงเรื่องความชื้น จะพูดถึงเรื่องของความชื้น จะพูดถึงว่ารัฐบาลจะต้องจ่ายค่าส่วนต่าง โดยเอา 1 หมื่นตั้ง ลบด้วย 2400-2600 จะดูกรอบระยะเวลาการเก็บเกี่ยวของเกษตรกับวันที่โรงสีประกาศซื้อ เพราะฉะนั้นจะต้องจ่ายอยู่ที่ 2 พันกว่าบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้เห็นใจเข้าใจชาวนาด้วย วันนี้เขาลงมือทำอีกแล้ว แต่ก็ต้องเจอน้ำท่วมอีกแล้ว เงินที่ช่วยลดต้นทุนการผลิตก็ยังไม่ได้เลย เงินช่วยค่าเก็บเกี่ยวก็ยังไม่ได้ ที่ว่าไร่ละ 500 บาท วันนี้ทำนาอีก รัฐบาลก็ช่วยแค่ครั้งเดียว แถมครั้งเดียวก็ยังไม่ช่วยอีก ตนก็ไม่เข้าใจทำไมชาวนายังไม่ได้รับทั้งๆ ที่มันเป็นนโยบายหลักที่ประกาศต่อรัฐสภา หากเทียบกับโครงการคนละครึ่งไม่ได้เป็นนโยบายหลักแต่ก็ยังจ่ายเงินได้ แต่ที่เกษตรกรเขาทำจริงๆ เดือดร้อนจริงๆ ที่อย่างงี้ทำไมไม่เร่งช่วยเหลือ เยียวยาชาวนาบ้าง ก็อยากทวงถามว่าเงินช่วยเหลือชาวนาจะได้เมื่อไหร่ จะได้เท่าไหร่ แต่ขอว่าอย่าให้ต่ำกว่า 2,000 บาท เพราะมันจะได้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง อย่างทุกวันนี้ปุ๋ยลูกละ 900 กว่าบาท ยิ่งชาวนาต้องเช่านาเขาทำอีกไร่ละ 1,000-1,500 บาท ชาวนาเดือดร้อนกันทั่วประเทศจริงๆ อยากให้ทางรัฐบาลนำเงินที่กู้มาแบ่งมาช่วยชาวนาบ้าง ช่วยโรงสีบ้างให้ชาวนายังได้เดินหน้าต่อไปได้ วันนี้เขาแย่จริงๆ ซึ่งหลังจากรับหนังสือวันนี้แล้วตนก็จะนำบรรจุเข้าตอนเปิดสมัยประชุมตนก็จะพูดเรื่องนี้ จะทวงถามให้ชาวนาได้ภายในสิ้นเดือนนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120314</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพิษณุโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616fbfeb33b5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120311</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 13:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 13:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นายกฯ&#039; สั่งทุกหน่วยงานลงพื้นที่เร่งช่วยเหลือชาวโคราชที่เจอน้ำท่วม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 - นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า​ จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายหลายพื้นที่โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และหน่วยงานทุกภาคส่วนลงพื้นที่เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมแสดงความห่วงใยประชาชนในทุกพื้นที่ที่ รวมถึงให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายวิเชียร &amp;nbsp;จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อม นายภูมิสิทธิ์ วังคีรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การระดับน้ำหน้าโรงพยาบาลมหาราชและภายในโรงพยาบาลมหาราช พร้อมระดมกำลังเจ้าหน้าที่ รถยกสูงและเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ของหน่วยงานราชการต่างๆ เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากโรงพยาบาลมหาราชและเร่งวางกระสอบทรายตามจุดต่างๆเพื่อป้องกันน้ำเข้าภายในโรงพยาบาลมหาราช โรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกฯ เป็นห่วงประชาชนในทุกพื้นที่ ที่ประสบปัญหาอุทกภัย และยังได้สั่งการทุกภาคส่วนลงพื้นที่ช่วยประชาชนอย่างเต็มที่ ทั้งนี้หากนายกฯ มีโอกาสจะลงพื้นที่พบประชาชนเพื่อไปดูแล รับฟังปัญหาให้มากที่สุด และตนเองในฐานะเป็นชาวจังหวัดนครราชสีมา แสดงความเป็นห่วง และขอให้กำลังใจชาวจังหวัดนครราชสีมาเช่นกัน เชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลายโดยเร็ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120311</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครราชสีมา, นายกรัฐมนตรี, นายเสกสกล อัตถาวงศ์, ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612df0640b116.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120290</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 11:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระดมฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้เด็กนักเรียนเกาะล้าน103คน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 - ตามที่นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ได้เร่งรัดผลักดันสร้างระบบภูมิคุ้มกันหมู่ โดยชุมชนเกาะล้านถูกกำหนดเป็นพื้นที่นำร่องโครงการหมู่บ้านสีฟ้า หมู่บ้านนี้ไม่มีโควิด-19 โดยระดมกระจายวัคซีนป้องกันให้กับประชาชนผู้อยู่อาศัยบนเกาะอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ในส่วนของโครงการพัทยาไม่ทิ้งกัน ที่ได้ดำเนินการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้เด็กนักเรียน อายุ 12-18 ปี ตั้งแต่ชั้น ป.3-ม.6 นั้น มีรายงานว่า โรงพยาบาลเมืองพัทยา และสำนักสาธารณสุขเมืองพัทยา ได้ประสานการจัดส่งวัคซีนไฟเซอร์เข็มที่ 1 จำนวน 103 โดส ให้กับศูนย์แพทย์ชุมชนบ้านเกาะล้าน เพื่อดำเนินการฉีดวัคซีนให้นักเรียนของโรงเรียนเมืองพัทยา 10 (บ้านเกาะล้าน) ที่ผ่านการอนุญาตและแสดงเจตจำนงจากผู้ปกครองให้บุตรหลานเข้ารับวัคซีนไฟเซอร์ที่ได้รับจากภาครัฐรวม 103 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในส่วนของการสร้างระบบภูมิคุ้มกันหมู่ในสถานศึกษาโรงเรียนสังกัดเมืองพัทยา พบว่าเมืองพัทยาได้กำหนดการกระจายวัคซีนไฟเซอร์ให้เด็กนักเรียนในวันที่ 19-20 ต.ค.2564 สิ่งสำคัญคือเป็นการสร้างความปลอดภัยในโรงเรียน บ้านและครอบครัว เป็นไปตามมาตรการการพิจารณาจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดชลบุรีที่จะให้เริ่มเปิดการเรียนการสอนในเดือน พ.ย.นี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120290</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศูนย์แพทย์ชุมชนบ้านเกาะล้าน, สำนักสาธารณสุขเมืองพัทยา, โรงพยาบาลเมืองพัทยา, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616fa12f70bbc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120289</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 11:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 11:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิษณุโลก&#039; เร่งตรวจเชื้อผู้ประกอบการร้านค้าในวัดใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณอาคารร้านค้า 2560 ภายในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก นพ.ไกรสุข &amp;nbsp;เพชระบูรณิน นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก และ นพ.พรเทพ &amp;nbsp;โชติชัยสุวัฒน ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 2 พิษณุโลก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ร่วมกันตรวจหาเชื้อไวรัส covid-19 แก่ผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหาร โดยมีผู้ประกอบการร้านค้าร้านอาหารสมัครใจเข้าตรวจ จำนวน 220 ราย สำหรับชุดตรวจ ATK ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 2 พิษณุโลก ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยว พร้อมที่จะเปิดเมืองตามนโยบายของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ไกรสุขเผยว่า วันนี้เป็นการปฏิบัติการตรวจเชิงรุกสำหรับผู้ประกอบการร้านค้าในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร ซึ่งมีร้านค้าทั้งหมด 206 ร้าน และมีบุคลากรประมาณ 220 คน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสถานประกอบการและลูกค้าที่จะเข้ามาซื้อสินค้าและของที่ระลึก เป็นการเตรียมความพร้อมในการเปิดให้บริการ ซึ่งจะได้มีการรับรองมาตรฐานหลังการตรวจสอบทุกด้านให้กับร้านค้าต่อไป และจะมีการตรวจแบบ ATK ทุกสองสัปดาห์ สำหรับการฉีดวัคซีนให้กับผู้ประกอบการนั้นได้ฉีดไปแล้ว 94 เปอร์เซ็นต์ คือฉีดไปแล้ว 208 คน อีก 12 คนจะได้ฉีดให้จนครบทั้งหมด ในส่วนของลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการจะต้องมีมาตรการเข้มข้นตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขณะที่บริเวณชุมชนอภิชาตบุตร เทศบาลนครพิษณุโลก นางเปรมฤดี ชามพูนท นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก ได้มอบธงสัญลักษณ์ ชุมชนสีฟ้า ปลอดโรคโควิด-19 แก่ชุมชนต่างๆ ทั้ง 54 ชุมชน ของเทศบาลนครพิษณุโลก ซึ่งในวันนี้ได้มอบแก่ประธานชุมชน โซนที่ &amp;nbsp;3 จำนวน 15 ชุมชน โดยนางเปรมฤดี ชามพูนท นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก กล่าวว่า ทางเทศบาลนครพิษณุโลก ได้กำหนดให้ทุกชุมชนในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก เป็นชุมชนในการขับเคลื่อนกิจกรรม &amp;ldquo;ชุมชนสีฟ้า ปลอดโรคโควิด-19&amp;rdquo; ตามนโยบายรัฐบาล เพื่อสืบค้นข้อมูลระดับพื้นที่ตั้งแต่ระดับชุมชน ตำบล เพื่อใช้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการการแพร่ระบาดของโควิด ในพื้นที่ โดยการมอบธงสัญลักษณ์สีฟ้า ให้กับชุมชน ที่ไม่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อสร้างความตระหนักรับรู้ให้แก่ประชาชนในชุมชน ให้มีความพร้อมในการรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนาในพื้นที่ของตนเอง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120289</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.พิษณุโลก, นพ.ไกรสุข  เพชระบูรณิน, นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก, วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร, วัดใหญ่, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616f9f80ae2e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 10:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 10:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกเล็กฯขอนแก่นมั่นใจชั้นในขอนแก่นไม่ท่วมแน่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 - ที่สำนักงานเทศบาลนครขอนแก่น หรือ ทน. นายธีระศักดิ์ &amp;nbsp;ฑีฆายุพันธ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ประชุมร่วมคณะทำงานทุกฝ่ายในการประเมินสถานการณ์น้ำท่วมในเขตเมืองภายหลังจากที่เขื่อนอุบลรัตน์ มีการปรับการบายน้ำเป็นวันละ 20 ล้าน ลบ.ม. จากสถานการณ์น้ำที่เต็มความจุอ่าง รวมทั้งการติดตามมวลน้ำก้อนใหญ่ลูกที่ 2 จาก จงชัยภูมิที่จะไหลมาตามแม่น้ำชี ตามแผนการระบายน้ำของกรมชลประทาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีระศักดิ์กล่าวว่า การปรับการระบายน้ำของเขื่อนอุบลรัตน์ มาตามแนวมาน้ำพองนั้น ขณะนี้เพิ่มขึ้นเป็นวันละ 20 ล้าน ลบ.ม. สูงสุดที่ 35 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน จากภาวะน้ำกักเก็บของเขื่อนอุบลรัตน์ในขณะนี้ที่มีกว่า 100% ของความจุอ่างหรือประมาณ 2,400 ล้าน ลบ.ม. &amp;nbsp; ซึ่งจากการประสานข้อมูลร่วมทุกฝ่าย หากการระบายน้ำยงคงอยู่ในลักษณะเช่นนี้ แม่น้ำพองก็ยังคงสามารถที่จะรองรับน้ำได้อีกมาก ประกอบกับประตูระบายน้ำห้วยเสือเต้น ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการบริหารจัดการน้ำตามแนวแม่น้ำพองที่จะไหลเข้าเขตเมืองชั้นในนั้นสามารถใช้งานได้ดีและมีการปิดประตูระบายน้ำในจุดดังกล่าวได้ทำให้มวลน้ำที่ระบายมาจากเขื่อนอุบลรัตน์จะไหลลงสู่แม่น้ำพอง และบรรจบกับแม่น้ำชี ที่ ต.บึงเนียม และ ต.พระลับ อ.เมือง ตามลำดับต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้มีการยืนยันชัดเจนว่ามวลน้ำก้อนใหญ่ก้อนที่ 2 ประมาณ 1,200 ล้าน ลบ.ม. จะไหลมาตามแม่น้ำชีและเข้าเขต พื้นที่ ต.ท่าพระ,เมืองเก่า,พระลับ และ อ.เมือง ซึ่งขณะนี้การดันน้ำในจุดตัดดังกล่าว ที่ประตูระบายน้ำ D8 ต.พระลับ ระดับน้ำภายนอกสูงกว่าระดับน้ำในเขตเมืองอยู่ที่ประมาณ 3.80 เมตร ซึ่งการบริหารจัดการร่วมเทศบาลนครขอนแก่น ร่วมกรมชลประทานและเทศบาล ต.พระลับ ในจุดดังกล่าวเพื่อกันไม่ให้ปริมาณน้ำที่มีจำนวนมาก ทั้งที่มีอยู่ในขณะนี้และมวลน้ำก้อนที่ 2 ที่กำลังเดินทางมาจะไหลเข้ามาในพื้นที่ คณะทำงานจึงมีการปิดประตูระบายน้ำและมีการสูบน้ำออกจากเขตเมืองด้วยเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 4 เครื่อง ซึ่งน้ำที่สูบออกไปจากเขตเมืองนั้นจะไปดันมวลน้ำจากแม่น้ำชีที่อาจจะไหลตีกลับเข้ามา ซึ่งเมื่อมวลน้ำเดินทางจุดประตูระบายน้ำ D8 และไม่มีทางเข้ามาด้วยการปิดประตูระบายน้ำ และยังคงถูกกระแสนน้ำจากการสูบที่ผลักดันน้ำออกไป ก็จะทำให้มวลน้ำดังกล่าวจะไหลไปตามเส้นทางน้ำและไหลลงสู่แม่น้ำมลและแม่น้ำโขงต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีระศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า หากการระบายน้ำของเขื่อนอุบลรัตน์ อยู่ในระดับที่ 20-25 ล้าน ลบ.ม.ต่อวันและไม่ขยับขึ้นสูงไปถึง 35-50 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน การเกิดสถานการณ์น้ำท่วมในเขตเมืองชั้นในหรือพื้นที่โดยรอบเขตเทศบาลฯจะไม่เกิดขึ้น ประกับมวลน้ำหลากจากการระบายน้ำจากพื้นที่ตำบลข้างเคียงที่ผ่านเขตเมือง ทีมีการบริหารจัดการน้ำร่วมกันละมีการจัดการจราจรทางน้ำทุกวันอย่างเป็นระบบ อีกทั้งบึงขนาดใหญ่ของเทศบาล คือบึงแก่นนครที่ยังคงรับน้ำได้อีกกว่า 500,000 ลบ.ม. และ บึงทุ่งสร้างที่สามารถรับน้ำได้อีกกว่า 2 ล้าน ลบ.ม. มวลน้ำที่ไหลเข้าพื้นที่จะถูกพักและส่งต่อการระบายน้ำในเส้นทาง ตามแนวทางที่กำหนด ประกอบกับการติดตั้งเครื่องสูบน้ำในเขตเทศบาลฯรวมกว่า 7 จุดและการวัดระดับน้ำในทุกชั่วโมง จึงมั่นใจว่ามวลน้ำจากพายุฝนทีตกลง 3 ลูกติดต่อกัน ประกอบด้วยเตี๋ยนหมู่,ไลอ้อนร็อกและคมปาซุ จะถูกจัดการจราจรทางน้ำให้ไหลลงสู่แม่น้ำพองและแม่น้ำชี ได้อย่างคล่องตัว โดยที่จุดที่เกิดน้ำท่วมซ้ำซาก หรือจุดเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วม ทศบาลฯได้วางกำลังในการตรวจติดตามสถานการณ์และประเมินสถานการณ์ตลอดทั้ง 24 ชม.เพื่อความปลอดภัยของคนในชุมชนและแผนเผชิญเหตุที่เทศบาลฯได้กำหนดไว้แล้วในภาพรวมทั้งหมด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120276</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น, นายธีระศักดิ์  ฑีฆายุพันธ์, สถานการณ์น้ำ, เขื่อนอุบลรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616f8d0e3704a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 10:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 10:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ภูเก็ต&#039; ฟุ้งยอดสะสมแซนด์บ็อกซ์ติดเชื้อแค่0.3%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 &amp;ndash; นพ.กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 ของประเทศดีขึ้น ผู้ป่วยลดลง แต่ในภาคใต้มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น อยู่ในช่วงขาขึ้นโดยเฉพาะ 4 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ส่วนจังหวัดภูเก็ตผู้ป่วยลดลง จากเดิมเดือน ก.ย.64 เฉลี่ยวันละ 250-260 ราย &amp;nbsp;ขณะนี้ตัวเลขลดลงอยู่ที่ 130 ราย &amp;nbsp;ข้อมูล ณ วันที่ 19 ต.ค.64 มีผู้ป่วยรายใหม่ 132 คน ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 6 คน &amp;nbsp;ซึ่ง ผู้ป่วยภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์สะสม163 คน จากจำนวนที่เข้ามากว่า 50,000 คน &amp;nbsp;คิดเป็น 0.3% ถือว่าน้อยมาก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพรวมสถานการณ์โควิด-19 จังหวัดภูเก็ต &amp;nbsp;มีแนวโน้มดีขึ้น &amp;nbsp;ศักยภาพการดูแลเตียงสามารถรองรับผู้ป่วยที่มีอาการได้ มีจำนวนเตียงที่รองรับผู้ป่วยสีเหลืองสีแดง ได้มากขึ้น เตียงว่าง 40% ส่วน ศูนย์ CI ในชุมชน ได้ทยอยปิดตัวไปหลายแห่ง เนื่องจากผู้ป่วยลดลงชัดเจน ตอนนี้มีเฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อย ที่ต้องอยู่โรงพยาบาล และ ผู้ป่วยติดเชื้อที่ไม่มีอาการอยู่ใน Home Isolate ยังมีต้องดูแล &amp;nbsp;ภาพรวมติดเชื้อน้อยลง ต้องขอบคุณภาคประชาชนที่ร่วมกันฉีดวัคซีน มีมาตรการป้องกันตนเอง ทางสาธารณสุขใช้ทีม CCRT ลงตรวจเชิงรุก ฉีดวัคซีนควบคู่ไปด้วย ซึ่ง ภูเก็ต มีการฉีดวัคซีนเป็นจังหวัดต้นๆ ข้อมูลการฉีดเข็มแรก 82% เข็มสอง 77% เข็มสาม 45% การฉีดเข็มสามจะช่วยป้องกันเชื้อเดลตาได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; การเปิดประเทศเปิดจังหวัดให้เกิดการเดินทางจะพบเชื้อ พบผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นแน่นอนทั้งคนไทยและคนต่างประเทศ มั่นใจว่าทีมงานภูเก็ตพร้อมควบคุมป้องกันดูแลเต็มที่ &amp;nbsp;ทีมสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต มีความพร้อมรับมือ เดิมเราเคยพบผู้ติดเชื้อจำนวนกว่า 300 คนต่อวัน สามารถควบคุมได้ มีความพร้อมจะเปิดเมือง &amp;nbsp;การดำเนินชีวิตประจำวันจะต้อง Smart Living with COVID ต้องป้องกันตนเองตลอดเวลา ต้องใช้หลักการ COVID Free Setting ดูสิ่งแวดล้อม การจัดสัดส่วน แยกระยะห่าง การระบายอากาศให้ดี &amp;nbsp;การล้างมือ การฉีดวัคซีน การสกรีนลูกค้า เหล่านี้ จะทำให้การเปิดบ้านเปิดเมืองได้ดีด้วยความมั่นใจ&amp;quot;นพ.กู้ศักดิ์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า หลายคนเป็นห่วงการเปิดจังหวัดจะมีคนเข้ามามากขึ้น จะพาเชื้อเข้ามา ขณะที่จังหวัดมีการผ่อนคลายการเดินทาง &amp;nbsp;จึงได้กำชับเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจทุกช่องทาง ให้เข้มขึ้นเฉพาะผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง 4จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ในส่วนนี้ ขอให้มั่นใจจะทำให้ดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่สำคัญ ขอให้ร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี ไม่เอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว ต้องมองนักท่องเที่ยวว่าเขาเข้ามาเป็นอาคันคุกะของเรา ต้องดูแลให้ดี อย่าคิดว่าเขาเป็นเหยื่อที่เราจะขูดรีดจากเขา ถ้าเขาไม่ประทับใจ เขาจะไม่มาอีกเลย ทั้งนี้ &amp;nbsp;ทางจังหวัดจะติดตามเรื่องการเปิดจังหวัดอย่างต่อเนื่อง&amp;quot;นายณรงค์ กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120274</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล, นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต, สถานการณ์โรค, เปิดประเทศ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616f861844e4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120273</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตรัง&#039; ติดเชื้อใหม่187รายเตือนผู้สมัครอบต.ต้องเข้มงวด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 - ที่ศูนย์แถลงข่าว ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จังหวัดตรัง ห้องลิบง ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดตรัง นพ.ตุลกานต์ มักคุ้น โฆษก ศบค.ตรัง &amp;nbsp;พญ.ทิพย์ลดา บุญชัย &amp;nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ โรงพยาบาลตรัง &amp;nbsp;ในฐานะรองโฆษก ศบค.ตรัง &amp;nbsp;แถลงข่าวสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พบผู้ป่วยโควิด 19 รายใหม่ 187 ราย สะสม 8,206 ราย &amp;nbsp;แบ่งเป็นติดเชื้อในจังหวัดตรัง 155 ราย รับมารักษา 32 ราย รวมผู้ติดเชื้อตามการระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 จนถึงปัจจุบัน จำนวน 8,206 ราย &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ป่วยที่รักษาหายเพิ่ม 110 ราย รักษาหายรวม 6,361 ราย มีผู้ป่วยโควิด 19 ยังคงมีผู้ป่วยโควิด 19 รักษาใน รพ. 1,802 ราย และเสียชีวิตเพิ่มวันนี้ 2 &amp;nbsp;ราย ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนเป็นโรคประจำตัวและติดจากคนในครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ตุลกานต์กล่าวว่า ในช่วงนี้เป็นช่วงของการเลือกตั้งการปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งจะมีการรณรงค์เดินหาเสียงตามชุมชนต่าง ๆ และมีการเปิดเวทีปราศรัย &amp;nbsp;จึงฝากไปยังผู้เลือกตั้ง ผู้ที่เดินหาเสียง ขอให้ระมัดระวังอย่างเคร่งครัด โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้มีคำสั่งตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา และคำสั่งทุกฉบับได้เน้นย้ำว่าการออกนอกเคหะสถานต้องสวมหน้ากากอนามัย หากไม่ปฏิบัติจะมีการลงโทษ ครั้งแรกตักเตือน ครั้งที่สองจะมีการปรับ 6,000- 20,000 บาท การออกกฎก็เพื่อให้ทุกคนเห็นความสำคัญของการสวมใส่หน้ากากเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด และในการหาเสียงต้องพบปะกับพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก ดั้งนั้นต้องควบคุมเวลาในการพบปะกับประชาชนไม่เกิน 15 นาที พูดคุยนโยบาย แนะนำตัว สวมหน้ากากอนามัยและเว้นระยะห่างให้เกิน 2 เมตร ไม่เช่นนั้นท่านจะอยู่ในกลุ่มสภาวะเสี่ยงสูง ในส่วนตัวผู้สมัครเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองให้ไปทำการตรวจ ATK ทุกสัปดาห์ ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยจาก ศบค.ตรัง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120273</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตรัง, นพ.ตุลกานต์ มักคุ้น, ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, โฆษก ศบค.ตรัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616f87f80aba9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
