<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109072</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2021 17:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2021 17:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุชาติ&#039; ปัด วิป 4 ฝ่าย เคาะฉีดวัคซีนเข็ม 3 ให้บรรดาผู้ทรงเกียรติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ค.64 - นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงกรณีที่มีการเสนอให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เข็มที่ 3 ให้กับ ส.ส.-ส.ว.รวมถึงบุคลากรรัฐสภา เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในพื้นที่รัฐสภา โดยมีการระบุ เป็นมติที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร (วิป 4 ฝ่าย) เป็นเหตุให้มีส.ส.บางคนวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงว่า ภายหลังจากรับฟังข้อท้วงติงจาก ส.ส.ในระหว่างการประชุมสภาฯ ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า เป็นข้อมูลจากการการแถลงข่าวภายหลังการประชุมวิป 4 ฝ่าย ที่ตนเป็นประธาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามยืนยันว่า ในที่ประชุมวันนั้น ได้หารือถึงมาตรการด้านสาธารณสุขในพื้นที่รัฐสภาอย่างเข้มข้น ตลอดจนการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด แบบ Swab แก่สมาชิกรัฐสภาสัปดาห์ละ 1 ครั้งเท่านั้น มีช่วงหนึ่งที่ที่ประชุมมีการวิเคราะห์ถึงภาพรวมของสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นว่า ในอนาคตจำเป็นต้องมีการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้แก่ประชาชนทุกคนในประเทศ โดยเฉพาะกับบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อระงับยับยั้งและแก้ไขปัญหาการแพร่กระจายเชื้อโควิด เช่นเดียวกับหลายประเทศที่เริ่มฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ให้กับประชาชนแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ยืนยันว่า ไม่ได้จำเพาะเจาะจงว่าต้องจัดหาวัคซีนเข็มที่ 3 สำหรับ ส.ส.หรือ ส.ว.แต่อย่างใดยืนยันเป็นเพียงการวิเคราะห์สถานการณ์เท่านั้น ที่ประชุมไม่มีมติ หรือการเสนอใดๆเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ให้กับ ส.ส.และ ส.ว.แต่อย่างใด เป็นเรื่องที่ผู้แถลงข่าวกล่าวคลาดเคลื่อน หรือเป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวถึงภาพรวมสถานการณ์เท่านั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109072</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนโควิด19, สุชาติ ตันเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210708/image_big_60e6cd0362b30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94018</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่เป็นความจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้เกมซักฟอกจะจบไปแล้ว แต่ผลพวงยังพ่นพิษไม่หยุดหย่อน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงแม้ฝ่ายค้านจะคว่ำรัฐบาลไม่ได้ ด้วยเพราะธรรมชาติของระบบรัฐสภาใช้เสียงข้างมากตัดสิน แต่รัฐบาลกลับเล่นกันเอง ทำให้ฝ่ายค้านยืนหัวเราะฟันโยก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานนี้รู้หมดใครมีไส้กี่ขด นิสัยเป็นยังไงกันบ้าง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะการโหวตไว้วางใจ ไม่ไว้วางใจ นอกจากงูเห่าโผล่กันยั้วเยี้ยแล้ว ยังมีพวกจับกลุ่มรับจ๊อบเป็นงานๆ ต่อรองผลประโยชน์ ว่ากันว่าเงินสะพัดอิ่มกันพุงกาง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำเอาแต่ละพรรคการเมืองกระเพื่อม ผู้บริหารพรรคนอนก่ายหน้าผาก จะลงโทษด้วยการขับออกจากพรรคก็ไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญรับรองสิทธิ์ ส.ส.ให้เป็นอิสระ ไม่ตกอยู่ภายใต้อาณัติของใคร&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วกกลับมาที่บรรยากาศในห้องประชุมสภากันบ้าง&amp;nbsp; ตลอดเวลาของการอภิปรายก็เป็นห่วงกันว่าจะทันตามเวลาที่กำหนดไว้หรือไม่ เพราะขาประท้วงที่แต่ละพรรคจัดตั้งขึ้นมาไม่สนใจเรื่องเวลา ยึดอย่างเดียวว่าป่วนได้ก็ป่วน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้ พ่อมดดำ-สุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ซึ่งขณะนั้นทำหน้าที่ประธานการประชุม เล่าให้เหล่า ส.ส.ฟังในช่วงเช้าว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ในอดีตเคยอภิปรายกันถึง 3 วัน 3 คืน แต่รัฐบาลโดย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ท่านลุกขึ้นตอบสั้นๆ ว่า สิ่งที่กล่าวมาไม่เป็นความจริง ซึ่งก็ถือเป็นสิทธิ์ของผู้ชี้แจงที่จะพูดเท่านี้ก็สามารถทำได้&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตกเย็นวันเดียวกัน ภายหลังที่ นิคม บุญวิเศษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังปวงชนไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจ&amp;nbsp; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รับเหล็กไหลจาก คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังไทยรักไทย ซึ่งเป็นการรับของกำนัลเกิน 3,000&amp;nbsp; บาท ผิดกฎหมาย ป.ป.ช. รวมทั้งประเด็นล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยมีการใช้อำนาจหน้าที่แทรกแซง เอื้อผลประโยชน์พวกพ้อง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอถึงคิว ลุงป้อม ลุกขึ้นชี้แจง กระจอกข่าวตั้งแท่นพิมพ์ตาม แต่ปรากฏว่าเจ้าตัวตอบสั้นๆ &amp;ldquo;สิ่งที่ท่านพูดมาไม่เป็นความจริงเลย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฮั่นแน่ เลียนแบบพ่อใหญ่จิ๋วหรือเปล่าเนี่ย อิอิ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มินนี่เมาธ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94018</URL_LINK>
                <HASHTAG>คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล, คันปากอยากเล่า, นิคม บุญวิเศษ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, มินนี่เมาธ์, สุชาติ ตันเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 11:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 11:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พ่อมดดำ&#039;เตือนพรรคการเมืองคิดให้ดีก่อนเช็คบิลส.ส.แหกมติ ชี้รธน.ให้ผู้แทนฯมี&#039;เอกสิทธิ์-อิสระ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ.64- &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 กล่าวถึงกรณี ส.ส.ลงมติในญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคลไม่เป็นไปตามมติพรรค และแต่ละพรรคมีการตั้งกรรมการสอบสวนว่า ประเด็นนี้ไม่ควรมองในมิติเสถียรภาพของรัฐบาล ความเป็นเอกภาพของฝ่ายค้าน หรือมารยาททางการเมืองเพียงอย่างเดียว จำเป็นต้องมองในมุมของหลักการ และเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญต่อการทำหน้าที่ของ ส.ส.ด้วย โดยรัฐธรรมนูญ 2560 ได้บัญญัติเกี่ยวกับความเป็นอิสระ และเอกสิทธิ์ของ ส.ส.ไว้ในหลายส่วน อาทิ มาตรา 114 ที่ระบุว่า ส.ส.ย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงําใดๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่มาตรา 124 ก็ระบุว่า ในที่ประชุมสภาฯ ที่ประชุมวุฒิสภา หรือที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา สมาชิกผู้ใดจะออกเสียงลงคะแนน ย่อมเป็นเอกสิทธิ์โดยเด็ดขาด ตลอดจนข้อบังคับสภาฯ ข้อ 178 วรรคหนึ่ง ก็ได้กำหนดไว้สอดคล้องกัน คือ ทั้งในการอภิปราย หรือการลงมติ สมาชิกของพรรคการเมืองย่อมมีอิสระไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงำใดๆ เพื่อเป็นหลักประกันในการทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนของปวงชนชาวไทย ที่ต้องมีอิสระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การลงมติใดๆของ ส.ส.แต่ละคนย่อมเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส.ผู้นั้นที่จะไม่อยู่ในอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงำใดๆ ตามที่รัฐธรรมนูญและข้อบังคับสภาฯ ได้บัญญัติรองรับไว้อย่างชัดเจนว่า ส.ส.ย่อมอยู่ภายใต้หลักของการทำหน้าที่ด้วยความเป็นอิสระเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ซึ่งเป็นหลักการทั่วไปของการปกครองระบอบประชาธิปไตย&amp;rdquo; นายสุชาติ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชาติ กล่าวต่อว่า การดำเนินการของพรรคการเมืองเพื่อสอบสวน ส.ส.ที่ไม่ลงมติตามมติพรรคนั้นสามารถกระทำได้ภายใต้ข้อบังคับของพรรคการเมืองนั้นๆ เพื่อแสวงหาเหตุผลที่ ส.ส.ไม่ปฏิบัติตามมติพรรค และนำไปชี้แจงต่อประชาชน รวมทั้งผู้ที่ได้รับผลกระทบ ในกรณีฝ่ายรัฐบาล อาจจะเป็นเพราะรัฐมนตรีผู้นั้นชี้แจงข้อกล่าวหาได้ไม่ชัดเจน ก็เป็นรัฐมนตรี หรือพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล ต้องดำเนินการชี้แจงเพิ่มเติม ด้าน ส.ส.ฝ่ายค้านก็อาจมองรัฐมนตรีชี้แจงได้ชัดเจนดีแล้วจึงลงมติไว้วางใจให้ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการจะสอบสวนเพื่อนำไปสู่การลงโทษ ซึ่งข้อบังคับของแต่ละพรรคกำหนดโทษสูงสุดถึงขั้นขับออกจากพรรคนั้น ควรต้องพึงระวังว่าอาจจะขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 เข้าข่ายการกระทำที่ไม่เป็นไปตามที่รัฐธรมนูญกำหนด หรือเป็นลักษณะที่ยินยอมให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมืองหรือไม่ ยกตัวอย่าง หากใช้เหตุผลว่าพรรคร่วมรัฐบาลไม่พอใจ แล้วมาสอบสวนหรือลงโทษ ส.ส.ที่สังกัดพรรคตัวเอง อาจเข้าข่ายคนนอกครอบงำ เป็นเหตุให้นำไปสู่การร้องขอให้ยุบพรรคการเมืองนั้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชาติ กล่าวอีกว่า ในฐานะที่อยู่ในระบบพรรคการเมืองมาตลอด และเข้าใจดีถึงความสำคัญของความเป็นเอกภาพของพรรคการเมือง ยืนยันว่าไม่ได้ต้องการให้ท้ายหรือสนับสนุนให้ ส.ส.แหกมติพรรค แต่ต้องไม่ลืมว่า มติพรรคไม่ได้มีสภาพบังคับตามกฎหมาย &amp;nbsp;เป็นเพียงธรรมเนียมปฏิบัติเพื่อรักษาความเป็นเอกภาพของพรรค แต่เมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดไว้เช่นนี้พรรคต้นสังกัดก็ย่อมต้องให้เกียรติวิจารณญาณของ ส.ส.ด้วยเช่นกัน เพราะแม้ ส.ส.จะต้องสังกัดพรรคการเมือง และอยู่ภายใต้ข้อบังคับของพรรคการเมือง แต่ก็ไม่มีกฎหมายใดจะอยู่เหนือรัฐธรรมนูญที่ให้อิสระไว้ได้ อีกทั้งการยึดติดให้ ส.ส.ต้องปฏิบัติตามมติพรรคอย่างเคร่งครัดก็อาจนำไปสู่ระบบใบสั่ง ทำให้ ส.ส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชน ไม่มีเสรีภาพในการออกเสียงอย่างเป็นอิสระ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเห็นว่าการลงมติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจฯของ ส.ส.เป็นวิจารณญาณของผู้นั้นที่จะตัดสินใจได้โดยอิสระ แต่ในทางกลับกันหากการลงมติของ ส.ส.ผู้นั้นไม่เป็นไปตามมติพรรค เพียงเพื่อแลกรับผลประโยชน์ต่างตอบแทนใดๆ หรือมีวาระส่วนตัวซ่อนเร้น ก็เป็นเรื่องที่ควรต้องถูกประณามและลงโทษในแง่จริยธรรมเช่นกัน หากชี้แจงไม่ได้หรือมีหลักฐานชัดเจน&amp;rdquo; นายสุชาติ ระบุ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93938</URL_LINK>
                <HASHTAG>สุชาติ ตันเจริญ, เอกสิทธิ์ส.ส., โหวตซักฟอกรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210223/image_big_60348595aad6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2020 17:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2020 17:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองประธานสภาฯ รับหนุ่มป่วยโควิดเป็นคณะทำงาน เพิ่งรู้มีชื่อพัวพันบ่อนพนัน-สั่งถอดออกแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ธ.ค.63 - นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กล่าวถึงกรณีชายชาว จ.ระยอง อายุ&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ปี ที่เป็นผู้ติดตามของผู้มาชี้แจงในอนุ กมธ.ศึกษาผลกระทบคาสิโนออนไลน์&amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;ธ.ค. ก่อนตรวจพบว่า ต้องสงสัยจะติดเชื้อโควิดในวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ธ.ค. และถูกระบุว่าเป็นคณะทำงานของข้าราชการการเมืองระดับสูงของสภาฯว่า บุคคลดังกล่าวมีชื่อเป็นคณะทำงานของตนเองจริง โดยได้รับการแนะนำจาก นายเสริมศักดิ์ การุญ อดีตส.ส.ระยอง และอดีตรัฐมนตรีช่วยหลายกระทรวง ให้เข้ามาช่วยงาน เมื่อพิจารณาจากประวัติด้านการศึกษาที่เกี่ยวกับการบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยชื่อดัง เป็นคนรุ่นใหม่ จึงรับเข้ามาเป็นคณะทำงาน แต่ไม่ได้มอบหมายเรื่องใดเป็นพิเศษ มีเพียงการประสานงานด้านการเมืองในพื้นที่จ.ระยอง และพื้นที่ภาคตะวันออกบ้างเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ไม่ได้พบกับคณะทำงานคนดังกล่าวมาระยะหนึ่งแล้ว เพิ่งได้รับรายงานและทราบจากข่าวว่า เป็นผู้ติดตามของผู้ชี้แจงต่ออนุ กมธ.ฯที่สภาฯ และติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ซึ่งช่วงเวลาที่มีการสงสัยว่า ติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ก็ไม่ได้เข้ามาพบตนแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มีการระบุว่า บุคคลดังกล่าวเป็นลูกเจ้าของบ่อนการพนันในจ.ระยอง นายสุชาติกล่าวว่า เรื่องนี้ ไม่ทราบ เพราะก่อนรับมาเป็นคณะทำงาน ได้มีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมแล้ว ไม่ปรากฎว่ามีคดีความหรือประวัติเสื่อมเสียแต่อย่างใด มาทราบจากข่าวเช่นกันว่า อาจมีการยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจผิดกฎหมาย จึงได้สั่งการให้ถอนชื่อออกจากคณะทำงานของตนไปแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88218</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ่อมดดำ, รองประธานสภาฯ, สุชาติ ตันเจริญ, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200226/image_big_5e562b17d3a43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68692</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกแรกกลางรายการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกหนึ่งประเด็นที่ยังถูกจัดอยู่ในประเด็นการเมือง แม้อีกฝ่ายจะอยู่ในวงการบันเทิงก็ตาม ในกรณีของ &amp;quot;คุณเอ๋&amp;quot; ปารีณา ไกรคุปต์ &amp;nbsp;ส.ส.พปชร. คนดังจากจังหวัดราชบุรี กับ &amp;quot;คุณบุ๋ม&amp;quot; ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ดารานักแสดง จากชนวนเหตุคือ แฮชแท็ก &amp;quot;หมีเหม็น&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งทั้งสองได้มีการปะทะกันผ่านโลกโซเชียลเป็นระยะๆ โดยหมัดเด็ดของฝ่ายเอ๋คือ ท้าให้อดีตนางสาวไทยเมื่อปี 2543 มาลง ส.ส.เขตให้รู้แล้วรู้รอด ขณะที่ฝากของ ดร.บุ๋ม ก็บอกว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นจะเรียก &amp;quot;สงครามนางงาม&amp;quot; เพราะว่าอีกฝ่ายที่เป็นอดีตรุ่นน้องร่วมเวทีประกวดในปี 2544 ตกรอบเสียก่อน จึงเปรียบว่าเป็นสงครามนางงามไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ประจันหน้ากันจะจะเป็นครั้งแรกในรายการแฉ ของ &amp;ldquo;มดดำ&amp;rdquo; คชาภา ตันเจริญ ลูกชายของ สุชาติ ตันเจริญ ส.ส.คนดังของ พปชร. แต่แม้คุณพ่อจะทำงานกับฝ่ายรัฐบาล แต่ตัวของลูกชายเองกลับมีจุดยืนทางการเมืองที่อยู่ฝั่งตรงข้าม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยตัวพิธีกรคนดังเองสนับสนุนการทำงานของพรรคอนาคตใหม่อย่างชัดเจนเช่นกัน แน่นอนว่า พอปารีณามาออก ก็โดนทั้งแขวะ ทั้งแซะ แต่ก็ไม่มีออกอาการให้เห็นแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนจะจบรายการ พอพิธีกรถามว่า ที่พูดออกมานี่เป็นการแสดงรึเปล่า &amp;ldquo;ไม่เคย ไม่ใช่นักแสดง แสดงไม่เป็น ไม่เคยแบบว่า วันนึงด่า ด่า ด่า ด่า ด่า เช้าร้องไห้&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอถามกลับว่า &amp;ldquo;นี่เท่ากับแขวะคุณบุ๋มรึเปล่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปารีณาตอบหน้าตายก่อนออกท่าทาง หันไปมองคู่กรณีแล้วถามว่า &amp;ldquo;ร้อนไหมล่ะ&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้จังหวะนั้นจะมีเสียงหัวเราะกลบเกลื่อน แต่สุดท้ายแล้วบุ๋มปนัดดาก็โพสต์ข้อความพร้อมแฮชแท็กว่า #ใต้เลขห้ามีภูเขาไฟซ่อนอยู่ ขณะที่อีกฝ่ายยังคงนิ่งสบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากเปรียบเป็นมวย หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นมวยถูกคู่ แต่มองจากยกแรกแล้ว สาวเอ๋ได้คะแนนจากกรรมการไปแบบเอกฉันท์เลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:right&quot;&gt;ใบไม้ห้าแฉก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68692</URL_LINK>
                <HASHTAG>คชาภา ตันเจริญ, คันปากอยากเล่า, ปนัดดา วงศ์ผู้ดี, ปารีณา ไกรคุปต์, สุชาติ ตันเจริญ, ใบไม้ห้าแฉก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาไฟเขียวตั้งกมธ.ศึกษาCPTPP</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กกร.คงจีดีพีปีนี้ -5% ห่วงประชาชนตกงานยาว ฉุดสถานการณ์ย่ำแย่ตามหลังผลกระทบโควิด &amp;nbsp;บี้รัฐอัดเม็ดเงินฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก หนุนไทยเข้าร่วมเจรจา CPTPP หวั่นตกขบวนการค้า สภารุมถล่มได้ไม่คุ้มเสีย ก่อนไฟเขียวตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า เศรษฐกิจไทยเดือนเมษายน 2563 ล้วนหดตัวในทุกเครื่องชี้วัด ไม่ว่าจะเป็นการส่งออก การผลิต การบริโภคและการลงทุน &amp;nbsp;มีเพียงการใช้จ่ายภาครัฐที่ขยายตัวเท่านั้น โดยเหตุผลหลักมาจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่หยุดชะงัก ในช่วงของการล็อกดาวน์ทั้งในประเทศและหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งเผชิญการระบาดที่รุนแรงของไวรัสโควิด-19 แม้สถานการณ์โควิด-19 ในไทยจะดีขึ้นจนภาครัฐคลายล็อกให้กิจการต่างๆ กลับมาเปิดดำเนินการตั้งแต่เดือน พ.ค. (เฟส 1-3) รวมทั้งมีมาตรการเยียวยาเพื่อบรรเทาผลกระทบหลายด้าน ซึ่งทำให้เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ด้วยกำลังซื้อครัวเรือนที่อ่อนแอและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งเศรษฐกิจโลกที่อยู่ในภาวะถดถอย และยังมีความเสี่ยงจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนที่ปะทุขึ้นอีกรอบ จึงทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและภาคธุรกิจไทยจะยังไม่กลับสู่ภาวะปกติหรือก่อนโควิด-19 และคงต้องใช้เวลาอีกพอสมควร ดังนั้น สถานการณ์การว่างงานในประเทศจึงยังอยู่ในภาวะที่น่ากังวล ซึ่งที่ประชุม กกร.เห็นว่าภาครัฐควรเร่งขับเคลื่อนแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมโดยเร็ว โดยเน้นโครงการที่เพิ่มเม็ดเงินลงสู่เศรษฐกิจฐานราก และฟื้นฟูธุรกิจท้องถิ่นเพื่อสร้างงานอย่างครอบคลุมทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2563 นั้น กกร.ยังคงประมาณการต่างๆ ไว้ตามเดิม โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยอาจหดตัวในกรอบ -5.0% ถึง -3.0% และการส่งออกอาจหดตัว -10.0% ถึง -5.0% &amp;nbsp;ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปคาดว่าอยู่ในกรอบ -1.5% ถึง 0.0%&amp;quot; นายปรีดีระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปรีดีกล่าวว่า กกร.มองว่าการเร่งผลักดันการใช้วงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ภายใต้พระราชกำหนด 500,000 ล้านบาท ให้มีความคืบหน้าอย่างรวดเร็ว จะมีส่วนสนับสนุนภาคธุรกิจเอกชน โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้สามารถประคองกิจการต่อไปได้ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ จึงเห็นว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรร่วมกันหารือและบริหารจัดการให้เงื่อนไขต่างๆ ของการปล่อยสินเชื่อในทางปฏิบัติมีความคล่องตัวมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ เช่นอาจให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้ามาช่วยค้ำประกันสินเชื่อเพิ่มเติม หลังสิ้นสุดโครงการ 2 ปีตาม &amp;nbsp;พ.ร.ก. (โครงการ PGS-9)
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ภายใต้สภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปหลังการระบาดของโควิด-19 และเศรษฐกิจโลกที่ถดถอย สร้างความท้าทายต่อทิศทางเศรษฐกิจและการดำเนินธุรกิจในช่วงข้างหน้า การกลับมาพึ่งพาแรงขับเคลื่อนจากปัจจัยภายในประเทศจึงเป็นสิ่งที่ต้องเร่งผลักดัน กกร.จึงเสนอให้มีการประชุมระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อให้มีเวทีสำหรับการหารือนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างจริงจังอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง อาทิ การฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19, การขับเคลื่อนโมเดล BCG &amp;nbsp;เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับปัญหาภัยแล้งซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดย กกร.มีความเป็นห่วง และขอให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอในการบริหารจัดการน้ำ รวมทั้งเร่งดำเนินโครงการเพื่อให้มีปริมาณน้ำเพียงพอต่อความต้องการ เนื่องจากปัจจุบันยังมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปรีดีกล่าวด้วยว่า กกร.มีข้อสรุปในเรื่องการเข้าร่วมข้อตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) โดยเห็นควรสนับสนุนให้ประเทศไทยเข้าร่วมเจรจากับกลุ่มประเทศภายใต้ข้อตกลง CPTPP ในเดือน ส.ค.63 เนื่องจากการเข้าร่วมเจรจาทำให้เห็นถึงผลดีหรือผลเสียต่อการเข้าร่วมเป็นประเทศภาคีตามข้อตกลง CPTPP ซึ่งกระบวนการเข้าร่วมเป็นประเทศภาคีนั้นมีขั้นตอนเป็นลำดับขั้น ซึ่งประกอบด้วยการขอเข้าร่วมเจรจา การเข้าร่วมเจรจากับประเทศภาคี หลังจากเจรจาเสร็จแล้วต้องนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันต้องมีการรับฟังประชาพิจารณ์ผลการเจรจาด้วย และสุดท้ายต้องเสนอให้รัฐสภาพิจารณาเห็นชอบ ซึ่งต้องใช้เวลาในทุกกระบวนการอย่างน้อย 4 ปี และประเทศไทยสามารถยุติการเจรจาในทุกขั้นตอนได้หากเห็นว่าประเทศไทยไม่ได้ประโยชน์ กกร.เห็นว่าการเข้าร่วมเจรจาจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย เพื่อให้ทราบถึงข้อตกลงและเป็นประโยชน์สำหรับการปรับตัวของประเทศไทยให้สามารถแข่งขันกับประเทศต่างๆ ได้ในเวทีโลก โดยเฉพาะประเทศในกลุ่ม ASEAN
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 13.25 น. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาคนที่ 2 เป็นประธานการประชุม ได้มีการพิจารณาญัตติเพื่อขอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาผลกระทบจากการเข้าร่วม CPTPP ซึ่งหลายพรรคการเมืองเสนอ อาทิ นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่, นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย, นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ, นายวรภพ วิริยะโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เป็นต้น โดยทั้งหมดเห็นควรให้ตั้ง กมธ.เพื่อทำการศึกษาถึงผลดีผลเสียและความพร้อมต่างๆ &amp;nbsp;ก่อนที่จะมีการตัดสินใจเข้าร่วม CPTPP ในเชิงลึกทุกมิติ โดยเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทยและคนไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีสมาชิกร่วมอภิปรายอย่างกว้างขวาง โดยมองว่าได้ไม่คุ้มเสีย เช่น น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ข้ออ้างว่าถ้าเข้าร่วมแล้วไทยจะได้เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลก ในทางทฤษฎีฟังดูดี แต่หากศึกษารายการอาหาร ระเบียบกฎเกณฑ์ กรมศุลกากร การเยียวยาการค้า แหล่งวัตถุดิบ และกระบวนการผลิตของไทย จะเห็นว่าไม่ได้มีนัยสำคัญต่อการเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลกเลย นี่คือการขี่ช้างจับตั๊กแตนของรัฐบาล และไม่ได้การันตีว่าเราจะสามารถเจาะตลาดเม็กซิโกและแคนาดาได้ง่ายอย่างที่คิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 19.00 น. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เสนอว่า ขอใช้ข้อบังคับการประชุม ข้อที่ 88 ให้ที่ประชุมสภาตั้ง กมธ.วิสามัญโดยไม่ต้องลงมติ เนื่องจาก ส.ส.ทั้งหมดเห็นด้วยกับการตั้งคณะ กมธ.วิสามัญดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมขณะนั้น ได้สอบถามสมาชิกว่ามีใครเห็นต่างหรือไม่ สุดท้ายที่ประชุมได้ตั้งคณะ กมธ.จำนวน 49 &amp;nbsp;คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่สภาตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบ CPTPP ว่า เรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกับทุกหน่วยงาน และมีข้อกังวลจากภาคประชาสังคมในหลายเรื่อง ทั้งเรื่องของสาธารณสุข เกษตร การคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ &amp;nbsp;ยา การจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ รัฐบาลจึงให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อเป็นเจ้าภาพพิจารณาเรื่องนี้ &amp;nbsp;โดยให้นับหนึ่งใหม่ และให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมีโอกาสชี้แจงและร่วมแสดงความคิดเห็น เมื่อกรรมาธิการมีความเห็นอย่างไรจะเสนอไปยังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้ลงมติ จากนั้นจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป ส่วนกระทรวงพาณิชย์จะมีความเห็นในเรื่องนี้อย่างไร ก็ต้องแล้วแต่การพิจารณาของสภาและ ครม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68358</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ปรีดี ดาวฉาย, สุชาติ ตันเจริญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200610/image_big_5ee0e55a2613a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63923</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2020 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2020 14:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุชาติ&#039; หนุนเปิดประชุมวิสามัญเร่งผ่านร่างพรก.กู้เงิน ถามรัฐบาลทำประชาพิจารณ์ตาม ม.77 หรือยัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เม.ย.63 - นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร รับมอบเครื่องสแกนใบหน้าและตรวจวัดอุณหภูมิ ยี่ห้อ HIP รุ่นCIF 712 พร้อมอุปกรณ์ จำนวน 1ชุด จากนายสุรพล ธนวณิชย์สกุล กรรมการผู้จัดการบริษัทชอบใจ โฮลดิ้ง จำกัด ขอนแก่น ให้สำนัก งานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ใช้ตรวจคัดกรองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บุคลากรในวงงานรัฐสภา สื่อมวลชน และประชาชนผู้มาติดต่อราชการ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะติดตั้ง ณ บริเวณชั้น1 อาคารรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชาติ กล่าวว่า &amp;nbsp;แม้จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19ในไทยจะลดลงเรื่อยๆ แต่ยังไว้วางใจไม่ได้ เห็นได้จากประเทศญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ที่พอหย่อนมาตรการต่างๆลง เชื้อโรคก็กลับมาใหม่ เรากลัวว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นในไทย จึงต้องวางมาตรการป้องกัน โดยเฉพาะบริเวณรัฐสภาที่มีคนเข้าออกจำนวนมาก จะย่อหย่อนไม่ได้ เพราะขณะนี้เชื้อยังไม่หมดไป ยิ่งถ้าอยากรีบเปิดสภาก็ต้องวางมาตรการป้องกันให้ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชาติ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อเร่งพิจารณาร่างพ.ร.ก.กู้เงิน และร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณจากหน่วยงานต่างๆนั้น สามารถเปิดประชุมสมัยวิสามัญได้ เพราะขณะนี้มีทั้งพ.ร.ก.และพ.ร.บ.ที่ต้องรีบทำโดยไม่ชักช้า เพื่อนำเงินจากส่วนต่างๆมาช่วย แต่การจะเปิดประชุมสมัยวิสามัญได้หรือไม่นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับประธานหรือรองประธานสภา แต่ขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะเป็นผู้เสนอ หรือสมาชิกทั้ง2สภาเข้าชื่อร่วมกันไม่น้อยกว่า 1ใน10 ถ้าทำตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง ก็เปิดประชุมสมัยวิสามัญได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชาติ กล่าวอีกว่า หากมีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญ คงนำเรื่องเกี่ยวกับพ.ร.ก.กู้เงินมาพิจารณาเป็นฉบับแรก ส่วนร่างพ.ร.บ.การโอนงบประมาณจากหน่วยงานต่างๆนั้น ยังไม่ทราบว่ารัฐบาลได้ดำเนินการทำประชาพิจารณ์สอบถามความเห็นจากประชาชนเรื่องผลกระทบต่างๆตามรัฐธรรมนูญ มาตรา77 แล้วหรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญระบุไว้ชัดเจน การจะเสนอกฎหมายใดๆเข้าสภาต้องผ่านการทำประชาพิจารณ์ก่อน ส่วนระยะเวลาการพิจารณา พ.ร.ก. และพ.ร.บ.ต่างๆจะใช้เวลากี่วันนั้น ยังไม่ได้คุยกัน เพราะขณะนี้ยังไม่รู้ว่าจะเปิดประชุมสมัยวิสามัญได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ถ้าจะไม่เปิดประชุมสมัยวิสามัญ โดยรอเปิดประชุมสภาตามปกติในวันที่ 22 พ.ค.นั้น คิดว่าการดำเนินการพิจารณากฎหมายคงไม่ช้า เพราะขณะนี้เหลือเวลาอีกไม่นานจะเปิดประชุมสภาตามปกติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63923</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมสภา, สภา, สุชาติ ตันเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200226/image_big_5e562b17d3a43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
