<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2021 12:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2021 12:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคาะกยศ. ลดเงินต้น-ดอกเบี้ยหนุนกู้เรียนใน10อุตสาหกรรมเป้าหมาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21​ ก.พ.นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า​ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้ความสำคัญในการสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนไทยทุกคนโดยเฉพาะเด็กยากจนหรือเด็กด้อยโอกาส ให้เข้าถึงการศึกษา เพื่อผลิตกำลังคนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และ 3 โครงสร้างพื้นฐาน เพื่อป้อนกำลังคนในสาขาที่เป็นความต้องการในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษและวิชาชีพสาขาขาดแคลน ให้สอดคล้องกับแนวนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กยศ. จึงได้สนองนโยบายรัฐบาล ด้วย &amp;ldquo;โครงการส่งเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital)&amp;rdquo; ซึ่งดําเนินการระหว่างปีการศึกษา 2562 &amp;ndash; 2566 สําหรับนักศึกษาผู้กู้ยืมเงินในระดับปริญญาตรี เมื่อสําเร็จการศึกษาในสาขาวิชาที่กําหนดจะคิดดอกเบี้ยอัตราไม่เกิน ร้อยละ 0.5 ต่อปี และได้ส่วนลดเงินต้นร้อยละ 30 สําหรับนักเรียน/นักศึกษาผู้กู้ยืมเงินในระดับอาชีวศึกษา เมื่อสําเร็จการศึกษา ในสาขาวิชาที่กําหนดจะคิดดอกเบี้ยอัตราไม่เกินร้อยละ 0.5 ต่อปี และได้ส่วนลดเงินต้นร้อยละ 50&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ &amp;nbsp;อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ &amp;nbsp;อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ &amp;nbsp;อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ &amp;nbsp;อุตสาหกรรมดิจิทัลและอุตสาหกรรมแพทย์ครบวงจร &amp;nbsp;รวมทั้ง 3 โครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ อุตสาหกรรมระบบราง อุตสาหกรรมพาณิชย์นาวีและอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ โดยในปีการศึกษา 62 และ 63 มีนักศึกษาเข้าร่วมโครงการแล้ว 59,874 คนและ 65,217คน ตามลำดับ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ที่ผ่านมา กยศ. ยังได้มีมาตรการช่วยเหลือผู้กู้ยืมในช่วงโควิด-19 &amp;nbsp;เช่น​ ได้กำหนดลดเบี้ยปรับ 100% สำหรับผู้กู้ยืมที่ค้างชำระหนี้และปิดบัญชีสิ้นสุด 30 มิถุนายน 2564, ลดเบี้ยปรับ 80% เฉพาะผู้กู้ยืมที่ยังไม่ถูกดำเนินคดีที่ชำระหนี้ค้างให้มีสถานะปกติสิ้นสุด 30 มิถุนายน 2564, ลดเงินต้น 5% สำหรับผู้กู้ยืมที่ไม่เคยผิดชำระหนี้และชำระหนี้ปิดบัญชีในคราวเดียวกันสิ้นสุด 30 มิถุนายน 2564, ลดอัตราเบี้ยปรับจาก 7.5% เหลือ 0.5% ถึง 30 มิถุนายน 2564, พักชำระหนี้ให้แก่ผู้กู้ยืมที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2 ปี (2563-2564)​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2539 มีผู้กู้เงินกองทุนไปแล้ว 5,972,343 ราย เป็นเงินกู้ 655,146 ล้านบาท และสำหรับสถานะ กยศ. ณ สิ้นปี 2563 จากผู้กู้จำนวน 5.9 ล้านราย มีผู้กู้ปิดบัญชีไปแล้ว 1,343,496 ราย อยู่ระหว่างปลอดหนี้ 998,512 ราย และอยู่ในระหว่างชําระหนี้ 3,567,661 ราย และจากผู้ที่อยู่ระหว่างผ่อนชําระหนี้ 3.5 ล้านราย มีผู้กู้ยืมผิดนัดชําระหนี้ จํานวน 2,209,509 ราย คิดเป็นเงินต้นค้างชําระ จํานวน 78,506 ล้านบาท โดยในปีการศึกษา 2563 กยศ.ให้กู้ยืม 600,000 ราย จำนวนเงิน 33,000 ล้านบาท และกองทุนบริหารจัดการโดยไม่ได้ใช้เงินงบประมาณแผ่นดินตั้งแต่ปี 2561 แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93733</URL_LINK>
                <HASHTAG>10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย, กยศ., ดอกเบี้ย, นายอนุชา บูรพชัยศรี, ลดต้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210120/image_big_6007f8c0eca1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2019 08:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2019 08:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“คลัง” เล็งหั่นดอกกู้เรียนใน 10 สาขาอุตสาหกรรมนิวเอสเคิร์ฟ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เมษายน 2562 รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า กระทรวงการคลังกำลังจัดทำมาตรการส่งเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในแพ็คเกจกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อออกใช้ในช่วงกลางปีนี้ โดยสาระสำคัญจะเปิดให้กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ออกมาตรการพิเศษ ลดวงเงินกู้ ลดดอกเบี้ย ลดเบี้ยปรับ ช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษา ที่เป็นลูกหนี้ กยศ. ทั้งที่กำลังเรียนอยู่ เรียบจบแล้ว หรือกำลังคิดจะกู้เรียนในสาขาที่เกี่ยวเนื่องกับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายในอนาคต (นิวเอสเคิร์ฟ) ให้ได้รับการลดภาระค่าใช้จ่ายในการผ่อนชำระแต่ละงวด และสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาแรงงานเข้าสู่10 อุตสาหกรรมใหม่ในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เบื้องต้นมีลูกหนี้ กยศ.เรียนอยู่ในสาขาที่เกี่ยวข้องกับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ตั้งแต่ระดับปวช. ปวส. ปวท. อนุปริญญา และปริญญาตรี เข้าข่ายได้รับสิทธิถึง 5.5 แสนราย ซึ่งมียอดหนี้ถึง 7 หมื่นล้านบาท &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับมาตรการช่วยเหลือจะพิจารณาเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้ที่สำเร็จการศึกษาแล้ว และมีคุณวุฒิในสาขาวิชาเป้าหมาย แต่ยังอยู่ในระยะเวลาชำระคืนเงินกู้กับ กยศ. อาจพิจารณาลดภาระหนี้หรือไม่คิดเบี้ยปรับ กลุ่มผู้ที่กำลังศึกษาและกู้อยู่ กยศ. และไม่เป็นผู้ที่อยู่ระหว่างพักการเรียน กยศ. อาจช่วยขยายวงเงินสําหรับค่าครองชีพเพิ่มเติมให้ หรือลดดอกเบี้ยให้ และกลุ่มผู้ที่กําลังจะเข้าศึกษาในอนาคตก็จะได้รับการช่วยเหลือเช่นกัน ซึ่งขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังหารือรายละเอียดกับ กยศ.อยู่ซึ่งจะได้ข้อสรุปได้ภายในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34401</URL_LINK>
                <HASHTAG>10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย, กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.), มาตรการส่งเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์, ลดวงเงินกู้ ลดดอกเบี้ย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc10b10aa0e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
