<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120349</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 18:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 18:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการฟ้องกราวรูด ก๊วนไผ่ดาวดิน ม็อบป่วนหน้า สน.ทุ่งสองห้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.64 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายจตุภัทร์ หรือไผ่ดาวดิน บุญภัทรรักษา แกนนำม็อบคณะราษฎร กับพวกรวม 18 คน เป็นจำเลยที่ 1-18 ในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 215, 360 พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ.2493 และข้อกำหนดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการห้ามชุมนุม มั่วสุม ทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดโรคโควิด ฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติการณ์กระทำผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 3 ส.ค.64 เวลากลางวัน จำเลยทั้ง 18 กับพวกได้ร่วมกันชุมนุมมั่วสุมเพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บริเวณหน้าสน.ทุ่งสองห้อง โดยใช้สีสาดใส่ป้ายสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง ผนัง ตึกอาคาร ซึ่งเป็นทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณะประโยชน์ได้รับความได้รับความเสียหายคิดเป็นเงิน 20,000 บาท อันเป็นการทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองโดยมีจำเลยที่หนึ่งเป็นผู้สั่งการ ผ่านการใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ยุยงส่งเสริมให้ผู้ชุมนุมกระทำการดังกล่าวเพื่อฝ่าฝืนกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลอาญา ประทับรับฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำ อ.2608/2564 กำหนดนัดสอบคำให้การจำเลย ในวันที่ 22 พ.ย.นี้ เวลา 08.30 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120349</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม็อบราษฎร, ไผ่ดาวดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_61111108db5d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120342</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 17:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 17:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; ย้ำพร้อมเปิดประเทศ 1 พ.ย. มั่นใจมาตรการคัดกรองนักท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.64 - เมื่อเวลา&amp;nbsp;16.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่วิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรี&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและ&amp;nbsp;รมว.กลาโหม&amp;nbsp;กล่าวถึงความพร้อมในการเปิดประเทศ&amp;nbsp;ตามที่ประกาศไว้&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลทำได้จริงหรือไม่&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;การวิพากษ์วิจารณ์แบบนี้ไม่สร้างสรรค์&amp;nbsp;ทุกคนต้องช่วยกันทั้งภาครัฐและเอกชน&amp;nbsp;ธุรกิจท่องเที่ยวโรงแรมเดือดร้อน&amp;nbsp;ขอมาตนก็ทำให้&amp;nbsp;แต่ต้องมีมาตรการและทำตาม&amp;nbsp;ซึ่งถ้าเกิดอะไรขึ้นมาจนก็ต้องรับผิดชอบอยู่ดี&amp;nbsp;ขอให้เห็นใจตนด้วย&amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ประเทศที่มีการประกาศอนุญาตให้เข้า&amp;nbsp;ก็แล้วแต่ละประเทศมีมาตรการอย่างไร&amp;nbsp;รับได้หรือไม่กับมาตรการของไทยไม่ใช่ว่าเปิดประเทศโครมครามให้เข้ามาทั้งหมด&amp;nbsp;ตนยืนยันว่าคิดละเอียดรอบคอบแล้ว&amp;nbsp;แต่ไม่อยากให้นำไปพูดติติง&amp;nbsp;ทุกเรื่อง&amp;nbsp;40-50&amp;nbsp;ประเทศ&amp;nbsp;ไม่ใช่ว่าจะมาพร้อมกัน&amp;nbsp;ซึ่งผู้ที่เข้ามาจะเข้ามาทางอากาศมีมาตรการคัดกรอง&amp;nbsp;แต่ยอมรับว่าตนรู้สึกห่วงคนในประเทศจะแพร่กระจายเชื้อในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;ถือเป็นสัญญาณที่ดี&amp;nbsp;ที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลง&amp;nbsp;หากวันไหน&amp;nbsp;ตัวเลขสูง&amp;nbsp;ตนก็ได้เตือนและสั่งการไป&amp;nbsp;โดยเฉพาะการบริหารจัดการวัคซีนให้ดี&amp;nbsp;แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ&amp;nbsp;วิถีชีวิตของประชาชน&amp;nbsp;สำคัญที่สุดโดยเฉพาะการใส่หน้ากาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120342</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เปิดประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616feaca7cee1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120331</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 16:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 16:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบช.น. เผยการข่าวยังไม่พบพฤติการณ์ม็อบยกระดับก่อกบฏ แต่ไม่นิ่งนอนใจเตรียมพร้อมไว้แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.64 - ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวถึงกรณีการประชุมผู้นำเหล่าทัพ และทางพล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกลุ่มทะลุแก๊สได้เปลี่ยนชื่อเป็นภาคีปฏิวัติประชาชนไท หรือ PRA แสดงจุดยืนโค่นล้มการปกครอง และปลดปล่อยอีสาน ล้านนา และปาตานี&amp;nbsp;หากมีการกระทบความมั่นคงเอกราชอธิปไตยเป็นหน้าที่ของกองทัพต้องดำเนินการว่า บช.น.ดูไปตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ อันไหนเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายก็ดำเนินการไปตามนั้น แต่ถ้ายังไม่ถึงขั้นก็ต้องแจ้งเตือนอย่าละเมิดกฎหมายให้โอกาส&amp;nbsp;แต่ถ้าพบการกระทำผิดกฎหมายก็ดำเนินการในส่วนอำนาจหน้าที่ของตำรวจ เคยแจ้งไปแล้วตั้งแต่มารับตำแหน่งให้พิจารณาหน้าที่ของเราให้ชัดเจนมีหน้าที่อย่างไรก็ดำเนินการไปตามนั้น ซึ่งต้องฟังนโยบายจาก พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.อีกส่วนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ขณะนี้หน้างานต้องประสานไปยังฝ่ายทหารหรือไม่ ผบช.น.ตอบว่า แต่พฤติการณ์ยังไม่ปรากฏอะไรเป็นรูปธรรม ถามต่อจากการข่าวเป็นไปได้ไหมตามที่กองทัพประกาศมา เขาตอบว่า เราก็ติดตามการข่าวอยู่ไม่ได้นิ่งนอนใจเตรียมพร้อมไว้และการข่าวขณะนี้ยังไม่น่าเป็นห่วง ส่วนที่ถามว่าสถานการณ์ตอนนี้ควบคุมได้หรือไม่ไปถามประชาชนแล้วเขาอุ่นใจและพอใจในการทำงานของตำรวจ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120331</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทะลุแก๊ส, พล.ต.ท.สำราญ นวลมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616fcdee37d13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120308</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนกร&#039; ซัด &#039;เพื่อไทย&#039; อย่าตีปลาหน้าไซปมเหมืองทองอัครา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทย (พท.) ตั้งโต๊ะแถลงเรื่องเหมืองอัครา ด้วยการคาดการณ์คำตัดสินของอนุญาโตตุลาการ ระหว่างบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดท จํากัด ประเทศออสเตรเลีย ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด และราชอาณาจักรไทย ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีคำพิพากษาชี้ขาดออกมา โดยทั้งสองฝ่ายยังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อหาข้อยุติร่วมกัน ซึ่งเป็นกระบวนการปกติที่ดำเนินการคู่ขนานไปกับกระบวนการอนุญาโตตุลาการ &amp;nbsp;จึงยืนยันว่าไทยต่อสู้คดีในชั้นอนุญาโตตุลาการด้วยความรอบคอบรัดกุม ยึดถือประโยชน์สูงสุดของประเทศเป็นหลัก ในส่วนที่ทั้งสองฝ่ายเข้าสู่กระบวนการเจรจาเพื่อระงับข้อพิพาท ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลเชื่อว่าจะแพ้คดีในชั้นอนุญาโตตุลาการแต่อย่างใด แต่เป็นกระบวนการที่ดำเนินการเพื่อประโยชน์สูงสุดของคู่พิพาททั้งสองฝ่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวว่า ขอให้ฝ่ายค้านรอการตัดสินชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ไม่ควรรีบออกมาคาดเดาเหตุการณ์ในอนาคต สร้างความสับสนให้กับพี่น้องประชาชนและสังคม &amp;nbsp;ตามคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 72/2559 ลงวันที่ สั่ง ณ วันที่ 13 ธันวาคม 2559 เรื่อง การแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคํา ให้ผู้ประกอบการที่ได้รับประทานบัตรและใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคํา ระงับการประกอบกิจการไว้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม ที่ไม่ว่าพื้นที่ประทานบัตรจะอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานใดก็ตาม เป็นการคุ้มครองและป้องกันไว้ก่อนเพื่อไม่ไห้ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบเฉพาะหน้าด้านสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อมปนเปื้อนอย่างทันท่วงที และคำสั่งดังกล่าวเป็นไปด้วยความรอบคอบระมัดระวัง พอสมควรแก่เหตุ โดยให้ยุติการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคําปิดเหมืองทองทั่วประเทศชั่วคราว โดยไม่เลือกปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลยืนยันต่อสู้ตามกติกาสากล และคดีดังกล่าวก็อยู่ระหว่างการดำเนินการในอนุญาโตตุลาการ &amp;nbsp;ซึ่ง พล.อประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ก็เคยชี้แจงในการประชุมรัฐสภาเกี่ยวกับประเด็นเหมืองทองอัครา ปฏิเสธไม่ได้ใช้ ม.44 ปิดเหมือง แต่เป็นเรื่องการต่อสัมปทานให้ปรับปรุงแก้ไข หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางสุขภาพ ฝากฝ่ายค้านช่วยไตร่ตรองว่า พลอ.ประยุทธ์ เป็นผู้เข้ามาแก้ปัญหาทุกเรื่อง ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จนปัจจุบันท่านได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยยึดหลักการเพื่อความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนและสิ่งแวดล้อม ขณะที่ผู้นำฝ่ายค้านกลับนำทุกเรื่องมาเป็นประเด็นการเมือง ดิสเครดิตรัฐบาล โดยมองข้ามปัญหาสุขภาพของประชาชน&amp;rdquo; นายธนกร กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120308</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธนกร วังบุญคงชนะ, พท., พรรคเพื่อไทย, เหมืองทองคำอัครา, โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c98775854f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120303</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 13:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 13:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; ปลื้มยอดติดเชื้อโควิดลดสังเวยต่ำร้อย6วันติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทั้งบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ด่านหน้า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ตลอดจนประชาชนทุกคน ที่ได้ร่วมมือกันทำงานอย่างเต็มที่ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงร่วมกันปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขการป้องกันการติดเชื้อโควิด19 ส่วนบุคคล แบบครอบจักรวาล (Universal Prevention) &amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด และพร้อมใจกันฉีดวัคซีนโควิด-19 ด้วยความสมัครใจ จนทำให้ล่าสุดตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ลดลง โดยตัวเลขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยวันนี้ พบมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 8,918 ราย ติดเชื้อสะสมตั้งแต่ 1 เมษายน 2564 &amp;nbsp;จำนวน 1,782,989 ราย &amp;nbsp;และวันนี้หายป่วยเพิ่มอีก จำนวน 10,878 ราย หายป่วยสะสมตั้งแต่ 1 เมษายน 2564 จำนวน 1,662,433 ราย โดยมีผู้ป่วยกำลังรักษา จำนวน 103,507 ราย และเสียชีวิตเพิ่ม 79 ราย ซึ่งจำนวนผู้เสียชีวิตมีตัวเลขต่ำกว่าร้อยต่อเนื่อง 6 วัน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการรักษาพยาบาลของแพทย์ไทยความเข้มแข็งในของระบบสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวว่า นายกฯ ยังฝากความห่วงใยพี่น้องประชาชนทั้งที่ได้รับวัคซีนแล้ว แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะเริ่มคลี่คลายบ้างแล้ว แต่ฝากให้ประชาชนทั้งผู้ที่ได้ฉีดวัคซีนแล้ว หรืออยู่ระหว่างการรอรับวัคซีน ทุกคนยังต้องปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขการป้องกันการติดเชื้อโควิด19 ส่วนบุคคล แบบครอบจักรวาล (Universal Prevention) &amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด &amp;nbsp;อยู่บ้านก็ขอให้ใส่หน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า หมั่นล้างมือบ่อย ๆ เว้นระยะห่างระหว่างกันภายในครอบครัว ป้องกันการติด/แพร่เชื้อภายในครอบครัว ขณะเดียวกันก็ขอความร่วมมือไปยังกิจการร้านค้าต่าง ๆ ตลาด ชุมชน ยังต้องปฏิบัติตามมาตรการโควิดฟรีเซตติ้ง (COVID Free setting) รวมถึงย้ำสถานบริการ ผับ คาราโอเกะ ให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ฯ &amp;nbsp;หากพบมีการกระทำผิดและฝ่าฝืนจะถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจังทันทีผู้ประกอบการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกฯ ย้ำถึงการดำเนินการและการออกมาตรการต่าง ๆ ของรัฐบาล คำนึงถึงประโยชน์โดยรวมของประเทศเป็นสำคัญแม้มาตรการบางอย่างอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนบ้างโดยพยายามดูทั้งความปลอดภัยด้านสุขภาพและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เดินหน้าต่อไป &amp;nbsp;เร่งฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมไม่ต่ำว่าร้อยละ 70 ของกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งกำหนดเงื่อนไขในการเปิดรับนักท่องเที่ยว วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ &amp;nbsp;ให้ชัดเจน สำหรับการจัดกิจกรรมต่างๆในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ปลายปีนี้ ไม่ว่าจะจัดโดยภาครัฐหรือเอกชน ต้องสอดคล้องกับมาตรการสาธารณสุขป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ลดความเสี่ยงในการเกิดการแพร่ระบาดระลอกใหม่ โดยนายกรัฐมนตรีไม่ต้องการกลับมาใช้มาตรการล็อกดาว์น ซึ่งกระทบต่อผู้ประกอบการและประชาชนอีก&amp;rdquo; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120303</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, นายธนกร วังบุญคงชนะ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, โควิด-19, โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615c106148a8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120286</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 11:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 11:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สตช.พร้อมดูแลความปลอดภัย-จราจรช่วงหยุดยาว21-24ต.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 - &amp;nbsp;พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล กฤตพิทยบูรณ์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติกำหนดวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ รวมถึงการเลื่อนวันหยุดราชการประจำปี 2564 และการประกาศวันหยุดประจำภูมิภาค (ภาคกลาง) โดยได้กำหนดให้วันที่ 22-24 ต.ค.2564 เป็นวันหยุดราชการเพิ่มเติมพร้อมกันทั่วประเทศ สำหรับในส่วนของภาคกลางได้มีการประกาศเพิ่มวันหยุดประจำภูมิภาคเพิ่มอีก 1 วัน คือ วันที่ 21 ต.ค. 64 ซึ่งเป็นวันออกพรรษาประจำปี 2564 ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการต่อเนื่อง คาดว่าจะมีพี่น้องประชาชนเดินทางออกต่างจังหวัด เพื่อกลับภูมิลำเนา หรือไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.หญิง ศิริกุลกล่าวต่อว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตระหนักถึงความสำคัญ และห่วงใยพี่น้องประชาชน จึงสั่งการไปยังทุกหน่วยในสังกัดที่เกี่ยวข้อง ให้เตรียมความพร้อมในการดูแลและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ในช่วงวันหยุดราชการติดต่อกัน และให้จัดสายตรวจในการดูแลความปลอดภัยบ้านที่อยู่อาศัยและ สถานประกอบการต่าง ๆ ที่ปิดทำการ เพื่อป้องกันอาชญากรรม รวมถึงการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการปฏิบัติงานตามสถานที่ต่างๆ หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ พร้อมทั้งให้ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้แก่ พี่น้องประชาชน เพื่อปฏิบัติตนตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 35) รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของยานพาหนะที่ใช้สำหรับเดินทาง การตรวจสอบเส้นทางก่อนออกเดินทาง เนื่องจากในบางพื้นที่ยังมีปัญหาน้ำท่วมขังบนพื้นผิวการจราจร รวมถึงการดูแลสุขภาพของผู้ที่จะเดินทาง โดยเฉพาะคนขับควรมีการพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ขณะขับขี่ หรือโดยสาร ตลอดการเดินทาง อีกทั้งเน้นย้ำในการปฏิบัติตนตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สามารถแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด รวมทั้งเหตุ บุคคลและวัตถุต้องสงสัย หรือต้องการขอความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ โดยแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่หรือทางหมายเลขสายด่วน 191 สำหรับผู้ที่ต้องการสอบถามเส้นทางการจราจรสามารถสอบถามมายังสายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120286</URL_LINK>
                <HASHTAG>22-24 ต.ค., คณะรัฐมนตรี, ครม., พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล กฤตพิทยบูรณ์, รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616f9aee02f4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120285</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 11:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 11:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดร.เสรี ชำแหละยุทธศาสตร์แห่งวาทกรรม 3 ขั้นตอนในการหาพวก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 - ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการสื่อสาร หนึ่งในกองหนุนรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;nbsp;โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ชำแหละ &amp;quot;ยุทธศาสตร์แห่งวาทกรรมในการหาพวก&amp;quot; ซึ่งมี 3 ขั้นตอน ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขั้นตอนที่ 1. ต้องบอกกลุ่มเป้าหมายว่า &amp;quot;พวกเขาถูกเอาเปรียบ พวกคุณถูกกดขี่ พวกคณมีแอกต้องแบก พวกคุณถูกทอดทิ้ง พวกคุณไม่ได้รับความยุติธรรม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขั้นตอนที่ 2. ต้องบอกกลุ่มเป้าหมายว่า &amp;quot;เราคือกลุ่มคนสมัยใหม่ที่เข้าใจคุณมากกว่าคนกลุ่มเก่าๆที่ทอดทิ้งคุณ กดขี่คุณ ทำให้คุณไม่ได้รับความเป็ธรรม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขั้นตอนที่ 3. ดังนั้น &amp;quot;คุณต้องเลือกเรา เพราะเราจะทำให้คุณได้รับความเป็นธรรม ปลดแอกให้คุณ ดังนั้นคุณต้องเลือกพวกเราให้มาบริหารประเทศ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยุทธศาสตร์ 3 ขั้นตอนนี้มันเป็นยุทธศาสตร์ของคอมมูนิสท์นะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันเป็นวาทกรรมที่ตอกย้ำความด้อยโอกาสของกลุ่มเป้าหมายที่จำเป็นต้องแก้ไข มันคือสิ่งที่เข้าถึงหัวใจของคนที่ต้องการเสรีภาพแบบต้องการทำอะไรเอาใจตัวเองแบบไม่มีวินัยค่ะ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120285</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;การเมืองถึงระดับโรงเรียน&quot;, กองหนุนลุงตู่, ดร.เสรี วงษ์มณฑา, วาทกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210226/image_big_603870b35ee45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 11:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 11:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รัก โลภ หลง&#039; ภัยหลอกหลวงบนโลกเสมือนจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค. 2564 - พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มีนโยบายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรู้เท่าทันถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั้น พบว่าการสร้างความสัมพันธ์ หลอกลวงเหยื่อในลักษณะฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่นให้เกิดความรัก มีทั้งหลอกรักออนไลน์ ,หลอกรักชวนลงทุน &amp;nbsp;และการข่มขู่กรรโชกทางเพศ &amp;nbsp;ซึ่งมักใช้วิธีการนำภาพผู้อื่นมาสร้างบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ด้วยข้อมูลเท็จ ทำทีเข้ามาสร้างความสัมพันธ์ หลอกล่อด้วยวิธีการต่าง ๆ มากมาย ทำให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินเงินทอง ไปจนถึงความรัก จนเหยื่อยอมมอบทรัพย์สินให้ หรือยอมถ่ายคลิปลับของตนส่งไปให้คนร้าย และท้ายที่สุดคนร้ายก็จะตัดขาดการติดต่อจากผู้เสียหาย หรือนำคลิปลับมาข่มขู่เรียกเอาเงินจากผู้เสียหาย &amp;nbsp;ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับอาชญากรรมในรูปแบบดังกล่าวและจับกุมผู้กระทำผิดอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด แต่ปรากฏว่ายังมีพี่น้องประชาชนจำนวนมากยังคงตกเป็นเหยื่ออยู่ ไม่ว่าจะเป็น วัยรุ่น วัยทำงาน หรือแม้แต่ผู้สูงอายุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอมาย้ำเตือนพี่น้องประชาชนให้รู้เท่าทันถึงการฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 รูปแบบหลัก ดังนี้ 1. &amp;ldquo;หลอกให้เกิดความรัก&amp;rdquo; ใช้ภาพของบุคคลที่น่าตาดี หล่อ สวย สร้างโปรไฟล์ปลอมให้ดูน่าเชื่อถือ จากนั้นส่งข้อความถึงเป้าหมาย เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในเชิงชู้สาว หลอกให้เกิดความรัก ขอทรัพย์สินเป็นของขวัญ หรืออ้างว่าตนเองหรือบุคคลในครอบครัวต้องรับการรักษาที่โรงพยาบาล แต่ไม่มีเงินเพียงพอ จนเหยื่อหลงเชื่อมอบทรัพย์สินให้เป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. &amp;ldquo;หลอกให้เกิดความโลภ&amp;rdquo; ใช้ภาพของบุคคลที่น่าเชื่อถือ สร้างโปรไฟล์ปลอมให้ดูเหมือนเป็นนักลงทุน มีทรัพย์สินจำนวนมาก จากนั้นส่งข้อความถึงเป้าหมาย เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในเชิงธุรกิจ หลอกให้เกิดความโลภ อ้างว่ามีช่องทางการลงทุนที่ได้รับผลตอบแทนสูง โดยใช้แอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ลงทุนปลอม หลอกให้เหยื่อสมัครลงทุนที่ไม่มีอยู่จริง หรือได้รับสัมปทานจากรัฐ ซึ่งเป็นข้อมูลเฉพาะคนรู้จักเท่านั้น ไม่เปิดเผยต่อคนภายนอก หรืออ้างว่ามีทรัพย์สินของตนจำนวนมาก ติดอยู่ที่ศุลกากร จำเป็นต้องจ่ายภาษี จึงขอให้ผู้เสียหายชำระเงินภาษีให้ โดยอ้างว่าจะให้ผลตอบแทนจำนวนมาก ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาไม่มีอยู่จริง จนทำให้เหยื่อหลงเชื่อมอบทรัพย์สินให้คนร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.&amp;ldquo;หลอกให้เกิดความหลง&amp;rdquo; คล้ายคลึงกับการหลอกรัก คือ การใช้ภาพของคนที่หน้าตาดี รูปร่างดี หลอกล่อชักชวนเหยื่อในประเด็นทางเพศ เช่น การส่งรูปหรือคลิปขณะช่วยตัวเอง ซึ่งอ้างว่าเป็นของตน ไปให้กับเหยื่อ และหลอกให้เหยื่อส่งรูปหรือคลิปลับกลับมาให้กับคนร้าย หรือการขอให้เปิดกล้องวีดิโอคอล และหลอกให้เหยื่อถอดเสื้อผ้า จากนั้นคนร้ายจะบันทึกรูปและคลิปของเหยื่อ มาข่มขู่เหยื่อว่าหากไม่ยอมมอบทรัพย์สินหรือถ่ายคลิปส่งมาให้อีก จะนำคลิปทั้งหมดไปปล่อยในเว็บไซต์ จนเหยื่อเกิดความกลัว ยอมมอบทรัพย์สินหรือถ่ายคลิปเพิ่มเติมให้คนร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยส่วนตัวผู้กระทำความผิด ที่ได้มีการแอบอ้างนำภาพของบุคคลอื่นมาใช้ ในการฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น จะมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 342 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14 วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องตามพฤติการณ์ของคนร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน อย่าหลงเชื่อ โอนเงิน ถ่ายคลิปลับ มอบสิ่งของ กับบุคคลในโลกออนไลน์ โดยที่ไม่เคยรู้จักหรือพบตัวจริงของบุคคลดังกล่าว หรือมีพฤติกรรมดังที่กล่าวไว้ข้างต้น เพราะอาจตกเป็นเหยื่อจากการหลอกลวงดังกล่าวได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120284</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, อาชญากรรมทางเทคโนโลยี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616f9933e4e3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120278</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 10:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พันธมิตรฯโล่ง หมอผ่าตัด &#039;สมเกียรติ&#039; นอน ICU ต่อ 3 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.64 - นายพิภพ ธงไชย อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เปิดเผยอาการป่วยของนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อดีตแกนนำพันธมิตรฯ ว่า เมื่อสมเกียรติมาถึงมือหมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อตัดสินใจออกจาก รพ.กรุงเทพ โคราช เดินทางมา รพ.กรุงเทพในมหานคร ระยะทางยาวกว่า 200 กิโลเมตร &amp;nbsp;มีลูกสาวคนเล็กนั่งเฝ้าอาการพ่อในรถมาด้วย ส่วนหน่อยและคนอื่น นั่งรถคุณปรีดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อมาถึง หมอตรวจอาการเสร็จ ก็บอกเล่ากับญาติให้กลับไปตัดสินใจทางเลือกเดิมที่หน่อยกังวล คือการผ่าตัดสมอง ด้วยว่าการสอดเส้นลวดนั้น สำเร็จแล้วต้องกินยาไปตลอดปี และต้องกลับมาตรวจซ้ำอีก ซึ่งหมายถึงค่าใช้จ่ายไม่น้อยจะตามมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงแม้ค่าใช้จ่ายในคราวนี้ คุณสมศักดิ์มิตรสหาย ผู้เป็นกัลยาณมิตร จะยินดีจ่ายให้ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมอบอกว่า ไม่ใช่เรื่องยากที่จะผ่าตัดสมอง ด้วยการแตกของเส้นเลือดนั้นไม่ได้อยู่ที่แกนก้านสมอง(brain stem) ซึ่งไม่เป็นการยากลำบากที่จะรักษา ตรงกับความเห็นของหมอชูชัยที่ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่เข้าไปในก้านสมอง brain stem นับว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก ถ้าไปแตกในก้านสมอง จะลำบากมากครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลือดจากการแตกของเส้นเลือด กระจายตัวอยู่ส่วนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยความว้าวุ่นใจมาหลายวันของหน่อย ที่จะตัดสินใจทางเลือกในการรักษาสามีตั้งแต่อยู่ที่ รพ.มหาราช จนย้ายมา รพ.กรุงเทพโคราช และมาจบที่ รพ.กรุงเทพในเมืองหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่อยกับลูกและญาติ ก็ยอมให้หมอผ่าตัดสมอง ที่หมอรับรองว่าปลอดภัย และดีกว่าการสอดเส้นลวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความกังวลของหน่อยอีกเรื่องหนึ่งคือค่าใช้จ่าย ที่รู้ว่ามหาศาล เกินความสามารถทางการเงินของตัวเอง ที่เป็นเพียงข้าราชบำนาญ จนคุณปรีดารับรองว่า คุณสมศักดิ์ผู้เป็นกัลยาณมิตรของสมเกียรติ จะดูแลให้ทั้งหมด โดยบอกผ่านประสารว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถึงแม้จะมีโอกาสรอดเพียง 10 % ก็ต้องทำ&amp;rdquo; คุณสมศักดิ์จึงขอให้ย้ายโรงพยาบาลให้หมอที่เชี่ยวชาญวินิจฉัยซ้ำอีกที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การวินิจฉัยก็มาจบที่ผ่าตัดสมอง ซึ่งทำสำเร็จเมื่อวานนี้ แต่ต้องอยู่ใน ICU ต่อ 3 วัน และออกมาสังเกตอาการอีกราว 7 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อจบตรงนี้ หน่อยก็อยากพาสามีกลับบ้าน เพื่อจะได้ดูแลอย่างใกล้ชิด และลดค่าใช้จ่าย ด้วยหน่อยนั้นเป็นคนขี้เกรงใจ ไม่ชอบออกปากขอใคร กินแต่เงินบำนาญ ในขณะที่สามีก็ต้องคดีแพ่ง ถูกตามเก็บทรัพย์ จากคดีห้าร้อยกว่าล้านบาท ร่วมกับแกนนำอีก 5&amp;nbsp;คน และยังมีคดีใหญ่รออยู่ข้างหน้าอีกหนึ่งคดี แต่ทั้งหมด ก็ไม่ได้ทำให้สองสามีภรรยาท้อแท้ใจแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่อยนั้น หลังจากสามีออกจากคุก ก็ทำไร่ทำสวนกันสองคนตายาย ตามนิสัยที่ถูกสร้างมาในวัยเด็ก ที่เป็นลูกชาวนา ส่วนลูกสาวสองคนก็ออกเรือนไปสร้างฐานะใหม่กันทั้งคู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การอยู่คนเดียวในวันข้างหน้า ก็เป็นความกังวลกับหน่อยอยู่ไม่น้อย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120278</URL_LINK>
                <HASHTAG>พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย, พิภพ ธงไชย, สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210624/image_big_60d4036ee4506.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120275</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 10:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 10:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิ่งควายยุคนิวนอร์มอล!แค่เดินแห่และตรวจสุขภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 - ที่บริเวณสนามกีฬาเทศบาลเมืองชลบุรี อ.เมือง จ.ชลบุรี นายภัครธรณ์ เทียนไขย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นางสุภาพร เทียนไชย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยนายวิทยา คุณปลื้ม นายก อบจ.ชลบุรี รวมทั้งผู้นำท้องถิ่น อาทิ นายสุติกรณ์ จำเริญพานิช นายกเทศมนตรีเมืองชลบุรี นางเบญจวรรณ์ สุวานิชย์ นายกเทศมนตรีตำบลเสม็ด อ.เมืองชลบุรี ได้ร่วมงานประเพณีวิ่งควาย ประจำจังหวัดชลบุรี ครั้งที่ 150&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีการจัดขบวนริ้วเกวียนกัณฑ์ทั้งหมด 14 เล่ม แห่ควายประเภทสวยงาม ประเภทตลกขบขัน หลังจากนั้นได้เดินแห่รอบตลาดเมืองชลบุรี ซึ่งในการจัดงานครั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทำให้การจัดงานในครั้งนี้มีเพียงการแห่เกวียนกัณฑ์รอบตลาดเมืองชลบุรีเท่านั้น ตามความเชื่อหากไม่มีการจัดงานวิ่งควาย จะเกิดไฟไหม้ใหญ่ในตัวเมืองชลบุรี ส่วนการวิ่งควายเร็ว ประกวดสุขภาพควาย รวมทั้งการละเล่นต่างๆ งดเกรงว่าจะเป็นการรวมคน ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ยังเป็นการอนุรักษ์ควายไทยให้คงอยู่ในพื้นที่ จ.ชลบุรีอีกด้วย ท่ามกลางการพัฒนา จ.ชลบุรีไปเป็นเมืองอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จากการสอบถามประชาชนที่มาร่วมดูริ้วขบวนงานประเพณีวิ่งควายได้ความว่า ยอมรับช่วงไวรัสโควิด-19 ระบาด ทำให้งานประเพณีวิ่งควายงดจัดกิจกรรมไปหลายอย่าง โดยเฉพาะวิ่งควายเร็ว หลายคนอยากดูมาก แต่ไม่ได้ดู อย่างไรก็ตามยังมีการจัดริ้วขบวนแห่เกวียนกัณฑ์ในตลาดเมืองชลบุรีให้ชาวบ้านได้ดูกัน ที่สำคัญยังเป็นการอนุรักษ์ประเพณีของชาวจังหวัดชลบุรีอีกด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120275</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ชลบุรี, นายภัครธรณ์ เทียนไขย, ประเพณีวิ่งควาย, ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี, สนามกีฬาเทศบาลเมืองชลบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616f8b3590332.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
