<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 22:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 22:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการ DPU เผย 67% ของไรเดอร์-ผู้ใช้บริการเดลิเวอรีค้านลดค่า GP หวังรัฐเร่งจัดหาวัคซีน – งัดมาตรการอัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;นักวิชาการจากคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เผยผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้บริการและกลุ่มไรเดอร์ส่งอาหารที่มีต่อบริการฟู้ดเดลิเวอรีในช่วงล็อคดาวน์ ทั้งในด้านประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม นโยบายของภาครัฐในการควบคุมดูแลบริการดังกล่าว โดยเฉพาะประเด็นการควบคุมค่า GP รวมถึงการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิดของรัฐบาล โดยได้ทำการสำรวจความคิดเห็นจากกลุ่มเป้าหมายทั้งสิ้นจำนวน 556 คนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งประกอบด้วย ประชาชนผู้ใช้บริการฟู้ดเดลิเวอรีจำนวน 335 คน และไรเดอร์จากค่ายต่างๆ อาทิ แกร็บ ไลน์แมน ฟู้ดแพนด้า โรบินฮู้ด และลาล่ามูฟ รวม 221 คน ระหว่างวันที่ 3 - 6 ตุลาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธารีทิพย์ ทากิ อาจารย์ประจําสาขาการโรงแรมและธุรกิจอาหาร คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ซึ่งกำลังศึกษาวิจัยเกี่ยวกับธุรกิจบริการจัดส่งอาหาร เผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ส่งผลให้บริการสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันหรือฟู้ดเดลิเวอรีได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงที่มีการประกาศล็อคดาวน์ ทำให้บริการดังกล่าวกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญนอกเหนือจากการซื้ออาหารที่หน้าร้าน และทำให้ค่า GP (หรือค่าคอมมิชชันที่แอปพลิเคชันเรียกเก็บจากร้านอาหาร) กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามอง โดยมีหน่วยงานภาครัฐอย่างกระทรวงพาณิชย์ที่กำลังศึกษาข้อมูลเพื่อพิจารณาและควบคุมบริการดังกล่าว ทั้งนี้ ในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เราได้จัดเสวนากลุ่มย่อยกับตัวแทนผู้ประกอบการร้านอาหาร และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี เพื่อรับฟังมุมมองและข้อเสนอแนะจากทั้งสองฝ่าย ล่าสุด เรายังได้สำรวจความคิดเห็นของกลุ่มผู้บริโภคและไรเดอร์ผู้ให้บริการจัดส่งอาหารต่อประเด็นดังกล่าว ซึ่งถือเป็นอีกสองตัวแปรสำคัญของวงจรธุรกิจนี้ เพื่อให้ได้ผลการศึกษาที่รอบด้านและสะท้อนบริบททางธุรกิจให้ครอบคลุมมากที่สุด จากผลการศึกษาพบประเด็นหลักที่น่าสนใจ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;ประโยชน์ของบริการฟู้ดเดลิเวอรี 77.9% ของไรเดอร์มองว่าบริการดังกล่าวเป็นช่องทางในการหารายได้เสริมให้กับคนไทย ขณะที่ 56.3% ของไรเดอร์เห็นว่า บริการนี้ช่วยเพิ่มช่องทางในการขายและการสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการร้านอาหาร 85.1% ของผู้ใช้บริการมองว่าบริการดังกล่าวช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภค โดย 73.4% ระบุว่า บริการฟู้ดเดลิเวอรีช่วยทำให้ไม่ต้องออกนอกบ้าน ซึ่งลดความเสี่ยงในการเจอผู้คนจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;แนวทางของภาครัฐในการควบคุมค่า GP กว่า 67% ของผู้ตอบแบบสอบถาม (ทั้งไรเดอร์และผู้ใช้บริการ) ไม่เห็นด้วยกับการที่หน่วยงานภาครัฐมีนโยบายที่จะควบคุมบริการดังกล่าวด้วยการปรับลดค่า GP เพื่อช่วยเหลือร้านอาหาร 62.9% ของไรเดอร์ไม่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว โดยไรเดอร์ส่วนใหญ่ถึง 64.9% มีความกังวลว่า การปรับลดค่า GP จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าตอบแทนของไรเดอร์ ขณะที่ 41.4% มองว่าบริการฟู้ดเดลิเวอรีเป็นเพียงช่องทางเสริมของร้านอาหาร โดยผู้ประกอบการสามารถเลือกได้ที่จะไม่ขายผ่านแพลตฟอร์มและหาช่องทางอื่นที่เหมาะสมกับธุรกิจของตัวเอง ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับฝั่งของผู้ใช้บริการ โดย 69.9% ของผู้บริโภคไม่เห็นด้วยกับการปรับลดค่า GP โดย 49.9% เกรงว่าหากมีการปรับลดค่า GP จะต้องกระทบต่อราคาค่าบริการที่ผู้บริโภคต้องจ่ายเพิ่มขึ้น ขณะที่ 45.9% ของผู้ใช้บริการมองว่า อัตราค่า GP ในปัจจุบัน (สูงสุดไม่เกิน 30%) เหมาะสมอยู่แล้ว และส่งผลดีในระยะยาวต่อทุกคนในวงจรธุรกิจ และมีจำนวนถึง 31% ที่มองว่าแนวคิดในการปรับลดค่า GP เป็นการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;แนวทางในการรับมือหรือการตอบสนองหากภาครัฐมีการควบคุมค่า GP 59% ของไรเดอร์ระบุว่า หากภาครัฐมีการผลักดันเรื่องการปรับลดค่า GP จริงจะรวมตัวกันประท้วงเพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนการพิจารณา โดย 28.4% ของไรเดอร์จะเรียกร้องให้แอปพลิเคชันฟู้ดเดลิเวอรีต้องแบกรับต้นทุนต่อไปหรือผลักภาระไปให้ผู้บริโภค ขณะที่ 27% ของไรเดอร์เลือกที่อยู่เฉยๆ และยอมรับสภาพหากมีการปรับลดค่าตอบแทน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;46% ของผู้บริโภคระบุว่าจะเลิกใช้บริการสั่งอาหารหากมีการปรับราคาค่าบริการเพิ่มขึ้น ขณะที่มีเพียง 14% เท่านั้นที่ยอมจ่ายค่าบริการเพิ่มขึ้น ความคาดหวังที่มีต่อหน่วยงานภาครัฐในการแก้ปัญหาปากท้องและช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหาร กว่า 73% ของผู้ตอบแบบสอบถาม (ทั้งไรเดอร์และผู้ใช้บริการ) ให้ความสำคัญกับการจัดหาวัคซีนเป็นอันดับแรก  56.2% ระบุว่ารัฐบาลควรมีมาตรการในการอัดฉีดหรือกระตุ้นการใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหารในระยะยาว ขณะที่ 55% ของผู้ตอบแบบสอบถามคาดหวังไม่ให้มีการประกาศล็อคดาวน์อีก และ 46.2% เสนอให้มีการประสานให้ธนาคารหรือสถาบันการเงินมีการประนอมหนี้ หรือจัดโปรแกรมเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;ผศ.ธารีทิพย์ ทากิ กล่าวเสริมว่า &amp;ldquo;จากการรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วนพบว่า การประกาศล็อคดาวน์หรือขอความร่วมมือไม่ให้ออกนอกเคหสถานเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการทำธุรกิจของผู้ประกอบการร้านอาหารและเป็นตัวกระตุ้นสำคัญให้ประเด็นเรื่องค่า GP ได้รับความสนใจมากขึ้น ทั้งที่จริงๆ แล้วเดลิเวอรีแพลตฟอร์มเป็นเพียงหนึ่งในช่องทางการขายของร้านอาหารเท่านั้น ไม่ต่างจากการลงทุนเพื่อเปิดหน้าร้าน หรือการเช่าที่ในห้างสรรพสินค้าที่ต้องมีค่าใช้จ่ายและมีการคิดส่วนแบ่งการขายเหมือนกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับร้านอาหารว่าต้องการเลือกเข้าร่วมใช้บริการหรือไม่ตามความสมัครใจ สำหรับการพิจารณาเพื่อควบคุมกลไกตลาดนั้น ภาครัฐควรดำเนินการอย่างรอบคอบและคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับทุกฝ่าย โดยการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่เฉพาะแต่ร้านอาหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงองค์ประกอบอื่นๆ ในวงจรธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น ลูกค้าหรือผู้บริโภค ไรเดอร์ รวมไปถึงแพลตฟอร์มสั่งอาหารด้วยเช่นกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120138</URL_LINK>
                <HASHTAG></HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616d8d7d0be8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120087</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 15:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกรท วอลล์ มอเตอร์ เปิดจองสิทธิ์ลงทะเบียนเพื่อซื้อ ORA Good Cat มอบข้อเสนอสุดพิเศษรวมมูลค่ากว่า 220,000 บาท พร้อมแพ็กเกจ ORA Value Plus สุดคุ้ม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกรท วอลล์ มอเตอร์ ส่งมอบแคมเปญสุดเอ็กซ์คลูซีฟเพื่อตอบแทนการรอคอยการเปิดตัว ORA Good Cat และขอบคุณผู้บริโภคชาวไทยที่ให้การสนับสนุน เกรท วอลล์ มอเตอร์ อย่างดีเยี่ยมเสมอมา ด้วยแคมเปญ ORA Good Cat ULTRA DEAL เปิดให้ลูกค้าจองสิทธิ์ลงทะเบียนเพื่อซื้อ ORA Good Cat รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ก่อนที่จะมีการเปิดตัวและการประกาศราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทยในวันที่ 29 ตุลาคม นี้ พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษ ผ่อน 0% นาน 48 เดือน ฟรีประกันรถยนต์ชั้น 1 ฟรีโฮมชาร์จเจอร์พร้อมการติดตั้ง และบริการเหนือระดับอื่นๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 220,000 บาท ในระหว่างวันที่ 14 ตุลาคม 2564 เวลา 0.01 น. ถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2564 เวลา 18.00 น. นอกจากนี้ ลูกค้าที่ลงทะเบียนจองสิทธิ์เพื่อซื้อ ORA Good Cat ในแคมเปญ ORA Good Cat ULTRA DEAL สามารถเลือกซื้อแพ็กเกจเสริม ORA Value Plus สุดคุ้มเพิ่มเติมได้อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคงเดินหน้าสร้างปรากฎการณ์ใหม่ๆ ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ All New HAVAL H6 Hybrid SUV รถยนต์เอสยูวียอดนิยมระดับโลกจากแบรนด์ HAVAL ได้รับเสียงตอบรับที่ดีอย่างล้นหลามจากชาวไทย ด้วยการขึ้นแท่นเป็นรถยนต์คอมแพคเอสยูวีที่มียอดขายสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งถึงสองเดือนซ้อน ในเดือนสิงหาคมและเดือนกันยายนที่ผ่านมา ล่าสุด เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประกาศเปิดจองสิทธิ์ลงทะเบียนเพื่อซื้อ ORA Good Cat รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นแรกที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ นำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยได้ก่อนใคร ผ่านแคมเปญสุดพิเศษ ORA Good Cat ULTRA DEAL ที่มาพร้อมข้อเสนอและเอกสิทธิ์ที่เหนือกว่า เพื่อสร้างความมั่นใจในการเป็นเจ้าของรถ พร้อมพบกับประสบการณ์ใหม่ในการขับขี่ และบริการเหนือระดับในระยะยาว อาทิ 1. ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน มูลค่าสูงสุด 83,000 บาท &amp;nbsp;2. ฟรี ประกันรถยนต์ชั้น 1 เป็นระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 25,000 บาท 3. ฟรี โฮมชาร์จเจอร์ พร้อมการติดตั้งฟรี (ในระยะสายไฟยาวไม่เกิน 20 เมตร) มูลค่า 60,000 บาท (ไม่รวมแท่นชาร์จ) 4. ฟรี สิทธิ์การส่งมอบรถยนต์ทั่วไประเทศ สำหรับ 1,000 ท่านแรกที่ทำการจองสิทธิ์ลงทะเบียนเพื่อซื้อในช่วงระยะเวลาของแคมเปญ ORA Good Cat ULTRA DEAL มูลค่า 8,500 บาท 5. ฟรี บริการรับและส่งมอบรถยนต์สำหรับเข้ารับบริการบำรุงรักษาตามระยะทาง จำนวน 2 เที่ยว (ไป-กลับ) รวม 4 ครั้ง มูลค่า 3,000 บาท 6. ฟรี ค่าอะไหล่และค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทาง (GWM Ultra Service Inclusive : GUSI) จำนวน 5 ครั้ง ภายในระยะเวลา 5 ปี หรือ 75,000 กิโลเมตร (เมื่อถึงอย่างใดอย่างหนึ่งก่อน) พร้อมอะไหล่สิ้นเปลือง ได้แก่ ใบยางปัดน้ำฝน 5 ชุด แบตเตอรี่ (12 โวลต์) 2 ลูก ผ้าเบรก 1 ชุด รวมมูลค่า 33,712 บาท 7. ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (Roadside Assistance) เป็นเวลา 5 ปี มูลค่า 10,000 บาท 8. ฟรี กรอบป้ายทะเบียนรถยนต์และพรมปูพื้น GWM รวมมูลค่า 1,640 บาท 9. ฟรี คะแนน GWM Point เพื่อใช้แลกสินค้าและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ใน GWM Application จำนวน 30,000 คะแนน รวมมูลค่าข้อเสนอสุดพิเศษภายใต้แคมเปญ ORA Good Cat ULTRA DEAL กว่า 220,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ORA Good Cat ยังมาพร้อม การรับประกันคุณภาพตัวรถ (Factory Warranty &amp;amp; Roadside Assist) ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือระยะทาง 180,000 กิโลเมตร ทั้งหมดนี้เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้ากลุ่มแรกที่ให้ความไว้วางใจและเชื่อมั่นใน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แบรนด์และผลิตภัณฑ์ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ด้วยดีเสมอมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังได้นำเสนอแพ็กเกจสุดพิเศษ ORA Value Plus ที่มาพร้อมสิทธิประโยชน์ รวมมูลค่ากว่า 19,500 บาท โดยลูกค้าสามารถซื้อได้ในราคาพิเศษเพียง 3,000 บาท ร่วมกับการจองสิทธิ์ในแคมเปญ ORA Good Cat ULTRA DEAL เพื่อเพิ่มความอุ่นใจในการขับขี่ สร้างความมั่นใจในการดูแลรักษารถ รวมถึงช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว โดย แพ็กเกจเสริม ORA Value Plus &amp;nbsp;ประกอบไปด้วย &amp;nbsp;1. เครดิตในการใช้บริการชาร์จไฟฟ้าที่สถานีชาร์จ GWM Charging Station ที่ใจกลางสยามสแควร์ กรุงเทพมหานคร มูลค่า 5,000 บาท (สามารถใช้บริการได้ในระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567) 2. อัปเกรดบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (Roadside Assistance) จาก 5 ปี เป็น 10 ปี มูลค่า 10,000 บาท 3. อัปเกรดบริการรับหรือส่งรถยนต์เพื่อเข้ารับบริการ (Pick-up and Delivery On Demand Service) จาก 2 ครั้ง (ไป-กลับ) เป็น 5 ครั้ง มูลค่า 4,500 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลูกค้าสามารถจองสิทธิ์เพื่อรับข้อเสนอสุดพิเศษกับแคมเปญ ORA Good Cat ULTRA DEAL ผ่านทาง GWM Application และเว็บไซต์ WWW.GWM.CO.TH โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกจองสิทธิ์ได้ ได้ 2 แบบ คือ &amp;nbsp; จองสิทธิ์ แคมเปญ ORA Good Cat ULTRA DEAL โดยไม่สั่งซื้อแพ็กเกจเสริม ORA Value Plus จองสิทธิ์ แคมเปญ ORA Good Cat ULTRA DEAL พร้อมสั่งซื้อแพ็กเกจเสริม ORA Value Plus&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวิธีการจองสิทธิ์ลงทะเบียนเพื่อซื้อ Ora Good Cat ในแคมเปญ ORA Good Cat ULTRA DEAL และการซื้อแพ็กเกจเสริม ORA Value Plus ผ่าน GWM Application และเว็บไซต์ WWW.GWM.CO.TH สามารถทำได้ง่ายๆ ผ่าน 6 ขั้นตอน ดังนี้ 1. ดาวน์โหลด GWM Application ได้ทาง App Store และ Google Play Store หรือเข้าไปที่เว็บไซต์ &amp;nbsp; WWW.GWM.CO.TH &amp;nbsp;2. เลือก &amp;ldquo;จองสิทธิ์ตอนนี้&amp;rdquo; 3. เลือกรุ่นของ Ora Good Cat ที่ต้องการ โดยมีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ ORA Good Cat รุ่น 400 TECH , ORA Good Cat รุ่น 400 PRO , ORA Good Cat รุ่น 500 ULTRA &amp;nbsp;4. เลือกสีรถภายนอกที่ต้องการ (สีรถภายในจะถูกกำหนดจากสีรถภายนอกที่ท่านเลือก) 5. กรอกข้อมูลส่วนตัว รวมทั้งชื่อ และเบอร์โทรศัพท์ ให้ครบถ้วน 6. เลือกการจองสิทธิ์ที่ต้องการ โดยสามารถเลือกจองได้ทั้งแบบซื้อและไม่ซื้อแพ็กเกจเสริม &amp;nbsp;ORA Value Plus จากนั้นกด &amp;ldquo;ยืนยัน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เงื่อนไขและข้อกำหนดของแคมเปญ ORA Good Cat ULTRA DEAL และแพ็กเกจเสริม ORA Value Plus การจองสิทธิ์ ORA Good Cat Ultra Deal Campaign &amp;nbsp;สามารถทำได้สองวิธีได้แก่ การเลือกรุ่น สีรถภายนอกที่ต้องการ และเลือก , จองสิทธิ์ ORA Good Cat Ultra Deal เท่านั้น , จองสิทธิ์ โดยการสั่งซื้อ แพ็กเกจ ORA Value Plus , ระยะเวลาการจองสิทธิ์แคมเปญ ORA Good Cat ULTRA DEAL เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2564 เวลา 00.01 น. ถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2564 เวลา 18.00 น. ผ่าน GWM Application หรือเว็บไซต์ GWM.CO.TH ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) เท่านั้น , สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนจองสิทธิ์ ORA Good Cat ULTRA DEAL หรือสั่งซื้อแพ็กเกจ ORA Value Plus สำเร็จแล้ว จะต้องทำสัญญาจองซื้อรถ ORA Good Cat และชำระเงินมัดจำจำนวน 10,000 บาท หลังจากการประกาศราคา ภายในวันที่ 29 ตุลาคม 2564 เวลา 20.00 น. จนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2564 เวลา 23.59 น. หากไม่มีการชำระค่ามัดจำภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าท่านสละสิทธิ์ และหากท่านได้ทำการสั่งซื้อ แพ็กเกจ ORA Value Plus และชำระเงินแล้ว ระบบจะทำการคืนเงินให้ท่านโดยอัตโนมัติ , การสั่งซื้อแพ็กเกจ ORA Value Plus จะเป็นการซื้อแพ็กเกจบริการเสริม ซึ่งจำหน่ายเฉพาะในช่วงเวลาตามที่กำหนด และจะไม่มีจำหน่ายหลังจากแคมเปญ ผู้สั่งซื้อจึงจำเป็นต้องทำการชำระเงินก่อนวันที่ 29 ตุลาคม 2564 เวลา 18.00 น. หากไม่ได้ทำการสั่งซื้อให้สำเร็จภายในเวลาที่กำหนด จะถือว่าท่านสละสิทธิ์ จาก ORA Good Cat ULTRA DEAL ทั้งการจองสิทธิ์ ORA Good Cat ULTRA DEAL และ แพ็กเกจ ORA Value Plus , สำหรับการจองสิทธิ์ ORA Good Cat Ultra Deal และ การสั่งซื้อแพ็กเกจ ORA Value Plus นี้ ทางเกรท วอลล์ มอเตอร์ ขอสงวนสิทธิ์ในการจอง 1 ครั้ง ต่อ 1 ผู้ใช้ (GWID) หรือ 1 เบอร์โทรศัพท์ในการลงทะเบียน สำหรับใช้ในการซื้อรถ ORA Good Cat 1 คันเท่านั้น ในช่วงวันและเวลาที่กำหนดสำหรับการจองสิทธิ์ และตลอดช่วงระยะเวลาดังกล่าว ผู้จองสิทธิ์สามารถยกเลิกการจองและทำการจองใหม่ได้ , หลังจากการชำระเงินค่าแพ็กเกจ ORA Value Plus แล้ว หากผู้สั่งซื้อทำการยกเลิกแพ็กเกจเสริมนี้ จะเปรียบเสมือนทำการยกเลิกการจองสิทธิ์ ORA Good Cat ULTRA DEAL ด้วยเช่นกัน ผู้สั่งซื้อจะต้องทำการจองสิทธิ์ใหม่อีกครั้ง ภายในระยะเวลาที่กำหนด &amp;nbsp;และหากทำการยกเลิกหลังการประกาศราคาในวันที่ 29 ตุลาคม 2564 จะถือว่าผู้สั่งซื้อแพ็กเกจ ORA Value Plus ทำการยกเลิกการจองสิทธิ์ ORA Good Cat ULTRA DEAL ด้วย &amp;nbsp;โดยจะไม่สามารถขอรับสิทธิ์ใดๆ ใน แคมเปญ ORA Good Cat ULTRA DEAL ได้อีกครั้ง , สำหรับการยกเลิกการชำระเงินค่า &amp;nbsp;แพ็กเกจ ORA Value Plus ระบบจะทำการคืนเงินสำหรับการยกเลิกคำสั่งซื้อ แพ็กเกจ ORA Value Plus ตามเงื่อนไขของธนาคารของผู้สั่งซื้อ , บัตรเครดิต 7 &amp;ndash; 15 วัน , บัตรเดบิต 30 &amp;ndash; 45 วัน &amp;nbsp;, ผู้จองสิทธิ์ แคมเปญ ORA Good Cat ULTRA DEAL จะต้องออกรถ ORA Good Cat รวมถึงส่งมอบภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2564 มิฉะนั้นจะถือว่าท่านสละสิทธิ์ในการรับสิทธิพิเศษตามแคมเปญ ORA Good Cat ULTRA DEAL , ผู้จองสิทธิ์สามารถเปลี่ยนรุ่น และสีรถยนต์ภายนอกได้ โดย , ช่วงจองสิทธิ์ - ผู้จองสิทธิ์จะต้องทำการยกเลิกการจอง แล้วสมัครใหม่อีกครั้ง เพื่อเปลี่ยนข้อมูลการจองสิทธิ์ , ช่วงหลังการจองสิทธิ์และก่อนการชำระเงินมัดจำ - ผู้จองสิทธิ์ สามารถทำการเปลี่ยนรุ่นและสีรถยนต์ภายนอก ก่อนการชำระเงินมัดจำ ผ่าน GWM Application หรือเว็บไซต์ GWM.CO.TH , ช่วงหลังชำระเงินมัดจำแล้ว &amp;ndash; ผู้จองรถและวางเงินมัดจำแล้ว สามารถเปลี่ยนรุ่นและสีรถยนต์ภายนอก โดยแจ้งไปยัง GWM Contact Centre 02-668-8888 หรือ ตัวแทนลูกค้าสัมพันธ์ (iAM) ที่ GWM Direct Store และ Partner Store , สิทธิ์จากข้อเสนอ แคมเปญ ORA Good Cat ULTRA DEAL และแพ็กเกจ ORA Value Plus ไม่สามารถโอนให้ผู้อื่นได้ และไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ , การเข้าร่วมการรับสิทธิ์จากแคมเปญ ORA Good Cat ULTRA DEAL นี้ ถือว่าท่านได้ยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขทั้งหมดแล้ว , บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธการจองสิทธิ์ หากพบว่ามีการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ ภายใต้ดุลพินิจของบริษัทฯ , ผู้จองสิทธิ์ต้องเป็นบุคคลธรรมดา สัญชาติไทย และมีอายุ 20 ปี ขึ้นไป หรือนิติบุคคล ณ วันที่จองสิทธิ์ และต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ตามที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กำหนด ในกรณีที่ผู้จองสิทธิ์กรอกข้อมูลไม่ครบถ้วน ให้ถือว่าผู้จองสละสิทธิ์ , การสั่งซื้อแพ็คเกจ ORA Value Plus เป็นเพียงการสั่งซื้อล่วงหน้าสำหรับบริการเพิ่มเติม ไม่รวมอยู่ในมูลค่าของเงินจอง และมูลค่ารถ ผู้จองสิทธิ์สามารถยกเลิกและรับเงินคืนเต็มจำนวน ทั้งนี้ ไม่ถือเป็นภาระผูกพันของ เกรท วอล มอเตอร์ (ประเทศไทย) ในการจำหน่ายหรือให้บริการนี้ จนกว่าผู้จองสิทธิจะได้ชำระเงินมัดจำสำหรับการจองรถยนต์แล้วเท่านั้น , การจองสิทธิ์แคมเปญ ORA Good Cat ULTRA DEAL นี้ เป็นเพียงการจองสิทธิ์ตามแคมเปญ ผ่าน GWM Application หรือเว็บไซต์ WWW.GWM.CO.TH ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เท่านั้น ทั้งนี้ ไม่ถือเป็นความผูกพัน ของเกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ในการจำหน่ายหรือให้บริการนี้ จนกว่าผู้จองสิทธิ์จะดำเนินการทำสัญญาจองซื้อรถยนต์ และชำระเงินจองเท่านั้น เพื่อประโยชน์ของผู้จองสิทธิ์ ควรศึกษาข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้า ก่อนตัดสินใจจองซื้อรถยนต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจในข้อเสนอสุดพิเศษดังกล่าว สามารถดูข้อมูลเกี่ยวกับเงื่อนไขและรายละเอียดของแคมเปญ ORA Good Cat ULTRA DEAL และแพ็คเกจเสริม ORA Value Plus เพิ่มเติมได้ที่ GWM Application เว็บไซต์ WWW.GWM.CO.TH และ Official Facebook Page : GWM Thailand และ ORA Thailand&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ ORA Good Cat เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ภายใต้แบรนด์ ORA ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโมเดลที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศจีน และประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่มีการนำ ORA Good Cat มาทำตลาดในต่างประเทศ ทั้งนี้ ORA Good Cat ได้รับการพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม GWM LEMON แพลตฟอร์มโมดูล่าอัจฉริยะที่มีความยืดหยุ่น มีน้ำหนักเบา อีกทั้งยังเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะและความปลอดภัยขั้นสูง ORA Good Cat ยังโดดเด่นด้วยการออกแบบสไตล์ Retro Futuristic ที่มาพร้อมไฟหน้าแบบ LED รูปทรง Cat-Eyes ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผสานเข้ากับสุดยอดเทคโนโลยีการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นระบบขับขี่อัตโนมัติในระดับ L2+ พร้อมโหมดการขับขี่ที่มีให้เลือกหลากหลาย พร้อมเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายภายในห้องโดยสาร Intelligent Cockpit เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปสู่โลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ลูกค้าที่สนใจสามารถทดลองขับและทดสอบสมรรถนะของ ORA Good Cat ได้ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2564 นี้เป็นต้นไปที่ GWM Direct Store และ GWM Partner Store ทุกสาขา โดยผู้ที่สนใจทดลองขับสามารถลงทะเบียนผ่าน GWM Application และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของ ORA Good Cat และ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เพิ่มเติมได้ที่ GWM Application เว็บไซต์ WWW.GWM.CO.TH และ Official Facebook Page : GWM Thailand และ ORA Thailand&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120087</URL_LINK>
                <HASHTAG>ORA ., ข่าวรถ, เกรท วอลล์ มอเตอร์ .</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616d309c6a813.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120086</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 15:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทดลองขับ ฮุนได สตาร์เรีย ดีไซน์ล้ำ สมรรถนะเยี่ยม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากบริษัท ฮุนได ฯ เปิดตัวรถยนต์ฮุนได สตาร์เรีย ออกสู่ตลาดในช่วงต้นของไตรมาสที่ 3 บริษัท ฮุนได ฯ จึงได้จัดให้สื่อมวลชนได้ร่วมทดลองขับ โดยได้จัดขึ้นภายใต้มาตรการเพื่อความปลอดภัยจากโรคโควิด 19 ทั้งนี้ เพื่อให้สื่อมวลชนมั่นใจในการร่วมกิจกรรมการทดสอบ และเพื่อให้ได้รับประสบการณ์การการทดสอบรถยนต์ที่จะทำให้เข้าใจถึงความเป็นเอกลักษณ์และความโดดเด่นของสตาร์เรีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทดสอบครั้งนี้เดินทางบนเส้นทาง กรุงเทพฯ-ปราณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระยะทางกว่า 260 กิโลเมตร ภายใต้คอนเซ็ปต์ MPV Redefined นิยามใหม่ของรถยนต์เอนกประสงค์ ฮุนได สตาร์เรีย เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองการใช้งานของผู้บริโภคที่แท้จริง เพราะได้นำขั้นตอนการออกแบบที่เริ่มจากภายในสู่ภายนอก เน้นการตอบโจทย์ของกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ประเภทนี้เป็นหลัก ส่วนภายนอกเป็นการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแสงที่กำลังส่องสว่างสาดโค้งจากเส้นขอบฟ้าของโลกเมื่อมองลงมาจากอวกาศ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทดสอบสตาร์เรีย ในครั้งนี้สื่อสารให้สื่อมวลชนได้เห็นว่า สตาร์เรียได้สร้างนิยามใหม่ให้กับรถยนต์เอนกประสงค์ ทั้งจากรูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่น ล้ำสมัย ส่วนภายในออกแบบสอดคล้องกับภายนอก รวมทั้งติดตั้งอุปกรณ์และเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยที่ยกระดับรถยนต์กลุ่มเอนกประสงค์ ทำให้สตาร์เรีย คือ ตัวเลือกอันดับหนึ่งรถยนต์เอนกประสงค์ที่มอบความคุ้มค่ามากที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เส้นทางที่จัดทดสอบในครั้งนี้ คือ &amp;nbsp;กรุงเทพฯ &amp;ndash; อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระยะทางกว่า 260 กิโลเมตร สื่อมวลชนจะได้ทดลองสมรรถนะเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.2 ลิตร มอบกำลังสูงสุด 177 แรงม้า แรงบิด 431 นิวตันเมตร ที่มาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดที่เลือกใช้งานง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส และยังได้ทดลองนั่ง เพื่อสัมผัสความสะดวกสบายของห้องโดยสาร โดยเฉพาะช่วงล่างที่รับการพัฒนาที่ไม่เพียงเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่แต่ยังให้นุ่มนวลมากขึ้น ขับสนุกนั่งสบายทุกการเดินทาง ระหว่างการขับขี่ สื่อมวลชนจะได้ทดลองประสิทธิภาพของระบบความปลอดภัยที่ได้ติดตั้งในสตาร์เรีย ไม่ว่าจะเป็น ระบบช่วยเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Forward Collision Avoidance Assist &amp;nbsp;ระบบช่วยเตือนและช่วยควบคุมพวงมาลัยเมื่ออยู่ในจุดอับสายตา Blind-Spot Collision-Avoidance Assist ระบบช่วยเตือนและเบรกอัตโนมัติขณะถอยรถ Rear Cross-traffic Collision Avoidance Assist &amp;nbsp;ระบบช่วยเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติที่ทางแยก Forward Collision-Avoidance Assist Junction Turning Function ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ &amp;nbsp;Driving Attention Warning ระบบป้องกันการออกจากรถเมื่อมีรถวิ่งมาด้านข้าง Safe Exit Assist ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาจากฮุนได โดยสัญญาณเตือนจะดังขึ้นเพื่อป้องกันการเปิดประตูเมื่อมีรถอีกคันกำลังวิ่งผ่าน &amp;nbsp;ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Keeping Assist ระบบควบคุมรถให้อยู่กลางเลน Lane Following Assist ระบบแจ้งเตือนผู้โดยสารด้านหลัง Rear Occupant Alert นอกจากนี้ ฮุนได สตาร์เรีย ยังติดตั้งแอร์แบคไว้ทั้งหมด 6 ตำแหน่ง และทุกที่นั่งติดตั้งเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากทดลองขับ ต้องบอกว่า ฮุนได สตาร์เรีย มีความโดดเด่นในเรื่องสมรรถนะ อัตราเร่งดี จะเร่งแซง หรือขับขี่ด้วยความเร็วทำได้เกินคาดหมาย ในส่วนของพละกำลังมาอย่างต่อเนื่อง การถ่ายทอดกำลังและการเปลี่ยนเกียร์ทำได้อย่างนุ่มนวล น้ำหนักของพวงมาลัยกำลังดี พวงมาลัยเบาในความเร็วต่ำทำให้คล่องตัวเมื่อขับขี่ในเมือง และเมื่อขับขี่ความเร็วสูงพวงมาลัยจะหน่วงขึ้นทำให้มั่นใจในการขับขี่ มุมมองด้านคนขับโปร่งมีทัศนวิสัยดี ส่วนของผู้โดยสารก็มีมุมมองที่โปร่งโล่ง ด้วยกระจกบานใหญ่รอบคันที่ทำให้ดูไม่อึดอัด ด้านหลังเบาะนั่งสามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลายตามความต้องการ ภายในงานทดสอบ ทางฮุนไดยังได้จัดโชว์รถ ที่ทำเป็นเธียเตอร์ส่วนตัว และนำรถมาปรับเบาะที่นั่งที่พับได้แบบ Full flat เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการแคมป์ปิ้ง ให้กับคนในครอบครัว ส่วนของอัตราความประหยัดในการทดสอบครั้งนี้ ทำได้ประมาณ 12-13 กม./ลิตร จากสภาพเส้นทางใช้งานจริง คือ เดินทางผ่านรถติดช่วงเช้าในเมือง ก่อนออกสู่ต่างจังหวัด มีรถติดบ้าง เคลื่อนตัวคล่องบ้างเฉลี่ยความเร็วอยู่ที่ 120 กม./ชม. ฮุนได สตาร์เรีย คือ รถยนต์เอนกประสงค์ที่เหมาะสำหรับทุกนิยามการใช้งานและทุกนิยามของรูปแบบครอบครัว โดยผู้สนใจสามารถทดลองขับและสอบถามรายละเอียดได้ที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ โดยสตาร์เรียมีให้เลือกในแบบ 11 ที่นั่ง 2 รุ่น สีภายนอก 3 สีคือ - สีดำ เอบิส แบล็ค สีเทา สตีล กราไฟต์ และสีเงิน ชิมเมอร์ริ่ง ซิลเวอร์ สีภายในมีให้เลือก 2 สีคือ สีดำ-เบจ และสีดำ ส่วนราคาในรุ่น SEL อยู่ที่ 1,999,000 บาท รุ่น S อยู่ที่ 1,729,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120086</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, ฮุนได สตาร์เรีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616d2ec25aa0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119366</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 22:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 00:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮอนด้า สนับสนุนหลักการประกวด Miss Universe Thailand 2021</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด หนึ่งในผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของเวทีการประกวด Miss Universe Thailand 2021 เวทีแห่งความฝันที่ยิ่งใหญ่ของสาวไทย ชวนสาวงาม 30 คนสุดท้าย ถ่ายทอดความเป็นตัวตนและเผยพลังแห่ง Passion ไปกับรถยนต์ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ &amp;nbsp; &amp;nbsp;เจเนอเรชันที่ 11 ยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดานที่ยกระดับในทุกมิติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมช่วงเก็บตัว ก่อนที่สาวงามผู้ครองมงกุฏ Miss Universe Thailand 2021 จะได้รับเป็นหนึ่งในของรางวัลในการประกวดรอบตัดสินในวันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 นี้ โดยทางฮอนด้าได้เตรียมรางวัลสำหรับสาวงามผู้ชนะการประกวดในปีนี้ คือ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ เจเนอเรชัน ที่ 11 รุ่น RS สีขาวแพลทินัม (มุก) มูลค่า 1,209,900 บาท ไอคอนยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดาน ทุกรุ่นมาพร้อมขุมพลังเทอร์โบ ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังและประหยัดน้ำมัน พร้อมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางสะดวกสบายเกินคลาส และครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานและเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายอันล้ำสมัย สะท้อนความเป็นตัวตนของคนรุ่นใหม่ที่มีความมุ่งมั่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจได้อย่างชัดเจน สอดคล้องกับแนวคิดการประกวด Miss Universe Thailand 2021 ในปีนี้ ซึ่งก็คือ &amp;ldquo;Power of Passion&amp;rdquo; ที่ต้องการเฟ้นหา &amp;ldquo;สตรีผู้ทรงพลัง สู่เส้นทางแห่งชัยชนะ&amp;rdquo; เพื่อเป็นตัวแทนสาวไทยเพียงหนึ่งเดียวไปแสดงศักยภาพและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศบนเวทีระดับโลก ฮอนด้าขอเป็นอีกหนึ่งแรงใจให้กับสาวงามผู้เข้ารอบทั้ง 30 คน เพื่อก้าวต่อไปด้วย &amp;ldquo;พลังแห่งความฝัน&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;The Power of Dreams&amp;rdquo; บนเส้นทางอันยิ่งใหญ่ เพื่อคว้าชัยและส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงไทยทุกคนต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119366</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฮอนด้า.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_61630d5336d97.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119365</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 22:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 17:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีซูซุเปิดปิกอัพใหม่ “พลานุภาพไร้ขีดจำกัด” พร้อม “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีซูซุเดินหน้าลุยตลาดรถช่วงปลายปี โชว์ศักยภาพ &amp;ldquo;ใหม่! พลานุภาพ...ไร้ขีดจำกัด&amp;rdquo; เผยโฉมรถรุ่นใหม่ครบทุกรุ่น เข้มขึ้น ดุขึ้น นำโดย &amp;ldquo;ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์&amp;rdquo; ตอกย้ำตัวตนใหม่ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;MY NEW ID..MY NEW ISUZU D-MAX&amp;rdquo; ขับเคลื่อนความสมบูรณ์แบบในทุกองศา มาพร้อมเอกลักษณ์ สีเทาโอเพคใหม่! (Islay Gray Opaque) เทรนด์สีใหม่ของวงการยานยนต์โลก &amp;ldquo;ใหม่! อีซูซุเอ็กซ์-ซีรี่ส์&amp;rdquo; แรงทะลุไมล์&amp;hellip;เร้าใจสไตล์เอ็กซ์ ปรับเพิ่มลุคสปอร์ตยิ่งขึ้น และรถอเนกประสงค์สุดหรู &amp;ldquo;ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์&amp;rdquo; ที่เติมเต็มฟังก์ชั่นความปลอดภัยใหม่ในระบบ ADAS โดย &amp;ldquo;ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ใหม่! อีซูซุเอ็กซ์-ซีรี่ส์&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มตรีเพชร โดย โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ &amp;nbsp;บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เปิดเผยว่า &amp;nbsp;รถใหม่ในปลายปีนี้ของอีซูซุเป็นรุ่นไมเนอร์เชนจ์ที่มีการปรับโฉมใหม่ให้เข้มขึ้น ดุขึ้น &amp;nbsp;เริ่มจากอีซูซุดีแมคซ์ ยอดยนตรกรรมปิกอัพระดับ Top Class ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากมายทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เนื่องจากเป็นรถที่มีการพัฒนาแบบ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไร้ขีดจำกัด สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นในทุกครั้งที่มีการแนะนำรถรุ่นใหม่ และยังคงกระแส &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ดีแมคซ์ฟีเวอร์&amp;rdquo; นับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่เมืองไทย ต่อเนื่องถึงการเปิดตัว &amp;ldquo;ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ&amp;hellip;พลิกโลก&amp;rdquo; เมื่อปลายปี พ.ศ. 2562 หรือแม้แต่ปัจจุบันที่ตลาดรถยนต์หดตัวลงจากสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ส่งผลให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อรถยากขึ้น อีซูซุดีแมคซ์ก็ยังคงเป็นที่ต้องการของผู้ใช้รถในเมืองไทยเนื่องจากความโดดเด่นในเรื่องของสมรรถนะ &amp;nbsp; &amp;nbsp; ความคุ้มค่าเงินสูงสุด และภาพลักษณ์ใหม่ซึ่งดูทันสมัย สำหรับรถปิกอัพรุ่นล่าสุด &amp;ldquo;ใหม่! &amp;nbsp;อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ...ไร้ขีดจำกัด&amp;rdquo; สร้างสรรค์ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;MY NEW ID..MY NEW ISUZU D-MAX&amp;rdquo; ตัวตนใหม่ที่เป็นคุณ ด้วยการเลือกรถคู่ใจที่ช่วยค้นหาตัวตนใหม่ที่ไร้ขีดจำกัด พร้อมสนุกไปกับการใช้ชีวิตที่มีความหลากหลายควบคู่ไปกับการใช้งานได้อเนกประสงค์ โดยมาพร้อมสีเทาโอเพคใหม่! (Islay Gray Opaque) เทรนด์สีใหม่ของวงการยานยนต์โลก ที่มีคุณสมบัติพิเศษให้มุมมองสีหลากหลายมิติ ไล่ระดับจากเทาประกายมุกจรดเทาเข้ม แตกต่างตามมุมตกกระทบของแสง &amp;nbsp;น่าค้นหา &amp;nbsp;ท้าทายทุกสายตา ซึ่งสีพิเศษนี้มีให้เลือกใน &amp;nbsp;&amp;ldquo;ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์&amp;rdquo; ทุกรุ่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมี &amp;ldquo;ใหม่! อีซูซุเอ็กซ์-ซีรี่ส์&amp;rdquo; &amp;nbsp;ปิกอัพสไตล์สปอร์ตเท่ที่มาพร้อมชุดแต่งจัดเต็ม ซึ่งครั้งนี้ได้เพิ่มความสปอร์ตให้โดดเด่นยิ่งขึ้นอีก ทั้งในรุ่น SPEED ให้อารมณ์เรซซิ่งสุดร้อนแรง และรุ่น HI-LANDER สปอร์ตพรีเมี่ยม แฝงเรซซิ่งสปิริตภายใต้ความเรียบหรู สะดวกสบาย และ &amp;ldquo;ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์&amp;rdquo; ที่เปิดตัวเมื่อปลายปีที่แล้ว โดยมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่เหนือชั้น ตลอดจนระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) &amp;nbsp;โดยเพิ่มเติมฟังก์ชั่นความปลอดภัย ใหม่! Turn Assist with AEB ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อมีรถสวนทางขณะเลี้ยวขวา อีกขั้นของความมั่นใจในทุกการเดินทาง โดยรถแต่ละรุ่นจะเปิดตัวต่อเนื่องตลอดเดือนตุลาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ...ไร้ขีดจำกัด ได้รับการปรับแต่งให้มีเอกลักษณ์โดดเด่นและแตกต่างกันในแต่ละรุ่น &amp;nbsp;สะท้อนภาพลักษณ์ใหม่แห่งความสปอร์ตหรู &amp;nbsp;ยกระดับความพรีเมี่ยม สู่มาตรฐานใหม่ของรถปิกอัพระดับ TOP CLASS สีเทาโอเพคใหม่! (Islay Gray Opaque) เทรนด์สีใหม่ของวงการยานยนต์โลก นอกจากนี้ยังมีจุดปรับเปลี่ยนพิเศษในแต่ละรุ่น ได้แก่ &amp;nbsp;รถธงรุ่นล่าสุด ใหม่! อีซูซุวี-ครอส 4x4 (NEW! ISUZU V-CROSS 4x4) &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พรีเมี่ยมสปอร์ตออฟโรดที่มาพร้อมความแรงจัด ขับสนุกเร้าใจของเครื่องยนต์ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ &amp;nbsp;เติมเต็มความเข้มดุสไตล์สปอร์ตทรงพลังในทุกมิติของรถด้วย ใหม่! กระจังหน้าแบบ Double Dimensions ดีไซน์แบบทูโทน สีเทาดำ และ Black Chrome &amp;nbsp;พร้อมไฟท้าย ดีไซน์โทนสีเข้ม ใหม่! Front Bumper Guard สีทูโทน พร้อมชุดแต่งสีเทาดำรอบคันที่กระจกมองข้าง ราวหลังคา มือจับประตู บันไดข้าง Fender Lip, Robust Extender เพิ่มความดุดัน ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์ใหม่! แบบ Robust Radius สี Matte Black ห้องโดยสารอารมณ์ใหม่ ผสานความเท่ สปอร์ต และหรูหรา &amp;nbsp;ด้วยดีไซน์ High-Class &amp;amp; Sporty เน้นสีแบบทูโทน ดำ-น้ำตาล คอนโซลหน้าสีดำ เบาะคู่หน้าดีไซน์ใหม่ เดินด้ายสีน้ำตาลอย่างพิถีพิถัน และพวงมาลัยสัมผัสใหม่ สีทูโทน พร้อมออกแบบให้มิติห้องโดยสารกว้างขวาง โอ่อ่า แบบ Sharp Horizontal Layers คมเข้ม เล่นระดับกับแผงข้างประตู ที่เติมเต็มอารมณ์ด้วยวัสดุตกแต่งพรีเมี่ยม สี Brown Cafe และ Satin Silver เพิ่มความสปอร์ตหรู &amp;nbsp;เหนือระดับไปอีกขั้น &amp;nbsp;และจัดวางสิ่งอำนวยสะดวกสบายตามหลัก Usability Design เน้นการใช้งานที่หลากหลาย พร้อมระบบความบันเทิงสมบูรณ์แบบของ ISUZU Ultimate Entertainment อีซูซุดีแมคซ์ &amp;nbsp;(NEW! ISUZU D-MAX) รุ่น CAB 4, HI-LANDER และ &amp;nbsp; SPACECAB เอกลักษณ์แห่งดีไซน์ที่หรูหรา สะดวกสบาย ตอบรับทุกเป้าหมาย ทุกการใช้งานในทุกด้านของการใช้ชีวิต &amp;nbsp;เท่ เต็มอารมณ์สปอร์ต &amp;nbsp;ด้วย ใหม่! กระจังหน้าแบบ Double Dimensions &amp;nbsp;ดีไซน์แบบทูโทน สี Chrome และ Dark Gray Metallic พร้อมไฟท้ายดีไซน์โทนสีเข้ม และ ใหม่! ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สีทูโทนดีไซน์แบบ Robust Radius ในรุ่น HI-LANDER &amp;nbsp;ยกระดับการออกแบบภายใน ด้วยการเลือกใช้วัสดุพรีเมี่ยม เติมเต็มความหรูด้วย Piano Black และ Satin Chrome พร้อมพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง โอ่อ่า แบบ Sharp Horizontal Layers คมเข้ม เล่นระดับกับแผงข้างประตู &amp;nbsp;เบาะนั่งดีไซน์ใหม่ โอบกระชับ พร้อมเทคโนโลยี COOLMAX &amp;nbsp;ช่วยลดการสะสมความร้อน เบาะนั่งคู่หน้าเทคโนโลยี AVEC (Anti Vibration Elastic Comfort) ซับแรงสั่นสะเทือน ลดความเมื่อยล้า สะดวกสบายด้วยระบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางในตำแหน่งที่นั่งคนขับ และ ใหม่! เกียร์อัตโนมัติ ใน HI-LANDER และ CAB 4 ในรุ่น LDA&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ &amp;nbsp;อีซูซุเอ็กซ์-ซีรี่ส์ (NEW! ISUZU X-SERIES) ยนตรกรรมดีไซน์เท่ แรงทะลุไมล์&amp;hellip;เร้าใจสไตล์เอ็กซ์ (INFINITE X-LIFE) ขีดสุดความเร้าใจสไตล์สปอร์ตที่มาพร้อมชุดแต่งจัดเต็มสุดร้อนแรง แรงจัดด้วยขุมพลังเครื่องยนต์อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ Gen 2 เติมเต็มพลังเรซซิ่งให้กับไลฟ์สไตล์ของคนหัวใจสปอร์ตที่พร้อมไปให้สุดแบบไม่ต้องมีลิมิต! โดยมาพร้อม ใหม่! กระจังหน้าแบบ Double Dimensions โดดเด่นสไตล์สปอร์ตด้วยดีไซน์แบบทูโทนสีดำ Glossy Black ผสานสีแดงเข้ม Garnet Red พร้อมไฟท้ายโทนสีเข้ม โฉบเฉี่ยวไม่ซ้ำใครด้วยสัญลักษณ์ ISUZU สีแดง &amp;nbsp;รุ่น SPEED &amp;nbsp; สติกเกอร์คาดหน้า-หลัง ดีไซน์เท่เป็นเอกลักษณ์ สีเทาพร้อมขอบแดงใหม่ Garnet Red คมเข้มสะดุดตา พร้อมสัญลักษณ์ X ที่ด้านหน้า &amp;nbsp; &amp;nbsp;รุ่น HI-LANDER &amp;nbsp; สติกเกอร์คาดหน้า-หลัง พร้อมสัญลักษณ์ X ที่ด้านหน้าตกแต่งขอบด้วยสีเงิน Silver-Gray ในรุ่นสีขาว / ตกแต่งขอบด้วยสีทอง Light Gold-Silver ในรุ่นสีดำ ใหม่! ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สีดำ Glossy Black ดีไซน์เท่แบบ Robust Radius เสริมความสปอร์ตพรีเมี่ยม โดดเด่นด้วยสัญลักษณ์ ISUZU สีแดง เข้มเต็มอารมณ์ &amp;nbsp; และ &amp;ldquo;ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์&amp;rdquo; (ALL-NEW ISUZU MU-X) &amp;hellip;ความสำเร็จใหม่ที่คุณกำหนด ยอดยนตรกรรมอเนกประสงค์ระดับหรู &amp;nbsp;ที่พร้อมขับเคลื่อนคุณไปสู่ความสำเร็จใหม่ได้ไม่สิ้นสุด เดินหน้าเพิ่มความมั่นใจด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยที่เหนือกว่ารถยนต์ในระดับเดียวกัน &amp;nbsp;ล่าสุดเพิ่ม ใหม่! Turn Assist with AEB ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อมีรถสวนทางขณะเลี้ยวขวา ในระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยล้ำหน้าล่าสุด เพิ่มความมั่นใจในทุกการเดินทาง นอกจากนี้ในรถอีซูซุทุกรุ่นยังได้เพิ่มฟังก์ชั่นใหม่ &amp;ldquo;เตือนการรับบริการ&amp;rdquo; เพื่อความสะดวกสบายของลูกค้าในการเข้ารับบริการหลังการขายจากอีซูซุ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119365</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, รถใหม่, อีซูซุ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_61630ce42ead4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119364</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 22:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 00:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยามาฮ่า ส่ง “R7” เติมเต็ม “Racing Series” ราคา 339,000 บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ เดินหน้าเสริมทัพด้วย YAMAHA YZF-R7 เติมเต็มไลน์อัพสปอร์ตไบค์ สานต่อความสำเร็จ Racing Seriesโดดเด่นด้วยรูปโฉมที่โฉบเฉี่ยว ถ่ายทอด Racing DNA อันเป็นเอกลักษณ์ของค่ายยามาฮ่าในพิกัดเครื่องยนต์ 700 ซีซี เปิดจองผ่านช่องทางออนไลน์ภายใต้ราคา 339,000 บาท พร้อมโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า 50 ท่านแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถจักรยานยนต์ยามาฮ่าในตระกูล Racing Series หรือ R-Series ได้รับความนิยมจากลูกค้ายามาฮ่าทั่วโลก นับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกในปี 1998 ถ่ายทอดดีเอ็นเอสายพันธุ์สปอร์ตจากรถแข่ง YAMAHA YZR-M1 ที่รู้จักกันเป็นอย่างดีบนเวที World GP รวมถึงในตลาดประเทศไทยซึ่งมาพร้อมการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค หลังจากที่ได้เพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าด้วย YZF-R1, YZF-R6, YZF-R3 และ YZF-R15&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ล่าสุด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด พร้อมสานต่อความสำเร็จเติมเต็มไลน์อัพ R-Series ด้วย YAMAHA YZF-R7 โดยนายพงศธร เอื้อมงคลชัย รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า &amp;ldquo;ในปีที่ 66 ของยามาฮ่า เราภูมิใจที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในความสำเร็จจากคำมั่นสัญญาที่ยามาฮ่าให้ไว้ว่าจะต้องสร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าและสังคมตลอดเวลา ในวันนี้ YAMAHA YZF-R7 จะเข้ามาตอบโจทย์สำหรับผู้ที่คลั่งไคล้การขับขี่ในสนามแข่ง และผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่รถในระยะทางไกลๆ หลังจากที่กลางปีที่ผ่านมา เราได้นำเสนอรถรุ่นนี้ในทวีปอเมริกาและยุโรป ซึ่งได้ผลตอบรับที่ดีมาก ทำให้เราเชื่อว่าความสำเร็จนี้จะเกิดขึ้นในประเทศไทยด้วยเช่นกัน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านนายธนะชัย เลขวณิชกุล ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายธุรกิจบิ๊กไบค์ กล่าวว่า &amp;ldquo;นอกจากการเปิดราคาในวันนี้แล้ว เรายังมาพร้อมข้อเสนอพิเศษเพื่อเอาใจผู้ที่ชื่นชอบรถสายพันธุ์ R-Series กับโปรโมชั่นที่เปิดให้ทุกท่านได้ทำการจองผ่านช่องทางออนไลน์ โดยสามารถสแกนคิวอาร์โค้ด เพื่อรับสิทธิพิเศษมากมาย นอกจากนี้ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ยังคงเน้นย้ำในการทำการตลาด ตลอดจนบริการหลังการขาย เพื่อตอบสนองทุกความต้องการให้กับลูกค้าทุกท่าน เพราะยามาฮ่าไม่เพียงส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพเท่านั้น เรายังส่งมอบประสบการณ์และความสนุกสนานในการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของยามาฮ่าตลอดทั้งปี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
YAMAHA YZF-R7 เปิดจองผ่านช่องทางออนไลน์ที่ https://forms.gle/dVdQgzGyEfM11G3F6 พร้อมลุ้นรับสิทธิพิเศษดาวน์เพียง 7,900 บาท พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และฟรีประกันภัยชั้น 1 สำหรับลูกค้า 200 ท่านแรก และพิเศษสุดสำหรับลูกค้า 50 ท่านแรกที่จองเข้ามาในระบบออนไลน์ จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรม Yamaha Racing Practice หรือ BRIC trackday ฟรี จำนวน 4 ครั้ง บนแทร็คระดับโลกอย่าง สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับ YAMAHA YZF-R7 มาพร้อมกับเครื่องยนต์แบบ CP2 ขนาด 689 ซีซี ที่เป็นเอกลักษณ์ของยามาฮ่า ให้อัตราเร่งที่เข้มข้นด้วยแรงบิดอันทรงพลัง เพื่อประสบการณ์ในการขับขี่ที่เร้าใจอย่างแท้จริงทั้งบนสนามแข่งและบนถนน ดีไซน์แบบซูเปอร์สปอร์ตด้วย R-Series DNA ดีไซน์ไฟหน้าแบบสปอร์ตเซ็นเตอร์ส่องสว่างเด่นชัดด้วยไฟ LED อยู่ที่ศูนย์กลาง สง่างามด้วยไฟ Day light คู่ที่ดุดันแบบฉบับของรถในตระกลู R-DNA อย่างแท้จริง ชุดแฟริ่งถูกออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ สอดรับกับตัวถังที่ถูกออกแบบมาให้มีความกระชับเพื่อรับกับระบบแอโรไดนามิกได้อย่างลงตัว ตามแบบของรถสไตล์สปอร์ต เจเนอเรชันใหม่ที่โดดเด่น ให้ R/World เป็นจริงสำหรับผู้ขับขี่ที่แสวงหาความตื่นเต้นและเร้าใจ เฟรมถูกปรับแต่งมาเป็นพิเศษให้มีน้ำหนักเบา แต่ยังคงความแข็งแรงของแชสซี เร้าใจด้วยระบบ ASSIST &amp;amp; SLIPPER CLUTCH เพื่อการควบคุมที่ดีในขณะที่ต้องการลดความเร็วอย่างต่อเนื่อง และรวดเร็ว ระบบเบรกและระบบกันสะเทือนระดับท็อปคลาสของ YZF-R7 ให้การควบคุมที่ดีทุกครั้งในขณะเข้าโค้ง เบรกทรงสมรรถนะเพิ่มความมั่นใจสไตล์เรซซิ่ง
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119364</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยามาฮ่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_61630c4d16744.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 22:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 00:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาสด้า เผยยอดขายโต 64% อัดแคมเปญ MAZDA TRIPLE BONUS </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาสด้าเปิดเผยยอดจำหน่ายรถยนต์มาสด้าประจำเดือนกันยายนที่ผ่านมา เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 64% ที่สำคัญเติบโตเพิ่มขึ้นทุกรุ่นทั้งครอสโอเวอร์เอสยูวี CX-Series และรถยนต์นั่ง ชี้เศรษฐกิจไทยเริ่มส่งสัญญาณปรับตัวดีขึ้น ประกาศเดินหน้าเต็มกำลังเตรียมส่งรถใหม่ลุยไตรมาสสุดท้ายของปี พร้อมอัดแคมเปญพิเศษ &amp;ldquo;MAZDA TRIPLE BONUS รับดีลสุดคุ้ม คว้าโบนัส 3 ต่อ&amp;rdquo; ให้กับลูกค้าใหม่ ระหว่างวันที่ 9 &amp;ndash; 17 ตุลาคม 2564 กับ ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% ขับฟรี 3 เดือน ฟรีของพรีเมี่ยมสุดพิเศษ และมอบความคุ้มอีก 3 ต่อ ให้ลูกค้าปัจจุบันที่นำรถเข้ารับบริการ ระหว่างวันที่ 1 &amp;ndash; 31 ตุลาคม 2564 เมื่อซื้อยาง 3 เส้น แถมฟรี 1 เส้นหรือรับส่วนลดสูงสุด 1,200 บาท ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน ทุกสินค้าและบริการ และส่วนลดค่าแรงสูงสุด 50% ที่โชว์รูมและศูนย์บริการมาสด้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับเดือนกันยายน 2564 ที่ผ่านมา ยอดขายรถยนต์มาสด้ามีการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกรุ่น เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนสิงหาคม 2564 โดยมาสด้า2 ยังคงเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มียอดขายที่ 1,799 คัน หรือเติบโตขึ้นถึง 86% ตามมาด้วย มาสด้า CX-30 จำนวน 484 คัน เพิ่มขึ้น 47% มาสด้า CX-3 จำนวน 350 คัน เพิ่มขึ้น 24% รถปิกอัพมาสด้า บีที-50 จำนวน 144 คัน เพิ่มขึ้น 106% มาสด้า3 จำนวน 122 คัน เพิ่มขึ้น 28% มาสด้า CX-5 จำนวน 46 คัน เพิ่มขึ้น 7% และมาสด้า CX-8 จำนวน 35 คัน เพิ่มขึ้น 35% ตามลำดับ จึงทำให้เดือนที่ผ่านมามาสด้ามียอดขายรถยนต์รวมทุกรุ่นอยู่ที่ 2,980 คัน หรือเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 64% ในขณะที่ยอดขายสะสมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนกันยายน 2564 มีจำนวนทั้งสิ้น 25,813 คัน ลดลงเล็กน้อยเพียง 1% โดยแบ่งออกเป็นรถอเนกประสงค์ตระกูล CX-Series จำนวน 9,698 คัน หรือเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 27% ในขณะที่รถยนต์นั่งมียอดขายรวมที่ 15,155 คัน ลดลงเล็กน้อยเพียง 9% ส่วนรถปิกอัพ มาสด้า บีที-50 เริ่มกลับมาได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้น มียอดสะสมจำนวน 960 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาสด้ามั่นใจว่าภาพรวมเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ในช่วงไตรมาสสุดท้ายจะกลับมาสดใส เนื่องจากเป็นช่วงที่ลูกค้าจับจ่ายใช้สอยกันมากที่สุด ประกอบกับกำลังเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร ภาคธุรกิจและประชาชนต่างขานรับต่อนโยบายของภาครัฐต่อการเปิดประเทศ จึงเชื่อว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจกลับมาหมุนเวียนและส่งผลดีต่อภาพรวมอุตสาหกรรมรถยนต์ ซึ่งมาสด้าได้เตรียมความพร้อมเพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมรถยนต์อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งความพร้อมด้านกลยุทธ์ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านผลิตภัณฑ์ การขาย การบริการ กิจกรรมส่งเสริมการตลาด รวมถึงการเปิดตัวโมเดลธุรกิจแบบใหม่ ซึ่งลูกค้าจะได้สัมผัสในเร็วๆ นี้ เชื่อว่าจะมาเติมเต็มและตอบรับความต้องการของลูกค้าในยุคปัจจุบัน และช่วยให้มาสด้าเดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่วางไว้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ เพื่อเป็นการตอบรับต่อกำลังซื้อที่กำลังจะกลับมาและมอบความคุ้มค่ายิ่งขึ้นให้กับลูกค้า มาสด้าได้เตรียมโปรโมชั่นสุดพิเศษกับแคมเปญ &amp;rdquo;MAZDA TRIPLE BONUS รับดีลสุดคุ้ม คว้าโบนัส 3 ต่อ&amp;rdquo; โดยมอบข้อเสนอให้กับทั้งลูกค้าที่ต้องการออกรถใหม่และลูกค้าปัจจุบันถึง 3 ต่อ ได้แก่ ลูกค้าที่ต้องการออกรถใหม่ พบกับข้อเสนอสุดพิเศษที่โชว์รูมมาสด้า ในระหว่างวันที่ 9&amp;ndash;17 ตุลาคม 2564 กับความคุ้ม ต่อที่ 1 ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% หรือ ต่อที่ 2 ขับฟรี 3 เดือน เมื่อซื้อรถยนต์มาสด้าทุกรุ่น และต่อที่ 3 สำหรับลูกค้า 800 ท่านแรก ที่จองรถภายในงาน 3,000 บาท และออกรถภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2564 รับฟรีของพรีเมี่ยมสุดพิเศษกล่องฆ่าเชื้อโรค UV-C จาก Philips มูลค่า 1,590 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลูกค้าปัจจุบันที่นำรถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาสด้า รับโปรโมชั่นพิเศษ ต่อที่ 1 เมื่อซื้อยาง 3 เส้น แถมฟรี 1 เส้น หรือ รับส่วนลดสูงสุด 1,200 บาท ต่อที่ 2 ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน ทุกสินค้าและบริการ และต่อที่ 3 ส่วนลดค่าแรงสูงสุด 50%ระหว่างวันที่ 1-31 ตุลาคม 2564 ณ ศูนย์บริการมาตรฐานมาสด้าทั่วประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119363</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาสด้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_61630bfd319fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 22:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจาะลึกการออกแบบลายพรางของ #NextGenRanger </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เทคนิคการพรางสายตาด้วยลวดลายที่ซับซ้อน ชวนสับสน เป็นสิ่งที่ผู้ผลิตรถยนต์หลายแบรนด์นำมาใช้ปิดบังความลับขั้นสุดยอดของรถยนต์ต้นแบบจากการจับตาของผู้พบเห็น โดยลวดลายเหล่านั้นได้รับการออกแบบมาอย่างแยบยลเพื่อลวงตาและป้องกันไม่ให้ผู้คนคาดเดาจุดเด่นต่างๆ ของรถได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เทคนิคอำพรางดวงตาล่าสุดของรถฟอร์ดได้รับแรงบันดาลใจมาจากรูปทรงเหลี่ยมของรถฟอร์ด บรองโก อาร์ ซึ่งเป็นรถต้นแบบที่ฟอร์ดส่งลงแข่งขันในรายการบาฮา 1000 &amp;nbsp; ลายพรางที่ใช้ปกปิดรูปโฉมของฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชั่นใหม่ ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา ประกอบด้วยรูปทรงเรขาคณิตสีน้ำเงิน ดำ และขาว จำนวนหลายพันชิ้นที่นำมาเรียงต่อกัน แม้จะยังไม่พร้อมเผยให้เห็นดีไซน์ใหม่ทั้งหมด แต่ฟอร์ดก็ไม่ได้ปกปิดว่านี่คือ ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชั่นใหม่ ด้วยการติดแฮชแท็ก #NextGenRanger แถมยังติดคิวอาร์โค้ดแนะนำกระบะพันธุ์แกร่งรุ่นล่าสุดลงไปบนลวดลายนั้นเสียเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลายพรางนี้ได้รับการออกแบบโดยทีมนักออกแบบจากฟอร์ด ดีไซน์ เซ็นเตอร์ ในเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ด้วยเทคนิคการลวงตาที่ทำให้ยากต่อการคาดคะเนองค์ประกอบต่างๆ ภายนอกตัวรถในช่วงเวลากลางวัน ขณะที่ชิ้นส่วนสะท้อนแสงที่แทรกอยู่ยังช่วยซ่อนรูปลักษณ์อันโดดเด่นของฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชั่นใหม่ ในเวลากลางคืนได้เป็นอย่างดี ทีมออกแบบใช้เวลากว่าสองเดือนในการพัฒนาและทดสอบลายพรางดิจิทัลนี้ ก่อนจะพิมพ์ลายลงบนไวนิลอีกสองขั้นตอน ซึ่งต้องใช้เวลาทั้งหมดสองวัน โดยชั้นรองพื้นครอบคลุมรถยนต์ทั้งคันประกอบด้วยรูปทรงเรขาคณิตสีน้ำเงิน ดำ และขาว เหมือนการหุ้มรถทั่วไป และยังมีการตกแต่งชั้นที่สองด้วยวัสดุสะท้อนแสง มากถึง 100 ชิ้น ซึ่งต้องติดด้วยมือทีละชิ้นรอบคัน เราวางแผนที่จะแกะลายพรางนี้ออกจากตัวรถฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชั่นใหม่ ปลายปีนี้ ก่อนที่จะมีการเปิดตัวในปีถัดไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119362</URL_LINK>
                <HASHTAG></HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_61630b9a64050.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119361</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 22:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2021 12:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บริดจสโตนตอกย้ำผู้นำตลาดยางรถยนต์ตัวจริง ต่อเนื่อง 10 ปีซ้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริดจสโตน ตอกย้ำความเป็นที่สุดในการเป็นผู้นำตลาดยางรถยนต์ตัวจริง คว้ารางวัล &amp;ldquo;แบรนด์ยอดนิยมอันดับหนึ่งของประเทศไทย&amp;rdquo; ประเภทยางรถยนต์ หรือ &amp;ldquo;No.1 Brand Thailand 2020-2021&amp;rdquo; ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 ซึ่งเป็นผลจากการสํารวจความคิดเห็นของผู้บริโภคทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด โดย บัณฑิต จันทรคณา ผู้จัดการฝ่ายการตลาดปฏิบัติการ รับรางวัลเกียรติยศ &amp;ldquo;แบรนด์ยอดนิยมอันดับหนึ่งของประเทศไทย&amp;rdquo; ประเภทยางรถยนต์ หรือ &amp;ldquo;No.1 Brand Thailand 2020-2021&amp;rdquo; ซึ่งมาจากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ โดยนิตยสาร Marketeer ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 สะท้อนภาพลักษณ์ความแข็งแกร่งของแบรนด์บริดจสโตนที่สามารถครองใจผู้บริโภคได้อย่างยาวนาน ด้วยเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นสู่การเป็นองค์กรผู้ส่งมอบโซลูชั่นด้านการเดินทางอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;โซลูชั่นของทุกจุดหมายที่แตกต่าง หรือ Solutions for Your Journey&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริดจสโตนมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจโดยให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลางสำคัญ (Customer-Centric) ในการรับฟังความต้องการ ศึกษาพฤติกรรมและข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค ด้วยการนำเสนอโซลูชั่นผ่านนวัตกรรมที่มีส่วนช่วยในการแก้ไขปัญหา ตรงกับความต้องการและความพึงพอใจของผู้บริโภค จึงทำให้บริดจสโตนเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และเป็นอันดับหนึ่งในใจของผู้บริโภคชาวไทย บริดจสโตนขอขอบคุณทุกความเชื่อมั่น และมอบความไว้วางใจในแบรนด์บริดจสโตนเสมอมา ทั้งนี้ บริดจสโตนยังคงดำเนินพันธกิจเหล่านี้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119361</URL_LINK>
                <HASHTAG></HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_61630b3c2c4e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119360</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 22:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2021 09:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิสสัน มั่นใจ อี-พาวเวอร์ รับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิสสัน ประเทศไทย มั่นใจในเทคโนโลยีอี-พาวเวอร์ ที่สามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ของรถยนต์ไฟฟ้าให้ลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ ส่งแคมเปญ Worry-Free ด้วยความมั่นใจในคุณภาพจากประสบการณ์ และความเป็นผู้นำเทคโนโลยียานยนต์พลังงานไฟฟ้ามานานกว่า 74 ปี ยืนยันด้วยรางวัลเทคโนโลยียอดเยี่ยมแห่งปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิสสัน มั่นใจมอบแคมเปญ Worry-Free รับประกันรับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง เพราะผู้สนใจรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามักจะกังวลเกี่ยวกับราคาของแบตเตอรี่ แต่สำหรับนิสสันที่มีความเชี่ยวชาญในรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ยังมอบการรับประกันระบบ e-POWER 5 ปี หรือ 100,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถคืนรถได้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ลูกค้ารับรถ ตามเงื่อนไขที่กำหนดของบริษัทฯ นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอพิเศษอื่นๆ อีกมากมายภายใต้แคมเปญ Worry-Free เช่น บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และเช็กระยะ 10 ครั้ง ตั้งแต่ 10,000-100,000 กิโลเมตร ฟรีกับแพ็คเกจ SAVESAFE แพลตตินั่ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อิซาโอะ เซคิกุจิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย เปิดเผยว่า นิสสันมีประสบการณ์ในรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามานานกว่า 74 ปี บริษัทฯ เลือกเทคโนโลยีอี-พาวเวอร์ ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น เพราะสามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ของรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยความมั่นใจว่าเทคโนโลยีอี-พาวเวอร์ สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่สนใจรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% บริษัทฯ จึงมอบแคมเปญ Worry-Free เพื่อให้ลูกค้าได้มั่นใจในเทคโนโลยีอี-พาวเวอร์เช่นเดียวกับนิสสัน ระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% โดยมีเครื่องยนต์ผลิตกระแสไฟฟ้านั้นเรียกได้ว่าเป็นแอดวานซ์ ไฮบริด ซึ่งแตกต่างกับไฮบริดทั่วไปที่ประสบการณ์ในการขับขี่ และการประหยัดน้ำมันที่มากกว่าโดยเฉพาะการขับขี่ในเมือง ลูกค้านิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์มั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับประสบการณ์การขับขี่ของรถไฟฟ้าแบบไร้กังวล แคมเปญสุดพิเศษสำหรับนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์นี้จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 ต่อเนื่องไปจนกว่าจะมีการประกาศเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119360</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, นิสสัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_61630ad9b904c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
