<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66411</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2020 10:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2020 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานผู้ลี้ภัยโวย&#039;ยูเอ็น&#039;ไร้ประสิทธิภาพ ร้องเรียนรัฐบาลอภิสิทธิ์-กองทัพ ปราบเสื้อแดง10ปีเรื่องเงียบหาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.63- &amp;nbsp; นายจรัล ดิษฐาอภิชัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประธานสมาคมนักประชาธิปไตยชาวไทยไร้พรมแดน ลี้ภัยในประเทศฝรั่งเศส โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Jaran Ditapichai ว่า ในโอกาสครบ 10 ปี กรณีพฤษภาคม 2553 ผมขอรำลึกสดุดีวีรชนประชาธิปไตยทุกท่านที่เสียสละชีวิต บาดเจ็บ และติดคุกจากเหตุการณ์ต่อสู้ดังกล่าว ขอสืบทอดเจตนารมณ์ เดินตามรอยเลือดของท่านเหล่านั้นจนถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังกรณีนี้ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2553 ผมได้ร้องเรียนไปที่คณะมนตรีสิทธิมนุษย์ชน สหประชาชาติ ว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์ และกองทัพละเมิดสิทธิมนุษยชนประชาชนไทยอย่างรุนแรง ด้วยใช้กำบังทหารปราบปรามการขุมนุมของประชาชนผู้รักประชาธิปไตย เสียชีวิต99 คน บาดเจ็บ2พันกว่าคน และถูกจับเกือบ300 คน ต่อมา สำนักเลขาธิการคณะมนตรีฯ แจ้งมาเมื่อเดือนกันยายน ว่า ได้รับคำร้องเรียนของผมแล้ว จากนั้น ผมก็รอ และเคยไปตามเรื่องที่เจนีวา ครั้งหนึ่ง สุดท้าย เรื่องเงียบหายไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุประบบสหประชาชาติ ไม่มีประสิทธิภาพ เช่นกัน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66411</URL_LINK>
                <HASHTAG>10 ปี เหตุการณ์ 10 เมษา – พฤษภา ปี 53, จรัล ดิษฐาอภิชัย, สหประชาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200302/image_big_5e5d2de7ca831.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66397</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2020 07:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2020 07:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดีตบิ๊กข่าวกรอง&#039;ขอบคุณ&#039;อัมสเตอร์ดัม&#039;ที่สารภาพ คนต่างชาติรับจ้าง&#039;ทักษิณ&#039;เคลื่อนไหวในไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.63- นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Nantiwat Samart หัวข้อเบื้องหลังเหตุการณ์เดือนพฤษภา ระบุรายละเอียดว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดือนพฤษภาคมเป็นเดือนอาถรรพ์​ที่นักเคลื่อนไหวทางการเมืองจะต้องจัดกิจกรรมเพื่อรำลึกเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม​ ไม่ว่าจะปี​ 2535​ หรือ​ปี​ 2553&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปีนี้​ ครบรอบ​ 10 ปีเหตุการณ์ปี​ 53​ ซึ่งปกติแกนนำ​ นปช.ต้องจัดงานใหญ่​ แต่ปีนี้เหมือนแกนนำ​ นปช.​ตั้งใจที่จะประชาสัมพันธ์เผยแพร่แต่การจัดงานทำบุญเพียงอย่างเดียว​ และเป็นการจัดที่วัด​ แทนที่ปกติจะจัดที่แยกราชประสงค์​ เหมือนโลว์โปรฟาย​ เปิดทางให้กลุ่มก้าวหน้าฉายเดี่ยว​ ตามหาความจริง​ ไปแต่ลำพัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่อยู่ดีๆ​ นายโรเบิร์ต​ อัมสเตอร์ดัม​ กลับออกมาออกแถลงการณ์​ รำลึกเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม​ 2553​ และเล่าว่า​ ตัวเองอยู่ในเหตุการณ์ครั้งนั้นอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการสำคัญ​ นายอัมสเตอร์ดัมเปิดเผยว่า​ เข้ามาอยู่ในเหตุการณ์เพราะทักษิณจ้างให้ทำหน้าที่เป็น
ทีมกฏหมายเพื่อให้คำปรึกษา​ นปช.เพื่อปลดล๊อครัฐบาลในขณะนั้น​ ที่นายอัมสเตอร์ดัมเขียนเองว่า​ เป็นรัฐบาลที่ไม่ชอบธรรม​ เข้ามาด้วยการจัดการของศาล​ ที่โค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างน้อยต้องขอบคุณนายอัมสเตอร์ดัมที่บอกข้อเท็จจริงให้คนไทยตาสว่าง​ หายสงสัยในความคลุมเครือมาตลอด​ 10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้​ คนต่างชาติ​ ทนายรับจ้างออกมาเคลื่อนไหว​ กล่าวหารัฐบาลปี​ 53​ แถมท้ายว่า​ คนต้องไม่ตายฟรี​ และความจริงต้องถูกเปิดเผย​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องถามว่า​ หายเงียบไปหลายปี​ วันนี้มาออกแถลงการณ์​ มีใครจ้างให้ทำ​ และอาชีพทนายความทำอย่างนี้​ อาศัยจรรยาบรรณข้อไหนในการทำแถลงการณ์อย่างนี้​ หรือนี่จะเป็นการปูกระแสอะไรหรือเปล่า.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66397</URL_LINK>
                <HASHTAG>10 ปี เหตุการณ์ 10 เมษา – พฤษภา ปี 53, นันทิวัฒน์ สามารถ, อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200501/image_big_5eaba2b388ac4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2020 21:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2020 21:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตาม&#039;เหวง&#039;มาติดๆ&#039;รังสิมันต์&#039;ฟันธงไม่มี&#039;ชายชุดดำ&#039;เพราะไม่เห็นถูกทหารยิงสักคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ค.63-นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Rangsiman Rome หัวข้อครบรอบทศวรรษ วันสลายการชุมนุมพี่น้องเสื้อแดง โดยระบุรายละเอียดว่าวันนี้เป็นวันครบรอบทศวรรษ (10 ปี) ของเหตุการณ์ล้อมสังหารโหดผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ผมขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์นี้คือเหตุการณ์ความรุนแรงที่เจ้าหน้าที่รัฐกระทำต่อประชาชนที่ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และเรียกร้องให้ยุบสภา ซึ่งถ้าว่ากันตามข้อเท็จจริง รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ได้พลิกมาเป็นรัฐบาลจากการที่มีกองทัพหนุนหลังพร้อมด้วย &amp;quot;งูเห่า&amp;quot; จากขั้วการเมืองของคุณเนวิน ชิดชอบ พร้อมคำครหาว่าจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนถึงในวันนี้ ยังมีข้อถกเถียงทั้งจากฝ่ายสนับสนุนผู้ชุมนุมและฝ่ายต่อต้าน เกี่ยวกับข้อเท็จจริงในเหตุการณ์และการกล่าวหา ตลอดจนการสาดโคลน ใส่ร้ายป้ายสี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สำหรับผมแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ได้สะท้อนความคลุมเครือหลายอย่างในสังคมไทย และสิ่งที่ควรต้องสร้างความกระจ่างชัดให้กับประชาชนต่อเหตุการณ์นี้คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. คนสั่งฆ่าและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องยังลอยนวล และยังคงลอยหน้าลอยตาได้ตามปกติ สะท้อนว่า ประเทศไทยเรายังมีข้ออ้างให้คนที่มีอำนาจนอกระบบหนุนหลัง สามารถใช้ความรุนแรงกับประชาชนได้อย่างไม่ต้องมีความรับผิดชอบตามมา ตอกย้ำวาทกรรมอภิสิทธิ์ชนลอยนวลพ้นผิด เราลองคิดดูสิครับ กี่สิบปีมาแล้วที่ผู้คนเหล่านี้ต่างก็มีอำนาจอย่างมากในการใช้ความรุนแรง ถ้าหากไม่มีใครเคยต้องรับผิดชอบเช่นนี้ ในอนาคตสิทธิในการชุมนุมที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามระบอบประชาธิปไตยอาจไม่สามารถเกิดขึ้นได้อีก เนื่องจากต้นทุนของชาวบ้านในการชุมนุมกับต้นทุนของผู้มีอำนาจในการสั่งสลายการชุมนุมมีความต่างกันมากเกินไป เมื่อนั้นประชาชนที่เดือดร้อนก็จะไม่มีทางได้รับการเหลียวแลจากรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การทำ Big Cleaning Day หลังเหตุการณ์คือการลบหลักฐานและตัดตอนกระบวนการค้นหาความจริง ร่องรอยของผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ถูกล้างไปด้วยความปรารถนาดีที่ผิดที่ผิดเวลา เพราะมันเป็นการทำลายพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ซึ่งทำให้กระบวนการค้นหาความจริงพร่าเลือนเรื่อยมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. วาทกรรมชายชุดดำและการเผาเมือง การสืบหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ไม่ได้กระจ่างชัดจนสามารถสรุปได้ว่ามีชายชุดดำ ออกมาต่อสู้กับกองกำลังทหาร แม้ว่าจะมีคำพิพากษาในหลายคดีว่าผู้เสียชีวิตถูกยิงจากฝ่ายเจ้าหน้าที่โดยปราศจากอาวุธในมือ กล่าวคือไม่มีชายชุดดำสักคนเดียวถูกเจ้าหน้าที่ยิง แต่ชายชุดดำยังคงเป็นวาทกรรมที่ถูกผลิตออกมาลดทอนความชอบธรรมอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของการเผาเมืองก็ยังมีกรณีอย่างคดีเซ็นทรัลเวิลด์ที่ถูกใช้เป็นประเด็นการเมืองอยู่ตลอดแม้ว่าศาลจะมีคำพิพากษาออกมาแล้วว่าไฟไม่ได้ไหม้เพราะจำเลยที่ถูกฟ้องในคดีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. อันที่จริงรัฐบาลอภิสิทธิ์ยังมีอำนาจเต็มหลังเหตุการณ์อีกอย่างน้อย 1 ปี ถ้าฝ่ายผู้ชุมนุมมีการติดอาวุธ มีกองกำลังของตัวเองอย่างเป็นระบบจริง ทำไมรัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงในขณะนั้นถึงไม่สามารถหาตัวผู้กระทำผิดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. เหตุการณ์การชุมนุมเมื่อปี 2553 มีผู้เสียชีวิตรวมอย่างน้อย 94 คน บาดเจ็บอีกราว 2,100 คน แน่นอนว่าในจำนวนนี้มีทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่ น่าแปลกไหมครับที่ผู้ที่ลั่นไกยิง ผู้ที่สั่งการ ยังไม่มีใครต้องรับผิดชอบใด ๆ เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านเมืองจำเป็นต้องเดินหน้าไปสู่การสร้างอนาคตร่วมกันให้ได้ แต่ถ้าเราปล่อยให้บางเหตุการณ์ผ่านเลยไปอย่างคลุมเครือ โดยที่ความจริงยังไม่ปรากฎ ผมคิดว่ามันไม่เป็นธรรมต่อผู้สูญเสีย บ้านเมืองที่จะเดินไปข้างหน้านั้นย่อมไม่มั่นคง เพราะมันได้กดทับเอาปัญหาใหญ่เอาไว้ การที่ยุคสมัยใดก็ตามผู้มีอำนาจรัฐสั่งฆ่าประชาชนได้โดยไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น บ้านเมืองนั้นย่อมเดินหน้าไปสู่ความดิบเถื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมตามหาความจริงครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66392</URL_LINK>
                <HASHTAG>10 ปี เหตุการณ์ 10 เมษา – พฤษภา ปี 53, ก้าวไกล, ชายชุดดำ, นายรังสิมันต์ โรม, เสื้อแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200519/image_big_5ec3ef5d6cfb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66328</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2020 12:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2020 12:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จตุพร&#039;เตือนยุติใส่ร้ายเสื้อแดง! หากไม่หยุดขอท้าทาย  ไม่ว่าใครก็ตามให้นัดหมายมาพูดเรื่องคนตาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ค.63- ที่วัดนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)นายยศวริศ ชูกล่อม นายอารี ไกรนรา นายศักดิ์ระพี พรหมชาติ นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ แกนนำนปช. และแนวร่วมคนเสื้อแดงร่วมกันทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้วีรชนที่ร่วมต่อสู้ในเหตุการณ์เมษา-พฤษภา2553 มีการทำบุญตักบาตร แด่พระภิกษุสงฆ์จำนวน 9 รูปพร้อมถวายสังฆทาน ผ้าบังสุกุลและกรวดน้ำให้วีรชนรวมถึงทหารที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพรกล่าวภายหลังพิธีว่า ไม่ควรมีใครต้องมาตายจากการเรียกร้องเพื่อประชาธิปไตย รวมถึงวีรชนทุกเหตุการณ์ไม่ว่าจะเป็น 14 ตุลาคม2516 &amp;nbsp;6 ตุลาคม 2519 &amp;nbsp;พฤษภาคม2535 และการต่อสู้อื่นใดของภาคประชาชน ตนและพวกพ้อง ได้นัดหมายกันว่า พี่น้องเราที่ได้ร่วมการต่อสู้เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะอยู่ที่แห่งใด สะดวกตอนเช้าก็ตักบาตรตอนเพลก็ถวายพระเพล หลังเพลก็ทำบุญสังฆทานเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับวีรชน ในวาระครบรอบ 10 ปีนี้ ในฐานะ ประธานนปช.ที่ได้ร่วมในการต่อสู้และเป็นผู้อภิปรายไม่ไว้วางใจ ได้รวบรวมพยานหลักฐาน การล้อมปราบประชาชน เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ใช้เวลาอภิปราย 4 ชั่วโมง ทุกสิ่งทุกอย่าง ได้พูดไปหมดแล้ว รวมทั้งการตั้งเวทีปราศรัย เวทีแถลงข่าว เห็นชัดเจน ขณะนั้น มีความพยายามถอนประกันตนทุกสัปดาห์ ในเรื่องของการแสวงหาความยุติธรรมให้กับคนที่ตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ช่วง10 ปี ยิ่งตามหาความจริงมากเท่าไหร่ จะยิ่งเจ็บปวดมากเท่านั้น ฝ่ายที่พูดความจริงจะลงท้ายด้วยคุกตะราง &amp;nbsp;ลงท้ายด้วยการลงโทษ ฝ่ายที่ลงมือฆ่าไม่มีใครถูกดำเนินคดีแม้แต่เพียงรายเดียว ความพยายามที่จะรื้อค้นหรือกล่าวใส่ร้ายกันอีกนั้น ขอเตือนว่า ควรจะยุติ เพราะหากไม่ยุติก็ประกาศท้าทายว่า ไม่ว่าใครก็ตามให้นัดหมายกันมา ที่จะพูดถึงเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ เพราะความจริงคือมีคนตายมากที่สุด ในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของประเทศไทย&amp;rdquo;นายจตุพรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพรกล่าวอีกว่า เหตุการณ์ 14 ตุลาคมกว่า 70 ชีวิต เหตุการณ์6 ตุลาคมกว่า 40 ชีวิต พฤษภาทมิฬตายสูญหายกว่า 80 ชีวิต แต่เหตุการณ์พฤษภาคมปี 2553 ตายร่วมร้อยกว่าชีวิต ตายในเหตุการณ์และภายหลังเหตุการณ์ มีหลายชีวิตที่ตายภายหลัง รวมถึงมีผู้บาดเจ็บกว่า 2 พันคน ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีนี้ คนเสื้อแดงอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัว แล รู้ว่าเราไม่สามารถสู้ในกระบวนการใดได้ เพียงแต่ได้ทำหน้าที่แสวงหาความยุติธรรม ซึ่งได้ทำอย่างครบถ้วน แม้ว่าจะไม่ได้รับความยุติธรรมก็ตาม ในวาระ 10 ปีนี้ เราต้องยอมรับความจริงว่า ไม่สามารถที่จะทวงหาความยุติธรรมให้กับคนที่ตายได้ ตนได้พยายามทำหน้าที่ ฟ้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ มอบหมายให้ นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม เป็นทนายไปฟ้องก็ฟ้องได้คนเดียว แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคดีที่เกิดขึ้นในประเทศไทยนั้น แน่นอนที่สุดความตายที่ผิดธรรมชาติ จะต้องมีการไต่สวนสำนวนชันสูตรพลิกศพ ซึ่งกว่า 10 คดี ศาลได้ไต่สวนระบุชัดเจนว่า ความตายที่เกิดขึ้น เกิดจากการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่อ้างว่าได้รับคำสั่งจากศอฉ. ซึ่งต่อมาก็ได้มีการฟ้องจำเลยในคดีนี้ 2 คนเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี 1 คนและรองนายกรัฐมนตรี 1 คน &amp;nbsp;โดยจำเลยทั้งสองคนได้ต่อสู้ว่า เขตอำนาจศาลนั้นไม่ได้เป็นของศาลอาญา ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยโดยอธิบดีศาลอาญา มีความเห็นแย้งว่า ในฐานความผิดคดีฆ่าคนตาย และพยายามฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผลนั้น อันเป็นผล จากการไต่สวนสำนวนชันสูตรพลิกศพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลได้ชี้ว่าผู้ตายเป็นใคร ตายด้วยเหตุอะไร ใครเป็นคนร้ายที่ทำให้ตาย เป็นอำนาจของศาลอาญา ซึ่งถือว่าเป็นคดีแรกๆที่ อธิบดีศาลอาญามีความเห็นแย้งกับผู้พิพากษาในบัลลังก์ แต่เรื่องนี้ก็จบลงตรงที่ ให้เป็นอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งจะต้องผ่านคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เรื่องเมื่อผ่านป.ป.ช.ก็ชี้มูลว่า ไม่มีความผิด ทำให้คดีนี้เรื่องไปไม่ถึงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ดังนั้นที่บอกว่าศาลพิพากษา ไม่ได้กระทำความผิดนั้น เป็นความเท็จโดยสิ้นเชิง เพราะศาลไม่เคยพิพากษาจำเลยในคดีนี้ เพราะเป็นเรื่องเขตอำนาจศาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานนปช.กล่าวว่า ประเด็นต่อมาที่บอกว่าในคดีที่จำคุกตน ที่ระบุว่า ไปกล่าวหา เรื่องการสั่งฆ่าประชาชน ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงแต่เป็นคนละข้อเท็จจริงกัน ในคดีที่ฟ้องตนนั้นไม่ใช่เหตุการณ์ในปี 2553 แต่เป็นเหตุการณ์ในปี 2552 แต่พยายามชี้แจงดูเสมือนหนึ่งว่า ในฐานฆ่าประชาชนนั้น ศาลได้พิพากษาลงโทษไปแล้ว แต่จริงๆ แล้วนั้นเป็น เหตุการณ์ปี 52 ไม่ใช่ในปี 53 ขอเตือนอีกครั้งไม่ว่าในส่วนการเมืองใดก็ตาม ความจริงที่หนีไม่พ้น คือมีคนตายเกิดขึ้น และตนยังเรียกร้องว่า ทำไมไม่มีการไต่สวนสำนวนชันสูตรพลิกศพ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม เพราะเป็นเรื่องที่ค้างคาใจคน ที่ถูกนำมาใช้ในการอธิบายกันทุกปี ทั้งที่ความตายที่ผิดธรรมชาติตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ตำรวจและเจ้าหน้าที่จะต้องไต่สวนให้แล้วเสร็จ ภายใน 1 เดือนและสามารถขยายได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 1 เดือน ในขั้นตอนอัยการ 1 เดือนขยายได้ 2 ครั้ง ซึ่งหมายความว่าระหว่างตำรวจและอัยการขยายการไต่สวนเต็มที่แล้วไม่เกิน 6 เดือน ทุกครอบครัว ที่เป็นครอบครัววีรชน อยู่กับความทุกข์ ไม่ได้แตกต่างกันกับกว่าร้อยชีวิตนี้ ไม่ว่าจะเป็นประชาชนหรือเจ้าหน้าที่รัฐ ดังนั้นอย่าพยายามอธิบายหาเศษหาเลยกัน หลายคนมีความเกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอเตือนอีกครั้งว่า ในฐานะประธานคนเสื้อแดง ไม่ได้ปลุกคนเสื้อแดงขึ้นมาต่อสู้ใหม่ แต่คนปลุกคนเสื้อแดงคือฝ่ายปราบปรามคนเสื้อแดง ที่พยายามประโคมข่าวในขณะนี้ ไม่ว่าคนที่อยู่ใน ศอฉ.หรือคนที่มีความเกี่ยวข้อง ผมพยายามไม่ตอบเป็นรายประเด็นนั้น เนื่องจากไม่ต้องการสร้างความขัดแย้งขึ้นมาใหม่ ท่ามกลางที่ประเทศที่ต้องสู้กับโควิด19 และภาวะเศรษฐกิจปากท้องที่แสนสาหัส หากต้องการพิสูจน์ความจริง ก็พร้อมทุกกรณี บทเรียนต่างๆในทุกเหตุการณ์เรามักจะพูดว่าควรจะเป็นครั้งสุดท้าย ในการเข่นฆ่าประชาชนและประชาชนที่ตายไม่มีเขม่าดินปืนในมือ ไม่พบว่าผู้ตายมีอาวุธแม้แต่รายเดียว จึงไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย อย่างที่ผู้ถืออำนาจรัฐกล่าวอ้าง การสร้างวาทกรรมเรื่องเผาบ้านเผาเมืองนั้นเพียงเพื่อต้องการกลบศพ เนื่องจากผู้เสียชีวิตถูกฆ่าก่อนที่ไฟจะไหม้ แต่ 6 ศพที่ วัดปทุมฯถูกฆ่าขณะไฟไหม้&amp;rdquo;นายจตุพรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพรกล่าวอีกว่า ได้มีโอกาสพูดคุยกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก่อนการรัฐประหาร2557 ไม่กี่นาที ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นอีกในสังคมไทย แต่ก็เห็นชัดว่า ระบอบเผด็จการทหาร ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความยากจนและความเดือดร้อนของประชาชนได้ แม้แปลงร่างเข้ามาตั้งพรรคการเมือง ก็ไม่แตกต่างจากพรรคสามัคคีธรรม ที่ตั้งขึ้นมารองรับการสืบทอดอำนาจคณะรัฐประหารเมื่อปี 2534 ก่อนจบลงที่เหตุการณ์ พฤษภา 35 ในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ ที่จะครบรอบการรัฐประหารปี 2557 นปช.ไม่มีกิจกรรมอะไร เพียงแต่แกนนำนปช. จะแสดงความคิดเห็นและจุดยืนที่ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารผ่านช่องทางต่างๆเท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66328</URL_LINK>
                <HASHTAG>10 ปี เหตุการณ์ 10 เมษา – พฤษภา ปี 53, จตุพร พรหมพันธุ์, ประธานนปช., เสื้อแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200519/image_big_5ec36cde4d63f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2020 12:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2020 12:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แอมเนสตี้&#039;มาแล้ว!ถล่มยับ10ปีความยุติธรรมไม่เกิด ไร้การเยียวยาเสื้อแดง แต่ความจริง&#039;ยิ่งลักษณ์&#039;แจกหัวละ7.75ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ค.63- แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแลออกแถลงการณ์เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี พฤษภา 53 เหตุการณ์ปราบปรามที่ร้ายแรงสุดครั้งหนึ่งของรัฐบาลในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย โดยระบุว่านอกจากการดำเนินคดีอาญากับแกนนำและผู้ชุมนุมประท้วงบางส่วนแล้ว ความยุติธรรมยังคงไม่เกิดขึ้น ไม่มีการเปิดเผยความจริง และไม่มีการเยียวยาต่อครอบครัวของผู้ที่ถูกสังหารในระหว่างความรุนแรงครั้งนั้น รัฐบาลไทยต้องนำตัวผู้ที่คาดว่ามีส่วนรับผิดชอบทางอาญาต่ออาชญากรรมระหว่างการชุมนุมเมื่อเดือนพฤษภาคม 2553 มาลงโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ทางการไทยเริ่มปฏิบัติการทางทหารครั้งสุดท้าย เพื่อสลายการชุมนุมของผู้ประท้วงหลายพันคน หลังการประท้วงติดต่อกันหลายเดือนในกรุงเทพฯ ซึ่งบางครั้งเกิดความรุนแรงขึ้น และมีการโจมตีทำร้ายฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ระหว่างวันที่ 10 เมษายน ถึง 19 พฤษภาคม การเผชิญหน้าที่รุนแรงหลายครั้งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 94 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 1,283 คน โดยในบรรดาผู้เสียชีวิตประกอบด้วยผู้ประท้วง นักข่าว ผู้ที่ให้ความสนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาสาสมัคร เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมายังไม่มีการพิสูจน์ถึงสาเหตุการตายของผู้เสียชีวิตบางหลาย ในโอกาสครบรอบ 10 ปีของวันสุดท้ายในการปราบปรามที่รุนแรง แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเรียกร้องทางการไทยให้นำตัวผู้มีส่วนรับผิดชอบทางอาญาทั้งหมดมาลงโทษทันที ตามกระบวนการที่เป็นธรรมของศาลพลเรือน และให้การเยียวยาอย่างเป็นผลต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังเหตุความรุนแรง รัฐบาลประกาศในวันที่ 21 พฤษภาคม 2553 ว่าจะมี &amp;ldquo;การสอบสวนอย่างเป็นอิสระต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดระหว่างการประท้วง&amp;rdquo; &amp;ldquo;ในลักษณะที่โปร่งใส&amp;rdquo; แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล ผู้บัญชาการทหาร หรือเจ้าหน้าที่ทหารรายใดที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการครั้งนั้นถูกดำเนินคดี ในขณะที่ได้มีการดำเนินคดีอาญากับแกนนำและผู้ชุมนุมประท้วงบางส่วนแล้ว แอมเนสตี้ระบุว่าเมื่อมีการละเมิดและปฏิบัติมิชอบด้านสิทธิมนุษยชน ผู้ที่คาดว่ามีส่วนรับผิดชอบทางอาญาทั้งหมดต้องถูกนำมาลงโทษตามการพิจารณาที่เป็นธรรมของศาลพลเรือน หากพบว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐมีความผิดฐานละเมิดสิทธิมนุษยชน การลงโทษทางวินัยหรือตามมาตรการของฝ่ายบริหารอาจไม่เพียงพอ และไม่สอดคล้องตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเน้นย้ำว่า การขาดความยุติธรรม ความจริง และการเยียวยาจากรัฐบาลสำหรับผู้ที่ถูกสังหารและทำร้ายระหว่างการชุมนุมในปี 2553 เน้นให้เห็นปัญหาการลอยนวลพ้นผิดจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ยังเกิดขึ้นต่อไป รวมทั้งรัฐบาลเพิกเฉยต่อกฎหมายและมาตรฐานระหว่างประเทศเกี่ยวกับการสลายการชุมนุมและการใช้กำลัง เหตุที่ทางการไม่สามารถแก้ไขปัญหาจากการละเมิดเหล่านี้ได้ ทำให้เกิดบรรยากาศความหวาดกลัวโดยทั่วไป และเปิดโอกาสให้มีการปฏิบัติมิชอบและการละเมิดเช่นนี้อีก โดยผู้กระทำไม่ต้องถูกลงโทษ ทางการไทยต้องดำเนินคดีทางอาญาโดยทันทีต่อเจ้าหน้าที่ทั้งในปัจจุบันและอดีต และบุคคลที่มีส่วนรับผิดชอบ รวมทั้งผู้ทำหน้าที่สั่งการ โดยต้องรับประกันว่าจะมีการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม ทั้งยังต้องจัดให้มีการเยียวยาอย่างเต็มที่ต่อญาติของผู้เสียชีวิตและผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างสอดคล้องตามกฎหมายและมาตรฐานระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามแถลงการณ์ของแอมเนสตี้ กลับไม่พูดถึงกรณีที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการทุบสถิติงบเยียวยาเหยื่อทางการเมืองกว่า 2,000 ล้านบาท ผู้ที่ได้รับชดเชยในอัตราสูงสุดคือกรณีที่เสียชีวิต ได้ถึงรายละ 7.75 ล้านบาท โดยแยกเป็นค่าชดเชยการเสียชีวิต 4.5 ล้านบาท ค่าทำศพ 2.5 แสนบาท และค่าเยียวยาจิตใจสำหรับญาติผู้เสียชีวิตอีก 3 ล้านบาท.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66326</URL_LINK>
                <HASHTAG>10 ปี เหตุการณ์ 10 เมษา – พฤษภา ปี 53, แอมเนสตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180705/image_big_5b3e0a6029975.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66322</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2020 11:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2020 11:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แกนนำแดงรำลึก 10 ปีเผาบ้านเผาเมือง วินาศกาเลวิปริตพุทธิ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ค.63- นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท หนึ่งในแกนนำคนเสื้อแดง เผนแพร่บทความเนื่องในโอกาส10ปี เหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองพฤษภา2553 หัวข้อ ความเจ็บปวด บนเส้นทางสู่ประชาธิปไตย มีเนื้อหาว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พฤษภาคม 2553 ถึงวันนี้ครบรอบ 10 ปีเต็ม ที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ร่วมกับพี่น้องประชาชนผู้รักประชาธิปไตยและความเป็นธรรม ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชนเพื่อเลือกตั้งใหม่ เพราะการได้มาซึ่งการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาขาดความชอบธรรม ที่วิญญูชนทั่วไปสามารถที่จะรับรู้ได้ว่ามีการสมคบคิดกันนอกระบบของเครือข่ายกลุ่มบุคคลฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองกับรัฐบาลของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้จัดแถวลงขันแบ่งงานกันทำอย่างเป็นระบบในการโค่นล้มรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการชุมนุมปิดทำเนียบปิดสนามบินของกลุ่มพันธมิตรฯ การเข้ามาแทรกแซงกดดันของผู้นำเหล่าทัพอย่างชัดเจน ออกรายการโทรทัศน์เรียกร้องให้นายกฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ลาออก การย้ายพรรคของส.ส.พรรคเพื่อไทยกลุ่มหนึ่งที่มีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันทางการเมืองอย่างมีเงื่อนงำเพื่อไปยกมือสนับสนุนรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กรรมชี้เจตนาให้เห็นอย่างชัดเจนในทุกเรื่องราว หลักการประชาธิปไตยและเจตนารมณ์ของประชาชนส่วนใหญ่จากผลการเลือกตั้งได้ถูกทำลายลง แต่ด้วยความเกลียดชังของคนในชาติระหว่างกันมันได้เกาะกินตรรกะเหตุผลของผู้คนนักวิชาการปัญญาชนบางส่วนไปมาก กลุ่มอนุรักษ์นิยมและชนชั้นนำก็ต้องการรักษาสถานภาพการได้เปรียบของกลุ่มตนในสังคมเอาไว้อย่างเหนียวแน่นโดยไม่สนใจวิธีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองตามครรลองประชาธิปไตยแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันถึงคราวที่สังคมไทยได้เดินทางมาถึงช่วงเวลา&amp;quot;วินาศกาเลวิปริตพุทธิ&amp;quot; จริง ๆ และได้ส่งผลร้ายมาถึงทุกวันนี้ การชุมนุมใหญ่ของนปช.จึงได้เกิดขึ้น ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2553 เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลในขณะนั้นยุบสภา แต่กลับถูกรัฐบาลใช้กำลังทางทหารล้อมปราบโดยใช้อาวุธหนัก หน่วยแม่นปืน รถยานยนต์หุ้มเกราะเข้าปฏิบัติการด้วยความรุนแรง และมีการอนุญาตให้ใช้กระสุนจริงยิงประชาชนได้ จนทำให้ผู้ร่วมชุมนุมบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก ไม่เว้นแม้กระทั้งพยาบาลอาสาที่เข้าไปพึ่งพาอาศัยวัดที่เป็นเขตอภัยทาน นี่คือบาดแผลที่เจ็บปวดมาจนถึงทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขบวนการทำลายความชอบธรรมการชุมนุมของนปช.ก็ยังถูกปฏิบัติการทางสงครามข่าวสารทำลายความชอบธรรมอยู่ตลอดเวลามาจนถึงทุกวันนี้ ก็ยิ่งสร้างความโกรธเกลียดระหว่างกันให้เกิดขึ้นในสังคมไทย การปฏิบัติตามกฎหมายต่อประชาชนที่คิดต่างทางการเมืองก็ไม่เสมอภาคเท่าเทียมกัน ยิ่งขยายความแตกแยกเจ็บลึกให้เกิดขึ้นกับผู้ถูกกระทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การยึดอำนาจทั้งสองครั้งในรอบสิบกว่าปี ก็ได้ให้คำตอบเป็นอย่างดีแล้วว่าไม่ใช่การเข้ามาแก้ปัญหาความขัดแย้งภายในชาติแต่อย่างใด แต่เป็นการออกแบบวางแผนสมคบคิดแบ่งงานกันทำของฝ่ายชนชั้นนำโดยใช้กำลังทหารเป็นคำตอบสุดท้ายในการทำรัฐประหารให้ดูมีความชอบธรรมขึ้นเพื่อสถาปนา รัฐราชการอนุรักษ์อำนาจนิยมขับเคลื่อนประเทศด้วยวิสัยทัศน์ของกลุ่มพลังอนุรักษ์นิยมเท่านั้น ประชาชนและนักการเมืองก็เป็นแค่ไม้ประดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเองได้ออกมาต่อต้านการรัฐประหารตั้งแต่มีสัญญาณไม่ดีต่อระบอบประชาธิปไตยตั้งแต่ปลายปี 2548 แล้ว เพราะไม่เชื่อในระบอบเผด็จการรัฐประหาร ถ้าดีจริงประเทศไทยเจริญไปนานแล้ว บนเส้นทางสายนี้ติดคุกสองครั้ง เกิดอุบัติเหตุถูกรถชนระหว่างเดินทางมาร่วมชุมนุมสองครั้ง วันนี้จะตกยากลำบากอย่างไรก็จะยืนยงคงขุนเขาอยู่กับฝ่ายประชาธิปไตยต่อไป และไม่เคยโกรธเกลียดใครเป็นตัวบุคคล แต่ไม่เอายึดอำนาจ ไม่เอาเผด็จการเป็นอันขาด ใครจะชอบหรือไม่ชอบนายกฯ ทักษิณ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มันเป็นสิทธิเสรีภาพ ไม่เคยโกรธเกลียดคนเหล่านั้น แต่ถ้านำเอาความไม่ชอบบุคคลทั้งสองไปเป็นเหตุผลสนับสนุนการรัฐประหารหรือสนับสนุนเผด็จการ นี่คือตรรกะวิบัติอย่างแท้จริง ซึ่งกำลังลุกลามอยู่ในสังคมไทยที่ถูกสอนให้เชื่อมากกว่าสอนให้คิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความแตกต่างหลากหลายไม่ใช่ความชั่วร้ายแต่เป็นความงดงามและเป็นเสน่ห์ของสังคม ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ในสังคมประชาธิปไตยเท่านั้น ป่าไม้ที่สมบูรณ์แข็งแรงก็เช่นเดียวกันจะประกอบไป ด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉะนั้นสถานีสุดท้ายของเส้นทางมนุษยชาติต้องเป็นสถานีประชาธิปไตยเท่านั้น ผมไม่เคยเชื่อว่าป่าไม้เชิงเดี่ยวจะแข็งแรงทนทานอยู่ได้เมื่อโดนพายุและมรสุมหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สุดนี้ขอกราบคารวะจิตใจที่เสียสละของนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยทุกคนบนถนนสายนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66322</URL_LINK>
                <HASHTAG>++, 10 ปี เหตุการณ์ 10 เมษา – พฤษภา ปี 53, วิภูแถลง พัฒนภูมิไท, เผาบ้านเผาเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190208/image_big_5c5d3c0dcb314.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66315</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2020 11:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2020 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม&#039;ออกแถลงการณ์&#039;ทักษิณ&#039;  ส่งผมไปช่วยคนเสื้อแดง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ค.63- นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความของ นายทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคุก ผู้ต้องหาคดีคอร์รัปชั่นหลายคดี ออกแถลงการณ์ เรื่อง การรอคอยความยุติธรรมที่ยาวนานกว่า 10 ปี จากเหตุสังหารหมู่ ณ กรุงเทพฯ โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในระหว่างช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคมของปี 2553 ผมอยู่หลังซุ้มกีดขวางในถนนที่กรุงเทพฯ ร่วมกับผู้ประท้วงเสื้อแดง ซึ่งเป็นเวลาผ่านมาทั้งหมด 66 วันแล้วที่กลุ่มชุมนุมปิดยึดพื้นที่ในส่วนกลางของกรุงเทพและเป็นที่สนใจไปทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมได้ไปอยู่ในจุดนั้นเนื่องจากถูกส่งไปโดยอดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นลูกค้าของผม ผู้ที่จ้างวานให้สำนักงานกฎหมายของผมคอยช่วยเหลือให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมายกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) รวมถึงวานให้ช่วยเหลือหาหนทางด้านกฎหมายเพื่อจะปลดล็อครัฐบาล เนื่องจากในขณะนั้นประเทศกำลังตกอยู่ในกำมือรัฐบาลที่ไม่มีความชอบธรรม เข้ามาอยู่ในตำแหน่งโดยการร่วมมือกับศาลเพื่อโค่นล้มรัฐบาลเสียงข้างมากที่มาจากการเลือกของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงเวลาสำคัญนั้นได้เกิดเหตุการณ์ดุเดือดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะฝูงควันจากการยิงปืน รวมถึงเสียงปืนดังลั่นตลอดทั้งคืน ผมยังจำทุกอย่างได้ดี ผมอยู่ไม่ไกลเลยจากบริเวณที่มีพลทหารซุ่มยิงเสธ.แดง ในขณะที่เขากำลังให้สัมภาษณ์กับนักข่าวจากนิวยอร์คไทม์อยู่ พวกทหารฆ่าช่างภาพจากสำนักข่าวรอยเตอร์ นายฟาบิโอ โพเลนกี้ อย่างเลือดเย็น และทหารยังฆ่าเด็กที่ไม่มีอาวุธ พยาบาล แม้กระทั่งคนที่หลบภัยอยู่ในวัด พวกเราได้รับการแจ้งมาอย่างดีว่าทางรัฐบาลในขณะนั้นจะไม่ใช้ความรุนแรงกับเราพร้อมสัญญาว่าหลังจากเหตุการณ์ประท้วงจบลง จะให้มีการจัดการเลือกตั้ง ทั้งหมดนี้โดยเพิกเฉยและไร้การตอบกลับจากรัฐบาล ทุกอย่างมันชัดเจนว่ามันไม่ใช่แค่การจะสลายการชุมนุม แต่มันคือการใช้ความรุนแรงกดปราบกลุ่มผู้ชุมนุมและเป็นการก่อการร้ายต่อประชาชนไทยโดยรัฐบาลเสียเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปราบล้างจบลงวันที่ 19 เมษายน โดยกลุ่มชายชุดดำใช้ปืนยาวซุ่มยิงมาจากบริเวณรางรถไฟบีทีเอส พร้อมกับมีรถถังและรถติดอาวุธเคลื่อนมายังบริเวณที่มีตั้งซุ้มปิดล้อม ผมโชคดีที่หลบหนีไปฮ่องกงได้ทัน แต่มีอีกหลายคนที่โชคร้ายในวันนั้น มากกว่า 98 คน โดยสังหารด้วยน้ำมือของกองทหารไทย และมากกว่า สองพันคนได้รับบาดเจ็บจากปฏิบัติการสลายการชุมนุมนองเลือดนี้โดยคำสั่งคือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น และประยุทธ์ จันทร์โอชาผู้สั่งงานปฏิบัติการทางการทหารที่กลายมาเป็นคนทำรัฐประหารต่อมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายครอบครัวต้องโศกเศร้ากับการตายของคนในครอบครัวที่ถูกทหารไทยพรากชีวิตไปแต่ทหารผู้เป็นคนฆ่าไม่มีใครถูกดำเนินคดี ความเจ็บปวดของครอบครัวเหยื่อและความทรงจำของพวกเขาไม่ได้หายไป แต่คนที่สั่งฆ่า คนที่สนับสนุนและคนที่ได้ผลประโยชน์จากการฆ่าคนในครั้งนี้ยังลอยนวล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สังคมการเมืองไทยยังมีอะไรให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้อีกมากมาย เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและมันพิสูจน์ให้เห็นว่ามีคนกลายกลุ่มพร้อมปล่อยให้ระบอบประชาธิปไตยถูกทำลายลงไป หากคุณมองกลับไปถึงประวัติศาสตร์ชาติไทยในตอนที่เราได้รับผลกระทบจากนโยบายต่างประเทศของอเมริกาซึ่งทำให้ไทยแบ่งแยกออกเป็นสองฝักฝ่ายจากการปราบปรามการประท้วงทางการเมืองตั้งแต่ปี 2516 ปี 2519 และ ปี 2536 แม้กระทั่งเมื่อไม่นานมานี้จากนโยบายของโอบาม่าที่หันกลับมาให้ความสนใจในเอเชีย เราจะเห็นได้ว่าสื่อต่างประเทศทั้งหลายไม่ได้ให้ความสำคัญกับการรายงานข่าวในรัฐประหารปี 2549 และปี 2552เลย ยิ่งกว่านั้นการสังหารหมู่ปี 2553 ก็ไม่มี ซึ่งเปรียบเหมือนเป็นการให้ความชอบธรรมและเข้าข้างกับฝ่ายเผด็จการ ทำไมเขาถึงได้คาดการณ์อะไรผิด ๆแบบนั้นกันนะ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อสรุปในความผิดพลาดครั้งนี้คือการสูญเสียชีวิตผู้คน สูญเสียอาชีพ การถูกจับเข้าคุกและการสูญเสียสิทธิทางการเมืองของคนเป็นล้านนำมาซึ่งการไร้สิทธิมนุษยชนและเสรีภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันนี้สิบปีที่แล้วหลังจากการสังหารหมู่ เรายังต้องทำหน้าที่เพื่อระลึกถึงความสูญเสียต่อไป มันถือเป็นความรับผิดชอบของพวกเราที่จะเตือนพวกมีอำนาจให้รู้ว่าคนต้องไม่ตายฟรีและการกระทำของพวกทหารป่าเถื่อนจะถูกจดจำต่อไป อนาคตอยู่ในกำมือคนรุ่นใหม่และเราหวังว่าความจริงนี้จะถูกเปิดเผยมากยิ่งขึ้นในอนาคต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66315</URL_LINK>
                <HASHTAG>10 ปี เหตุการณ์ 10 เมษา – พฤษภา ปี 53, ทนายความทักษิณ, โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200519/image_big_5ec34dd5ed7bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
