<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120049</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2025 14:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 09:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิพัฒน์&#039; ย้ำ 1 พ.ย.  15 จังหวัดพร้อมเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว 100%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 2564 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่าตามที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีการประกาศออกมาว่าวันที่ 1 พ.ย.นี้ มีความพร้อม 100%ประเทศไทยจะเปิดประเทศโดยไม่ต้องกักตัว โดยเงื่อนไขคือต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม หรือครบโดส และต้องมีหลักฐานผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR ที่รับรองผลด้วยประเทศต้นทางไม่เกิน 72 ชั่วโมง(ชม) และมีการตรวจหาเชื้ออีกครั้ง เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทยเมื่อผลเป็นลบ (negative) จะสามารถเดินทางท่องเที่ยวโดยไม่ต้องกักตัว 14วัน หรือ 7 วัน เหมือนในอดีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยววันที่ 1 พ.ย.นั้น มี 15จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดระนอง(เกาะพยาม) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (อ.หัวหิน) จังหวัดเพชรบุรี (อ.ชะอำ) และเข้ามาสู้กรุงเทพมหานคร ส่วนภาคตะวันออกจังหวัดชลบุรี (เมืองพัทยา อ.บางละมุง อ.สัตหีบ) ภาคเหนือจังหวัดเชียงใหม่ (อ.เมือง อ.แม่ริม อ.แม่แตง อ.ดอยเต่า) ภาคอีสาน จังหวัดเลย(อ.เชียงคาน) ส่วนจะมีเพิ่มเติมจังหวัดไหนอีกนั้นต้องรอประเกาศเพิ่มเติมจาก ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ศบค. เรื่องนี้ถือเป็นการตอบโจทย์นายกรัฐมนตรีที่จะเปิดประเทศภายใน 120 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่จะเดินทางเข้ามานั้น ต้องเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงด้านโควิด-19 ตํ่าสุด ล่าสุด มีประมาณเกือบ 50 ประเทศ ซึ่งเร็วๆนี้ ศบค.จะประเทศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ซึ่งชัดเจนว่าประเทศใหญ่ๆ เช่น สหรัฐอเมริการ &amp;nbsp;สหราชอาณาจักร (UK) สวิตเซอร์แลนด์ &amp;nbsp;สเปน เยอรมัน อิตาลี และรัชเซีย ส่วนทางเอเชีย ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และอินเดีย ประเทศเหล่านี้อยู่ในจำนวนประเทศที่ ศบค.จะประกาศออกมาเพื่อรับนักท่องเที่ยว มองว่าเป็นมิติใหม่และเป็นการก้าวล้ำหน้าอีกหลายๆประเทศที่ได้มีการประกาศเปิดประเทศไปก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนการนำระะบบ Thailand Pass ซึ่งเป็นระบบ web-based ให้ผู้เดินทางทั้งคนไทยและต่างชาติเข้าไปลงทะเบียน กรอกข้อมูลและอัพโหลดเอกสารต่างๆ ก่อนเดินทางเข้าประเทศไทยแทนการลงทะเบียนเพื่อขอรับหนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทย (Certificate of Entry : &amp;nbsp;COE) เนื่องจากการข้อ COE ค่อนข้างยุ่งยาก เมื่อเราใช้ Thailand Pass ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงกรอกข้อมูลจะทำให้เร็วขึ้น ซึ่งรัฐบาลภายใต้การนำของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พยายามจะลดขั้นตอนเพื่อให้กลับสู่สภาพเดิมให้ได้เร็วที่สุด ดังนั้นเมื่อเราลดขั้นตอนได้ การที่เราทำให้เกิดความสะดวกให้นักท่องเที่ยวเข้ามา จะเป็นแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น&amp;rdquo;นายพิพัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวครั้งนี้ ตั้งเป้าว่าภายในเดือนพ.ย.และ ธ.ค.นี้ ใน15 จังหวัดทั้งหมด คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเดือนละ 5 แสนคน ภายใน 2 เดือนจะมีนักท่องเที่ยว 1 ล้านคน ส่วนในไตรมาส1/2565 คาดว่าจะเป็นความที่พีคสุดสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาในไประเทศไทย โดยได้มีการพูดคุยกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ถึงแผนปี2565 หากสถานการณ์โควิดคลี่คลายเป็นไปตามที่วางไว้ โดยมีแผนพร้อมที่จะเปิดทั้งประเทศทุกจังหวัด คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามา จำนวน 10-15 ล้านคน และจะมีรายได้จากการท่องเที่ยว1.1-1.5 ล้านล้านบาท ส่วนในปี 2564 ที่ได้มีการเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ถือว่ารายได้ไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมาย คือ 1 แสนคนภายใน 3 เดือน ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเข้ามา 4 หมื่นคน เป้าตกไป 6 หมื่นคน แต่สิ่งที่ได้มาทดแทนคือการรายได้จากนักท่องเที่ยวใช้จ่าย 6 หมื่นบาทต่อคน จากเดิม4 หมื่นต่อคน ดังนั้นจะเห็นได้ว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามาภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เป็นผู้ที่มีรายจ่ายสูง แต่ที่เราได้กลับมาประเมินค่าไม่ได้คือการสร้างชื่อเสียงของภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ที่ได้สร้างชื่อเสียงไปทั่วโลก ในขณะที่เพื่อบ้านในเอเชียไม่มีใครกล้าเปิดรับนักท่องเที่ยวและเปิดประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ประเทศไทยมีความกล้าหาญ นายกรัฐมนตรีมีความกล้าหาญ ที่จะเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์และรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ ต้องบอกว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 ชาวต่างชาติไม่ได้เอาโควิดมาแพร่ระบาดให้คนไทยและคนไทยไม่ได้เอาโควิดไปติดนักท่งอเที่ยว และที่สำคัญเมื่อนักท่องเที่ยวกลับจากภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ หรือออกนอกประเทศไทยสู่ประเทศต้นทาง ไม่พบว่าเอาเชื้อโควิดไปจากประเทศไทย ดังนั้นแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีมาตรการคุมเข้มมาตรการ D - M - H - T &amp;nbsp;ด้านสาธารณะสุขอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรามีความพร้อมในการเปิดประเทศ ในวันที่ 1 พ.ย.นี้ แต่ขณะเดียวกันต้องติดตามสถานการณ์ภายใน 2 สัปดาห์ หากไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรง สามารถเปิดแน่นอน แต่หากเกิดคลัสเตอร์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19กันทุกจังหวัด หรือเกิดการติดเชื้อวันละ 3-4 หมื่นคน กรณีนี้เราต้องหยุด แต่ในลักษณะการเสียชีวิตลดลงเรื่อยๆไม่ถึงหลักร้อย เราเดินหน้าได้อย่างแน่นอน&amp;rdquo;นายพิพัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;giga888
lucac4
bkkgaming
tiger126
ubet89
3mbet
pgplay168
m358
chapo88
zata888
dara168
mslot99
betflik19
megame888
550ww
win9999
Jun88
zeed777plus
bigwin168
vodka168
scg9
superbet vip
cr168
iconxfun
fin88
bigboxfun
panama888
winbet55
789pro
betflix1688
fenix168
nexobet
ufalion168
168bet
bgame777
okcasino
run24
nemo168
pgdog
rich6et
zeed191
aress77
xe998
goatza88
bkm222
play97
live911
chalu
rpm888
megaways
1zlot
thorin99
easyroman
pattaya168
hunter1688
789step
ufavision
dark168
wing1688
pk789
e699
flowbet1234
playrich
g2g168p
uplay168
za88
gkbet888
g2gbetx
g2g59
g2g45
g2ggalaxy
tgaslot
betflix282
g79g
tkb666
vkr168
123direct
zeus789
zbet911
pk711
g2g888
betflixdc
g2gmajor
beo89
g2gbet168
lv177
madibet
metalslot
p6slot
pgslot999
pk999
sa168
slot1234
t6slot
ufa369
unix789
axie789th
g2grich888th
g2gmagicth

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120049</URL_LINK>
                <HASHTAG>1 พ.ย., 15 จังหวัด, กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา, พิพัฒน์ รัชกิจประการ, เปิดประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616cdbd062b31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82818</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2020 20:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2020 20:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิณฑ์&#039; สุดปลื้มปีติ! เล่าเรื่องกราบแทบพระบาท อันเป็นมงคลที่สุดในชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ย.63 - นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ โพสต์เฟซบุ๊กถ่ายทอดความประทับใจและปลื้มปีติในวันประวัติศาสตร์ที่มีประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูฝนเป็นเครื่องทรงฤดูหนาว ถวายพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ณ วัดพระแก้ว เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยนายบิณฑ์ เล่าเรื่อง&amp;nbsp;&amp;quot;กราบแทบพระบาท อันเป็นมงคลที่สุดในชีวิตของผม&amp;quot; มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สวัสดีครับเพื่อนๆทุกๆท่าน วันนี้ผมอยากจะมากราบขอบคุณอย่างเป็นทางการที่หลายแสนดวงใจออกมาเฝ้ารับเสด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระราชีนี ในวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ทำให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนได้มีโอกาสเฝ้ารับเสด็จอย่างใกล้ชิดที่สุดในชีวิต ทำให้หัวใจของคนไทยหลายแสนดวง ปลื้มปีติที่สุดในชีวิตก็ว่าได้ รวมถึงผมอีกคนหนึ่ง นี่คือครั้งแรกในชีวิตครับที่ได้กราบแทบพระบาทของพระองค์ท่าน น้ำตาผมไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวคงเป็นเพราะความปีติตื้นตันใจอย่างที่สุด พระองค์ตรัสกับผมว่า ขอบใจที่ช่วยเหลือสังคม เราต้องสามัคคีกันจำไว้นะ ผมอยากจะพูดกับพระองค์ท่าน หลายคำแต่พูดไม่ออก พระองค์ท่านก็รอว่าผมจะพูดอะไร แต่สิ่งที่ผมจะพูดก็คือว่า ผมรักและเทิดทูนพระองค์ท่านที่สุดครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่ได้เห็นภาพที่ประทับใจคนเดียวครับ มีประชาชนอีกหลายแสนคนที่เห็นพระองค์ท่านทรงเหน็ดเหนื่อยในคืนนั้น พระองค์ทำเพื่อประชาชนจริงๆประชาชนรอเฝ้ารับเสด็จพระองค์ท่าน พระองค์ท่าน อยากจะให้ประชาชนได้เห็น และได้ชื่นชม เสียงของพี่น้องประชาชน สนั่นหวั่นไหว ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ไปตลอดทางที่พระองค์ท่านเสด็จ เหงื่อพระองค์ท่านไหลทั่วพระวรกายของพระองค์ท่าน พระองค์ท่านเดินไปหาประชาชนของพระองค์ท่านทุกพื้นที่ที่มีประชาชนเฝ้ารอรับเสด็จอยู่ โดยมีพระราชินีเคียงข้างกับพระองค์ท่านไปตลอดทางเสด็จ พ่อ แม่ พี่ น้องและเพื่อนๆครับ บรรยากาศแห่งความสุขที่เคยได้สัมผัสจะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ขอให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนคนไทยรักและสามัคคีกันอย่างนี้ตลอดไป ไม่ว่าจะอยู่ภาคไหนของประเทศไทยเราคือคนไทยที่รักชาติ ศาสนา และองค์พระมหากษัตริย์ ให้พวกเขาได้รู้ว่า เราจะปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ยิ่งชีพของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะฉะนั้นพวกคุณไม่ต้องมาอธิบายให้ผมฟังหรอกว่ามันจำเป็นแค่ไหนที่ต้องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะผมเป็นคนโง่ครับอธิบายคงฟังอะไรไม่เข้าใจกรุณา ไปอธิบายให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนให้เข้าใจก่อนนะ ว่าทำไมจะต้องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อพี่น้องประชาชนจะเข้าใจบ้าง ส่วนผมไม่เข้าใจ ผมมีหน้าที่ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์และช่วยเหลือประชาชนตลอดชีวิตของผมที่เหลืออยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หยุดคุกคามผมเถอะครับไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็แล้วแต่ อย่ามาใส่ร้ายป้ายสี เพื่อทำลายผม ผมไม่มีอิทธิพลใดๆ ที่จะทำให้พี่น้องประชาชน ออกมาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ พ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกท่านเขามีจิตสำนึกและรักในสถาบันพระมหากษัตริย์ยิ่งชีพของเขา ถึงไม่มีผมพี่น้องประชาชนก็พร้อมใจกันออกมา เพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะอะไรรู้ไหมครับ การถูกย่ำยีไม่ว่าจะเป็นการกระทำ รูปแบบต่างๆของพวกคุณ ใช้คำหยาบคายกล่าวร้ายสถาบัน ผมคนหนึ่ง ที่ทนไม่ได้ แล้วผมก็เชื่อว่าพี่น้องประชาชนอีกหลายสิบล้านคนก็ทนไม่ได้เหมือนผมเช่นกัน เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนจึงพร้อมใจกันออกมาเพื่อปกป้องและรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ให้คงอยู่สืบไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 5 ธันวาคม 2563 จะเป็นอีกหนึ่งวัน ที่พวกเราจะออกมาแสดงถึงความจงรักภักดีที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่พวกเราน้อมรำลึกถึงทุกวันเวลาที่พระองค์สวรรคต จากพวกเราประชาชนคนไทยไป วันนั้นผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนทั่วสารทิศจะต้องเข้ามาเฝ้ารับเสด็จ ในหลวงรัชกาลที่ 10 และพระราชินีอย่างคับคั่งแน่นอน เรื่องเวลาและสถานที่ผมจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เตรียมตัวกันให้พร้อมนะครับพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่าน วันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมานั้นผมต้องขอกราบขอบพระคุณพ่อแม่พี่น้อง ที่มาจากทั่วสารทิศทุกภาคของประเทศไทยมาด้วยความจงรักภักดีโดยไม่มีค่าสินจ้างแต่อย่างใด เพราะพ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกท่านมีศักดิ์ศรีมากกว่าเงินทองที่จะได้รับเพียงน้อยนิด ผมรักและขอกราบหัวใจ ดวงใจคนไทยทุกๆดวง ด้วยหัวใจอันบริสุทธิ์ของผม พวกเราจะไม่ยอมให้ใครมาย่ำยีจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์อีกต่อไปแล้ว พวกเราจะลุกขึ้นสู้เพื่อความถูกต้องและความสุขของพวกเราชาวไทยทุกคน เจอกันวันที่ 5 ธันวาคม 2563 นะครับ พ่อแม่พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งแผ่นดิน..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รูปภาพจะบรรยายภาพให้เข้าใจเองนะครับ ว่าความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ยังมีอยู่จริง..
กราบสวัสดีครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82818</URL_LINK>
                <HASHTAG>1 พ.ย., กลุ่มเสื้อเหลือง, จงรักภักดี, บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์, ปกป้องสถาบัน, วัดพระแก้ว, เปลี่ยนเครื่องทรงฤดูหนาว, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201104/image_big_5fa2a437a076b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48605</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2019 16:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2019 16:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปี ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ต.ค.62 - &amp;nbsp;ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชกฤษฎีกา เรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สองพ.ศ. ๒๕๖๒&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาลปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่สภาผู้แทนราษฎรได้กำหนดวันเริ่มสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง ในวันที่ ๑พฤศจิกายน ตามความในมาตรา ๑๒๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๒๑ มาตรา ๑๒๒ และมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา สมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๒
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48605</URL_LINK>
                <HASHTAG>1 พ.ย., ประกาศราชกิจจา, เปืดสมัยประชุมสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
