<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92244</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2021 10:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2021 10:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลงทะเบียน &#039;เราชนะ&#039;จ่อทะลุ10ล้านคน เตรียมเปิดโอกาสกลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟนวันที่ 15 ก.พ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.พ. 2564 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่โครงการเราชนะได้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเพื่อรับเงินช่วยเหลือเยียวยา ผ่านเว็บไซต์เราชนะ ตั้งแต่วันที่ 29 ม.ค. ตัวเลขนับถึงวันที่ 5 ก.พ. มีผู้ลงทะเบียนแล้ว 9.54 ล้านคน ซึ่งการลงทะเบียนจะเปิดถึงวันที่ 12 ก.พ. สำหรับประชาชนที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ทั้ง​างกระทรวงการคลัง ล่าสุดแจ้งว่า จะเปิดให้ลงทะเบียนที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา หรือหน่วยรับลงทะเบียนเคลื่อนที่ของธนาคารกรุงไทย เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ. เป็นต้นไป ยังไม่มีกำหนดปิดรับลงทะเบียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนต่อมาตรการเยียวยาลดภาระค่าครองชีพของรัฐบาล จะขอแบ่งประชาชนออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้​ 1.กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถใช้วงเงินจากโครงการเราชนะได้กับร้านค้าที่เคยใช้อยู่บริการอยู่แล้ว เช่น ร้านธงฟ้า รวมถึงร้านค้าร่วมโครงการคนละครึ่งและโครงการเราชนะ ด้วยการสแกนบัตรฯผ่านแอปพลิเคชั่นถุงเงิน เริ่มแล้วเมื่อ 5 ก.พ. 2.กลุ่มที่มีแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง (จากโครงการคนละครึ่ง/เราเที่ยวด้วยกัน) สามารถตรวจสอบสิทธิได้ ตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ.&amp;nbsp; ​3.กลุ่มที่ลงทะเบียนใหม่ สามารถตรวจสอบสิทธิได้ ตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ.​ การตรวจสอบสิทธิต้องเข้าไปที่เว็บไซด์เราชนะ กดที่ช่อง &amp;ldquo;ตรวจสอบสถานะผู้ได้รับสิทธิ&amp;rdquo; หากพบว่า &amp;ldquo;ไม่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติ&amp;rdquo; สามารถแสดงความประสงค์ขอทบทวนสิทธิได้ทางเว็บไซต์เราชนะ ตั้งแต่ 8 ก.พ. ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับสิทธิ ทางกระทรวงการคลังจะโอนวงเงินให้ครั้งแรก 2,000 บาท ผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง เริ่มวันที่ 18 ก.พ. และจะทยอยโอนให้จนครบ 7,000 บาท ในปลายเดือนมี.ค. จึงขออย่าได้กังวลที่ตอนนี้ไม่มีวงเงินโอนไปถึงมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.กลุ่มผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ล่าสุดนายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบการเยียวยา &amp;nbsp;ภายใต้โครงการ &amp;ldquo;ม33 เรารักกัน&amp;rdquo; โดยกระทรวงแรงงานให้ข้อมูลว่า ผู้ประกันตนฯจะได้รับการช่วยเหลือค่าครองชีพ คนละ 4,000บาท ผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง มีเงื่อนไขคือ ต้องไม่มีเงินฝากในสถาบันการเงินรวมกันเกิน 5 แสนบาท ไม่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะเปิดให้เริ่มลงลงทะเบียนช่วงกลางเดือนนี้ ที่ &amp;nbsp;www.ม33เรารักกัน.com การโอนเงินจะแบ่งเป็น 4 ครั้ง ตั้งแต่มี.ค.- เม.ย. เรื่องนี้จะเสนอให้ครม. พิจารณา วันที่ 15 ก.พ.​ สิทธิการใช้เงินของทุกกลุ่มมีถึงวันที่ 31 พ.ค. ใช้ไม่หมดในแต่ละงวดสามารถสะสมไว้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดา กล่าวว่า รัฐบาลอยากให้ร้านค้ารายย่อย ผู้ให้บริการ และผู้ประกอบการที่ไม่ใช่นิติบุคคล เข้าร่วมโครงการเราชนะ&amp;rdquo; ให้มากๆ เพราะเป็นโอกาสที่ทางร้านจะได้เพิ่มลูกค้าและเพิ่มรายได้ ซึ่งขณะนี้ได้มีการขยายประเภทผู้ให้บริการมากขึ้น ประกอบด้วย 1.มอเตอร์ไซค์รับจ้าง แท็กซี่ รถตู้ สามล้อเครื่อง รถสองแถว สามล้อถีบ 2.ร้านนวด สปาร้านตัดผม ทำเล็บ 3.สถานพยาบาลที่ไม่รับผู้ป่วยค้างคืน แพทย์แผนจีน คลินิกรักษาทางการแพทย์อื่นๆ 4.หอพัก อพาร์ตเมนท์ แฟลต 5.ตัดเย็บ ซ่อมสินค้า/เสื้อผ้า 6.ซ่อมรถยนต์/จักรยานยนต์/จักรยาน 7.ซ่อมประปา ไฟฟ้า แอร์ 8.งานก่อสร้างขนาดเล็ก บริการทำสวน/ตกแต่งสวน 9.รับเหมาทำความสะอาด/ฆ่าเชื้อ/ฉีดปลวก 10.ซักรีด ผู้สนใจลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์เราชนะ ส่วนร้านอาหารและเครื่องดื่ม และร้านจำหน่ายสินค้าทั่วไปลงทะเบียนที่เว็บไซต์คนละครึ่ง ได้ถึงวันที่ 31 มี.ค. &amp;nbsp;การจ่ายเงินให้กับร้านค้า จะโอนให้ในวันรุ่งขึ้นไม่เว้นวันหยุดราชการ และเจ้าของร้านจะเห็นยอดขายในแต่ละวันผ่านแอปพลิเคชั่นถุงเงินในทุกๆวัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92244</URL_LINK>
                <HASHTAG>10 ล้านคน, ลงทะเบียน, เราชนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201208/image_big_5fcf442f8abf8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6342</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2018 11:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2018 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่สนโพล!มท.1โวมี10ล้านคนรู้จัก&#039;ไทยนิยม ยั่งยืน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย.61- พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงผลสรุปการดำเนินงานโครงการไทยนิยม ยั่งยืนครั้งที่ 1 ว่า ในเรื่องภาพรวมสามารถทำประชาคมกับพี่น้องประชาชนได้ประมาณ 8 ล้านคน ในส่วนของกระทรวงการคลังอีกประมาณ 1 ล้านกว่าคน รวมแล้วทำประชาคมเกือบ 10 ล้านคน และทราบความต้องการในภาพกว้างว่าประชาชนมีความต้องการอะไร มีความคิดเห็นอย่างไร ในการดำเนินงานของแต่ละส่วน สำหรับเรื่องงบประมาณมี 3 กลุ่ม แต่ละกลุ่มจะมีความคืบหน้า เช่น ในส่วนของกระทรวงการคลังได้เข้าไปสัมภาษณ์พี่น้องประชาชนตามที่กระทรวงการคลังได้วางกรอบไว้ ซึ่งจะเสร็จสิ้นประมาณสิ้นเดือน เม.ย.นี้ จากนั้นเดือน พ.ค. - มิ.ย. จะเป็นการดำเนินการว่าจะไปให้ความรู้อย่างไร ก่อนลงมือปฏิบัติในเดือน ส.ค. เดือน ก.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.มหาดไทยกล่าวว่าในส่วนของการเกษตรได้มีทางเลือกให้กับเกษตรกรแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนรับสมัครว่าใครจะเข้าไปอยู่ในหมวดไหน ส่วนกระทรวงมหาดไทยมีเรื่องของกองทุนหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 2 แสนบาท โครงการโอทอป ซึ่งขณะนี้กำลังเตรียมทำแผนงานโครงการอยู่ ทั้งนี้ ถ้ากฎหมายงบประมาณผ่านทุกอย่างในเดือน เม.ย.น่าจะดำเนินการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่าที่มีโพลออกมาระบุว่าประชาชนไม่รู้จักโครงการไทยนิยมนั้น มองว่า โพลน่าจะสะท้อนความจริง ถ้าเราเชื่อว่าโพลมีความแม่นยำก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะเราไปสร้างความรับรู้เท่านี้ ตนจะไม่วิจารณ์ว่าตรงกลุ่มตัวอย่างหรือไม่ แต่สะท้อนว่าการสร้างความรับรู้ให้คนจากตัวเลขที่ได้มาน่าจะสะท้อนความเป็นจริงได้แล้ว เราลงไปในพื้นที่เฉลี่ยหมู่บ้านละ 100 คน หรือทั้งหมด 8 ล้านคน บวกกับทีมของกระทรวงการคลังรวมแล้วนรวม 9 ล้านกว่าคน แต่เมื่อโพลไปถามคนอีก 50 กว่าล้านคนที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการพวกเขาคงไม่ทราบ ต่อให้สื่อต่างๆ ลง ตนก็ไม่แน่ใจว่าคนจะรู้เรื่องหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กลุ่มที่เราไปแก้ปัญหา เราไม่ได้ไปแก้ให้คนทั้งประเทศ กลุ่มเป้าหมายของเราคือ คนในพื้นที่ การเกษตร ท่องเที่ยว โอทอป เรื่องกองทุนหมู่บ้าน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ถ้าทำได้ตามเป้าหมายก็จะได้ 11 ล้านคน แต่ถ้าอยากให้คนทั้งประเทศทราบโครงการ ต้องใช้สื่อให้กว้างและหาวิธีสร้างกลไกให้คนรับทราบให้ได้&amp;rdquo;มท.1 กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6342</URL_LINK>
                <HASHTAG>10 ล้านคน, พล.อ.อนุงพษ์ เผ่าจินดา, มท.1, รมว.มหาดไทย, เดินตามไทยนิยม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180403/image_big_5ac30338b84e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
