<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18607</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2018 09:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2018 09:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“พาณิชย์”โวบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทำให้เงินหมุนเวียนในระบบแสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เผยการใช้วงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐซื้อสินค้าในร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ เกือบ 1 ปี มียอด 4.1 หมื่นล้าน และในจำนวนนี้เป็นการใช้ซื้อสินค้าชุมชนและสินค้าเกษตรกว่า 2 หมื่นล้าน ช่วยทำให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานรากกว่า 1 แสนล้าน ตั้งเป้าปี 62 มีเงินหมุนเวียนในระบบไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามการใช้จ่ายของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 11.4 ล้านคน ที่นำวงเงินในบัตรไปซื้อสินค้าจากร้านค้าธงฟ้าประชารัฐจำนวนกว่า 5 หมื่นราย ซึ่งมีทั้งร้านค้าแบบใช้เครื่องรูดบัตร EDC และร้านค้าแบบใช้มือถือรับชำระค่าสินค้าผ่านแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;ถุงเงินประชารัฐ&amp;rdquo; ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2560- 20 ก.ย.2561 มียอดซื้อสินค้ารวม 4.1 หมื่นล้านบาท และในยอดนี้เป็นการใช้เพื่อซื้อสินค้าชุมชนและสินค้าจากเกษตรกรที่นำไปจำหน่ายในร้านค้ากว่า 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเพิ่มรายได้และสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในวงเงิน 2 หมื่นล้านที่ใช้จ่ายเป็นค่าซื้อสินค้าชุมชนและสินค้าเกษตรที่นำมาวางจำหน่ายในร้านค้าธงฟ้าประชารัฐนี้ คาดว่าจะมีการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจในส่วนภูมิภาคได้ถึง 5 รอบ คิดเป็นวงเงินประมาณ 1 แสนล้านบาทในปี 2561 เพราะเงินได้ลงไปถึงผู้ผลิตสินค้าในชุมชน ลงไปถึงเกษตรกรจริงๆ และเมื่อคนเหล่านี้มีรายได้ ก็นำเงินไปจับจ่ายใช้สอยต่อ ทำให้เศรษฐกิจในระดับฐานรากมีการหมุนเวียน&amp;rdquo;นายสนธิรัตน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในปี 2562 กระทรวงพาณิชย์มีแผนที่จะผลักดันให้สินค้าชุมชนและสินค้าจากเกษตรกร มีช่องทางการจำหน่ายผ่านร้านค้าธงฟ้าประชารัฐได้เพิ่มมากขึ้น เพราะหากมีสินค้าเข้าไปวางจำหน่ายได้เพิ่ม ก็จะช่วยเพิ่มวงเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานราก โดยมีเป้าหมายที่จะขับเคลื่อนให้เกิดเงินหมุนในระบบเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสินค้าชุมชนและสินค้าจากเกษตรกรที่ขายดีในร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ได้แก่ ข้าวสาร ผักและผลไม้ตามฤดูกาล เช่น แตงโม ทุเรียน มะนาว สับปะรด กระเทียม หอมแดง ขนมเปี๊ยะเต้าส้อ เค้ก กล้วยตาก กล้วยฉาบ ข้าวแต๋น น้ำพริกต่างๆ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ในด้านการเชื่อมโยงเครือข่ายและเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับสินค้าชุมชน สินค้าเกษตรกร เข้าไปจำหน่ายในร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ กระทรวงฯ มีแผนที่จะจัดเชื่อมโยงเพื่อสร้างเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้จัดที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง เมื่อวันที่ 25 ก.ย.2561 ที่ผ่านมา ที่ จ.อุดรธานี ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก มีร้านค้าและผู้ผลิตเข้าร่วมประมาณ 500 ราย มีการจับคู่ซื้อขายกว่า 90 ราย วงเงินกว่า 5 ล้านบาท และจะมีการซื้อขายต่อเนื่องในอนาคตอีก และในวันที่ 27 ก.ย.2561 ได้จัดที่ จ.เชียงใหม่ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ยังมีกำหนดจัดในภาคอื่นๆ ต่อไปด้วย ซึ่งจะกำหนดอีกครั้ง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18607</URL_LINK>
                <HASHTAG>1.5 แสนล้านบาท, การหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ, บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afc323d6e9a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5787</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2018 11:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2018 11:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เรืองไกร&#039; ร้องนายกฯทบทวนร่างพรบ.งบฯรายจ่าย1.5แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค. 61 - &amp;nbsp;ที่ศูนย์บริการประชาชน บริเวณสำนักงาน ก.พ. นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขอให้ทบทวนร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติผ่านไปก่อนหน้านี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวว่า การเสนอร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว มีการระบุความจำเป็นในการตรากฎหมาย รวมทั้งอ้างถึงยุทธศาสตร์ชาติที่ 2 ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน และยุทธศาสตร์ที่ 4 ด้านการสร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางสังคม แต่ในตอนนี้ยุทธศาสตร์ชาติยังไม่มีการประกาศใช้ จึงมองว่าการตรากฎหมายดังกล่าวไม่ชอบ และจะทำให้มีปัญหาตามมา ตนจึงจำเป็นต้องยื่นขอให้นายกฯทบทวนเรื่องดังกล่าว และอยากให้สอบถามไปยังนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้วย เพราะนายวิษณุ เคยทักท้วงร่างพ.ร.บ.มหาวิทยาลัยราชภัฏ ที่มีปัญหาข้อกฎหมายในทำนองเดียวกับกับร่างพ.ร.บ.งบประมาณฉบับนี้. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5787</URL_LINK>
                <HASHTAG>1.5 แสนล้านบาท, ร่างพ.ร.บ.งบประมาณ, สนช., สภานิติบัญญัติแห่งชาติ, เรืองไกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8767217578.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
