<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119613</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 11:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 11:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯเป็นประธานพิธีวางพวงมาลารำลึกพระมหากษัตริย์นักพัฒนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.2564 - &amp;nbsp;ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และภริยา เป็นประธานพิธีวางพวงมาลา เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2564 โดยมีรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เข้าร่วมพิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ นายกฯ และผู้ร่วมพิธีถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรแล้ว วางพวงมาลาหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จากนั้นนายกฯ กล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวันนี้ ข้าพระพุทธเจ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ และพสกนิกรชาวไทย ทุกหมู่เหล่า ต่างน้อมจิตมั่นร้อยรวมดวงใจเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาสุดมิได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปวงข้าพระพุทธเจ้าต่างประจักษ์ชัดแจ้งที่ตลอดรัชสมัยของพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยทศพิธราชธรรม และทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเป็นอเนกประการ เพื่อวางรากฐานการพัฒนาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง ทรงเป็น พระมหากษัตริย์นักพัฒนา และเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชาติ พระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ที่ทรงปฏิบัติบำเพ็ญด้วยพระราชวิริยอุตสาหะ ยังคงผลิดอกออกผลและสร้างความผาสุกร่มเย็นแก่พสกนิกรจวบจนกาลปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง &amp;ldquo;ศาสตร์แห่งพระราชา&amp;rdquo; ซึ่งยังประโยชน์อันไพศาลแก่พสกนิกรและผืนแผ่นดินไทย ด้วยพระราชปณิธานที่ทรงมุ่งหวังให้ปวงประชาสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ และเกิด การพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น พระองค์จึงสถิตอยู่ในดวงใจของทวยราษฎร์ตลอดมาทรงเป็นมิ่งขวัญ เป็นกำลังใจ และกำลังศรัทธาของชาวไทยทุกหมู่เหล่า ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย จักขอสืบสานพระราชปณิธานด้วยความจงรักภักดี จะยึดมั่นในการปฏิบัติดี เพื่อรักษาชาติ บ้านเมือง และสร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนสืบไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโอกาสนี้ ขอให้ผู้ที่ชุมนุมกัน ณ สถานที่แห่งนี้และสถานที่ต่าง ๆ พร้อมใจกันยืน สงบนิ่งเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย และขอเทิดทูนพระองค์ไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ตราบนิจนิรันดร์&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายกฯ และผู้เข้าร่วมพิธียืนสงบนิ่งน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เป็นเวลา 89 วินาที จากนั้นถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นอันเสร็จพิธี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119613</URL_LINK>
                <HASHTAG>. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รำลึก, วันคล้านวันสวรรคต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211013/image_big_61665b3bbe1dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117894</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2021 14:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2021 14:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ลุยตรวน้ำท่วมสุโขทัยอ้อน’ใครจะรักไม่รักไม่เป็นไรขอทำหน้าที่ดีที่สุด’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย.64-ตลอดทั้งวันพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสมเกียรติ ประจำวงศ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.) เดินทางลงพื้นที่ ต.คลองกระจง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย เพื่อติดตามสถานการณ์ และการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะอยู่บนเครื่องบิน นอกจาก พล.อ.ประยุทธ์ จะได้ติดตามดูภาพกว้างของสถานการณ์น้ำที่ท่วมหนักในหลายพื้นที่แล้ว ยังได้หารือกับ พล.อ.อนุพงษ์ เป็นระยะๆ ถึงการแก้ไขปัญหารวมทั้งมาตรการต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 09.20 น. นายกฯ เดินทางถึงท่าอากาศยานสุโขทัย โดยมีรัฐมนตรี ส.ส.ในพื้นที่ จ.สุโขทัย และพื้นที่ใกล้เคียง ตลอดจน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐจำนวนมาก ให้การต้อนรับ โดยนายกฯได้ใช้รถอัลพาร์ท สีขาว ทะเบียน กต 9559 สุโขทัย ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 10.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมคณะ ได้ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยอำเภอศรีสำโรง จำนวน 2 จุด ได้แก่ บ้านคลองชัด หมู่ ที่ 8 ตำบลวังใหญ่ และวัดดอนจันทร์ หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านไร่ อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย โดยระหว่างเยี่ยมชมจุดตรวจ นายกฯ ได้กล่าวสอบถาม พูดคุย พร้อมให้กำลังใจกับผู้ประสบภัยจากน้ำท่วม ขอให้ทุกคนช่วยเหลือ ดูแลซึ่งกันและกัน ในส่วนที่เกิดความเสียหายกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสำรวจดูแลเยียวยาความเสียหายที่ประชาชนได้รับ พร้อมกล่าวว่าวันนี้ทุกคนมาในนามรัฐบาล ในนามคณะรัฐมนตรี เพื่อช่วยเหลือดูแลทุกคน ใครจะรักหรือไม่รัก นายกฯ ไม่สนใจ เพียงขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุด สุดความสามารถ ฝากความห่วงใย ขอให้ประชาชนระมัดระวังสัตว์มีพิษที่ตามมาจากสถานการณ์น้ำท่วมด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 11.20 น. พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; และคณะ ได้ขึ้นรถบรรทุกขับเคลื่อน 4 ล้อ ของกรมป้องกันฝนและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่ติดเครื่องขยายเสียงเพื่อเดินทางไปตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจ และมอบถุงยังชีพให้กับประชาชน อ.ศรีสำโรง จำนวน 2 จุด ได้แก่ บ้านคลองชัด หมู่ ที่ 8 ต.วังใหญ่ และวัดดอนจันทร์ หมู่ที่ 4 ต.บ้านไร่ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย​&amp;nbsp; โดยมีการพูดคุยผ่านเครื่องขยายเสียง​ และทักทายประชาชน​ที่อยู่ตามบ้านเรือนตลอดเส้นทาง​&amp;nbsp; บางตอนว่า สวัสดี วันนี้นายกฯ มาเยี่ยมนะจ๊ะ มันเป็นภัยธรรมชาติ เดี๋ยวก็แก้กันไป คงเดือดร้อนสักระยะหนึ่ง ขอให้ทุกคนแข็งแรงปลอดภัย&amp;nbsp; นายกฯ ก็เดือดร้อน เพราะเป็นห่วงประชาชน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ดีใจที่ได้มาพบ วันนี้ก็มากับรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง อธิบดี และส.ส. คนเหล่านี้คือคนที่ทำงานช่วยท่าน ปัญหาบ้านเมืองไม่ใช่มีเพียงแค่ตรงนี้ ซึ่งมีหลายที่ด้วยกัน วันนี้พายุเข้ามาลูก โดยปี 63 พายุเข้ามา 5 ลูก​ และนี่เพียงลูกเดียว สวดมนต์หน่อย​อย่ามาอีกเลย​ พายุลูกเดียวนี่ก็พอแล้ว​ สิ่งที่นายกฯพูดคือวันนี้เราอาจต้องคิดใหม่ว่าวันข้างหน้าเราจะอยู่กันต่อไปกันต่อไปในวันข้างหน้า ลูกหลาน วันนี้เรายังอยู่กับลูกกับหลาน วันหน้าบ้านช่องเราจะอยู่กันยังไง จะขยับขยายกันยังไง ต้องปลูกบ้านอย่างไร จะต้องปลูกบ้าน 2 ชั้น หรือขยับขยายไปอยู่ในที่สูงขึ้น ตนรู้ว่ามันยาก แต่ถ้าเราตั้งความหวัง และฟังรัฐบาลพูดบ้าง​ น่าจะไปในทิศทางที่ดีขึ้นบ้าง เป็นการสร้างหลัดคิดให้เป็นรูปธรรม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเป็นนายกฯก็ใช่จะสบายต้องทำงานทุกวัน พยายามคิดอะไรใหม่ๆ ไม่ว่าเรื่องการเกษตร โครงสร้างพื้นฐาน แก้ปัญหาความยากจน การกระจายรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มขีดความสามารถ​ ซึ่งทุกคนจะต้องพัฒนาขีดความสามารถ​ เพราะวันข้างหน้าลูกหลานต้องอยู่กับเทคโนโลยีดิจิทัล​ ต้องการเรียนภาษาโค๊ดดิ้ง​คือคำสั่งการด้วยคอมพิวเตอร์เราต้องทำให้รุ่นหลังๆดีขึ้น เราลำบากมามากแล้ว จะให้เขาลำบากอีกเหรอ วันหน้าต้องเรียนรู้มากขึ้น การทำเกษตรสมัยใหม่ ทำอย่างไรให้ที่ดิน 3-5 ไร่ได้ใช้ประโยชน์เพิ่มมากขึ้น&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 12.05 น. พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมคณะ เดินทางมายังวัดบ้านซ่าน อ.ศรีสำโรง เพื่อสักการะหลวงพ่อสามพี่น้อง และหลวงพ่อขาว วัดบ้านซ่าน นอกจากนี้ ยังเข้านมัสการและสนทนาธรรมกับพระภารุพงษ์ ภานุวิโส รองเจ้าอาวาสวัดบ้านซ่าน โดยเจ้าอาวาสได้สอบถามนายกฯว่า จากการลงพื้นที่ปริมาณน้ำเยอะไหม นายกฯกล่าวว่า น้ำเยอะได้รับผลกระทบจากพายุทำให้มีน้ำฝนตกลงมาปริมาณมาก ส่งผลให้ท่วมในหลายพื้นที่ รัฐบาลจะเร่งดำเนินการสำรวจและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาวจะต้องวางแผนแก้ไขปัญหาในภาพรวมต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้เข้าติดตามสถานการณ์น้ำที่วัดบ้านซ่าน พร้อมรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์อุทกภัย จ.สุโขทัย จากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับกล่าวกับประชาชนตอนหนึ่งว่า วันนี้มาที่นี่แต่เช้า ก็ขอโทษส่วนราชการต่างๆ ด้วย เพราะวันนี้เป็นวันอาทิตย์ แต่เมื่อไหร่ที่ประชาชนมีความเดือดร้อนเราก็หยุดไม่ได้ เพราะเขาเดือดร้อนทุกวัน ไม่มีวันเสาร์ อาทิตย์ วันนี้นายกฯนำพาหัวใจ คนกทม. หัวใจคนต่างจังหวัดมาช่วยพวกเราด้วย ด้วยความห่วงใย เราเป็นพี่น้องกัน เป็นประชาชนคนไทยด้วยกัน ฉะนั้น เราต้องห่วงใยกัน คงไม่ใช่เฉพาะเราเดือดร้อน คนอื่นก็เดือดร้อน ข้างบ้านก็เดือดร้อน จังหวัดอื่นก็เดือดร้อนจากพายุที่เข้ามาในวันนี้ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจน้ำท่วมเมื่อเช้า ถึงแม้ว่าจะท่วมในระดับที่ไม่สูงมากนักจากระดับถนน แต่ตนเห็นว่าในท้องทุ่ง ท้องนามันท่วมลึก ย่อมเสียหายต่อพืชผลทางการเกษตร ตนได้สั่งการกระทรวงมหาดไทย ให้ไปดูแลช่วยเหลือเยียวยาให้ครบถ้วน ยืนยันรัฐบาลจะดูแลประชาชนให้ดีที่สุด ขอให้ทุกคนร่วมมือกัน ในส่วนของน้ำท่วมไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ 100% เพราะศักยภาพของพื้นที่ แต่จะต้องแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ต้องเดินหน้าพลิกโฉมประเทศไทย ทำอย่างไรให้คนไทยมีรายได้ที่เพียงพอ ซึ่งคนไทยทุกคนต้องร่วมกันเดินหน้าต่อไปข้างหน้า เดินหน้าสู่อนาคตที่เข้มแข็ง พร้อมกับการเข้าสู่โลกดิจิทัล นำเทคโนโลยีมาช่วยประกอบอาชีพ โดยเฉพาะการทำการเกษตรต้องเป็นการเกษตรสมัยใหม่เพื่อการอุตสาหกรรม มีรายได้เพิ่มขึ้น ขอให้ประชาชนเตรียมตัวให้พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ที่สำคัญต้องร่วมกันทำในสิ่งที่ถูกต้อง หากเราทำสิ่งที่ถูกต้องไม่ต้องกลัวกฎหมาย เพราะกฎหมายไม่ได้มีไว้รังแกคนที่ทำถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมกับฝากประชาชนให้ปรับแนวคิด ทำอย่างไรถึงจะตอบโจทย์ความต้องการของสังคม จะต้องไม่หยุดคิด หยุดพัฒนา ต้องคิดต้องพัฒนาไปเรื่อย ๆ โดยการเสาะแสวงหาข้อมูลที่น่าเชื่อถือจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่สำคัญต้องร่วมกันรักษาสถาบันครอบครัว ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของสังคมไทย ให้เกิดความรักความสามัคคี รวมพลังเดินหน้าประเทศก้าวหน้าไปด้วยกันสู่ความเข้มแข็ง&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 13.05 น. นายกฯได้เดินทักทายประชาชนที่มาต้อนรับ พร้อมกับย้ำหลายครั้งว่า &amp;ldquo;เชื่อใจผมสิ&amp;rdquo; อย่างไรก็ดี มีช่วงหนึ่งมีเกษตรกรนำทุเรียนหมอนทองเมืองพระร่วงมาให้นายกฯจำนวน 3 ลูก โดยบอกกับนายกฯว่า &amp;ldquo;เอามาให้ลุงตู่ อีก 2 วันสุกรับประทานได้ เอาไปแบ่งลุงป้อมสักลูกก็ได้ครับ&amp;rdquo; ทำให้นายกฯ ตอบว่า &amp;ldquo;เดี๋ยวจะให้ลุงป๊อก ลุงป้อม ลุงตู่&amp;rdquo; ทำเอาคนที่ยืนอยู่บริเวณนั้นหัวเราะชอบใจ โดยนายกฯแหย่กลับไปว่า &amp;ldquo;เดี๋ยวจะกินทั้งเปลือกเลย&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ช่วงระหว่างเดินถ่ายรูปกับส่วนราชการและประชาชนที่มารอรับ ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินสะดุดเซจนเกือบล้มคว่ำ ดีที่ทีม รปภ.จับแขนไว้ทัน&amp;nbsp; ขณะที่ก่อนขึ้นรถยนต์เพื่อเดินทางกลับมีประชาชนจำนวนหนึ่งตะโกน &amp;ldquo;ลุงต่อสู้ๆ&amp;rdquo; นายกฯจึงตอบกลับไปว่า &amp;ldquo;สู้&amp;rdquo; ก่อนจะเดินทางกลับกทม.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117894</URL_LINK>
                <HASHTAG>. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ตรวจน้ำท่วมจ.สุโขทัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210926/image_big_615022721dfba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109990</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกระดับล็อกดาวน์! ‘บิ๊กตู่’สั่งเร่งหารือหลัง5วันยอดพุ่ง/ติดเชื้อใหม่9,692รายตาย67</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; พ้นกักตัวคัมแบ็กทำเนียบฯ วันแรก ถก ศบค.สั่งยกระดับล็อกดาวน์เข้มขึ้นอีก จ่อปิดกิจการเพิ่ม &amp;nbsp;หลังสถานการณ์ยังวิกฤติ พบ ปชช.ย่อหย่อนฝ่าฝืน หมอหวั่นทะลุหลักหมื่นเอาไม่อยู่แน่ สธ.เร่งหารือ ศบค.ชุดเล็ก 1-2 วันก่อนชงชุดใหญ่เคาะ ขณะที่ติดเชื้อใหม่นิวไฮ 9,692 ราย ตายเพิ่ม 67 คน &amp;nbsp;อย.อนุมัติขึ้นทะเบียนชุดตรวจแอนติเจนแล้ว ซื้อได้ตามสถานพยาบาล-ร้านขายยา นายกฯ ส่งทีมเสนารักษ์ 100 ชุด เคาะประตูบ้านลุยตรวจโควิด กทม.-ปริมณฑล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม เวลา 08.40 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นวันแรกหลังกักตัวตั้งแต่วันที่ 5-15 ก.ค. และทำการตรวจหาเชื้อโควิด 3 ครั้ง ซึ่งมีผลเป็นลบ ทั้งนี้ ทันทีที่เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล นายกรัฐมนตรีได้ฟังสรุปสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จากศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) จากนั้นเวลา 09.30 น. นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. เป็นประธานการประชุม ศบค. นัดพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษก ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 9,692 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 9,062 ราย จากระบบเฝ้าระวังและบริการฯ 6,733 ราย ค้นหาเชิงรุกในชุมชน 2,329 ราย ติดเชื้อในเรือนจำและสถานที่ต้องขัง 615 ราย จากต่างประเทศ 15 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 381,907 ราย หายป่วยเพิ่ม 5,730 ราย ทำให้มียอดหายป่วยสะสม 271,857 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 106,951 ราย อาการหนัก 3,367 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 847 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 67 ราย เป็นชาย 34 ราย หญิง 33 ราย อยู่ในกทม. 33 ราย, สมุทรปราการ ปทุมธานี จังหวัดละ 5 ราย, นครนายก นครปฐม นครสวรรค์ นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ ยะลา สงขลา สมุทรสาคร จังหวัดละ 2 ราย, จ.เชียงราย เพชรบุรี ตราด นราธิวาส ร้อยเอ็ด สกลนคร อำนาจเจริญ และอุดรธานี จังหวัดละ 1 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 3,099 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพฯ 2,195 ราย, สมุทรสาคร 653 ราย, สมุทรปราการ 607 ราย, ชลบุรี 530 ราย, นนทบุรี 456 ราย, &amp;nbsp;ฉะเชิงเทรา 374 ราย, ยะลา 264 ราย, &amp;nbsp;ปทุมธานี 243 ราย, นครปฐม 202 ราย และปัตตานี 191 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ในการประชุมศบค.วาระพิเศษ ได้มีการติดตามมาตรการในพื้นที่เฝ้าระวังสูงสุดและเข้มงวด ช่วง 5 วันที่ผ่านมา เพื่อประเมินการควบคุมการแพร่ระบาด โดยศูนย์ปฏิบัติการการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) รายงานว่ามีการกระทำผิด 217 ราย เป็นการฝ่าฝืนมาตรการออกนอกเคหสถาน 158 ราย ฝ่าฝืนการห้ามรวมกลุ่ม 59 ราย ถูกดำเนินคดีไปทั้งสิ้น 45 ราย ส่วนที่เหลือเป็นการว่ากล่าวตักเตือน ส่วนหนึ่งมาจากการแจ้งเบาะแสของประชาชนผ่านทาง 191 และกองบัญชาการกองทัพไทย มีผู้ประกอบการที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการ 102 เหตุ และแจ้งมั่วสุม 92 เหตุ โดยทางศปม.ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะทำงานอย่างเข้มงวด และขอความร่วมมือให้ประชาชนทำตามมาตรการ ขณะที่กระทรวงคมนาคมได้รายงานว่ายังคงมีการเดินทางของประชาชนอยู่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการออกนอกพื้นที่สีแดงเข้มด้วย สอดคล้องกับการรายงานของกรมควบคุมโรคที่ยังพบผู้ติดเชื้อจากวงไพ่ที่เล่นกันหลังกระบะรถยนต์ และมีการย่อหย่อนมาตรการไม่สวมหน้ากากขณะเดินทางข้ามจังหวัด จากรายงานดังกล่าวทำให้เห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือ แต่มีบางส่วนไม่สามารถทำตามมาตรการได้&amp;nbsp;
ยกระดับล็อกดาวน์เข้มขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากสถานการณ์ดังกล่าวที่ประชุมเป็นห่วง และเห็นว่าอาจต้องปิดกิจการบางอย่างมากขึ้นมากที่สุด และอาจต้องปรับมาตรการให้เข้มข้นขึ้น จากสัปดาห์ที่ผ่านมาให้เปิดกิจการกิจกรรมถึงเวลา 20.00 น. เพื่อให้มีเวลาเดินทางกลับก่อนเวลา 21.00 น. ที่กำหนดห้ามออกนอกเคหสถาน ซึ่งมาตรการล็อกดาวน์ที่ประกาศไปนั้นเป็นไปตามสถานการณ์ที่เป็นปัจจุบันเป็นการล็อกดาวน์เป็นพื้นที่เฉพาะใน 10 จังหวัด ไม่ใช่ทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด แต่เมื่อทบทวนมาตรการช่วง 5 วัน ยังพบว่าการบังคับใช้มาตรการยังน่าเป็นห่วง นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.ศบค.ขอให้คณะแพทย์ที่ปรึกษาทบทวนมาตรการสาธารณสุข เพื่อเสนออย่างเร่งด่วน ขอให้ประชาชนและสื่อติดตามอาจจะมีการปรับมาตรการที่เข้มข้นมากขึ้นจากนี้&amp;quot; ผู้ช่วยโฆษก ศบค.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีการหารือถึงการควบคุมการแพร่ระบาดในประเด็นการตรวจหาเชื้อที่อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ระบุการตรวจหาเชื้อเชิงรุกวันละ 7-8 หมื่นคนยังไม่เพียงพอ จึงนำไปสู่การอนุญาตให้ใช้ชุดตรวจแอนติเจนเทสต์เพื่อให้ครอบคลุมประชาชนมากที่สุด แต่มีความเป็นห่วงเรื่องความแม่นยำ จึงมีข้อสรุปว่าถ้าผลเป็นบวกจะให้เข้าสู่บริการสาธารณสุข หากผลเป็นลบ แต่บุคคลดังกล่าวเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจะให้ตรวจซ้ำใน 3-5 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์ฯ ยังได้เน้นย้ำว่าเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ ขอให้ไปตรวจที่โรงพยาบาล สถานพยาบาล หรือซื้อจากร้านขายยาเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ขายในร้านสะดวกซื้อ และหากใครสั่งซื้อทางออนไลน์ ขอให้ระมัดระวัง เพราะซื้อที่ร้านขายยาจะได้รับคำแนะนำวิธีการใช้และวิธีการดูแลตัวเองจากเภสัชกร ส่วนโรงงานหรือสถานประกอบการจะซื้อไปตรวจบุคลากรของตัวเองนั้น รมว.แรงงานระบุว่า สถานประกอบการที่มีแรงงานเกิน 50 คน ตามกฎหมายจะมีสถานพยาบาลคอยดูแลอยู่ ซึ่งรับไปดำเนินการให้สถานพยาบาลเข้ามาตรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแยกกักตัวที่บ้านนั้น มีการทดลองมาตั้งแต่เดือน พ.ค. จาก รพ.รามาธิบดี, รพ.ราชวิถี และ รพ.จุฬาลงกรณ์ เกิน 1,000 ราย ผลเป็นที่น่าพอใจ จึงนำมาตรการนี้มาใช้ ซึ่งประชาชนที่จะแยกกักตัวที่บ้านนั้น จะได้รับอุปกรณ์วัดอุณหภูมิ เครื่องวัดออกซิเจน มีการส่งอาหาร ยารักษาโรค ฟ้าทะลายโจร และฟาวิพิราเวียร์ รวมทั้งมีการสอบถามอาการจากบุคลากรทางการแพทย์ ส่วนศูนย์แยกกักในชุมชนนั้น กรุงเทพมหานคร (กทม.) ดำเนินการ 21 ศูนย์ มีเตียงรองรับ 2,950 เตียง ขณะที่ในโรงงานที่พบผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน หากมีศักยภาพจะให้ดำเนินการในลักษณะเดียวกัน นอกจากนี้ในที่ประชุม นายกสภาการแพทย์แผนไทย และอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้รายงานการใช้ยาฟ้าทะลายโจรว่ามีผลที่น่าพอใจ จะมีการขยายนำไปใช้ต่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในการประชุม ศบค.วาระพิเศษ ส่วนใหญ่แสดงความเป็นห่วงจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่รายวันที่ยังมีจำนวนสูงติดต่อกันพบว่ายังมีคนที่ฝ่าฝืนมาตรการ โดยเฉพาะการแพร่ระบาดในชุมชน นายกฯ ขอให้คณะแพทย์และกระทรวงมหาดไทยไปพิจารณาร่วมกันจะล็อกอย่างไร เพราะยังมีการเคลื่อนย้ายกันอยู่ รวมถึงแพทย์ใน ศบค.เป็นห่วงว่า หากจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงขึ้นหลักหมื่นจะเอาไม่อยู่ จึงอยากให้ทุกฝ่ายเร่งควบคุมการแพร่ระบาดให้ได้ ต้องควบคุมพื้นที่ให้เบ็ดเสร็จ โดยนายกฯ ขอให้ทุกฝ่ายทำงานประสานกัน ทำงานกันอย่างเต็มที่ ทั้งกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และผู้เกี่ยวข้อง โดยเน้นให้ สปสช.ใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit ตรวจคัดกรองเชิงรุก พร้อมระบุว่า &amp;quot;เข้าใจสถานการณ์ดี และเข้าใจทุกคน แต่ขอให้ใจเย็นๆ กันหน่อย ขอให้ฟังหมอ การสื่อสารขอให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ให้เป็นหน้าที่หมอและ ศบค.เท่านั้นเป็นคนให้ข่าว ประชาชนจะได้ไม่สับสน&amp;quot;&amp;nbsp;
สธ.เร่งถก 1-2 วันก่อนชง ศบค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในที่ประชุมได้มีการถกประเด็นการปิดประเทศในหลายระดับ เช่น ปิดกิจการเสี่ยงทั้งประเทศ หรือฟูลล็อกดาวน์ หรือจะปิดแบบ 3 ใน 4 หรือครึ่งประเทศ ในจุดที่มีตัวเลขติดเชื้อสูง หรืออีกทางหนึ่งคือล็อกและซีล 10 จังหวัดสีแดงเข้ม โดยในที่ประชุมมีการยกตัวอย่างว่าจะปิดกิจการ-กิจกรรมที่เสี่ยงทั้งหมด อาจจะต้องเปิดกิจการที่จำเป็น เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร แบบวันเว้นวัน หรือระบุวันให้คนออกจากบ้านเฉพาะจันทร์-พุธ-ศุกร์ เป็นต้น เพื่อบรรลุเป้าหมายในการควบคุมโรค ควบคุมการเดินทางออกนอกบ้านเด็ดขาด หรือออกให้น้อยที่สุด ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะหารือในรายละเอียดกับที่ปรึกษาด้านการแพทย์ แล้วจะมีการจัดทำมาตรการเพื่อประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป ส่วนมาตรการเยียวยาประชาชน และกิจการที่จะต้องถูกปิด ก็จะมีการนำเสนอประกอบด้วย โดยรัฐบาลตั้งเป้าลดจำนวนผู้ติดเชื้อภายในช่วงล็อกดาวน์ให้เหลือ 1-2 พันต่อวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์สั่งการไปยังเหล่าทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จัดชุดเคลื่อนที่เร็วเสนารักษ์ &amp;nbsp;หรือเจ้าหน้าที่ผ่านการอบรมจากสถานพยาบาล ร่วมกับ กทม. และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กว่า 100 ชุด ลงพื้นที่ตรวจโควิดเชิงรุก โดยใช้ Rapid Antigen Test ให้กับประชาชนในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล แบบเคาะประตูบ้าน หากพบผู้ป่วยจะเรียกรถนำส่งโรงพยาบาลสนามทันที แต่หากเป็นกลุ่มเสี่ยง บุคคลใกล้ชิด แจกจ่ายยาฟ้าทะลายโจร ยาลดไข้ และแนะนำข้อปฏิบัติ เพื่อลดผู้ป่วยสีเขียว แบ่งเบาภาระสถานพยาบาล และโรงพยาบาลสนามให้รับแต่ผู้ป่วยสีเหลือง และสีแดง โดยเริ่มลงพื้นที่ปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค.เป็นต้นไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีการทบทวนมาตรการหลายด้าน โดยมีความเห็นชอบให้ ศบค.ชุดเล็กไปประชุมปรับมาตรการให้มีความเข้มข้นขึ้น ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น จะต้องหารือในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กภายใน 1-2 วันนี้ เพื่อเร่งเสนอแผนต่อ ศบค.ชุดใหญ่ พิจารณาเห็นชอบต่อไป อย่างไรก็ตามมาตรการจะมีความเข้มข้นขึ้น แต่ยังคงเป็นไปในแนวทางเดิม ตอนนี้ขอเวลาให้คณะทำงานได้ปรึกษาหารือร่วมกันก่อน เพื่อให้เกิดความชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม &amp;nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)​ เปิดเผยว่า ได้อนุมัติขึ้นทะเบียนชุดตรวจโควิด-19 แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง จำนวน 4 รายการ ซึ่งคาดว่าผู้ผลิตและผู้นำเข้าจะเริ่มกระจายชุดตรวจไปถึงมือประชาชนได้ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค. โดยจะวางจำหน่ายในสถานพยาบาล หน่วยงานของรัฐ และร้านขายยาที่มีเภสัชกร ซึ่งผู้บริโภคสามารถตรวจสอบชุดตรวจที่ได้รับอนุญาตจาก อย.ได้ทางเว็บไซต์กองควบคุมเครื่องมือแพทย์ และ อย. ทั้งนี้ ไม่ควรซื้อชุดตรวจผ่านสื่อออนไลน์หรือแหล่งอื่น สำหรับผู้ประกอบการที่จะโฆษณาจำหน่ายชุดตรวจต้องได้รับอนุญาตจาก อย.ก่อน หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ของสำนักงบประมาณติดโควิด-19 และเข้ามาร่วมประชุมกับ กมธ.ว่า จากการสอบสวนโรค พบไทม์ไลน์ว่ามาประชุมจริงตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค. แต่ยังไม่มีอาการและพบว่ามีอาการวันที่ 12 ก.ค. จึงขอให้กักตัวผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดในการประชุมคณะอนุกรรมาธิการฝึกอบรมฯ เมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมาทั้งสิ้น 39 คน โดยในวันที่ 17 ก.ค. จะให้เจ้าหน้าที่มาตรวจหาเชื้อกลุ่มเสี่ยงดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า เรือนจำและทัณฑสถานพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 615 ราย หายป่วยเพิ่ม 39 ราย รวมยังมีผู้ต้องขังติดเชื้อที่อยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 2,381 ราย และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตติดต่อกัน 6 วันแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ปทุมธานี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าฯ ปทุมธานี ประธานกรรมการโรคติดต่อจังหวัดปทุมธานี ได้ออกคำสั่งกำหนดให้ตลาดไท อ.คลองหลวง เป็นพื้นที่ควบคุมโรคติดต่อสูงสุดและเข้มงวด พร้อมห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว เข้า-ออก ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค. เนื่องจากพบผู้ป่วยยืนยันรายใหม่เป็นคลัสเตอร์ในพื้นที่ตลาดไท และมีการกระจายเป็นวงกว้างในหลายจังหวัด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สมุทรปราการ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ &amp;nbsp;607 &amp;nbsp;ราย เสียชีวิต 5 &amp;nbsp;ราย รวมยอดสะสม 8,674 ราย เสียชีวิตสะสม 37 คน&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109990</URL_LINK>
                <HASHTAG>. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ติดเชื้อใหม่นิวไฮ, นายกรัฐมนตรี, รมว.กลาโหม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_60863ef490d1e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
