<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19737</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2018 08:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2018 08:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำไม...วัดกรุงเบอร์ลินไม่สะดวกให้&#039;ธนาธร&#039;จัดปาร์ตี้การเมืองพบปะคนไทยในเยอรมัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ตุลาคม 61-ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งอยู่ระหว่างเดินสายทำกิจกรรมทางการเมืองที่ประเทศเยอรมัน โพสต์ข้อความผ่านเพจ Thanathorn Juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่า

&amp;nbsp;ด่วน...เปลี่ยนสถานที่พบปะคนไทยในเยอรมัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากทางวัดไม่สะดวกให้เราไป จึงต้องเปลี่ยนสถานที่ใหม่ เป็นร้านอาหารไทยในเบอร์ลิน &amp;#39;ร้านกินรีไทย&amp;#39; ในวันที่ 12 ตุลาคม เวลา 12.00 น. ฝากแจ้งหรือบอกต่อทุกๆ คนที่อยากมาพบกันนะครับ พิกัดตามแผนที่...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโพสต์ก่อนหน้านี้นายธนาธร นัดหมายไว้ที่วัดพุทธวิหาร กรุงเบอร์ลิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นที่น่าสังเกตว่านายธนาธรชี้แจงแบบห้วนๆไม่มีรายละเอียดว่าเหตุใดวัดจึงไม่สะดวก &amp;nbsp;แต่เมื่อตรวจสอบกับวัดพุทธวิหาร พบว่าระหว่างวันที่ 12-14 ตุลาคมนี้ ทางวัดจัดงานถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ณ วัดพุทธวิหาร เบอร์ลิน เยอรมนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในวันที่ 13 ตุลาคม สถานเอกอัคราชทูตไทยประจำกรุงเบอร์ลิน ได้เป็นเจ้าภาพในพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวาระแห่งการสวรรคต 2 ปี ณ สถานเอกอัคราชทูต กรุงเบอร์ลินด้วยเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19737</URL_LINK>
                <HASHTAG>10จังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยา, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, วัดพุทธวิหาร กรุงเบอร์ลิน, หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, เยอรมัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181012/image_big_5bbff440f0652.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16644</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2018 14:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2018 14:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เล็งปรับลดการระบายน้ำเขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์ หวั่นพื้นที่ท้ายน้ำเจอน้ำท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์เฉพาะกิจฯ เล็งปรับลดการระบายน้ำเขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์ป้องผลกระทบพื้นที่ท้ายน้ำ หลังอัตราการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาสูงกว่า 820 ลบ.ม./วินาที พร้อมเตือนพื้นที่จังหวัดชายขอบประเทศฝนซ้ำสัปดาห์หน้า คาดเริ่มมีฝนเพิ่มขึ้น ล่าสุดวันนี้ 16 จว.ยังเสี่ยงภัยฝนตกหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 2 ก.ย. นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำและพื้นที่เสี่ยงสำคัญ ประจำวันที่ 2 ก.ย. 61 ว่า วันนี้ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยมีพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักถึงหนักมาก 16 จังหวัด แบ่งเป็น ภาคเหนือ จ.เชียงราย พะเยา น่าน แม่ฮ่องสอน ตาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.หนองคาย บึงกาฬ นครพนม ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ภาคตะวันออก นครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด &amp;nbsp;โดย 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา &amp;nbsp;มีฝนตกปานกลางถึงหนักในภาคเหนือ จ.แพร่ 46.2 มม. ภาคกลาง จ.กรุงเทพมหานคร 50.5 มม. และภาคใต้ จ.สุราษฎร์ธานี 44.5 มม. ยะลา 41.4 มม. นครศรีธรรมราช 35.5 มม. ทั้งนี้ ในช่วงวันที่ 3&amp;ndash;7 ก.ย. 61 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสำเริง กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันอัตราการระบายท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 820 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาด้านท้ายเขื่อนจะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 30-50 ซม. ซึ่งศูนย์เฉพาะกิจฯ ได้ประสานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พิจารณาปรับแผนลดการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์ เพื่อป้องกันผลกระทบพื้นที่ท้ายน้ำให้เกิดน้อยที่สุด รวมไปถึงแจ้งจังหวัดและราษฎรให้ทราบแผนการระบายน้ำล่วงหน้า โดยขณะนี้พบว่ามีน้ำสูงกว่าตลิ่ง ที่ อ.พยุหคีรี จ.นครสวรรค์ อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานได้มีหนังสือแจ้งจังหวัดเพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่พื้นที่ 22 จังหวัดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพื่อขอความร่วมมือชาวนาไม่ทำการเพาะปลูกข้าวต่อเนื่องหลังการเก็บเกี่ยวข้าวนาปีแล้ว เนื่องจากเป็นช่วงฤดูน้ำหลากขณะที่สถานการณ์แม่น้ำโขงแนวโน้มน้ำสูงขึ้น โดยมีน้ำสูงกว่าตลิ่งที่ จ.หนองคาย จ.นครพนม จ.มุกดาหาร และ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี และต้องเฝ้าระวังบริเวณ จ.บึงกาฬ ต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสำเริง กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ศูนย์เฉพาะกิจฯ ยังเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดใหญ่ มีปริมาตรน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่มี 53,545 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 75 ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง มี 3,143 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 61 รับน้ำได้อีก 19,420 ล้าน ลบ. ม. อ่างฯที่ความจุเกิน 100% ขนาดใหญ่ 2 แห่ง ได้แก่ &amp;nbsp;เขื่อนน้ำอูน 108% ลดลง 1% เขื่อนแก่งกระจาน 107% ลดลง 1% และขนาดกลาง 22 แห่ง ลดลง 11 แห่ง ซึ่งอยู่ใน ภาคเหนือ 2 แห่ง &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 16 แห่ง ภาคกลาง 1 แห่ง และภาคตะวันออก 3 แห่ง &amp;nbsp;ขณะที่อ่างเฝ้าระวังที่ความจุ 80-100% &amp;nbsp;เป็นอ่างฯขนาดใหญ่ 5 แห่ง เขื่อนวชิราลงกรณ 94% &amp;nbsp;เขื่อนศรีนครินทร์ 91% &amp;nbsp;เขื่อนรัชชประภา 86% เขื่อนขุนด่านปราการชล 86% &amp;nbsp;เขื่อนปราณบุรี 79% &amp;nbsp;ขนาดกลาง 64 แห่ง เพิ่มขึ้น 9 แห่ง แยกเป็น ภาคเหนือ 8 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 36 แห่ง ภาคตะวันออก 12 &amp;nbsp;แห่ง ภาคกลาง 4 แห่ง และภาคใต้ 4 แห่ง สำหรับอ่างเฝ้าติดตามที่ความจุน้อยกว่า 30% &amp;nbsp;เป็นขนาดใหญ่ 2 แห่ง ได้แก่ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนทับเสลา ขนาดกลาง 38 แห่ง ได้แก่ ภาคเหนือ 2 แห่ง &amp;nbsp; ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 26 แห่ง &amp;nbsp;ภาคตะวันออก 4 แห่ง ภาคกลาง 1 แห่ง ภาคใต้ 5 แห่ง ต้องวางแผนเก็บกักน้ำและเติมน้ำโดยประสานกับกรมฝนหลวงและการบินเกษตรในการปฏิบัติการฝนหลวงต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16644</URL_LINK>
                <HASHTAG>10จังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยา, การบริหารจัดการน้ำ, พื้นที่ท้ายน้ำ, ระบายน้ำ, เขื่อนภูมิพล, เขื่อนสิริกิติ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180902/image_big_5b8b8ac7cceb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8056</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2018 15:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2018 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผย 1 พ.ค.รัฐบาลเตรียมปล่อยน้ำเข้าพื้นที่ 1.15 ล้านไร่ของ 10 จังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.61 - พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 1 พ.ค. นี้รัฐบาลจะเริ่มส่งน้ำเข้าพื้นที่ 12 ทุ่งลุ่มต่ำ ลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง ครอบคลุม 10 จังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ได้แก่ จ.นครสวรรค์ ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ปทุมธานี และนนทบุรี รวมพื้นที่ 1.15 ล้านไร่ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้เตรียมการเพาะปลูกข้าวเร็วขึ้น 1 เดือน ซึ่งประสบผลสำเร็จมากในปีที่แล้ว ซึ่งรัฐบาลออกมาตรการแก้ไขปัญหาผลผลิตทางการเกษตรได้รับความเสียหายจากภาวะน้ำท่วมทุกปี โดยเลื่อนปฎิทินการเพาะปลูก และใช้พื้นที่ 12 ทุ่งเป็นแก้มลิงธรรมชาติชั่วคราวสำหรับพักชะลอน้ำรองรับน้ำหลากหลังเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จช่วงเดือน ก.ย. โดยปีที่ผ่านมาเกษตรกรในพื้นที่ได้รับประโยชน์และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ทั้ง ๆ ที่มีปริมาณฝนตกสะสมใกล้เคียงกับปี 2554 แต่ไม่เกิดความเสียหายเท่ากับปี 2554&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า สำหรับมาตรการครั้งนี้ถือเป็นปีที่ 2 ต่อเนื่องจากปีก่อน โดยสามารถรองรับน้ำไว้ได้มากถึง 1.5 พันล้านลบ.ม. ซึ่งเท่ากับเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 2 เขื่อน ช่วยลดผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนตามแนวริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เขตเศรษฐกิจตอนล่าง กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยดำเนินการควบคู่กับการปรับปรุงเสริมคันกั้นน้ำให้มั่นคงแข็งแรง เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ และไม่เป็นอุปสรรคต่อการสัญจร นอกจากนี้ พื้นที่แก้มลิงก่อให้เกิดอาชีพประมง เป็นแหล่งอาหารโปรตีนให้ประชาชนในพื้นที่มีรายได้เสริม รวมทั้งทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ของดิน ช่วยตัดวงจรการแพร่ระบาดโรคพืชและแมลงต่าง ๆ ได้ดี โดยพบว่าชาวนาที่ปลูกข้าวนาปรังได้ผลผลิตอยู่ในเกณฑ์สูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกร โดยรับทราบปัญหาผลผลิตทางการเกษตรถูกน้ำท่วมเสียหายเป็นประจำ จึงได้สั่งการให้แก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยได้ออกมาตรการเลื่อนเวลาการปลูกข้าวจากเดือน มิ.ย. เป็นเดือน พ.ค ซึ่งช่วยลดความเสียหายได้มาก พร้อมทั้งกำชับให้ขยายผลไปยังพื้นที่ลุ่มน้ำอื่นทั้งในภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายกฯ เน้นย้ำอยากให้พี่น้องเกษตรกรมีความสามัคคีและร่วมมือกัน เพาะปลูกหรือทำการเกษตรอย่างพร้อมเพรียงกัน เมื่อถึงเวลาเปิดปิดน้ำ ซึ่งนอกจากจะเกิดผลดีต่อพี่น้องเกษตรกรโดยตรงแล้ว ยังช่วยลดผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางอีกด้วย&amp;quot;พล.ท.สรรเสริญระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8056</URL_LINK>
                <HASHTAG>10จังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยา, ครอบคลุมพื้นที่1.15ล่านไร่, ทำเกษตรกรรม, รัฐบาลปล่อยน้ำ, โฆษกรัฐบาล, ไก่อู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5acd5ae1522e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
