<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80224</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2020 11:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2020 11:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตรองอธิการฯมธ.ชำแหละ10ข้อลัทธิปลดแอก! มะรืนนี้รู้ใครกันแน่ที่จบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค. 63 - รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ในหัวข้อ &amp;quot;ข้อเรียกร้อง 10 ข้อ ของลัทธิปลดแอก&amp;quot; โดยระบุว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเอกสารข้อเรียกร้อง 10 ข้อ ในการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ คาดว่าประชาชนส่วนใหญ่เพียงแต่เห็น ข้อเรียกร้อง 10 ข้อ แบบสรุป ไม่ได้เห็นฉบับเต็มว่าเอกสารข้อเรียกร้อง 10 ข้อนั้นมี 2 หน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน้าแรกเป็น ความนำ เป็นข้อความที่เลียนถ้อยคำและสำนวนประกาศของคณะราษฎร ตอนยึดอำนาจจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งหลวงประดิษฐ์มณูธรรมเป็นผู้ร่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื้อหาในหน้าแรก เป็นการกล่าวหาพระมหากษัตริย์ต่างๆนานา ซึ่งไม่สู้จะเป็นธรรมเท่าใดนัก เช่น กล่าวหาว่า&amp;nbsp; เมือมีการทำรัฐประหารรัฐบาลที่มาจากกระบวนการประชาธิปไตย พระมหากษัตริย์จะทรงลงพระปรมาภิไธยรับรองการทำรัฐประหารให้ชอบด้วยกฎหมายทุกครั้ง และกล่าวหาว่า พระมหากษัตริย์คือรากเหง้าของปัญหาทางการเมืองตลอดมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อความอื่นๆ เป็นข้อความที่ใช้ข้อความที่รุนแรง ไม่สามารถจะนำมาเขียนในที่นี้ได้ ใครที่บอกว่าข้อเรียกร้อง 10 ข้อ เป็นข้อเรียกร้องที่ไม่เกินเลย มีเหตุผล ควรไปอ่านเอกสารหน้า 1 ก่อน จะเห็นว่า เอกสารหน้า 1 มีข้อความที่จัดได้ว่า หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เต็มไปหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันมะรืน (14 ตุลาคม) จะมีการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มลัทธิปลดแอกอีกครั้ง ก่อนจะถึงวันนั้น เราลองพิจารณาข้อเรียกร้อง 10 ข้อของลัทธิปลดแอกกันดูด้วยใจเป็นธรรม ว่าเป็นข้อเรียกร้องที่สมเหตุสมผลจริงหรือไม่ เพื่อความสง่างามของพระมหากษัตริย์จริงหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่นี้จะคัดลอกข้อความตามเอกสารต้นฉบับทุกประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ยกเลิกมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญ ที่ว่าผู้ใดจะกล่าวฟ้องร้องกษัตริย์มิได้ และเพิ่มบทบัญญัติให้สภาผู้แทนราษฎร สามารถพิจารณาความผิดของกษัตริย์ได้ เช่นเดียวกับที่เคยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับคณะราษฎร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปี 2476 นายถวัติ ฤทธิเดช จากสมาคมกรรมกรรถราง เตรียมจะยื่นฟ้องพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อศาลพระราชอาญา ในข้อหาหมิ่นประมาท จากข้อความพระบรมราชวินิจฉัยเรื่อง เค้าโครงการเศรษฐกิจของหลวงประดิษฐ์มนูธรรม ซึ่งเชื่อกันว่าน่าจะเป็นเหตุสำคัญของการก่อกบฏของพระองค์เจ้าบวรเดช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากยกเลิกมาตรานี้ รู้ได้อย่างไรว่าจะไม่มีสาวกลัทธิปลดแอกหาเรื่องฟ้องร้องพระมหากษัตริย์กันเป็นว่าเล่น และการให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาความผิดของพระมหากษัตริย์ แน่ใจแล้วหรือว่าสมาชิกทุกคนในสภาผู้แทนราษฎรจะมีความเที่ยงธรรม ตรงไปตรงมา และไม่ทำให้พระมหากษัตริย์ต้องเสื่อมเสียพระเกียรติอย่างร้ายแรง อย่างไม่เป็นธรรม นี่หรือคือการทำเพื่อความสง่างามของพระมหากษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 รวมทั้งเปิดให้ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นต่อสถาบันกษัตริย์ได้ และนิรโทษกรรมผู้ที่ถูกดำเนินคดีเพราะวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การยกเลิกมาตรา 112 เป็นความไม่เป็นธรรมต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างยิ่ง เพราะสำหรับสามัญชน ยังมีประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 ระบุว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระมหากษัตริย์ไม่อาจเป็นโจทย์ฟ้องประชาชนได้ จึงทรงใช้มาตรา 326 ไม่ได้ การยกเลิกมาตรา 112 จึงแปลว่าใครจะใส่ความ ทำให้พระมหากษัตริย์เสื่อมเสียพระเกียรติอย่างไรก็ได้ ทำไมคนธรรมดายังมีกฎหมายคุ้มครองได้ ทำไมพระมหากษัตริย์จึงมีไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับที่ว่ามาตรา 112 ถูกคนใช้เป็นเครื่องมือเพื่อทำลายฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ก็เพียงแต่กำหนดเสียใหม่ว่า ผู้ที่จะทำหน้าที่ดำเนินคดีกรณีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ต้องเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือพนักงานอัยการ เท่านั้นก็แก้ปัญหานี้ได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องยกเลิกแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนิรโทษกรรมให้ผู้ที่ถูกดำเนินคดีเพราะวิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ แต่ควรพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายๆ ไป ไม่ควรนิรโทษกรรมแบบเหมาเข่ง ตามที่เรียกร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ยกเลิก พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ พ.ศ.2561 และให้แบ่งออกเป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกระทรวงการคลัง และทรัพย์สินส่วนพระองค์ที่เป็นของส่วนตัวของกษัตริย์อย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นการเปลี่ยนชื่อสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นสำนักงานทรัพย์สิน พระมหากษัตริย์ และเรียกทรัพย์สินส่วนพระองค์ ว่าทรัพย์สินในพระองค์ และเรียกทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ว่าทรัพย์สินในพระมหากษัตริย์ ซึ่งแบ่งแยกกันชัดเจนอยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ปรับลดงบประมาณแผ่นดินที่จัดสรรให้สถาบันกษัตริย์ ให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งบประมาณแผ่นดินที่จัดสรรให้สถาบันพระมหากษัตริย์ มีหลายรูปแบบ ทั้งที่จัดสรรตรง และที่แฝงอยู่ในโครงการตามพระราชดำริซึ่งแฝงอยู่ในหน่วยราชการต่างๆ โครงการเหล่านี้ล้วนเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า สำนักงบประมาณ ครม. และสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาอย่างเหมาะสมแล้ว ทำไมจึงเจาะจงจะปรับลดงบประมาณของสถาบันพระมหากษัตริย์เพียงอย่างเดียว โดยไม่แตะต้องหน่วยราชการอื่นเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ยกเลิกส่วนราชการในพระองค์ หน่วยงานที่มีหน้าที่ชัดเจนเช่น หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ให้ย้ายไปสังกัดหน่วยงานอื่น และหน่วยงานที่ไม่มีความจำเป็น เช่น คณะองคมนตรีนั้นให้ยกเลิกเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การย้ายหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ไปไว้กับหน่วยอื่น ทำเพื่อถวายความปลอดภัย หรือถวายความไม่ปลอดภัยกันแน่ ส่วนคณะองคมนตรี จะมีความจำเป็นหรือไม่ ควรเป็นพระราชวินิจฉัยของพระมหากษัตริย์ ไม่ว่าใครก็ไม่ควรมีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ยกเลิกการบริจาคและรับบริจาคโดยเสด็จพระราชกุศลทั้งหมด เพื่อกำกับให้การเงินของสถาบันกษัตริย์ อยู่ภายใต้การตรวจสอบทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แกนนำลัทธิปลดแอกเรียกร้องเสรีภาพ แต่กลับต้องการลิดรอนเสรีภาพพระมหากษัตริย์ และลิดรอนเสรีภาพของประชาชนที่ต้องการบริจาคเงินโดยเสด็จพระราชกุศล ตามพระราชอัธยาศัย&amp;nbsp;ถามว่าหากมีคนเอาเงินมามอบให้แกนนำของลัทธิปลดแอก ให้เอาไปใช้ตามแต่จะเห็นสมควร อย่างนี้ต้องมีการตรวจสอบหรือไม่ว่านำไปใช้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. ยกเลิกพระราชอำนาจในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองในที่สาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่ก็เป็นการลิดรอนเสรีภาพของพระมหากษัตริย์อีกเช่นกัน ประชาชนทำได้ แต่พระมหากษัตริย์ทรงทำไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. ยกเลิกการประชาสัมพันธ์ และการให้การศึกษาที่เชิดชูสถาบันกษัตริย์แต่เพียงด้านเดียวจนเกินงามทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องยอมรับว่า บางครั้งหน่วยงานต่างๆ ที่เผยแพร่ เชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ อาจมีการเผยแพร่ที่มากเกินไป ซึ่งพระมหากษัตริย์เองก็อาจไม่มีพระราชประสงค์ให้ทำเช่นนั้น แต่การเผยแพร่พระราชกรณีกิจที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เป็นสิ่งที่ควรกระทำ การออกกฎหมายห้ามทำเช่นนั้น ก็ดูจะมากเกินไป แต่หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องก็ควรต้องพิจารณาการเผยแพร่ให้พอเหมาะพอสม ไม่มากเกินไป และไม่น้อยเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. สืบหาความจริงเกี่ยวกับการเข่นฆ่าราษฎรที่วิพากษ์วิจารณ์ หรือมีความข้องเกี่ยวใดๆ กับสถาบันกษัตริย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การใช้คำว่าเข่นฆ่าราษฎร โดยปราศจากหลักฐานใดๆ มีนัยยะของการกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม บุคคลที่หมายถึงทั้งหมด ที่ไปอยู่ต่างประเทศอาจสูญหายไป อย่างไร ด้วยเหตุผลใดก็ยังไม่มีใครทราบแน่ บางคนก็ไม่มีความสำคัญพอที่จะสร้างผลกระทบใดๆ ได้ การพุ่งเป้าไปที่พระมหากษัตริย์ จึงเป็นการไม่บังควรอย่างยิ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. ห้ามมิให้ลงพระปรมาภิไธยรับรองการรัฐประหารครั้งใดอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องการให้พระมหากษัตริย์อยู่เหนือการเมืองอย่างแท้จริง แต่เมื่อมีการทำรัฐประหารสำเร็จ กลับห้ามลงพระปรมาภิไธยรับรองการทำรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ทำรัฐประหาร ซึ่งประกาศตัวเองเป็นรัฏฐาธิปัตย์ เพราะยึดอำนาจไว้ได้แล้ว พระมหากษัตริย์ยังมีทางเลือกอื่นอีกหรือ หากไม่ให้ลงพระปรมาภิไธย แล้วจะให้ทรงทำอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในสมัยนี้ ไม่มีทางที่จะมีการทำรัฐประหารได้ หากไม่มีเงื่อนไขที่สุกงอม ดังนั้น แทนที่จะหาทางทำอย่างไรไม่ให้นักการเมืองสร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อการทำรัฐประหาร กลับห้ามพระมหากษัตริย์มิให้ทรงลงพระปรมาภิไธย นับว่าเป็นข้อเรียกร้องที่ไม่เป็นธรรมต่อพระมหากษัตริย์อีกข้อหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเรียกร้องทั้ง 10 ข้อนี้ หากทำได้สำเร็จทั้ง 10 ข้อ ก็ไม่ต่างจากการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์สักเท่าใดเพราะพระมหากษัตริย์จะถูกควบคุมและถูกจำกัดสิทธิต่างๆ ยิ่งกว่าประชาชนธรรมดาคนหนึ่งเสียอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทำตามข้อเรียกร้องทั้ง 10 ข้อนี้ ไม่มีทางเป็นไปได้แม้เพียงข้อเดียว เพราะประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศมีความรู้สึกว่าพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพและเทิดทูนกำลังถูกย่ำยี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้การเคลื่อนไหวของประชาชนกลุ่มต่างๆ ที่ออกมาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์กำลังมีมากขึ้นเรื่อยๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรามาคอยดูกันว่าการชุมนุมวันที่ 14 ตุลาคม ผลจะออกมาเป็นอย่างไร ที่ว่าม้วนเดียวจบคือใครจบ มะรืนนี้รู้กัน&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80224</URL_LINK>
                <HASHTAG>10ข้อเรียกร้อง, พระมหากษัตริย์, ม็อบ14ตุลา, รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร, อดีตรองอธิการมธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190531/image_big_5cf0e0c404ca9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77584</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2020 10:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2020 09:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดีตรองอธิการบดีมธ.&#039;แนะย้อนไปฟังคำปราศรัย10ส.ค.ก่อนหนุนจัดม็อบในมหาวิทยาลัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ใครก็ตามที่เห็นว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ควรอนุญาตให้กลุ่ม แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม จัดชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในวันเสาร์ที่ 19 กันยายน นี้ ทั้งที่ทราบว่าแกนนำการชุมนุมประกาศอย่างชัดแจ้งว่า วัตถุประสงค์ของการชุมนุมคือต้องการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ และจะมีการพูดเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์แบบ เบิ้มๆ ทั้งยังประกาศจะยึดสนามหลวง และเคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นการสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดความวุ่นวายที่คุมไม่ได้อย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุผลที่เห็นด้วยกับการชุมนุมการชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คือ นักศึกษาควรมีเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมือง และการพูดเรื่องการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสิ่งที่ทำได้ ไม่ผิดอะไร และยังมีความปลอดภัยต่อผู้ชุมนุมมากกว่า หากชุมนุมกันภายในมหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามจริงๆเถอะว่า ผู้ที่เห็นด้วย เคยอ่านหน้าแรกของเอกสารข้อเรียกร้อง 10 ข้อซึ่งเป็นข้อกล่าวหาสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไม่เป็นธรรมหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เคยได้ฟังการปราศรัยจของ นาย อานนท์ นำภา นาย ภานุพงศ์ จาดนอก นางสาว ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง และนาย พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน ปราศรัยในการชุมนุมในที่ต่างๆ โดยเฉพาะที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ซึ่งเต็มไปด้วยการดูหมิ่น เย้ยหยัน ประชดประชันเสียดสี และข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรม ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากไม่เคยได้อ่าน ได้ฟังเลย ยังพออนุมานได้ว่า ความคิดเห็นดังกล่าวมีความจริงใจ หากเคยอ่าน เคยฟังมาแล้ว มีคำอธิบายได้อย่างเดียวคือ ผู้ที่สนับสนุนทราบดีว่า ในการชุมนุมวันที่ 19 กันยายน แกนนำการชุมนุมเหล่านี้จะมีการ จาบจ้วง เย้ยหยัน ดูหมิ่น และตั้งข้อกล่าวหาต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อย่างแน่นอน แต่ตั้งใจมองข้ามสิ่งเหล่านี้ไป เพราะมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน หรืออาจมีผลประโยชน์ร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ที่ยังไม่อ่าน ไม่เคยฟัง ขอแนะนำว่าให้ไปอ่าน ไปฟังเสีย บางทีอาจจะตาสว่างขึ้นได้ ส่วนผู้ที่เคยอ่าน เคยฟัง แต่ยังมีความเห็นสนับสนุนการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คงต้องปล่อยไป เพราะไม่สามารถใช้เหตุผลมาพูดกันได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น่าเห็นใจผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่กำลังถูกกดดันจากทั้งผู้สนับสนุน และผู้คัดค้าน เชื่อว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะทำในสิ่งที่ถูก ที่ควร และเหมาะสม และประคับประคอง ไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงจนมีการสูญเสียชีวิต และทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นของฝ่ายใด เอาใจช่วยนะครับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77584</URL_LINK>
                <HASHTAG>10ข้อเรียกร้อง, ชุมนุม, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร, อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f35f673f2643.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74509</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2020 10:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2020 10:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธนาธรรู้ตัวไหม?แฉส.ส.พรรคก้าวไกลหลายคนไม่เห็นด้วย 10 ข้อ แต่น้ำท่วมปาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ส.ค.63 - นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่การกระทรวงการคลัง และอดีตโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า แสดงความมั่นใจว่า 10 ข้อเรียกร้องของนักศึกษาไม่ทำให้เสียแนวร่วมเพราะมีนักวิชการและดาราเห็นด้วยจำนวนมาก ว่าคนไทยทั่วประเทศไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน เพราะสถาบันป็นที่รักและศรัทธาของคนไทย ตนเคบบอกแล้วว่า 3 ข้อเรียกร้องของนักศึกษา เมื่อแรกนั้นพอเข้าใจได้ แต่10 ข้อเรียกร้องนั้นก้าวล่วงสถาบันและผิดกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ได้ยินมาว่า แม้แต่ส.ส.ก้าวไกลเอง หลายคนก็ไม่ห็นด้วย นายธนาธร เองก็พึ่งพระบรมโพธิสมภารจนถึงวันนี้ ดังนั้นเกิดเป็นคนไทยต้องรู้คุณแผ่นดิน &amp;nbsp;ผมเห็นด้วยที่ทุกฝ่ายจะเปิดเวทีทำความเข้าใจกับนักศึกษา และเชื่อว่านักศึกษาส่วนใหญ่จะเข้าใจ ขอให้นาบธนาธรคิดใหม่ แล้วช่วยไปทำความเข้าใจกับน้องๆ นักศึกษา ประเทศชาติจะได้เดินหน้าไปได้ และไม่มีความขัดแย้งอีก&amp;quot; นายธนธร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74509</URL_LINK>
                <HASHTAG>10ข้อเรียกร้อง, การเมือง, ธนาธร, ยธนกร วังบุญคงชนะ, ส.ส.ก้าวไกล, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f36445f87d2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34870</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2019 14:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2019 14:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;หวานใส่แรงงานรับ10ข้อเรียกร้อง สานต่อรบ.ใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค. 62 - ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานพิธีเปิดงานวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2562 &amp;nbsp;โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายทวี เตชะธีราวัฒน์ ประธานสภาองค์การลูกจ้างสมาพันธ์แรงงานแห่งประเทศไทย ผู้นำแรงงาน และผู้ใช้แรงงาน ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น นายทวี ได้ยื่นข้อเรียกร้องวันแรงงานแห่งชาติ ปี 2562 จำนวน 10 ข้อ ให้แก่นายกฯ ประกอบด้วย 1.ขอให้รัฐบาลรับรองอนุสัญญาองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87 และ98 2.ให้เร่งดำเนินการนำร่อง พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ. ... ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ที่ผ่านประชาพิจารณ์มาแล้ว 3.ขอให้แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กําหนดการเกษียณอายุของลูกจ้างอยู่ที่ 60 ปี ในกรณีลูกจ้างมีอายุ 55 ปี ประสงค์จะออกจากการเป็นลูกจ้าง ให้นายจ้างอนุญาตให้ลาออกได้โดยได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับลูกจ้างที่เกษียณ และให้กระทรวงแรงงานดำเนินการหามาตรการให้สถานประกอบกิจการ ที่มีลูกจ้างรับเหมาค่าแรงปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานพ.ศ. 2541 มาตรา 11/1 อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ให้ปฏิรูปแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันสังคม อาทิ ปรับฐานการรับเงินบำนาญโดยให้มีอัตราเริ่มต้นที่ 5,000 บาท ในกรณีผู้ประกันตนเกษียณอายุและรับบำนาญแล้ว เมื่อสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ให้มีสิทธิรับเงิน รับบำนาญต่อไป และหรือผู้ประกันตนที่รับบำนาญชราภาพ ให้คงสิทธิไว้ 3 กรณี ได้แก่ การรักษาพยาบาล ทุพพลภาพ และค่าทำศพ เหมือนเดิม เป็นต้น 5.ให้รัฐบาลรวมกองทุนเงินทดแทนกับกองความปลอดภัยแรงงาน และยกระดับเป็นกรมความปลอดภัยแรงงาน 6.ขอให้เร่งดำเนินการพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ เข้าสู่การพิจารณาต่อรัฐสภาโดยเร่งด่วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.ขอให้ออกกฎหมายคุ้มครอง ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพแรงงานนอกระบบและมีสิทธิจัดตั้งองค์กรได้ 8.ให้จัดระบบสวัสดิการหรือกองทุนสวัสดิภาพของรัฐวิสาหกิจให้กับพนักงานรัฐวิสาหกิจ ทั้งที่ยังมีสภาพเป็นพนักงานและที่พ้นสภาพความเป็นพนักงาน ให้ได้รับไม่น้อยกว่าลูกจ้างเอกชนที่ได้รับตามระบบประกันสังคม 9.ให้กระทรวงแรงงานปฏิบัติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 74 รัฐพึงจัดให้มีระบบแรงงานสัมพันธ์ ที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการดำเนินการ และ10.ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แต่งตั้งคณะทำงานติดตามข้อเรียกร้องวันแรงงานแห่งชาติ ปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น เวลา 11.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับผู้ใช้แรงงานว่า วันนี้เป็นวันที่น่ายินดีที่ได้พบกับพี่น้องแรงงาน ได้ร่วมกิจกรรมด้วยกัน โดยปัญหาแรงงานรัฐบาลได้มีการแก้ไขมาตามลำดับ ในวันแรงงานถือเป็นวันสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องตระหนัก ตนก็นึกถึงทุกคนในประเทศไทย แรงงานถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เจริญเติบโตอย่างมั่นคง การรับฟังความคิดเห็นจากท่านตาม 10 ข้อเรียกร้องจากปีที่แล้ว รัฐบาลได้ดำเนินการเสร็จสมบูรณ์ไปแล้ว 4 ข้อ เหลืออีก 6 ข้อ อยู่ในขั้นตอนของกฎหมาย ต้องมาฟังความเห็นทุกภาคส่วน ดังนั้น ขอให้เข้าใจว่ามีการดำเนินการต่อ พร้อมกับรับ 10 ข้อเสนอของปีนี้ไปดำเนินการด้วย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประเทศไทยถือว่ามีผู้ว่างงานน้อยที่สุด เป็นอันดับ 4 ของโลก หลายประเทศก็ชื่นชม และขอยืนยันกับแรงงานทุกคน รัฐบาลจะมุ่งมั่นช่วยเหลือและพัฒนาฝีมือแรงงานไทยให้ได้มาตรฐานสากล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รัฐบาลนี้มีเวลาทำงานอยู่อีกประมาณเดือนหน้า จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ในเดือนมิถุนายน ช่วงนี้เราก็จะเตรียมการเอากฎหมายที่ยังทำไม่เสร็จ หรือทำเสร็จแล้ว ก็จะออกกฎหมายลูก เพื่อให้ดำเนินการได้โดยเร็ว และกฎหมายที่พิจารณายังไม่เสร็จก็ต้องมีการพิจารณาต่อไปในรัฐสภา ที่มีรัฐบาลใหม่ ผมยืนยันทุกอย่างที่ทำวันนี้ ที่ทำมา 5 ปี จะสืบสานต่อในรัฐบาลใหม่ อันนี้คือความต้องการของประชาชน อย่าคิดว่าผมมาพูดทุกปี ก็เพื่อพูดเอาใจ ให้ผ่านไปวันๆ มันไม่ใช่ คณะรัฐมนตรีและข้าราชการพยายามอย่างเต็มที่ ในการเปลี่ยนแปลงประเทศของเราไปสู่ความสงบเรียบร้อย ไปสู่ความมีเสถียรภาพของรัฐบาล ไปสู่การยอมรับจากเวทีต่างชาติ&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้เราอยู่ในรัชกาลที่ 10 เป็นรัชกาลปัจจุบัน เป็นช่วงการเปลี่ยนผ่านรัชกาล เหลือแต่พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งจะมาถึงอีกไม่กี่วันข้างหน้า เราต้องทำให้บ้านเมืองของเราปลอดภัย สงบสุขเรียบร้อย มีเสถียรภาพ ด้วยความมั่นคง ด้วยความเข้าใจ ด้วยการเดินหน้าประเทศไทยพร้อมกัน ในการที่จะปฏิรูปประเทศทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะตนคนเดียว ตนทำไม่ได้หรอก ต้องทำไปด้วยกัน ทั้งรัฐ ทั้งนายก รัฐบาล ข้าราชการซึ่งดีๆ มีเยอะ เกิน 90% ถ้าไม่ดีก็ออกไป แจ้งมาแล้วไปตรวจสอบ ถ้าเราสมยอมกัน จ่ายค่าทำผิดกฎหมายไปแล้วก็ด่ากันไปกันมา มันไม่เกิดประโยชน์อะไรทั้งสิ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกอย่างต้องอาศัยพวกเราทุกคนช่วยกัน ทำให้บ้านเมืองมีความสุขสงบ เรียบร้อย ปลอดภัยเช่น 5 ปีที่ผ่านมา ต้องสร้างความยั่งยืนให้ได้ ไม่ล้มลุกคลุกคลานอีกต่อไป เดินหน้าประเทศด้วยการลงทุนพื้นฐาน จะทำให้เกิดงานมากขึ้น เกิดเมืองใหม่ สังคมชนบทไทยเป็นสังคมเมืองมากขึ้น นั่นคือการพัฒนาประเทศในช่วงที่เรากำหนดวิสัยทัศน์ข้างหน้า ถ้านึกไม่ออกว่าประเทศไทยเป็นอย่างไร ลองออกไปจากบ้านตอนกลางคืน เดินดูตลอดเส้นทางถนนราชดำเนิน จะเห็นว่าสวยงาม มีความสะอาด มีวัฒนธรรม อัตลักษณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อนาคตของประเทศอยู่ที่มือคนไทยทุกคน ต้องเดินหน้าไปด้วยกัน ด้วยความเข้าใจ ด้วยหลักคิดที่ถูกต้อง การเป็นประชาธิปไตยต้องเป็นประชาธิปไตยที่ถูกต้อง และเป็นประชาธิปไตยที่คนไทยอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ อย่าเกลียดชังกันอีกต่อไป เฮทสปีชมีมากมายในโทรศัพท์ อย่าไปให้ความสำคัญมากนัก ต้องดูแลประเทศ ผมสัญญาว่าจะทำทุกอย่างเต็มที่ และจะส่งต่อรัฐบาลที่จะมาจากการเลือกตั้งต่อไป&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เราต้องเพิ่มความรักความสามัคคีให้มากยิ่งขึ้น อย่าให้ใครมาทำให้กร่อนลงไป ถ้าเมื่อใดที่เราขาดความรักความสามัคคี เราก็จะเหมือนกิ่งไผ่เล็กๆกิ่งเดียวแล้วเขาก็หัก แต่เมื่อไหร่ที่เรารวมกันได้ ช่วยกันทำงาน ก็จะทำให้แข็งแรงยิ่งขึ้น เป็นไม้ไผ่ที่เป็นกำ ช่วยกันทำสิ่งที่ถูกต้องเถอะ อย่าทำอะไรที่นอกกฎหมายเท่านั้นเอง จะไม่มีใครได้รับผลกระทบจากกฎหมายทั้งสิ้น นั่นคือความเป็นธรรมของกฎหมาย เรามีมาตรการดูแลหลายอย่าง ต้องดูว่ารัฐบาลทำอะไรให้ท่านแล้วบ้าง ถ้าไม่รู้ ไม่เข้าใจ แล้วทำให้คนตามกันไปหมด เราก็ไปด้วยกันไม่ได้สักที ประเทศไทยต้องอดทนให้ได้ ถ้าทุกคนพบกันด้วยรอยยิ้ม ตนก็มีกำลังใจ ขาไม่อ่อน ทุกคนมีความหวัง ตนก็มีความหวัง และยืนยันว่าจะทำต่อไป จะต้องทำให้รัฐบาลใหม่ทำได้แบบนี้ด้วย ซึ่งอยู่ที่พวกเราทุกคนที่เลือกมาทั้งสิ้น ส.ส.ต่างๆทั้งหมด และหวังอย่างยิ่งว่าพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ต่างประเทศชื่นชมความสงบเรียบร้อยของประเทศไทย อย่าให้ใครมาทำร้ายประเทศไทยโดยเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น ในงานได้มีการเล่นเพลงคนบ้านเดียวกัน ของ ไผ่ พงศธร โดยช่วงหนึ่งนายกฯได้เต้นตามจังหวะเพลง ก่อนเดินทักทายแรงงาน และเยี่ยมชมนิทรรศการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34870</URL_LINK>
                <HASHTAG>10ข้อเรียกร้อง, นายกฯ, บิ๊กตู่, วันแรงงานแห่งชาติ, แรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190501/image_big_5cc93f210449d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
