<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2019 11:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2019 11:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้งขนาดเชียร์ยังถูกนินทา!&#039;ปวิน&#039;แฉนิสัย&#039;ธนาธร&#039;เม้าท์ลับหลังนักวิชาการที่เชียร์อนาคตใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ.62 - นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ รองศาสตราจารย์ประจำศูนย์วิจัยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ปัจจุบันอาศัยอยู่ต่างประเทศ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Pavin Chachavalpongpun โดยมีเนื้อหาว่า &amp;quot;นักวิชาการไทยที่หันไปเชียร์อนาคตใหม่เพราะเบื่อเพื่อไทย นั่นเป็นทางเลือกของคุณ จะชอบของใหม่เพราะภาพลักษณ์ธนาธรนั่นก็เป็นสิทธิ แต่ถ้าจะมาเถียงว่าเพราะเพื่อไทยสู้ไปกราบไปแล้วเบื่อ เลยหันไปเลือกอนาคตใหม่ อันนี้ขอด่านักวิชาการพวกนี้ว่าอีตอแหล เพราะถึงจุดนี้ อนาคตใหม่บอกแล้วว่าจะไม่แตะ 112 นั่นก็เท่ากับเริ่มกราบตั้งแต่ยังไม่สู้ เป็นถึงนักวิชาการมหาลัยชื่อดัง ให้เหตุผลได้เพียงแค่นี้ นี่แหละที่เรียกว่าปลายแถว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ้อ อีพวกนักวิชาการที่เชียร์อนาคตใหม่ดังๆ นี่ยังไม่รู้นะว่าลับหลัง ธนาธรเอานักวิชาการเหล่านี้มาเม้าท์กับดิชั้นว่ายังไงบ้าง ตั้งแก๊งกันเอง อวยกันเอง เม้าท์กันเอง ครื้นเครงในกะลา อย่างที่บอก คนพวกนี้มาไกลที่สุดก็ได้แค่นี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29757</URL_LINK>
                <HASHTAG>10สมรรถนะนักเรียนต้องมี, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นักวิชาการฝ่ายก้าวหน้า, ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์, พรรคอนาคตใหม่, มาตรา112</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190213/image_big_5c6413d2d149f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13583</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2018 19:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2018 18:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ดอิสระฯผ่าตัดหลักสูตรขั้นพื้นฐาน ใส่คุณสมบัติสมรรถนะ10ด้านลงไป   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บอร์ดอิสระฯ เสนอ ร่างพ.ร.ฎ. ตั้งสถาบันหลักสูตรและการเรียนการสอน ให้ ครม. พิจารณาแล้ว เน้นสร้างสมรรถนะผู้เรียน 10ด้าน ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งทักษะภาษา วิทยาศาสตร์ จิตวิทยา การเป็นผู้ประกอบการ พลเมือง รู้เท่าทันสื่อดิจิทัล &amp;nbsp;ภาวะผู้นำ คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน หวังสร้างเด็กรุ่นใหม่มีคุณสมบัติการทำงานและใช้ชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จรัส สุวรรณเวลา &amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการอิสระฯ ได้หารือถึงแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ซึ่งแผนดังกล่าวจะมารองรับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ...ที่ขณะนี้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว โดยในร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวมีส่วนหนึ่งที่ได้ระบุถึงการปรับการศึกษาจากฐานเนื้อหาสาระไปเป็นฐานสมรรถนะ เพราะที่ประชุมมองว่าในโลกปัจจุบันทุกวันนี้เนื้อหาสาระสามารถค้นคว้าได้ทั่วไปแต่การศึกษาควรมุ่งเน้นการสร้างฐานสมรรถนะการเรียนรู้ให้แก่เด็กมากกว่า ดังนั้นที่ประชุมจึงได้นำเสนอร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ) ตั้งสถาบันหลักสูตรและการเรียนการสอน ซึ่งสถาบันนี้จะทำให้เกิดการศึกษาที่เป็นการศึกษาฐานสมรรถนะ &amp;nbsp;โดยนางทิศนา แขมมณี ประธานคณะทำงานวางแผนจัดทำกรอบสมรรถนะหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน &amp;nbsp;ได้ศึกษาวิจัยเรื่องนี้ เพื่อให้ได้คำตอบว่าการสร้างสมรรถการเรียนรู้ให้แก่เด็กจะมีทิศทางอย่างไร และได้มีการขณะนี้คณะกรรมการอิสระฯ ได้เสนอร่างพ.ร.ฎ.ดังกล่าวให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สถาบันดังกล่าวจะมีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ ได้แก่ องค์ความรู้ ทักษะ และคุณธรรมจริยธรรม โดยทั้งสามส่วนจะเป็นหลักสำคัญ ทั้งนี้ผมมองว่าการมีสถาบันหลักสูตรการเรียนการสอนเกิดขึ้นจะเป็นหัวใจหลักของการจัดการศึกษา เพราะที่ผ่านมาเราเน้นให้โรงเรียนเป็นเหมือนองค์กรหลักในการปฏิรูปการศึกษามีความสามารถทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ให้ได้ อีกทั้ง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ก็ให้มีการกระจายอำนาจไปสู่โรงเรียน แต่ผลการปฏิบัติจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น ขณะเดียวกันยังให้โรงเรียนทำหลักสูตรสถานศึกษาแต่ก็ไม่เกิดขึ้น ดังนั้นหากจะเกิดหลักสูตรการเรียนการสอนที่ดีได้จะต้องมีหน่วยงานกลางนำองค์ความรู้ลงไปให้โรงเรียนปฏิบัติแบบดิจิทัลแพลทฟอร์ม ซึ่งก็คือการสร้างสมรรถนะการเรียนรู้&amp;rdquo;ประธานคกก.อิสระฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางทิศนา กล่าวว่า &amp;nbsp;คณะทำงานของตนได้ทำวิจัยต่อยอดด้วยการรวบรวมข้อมูลจากผลงานที่มีผู้เชี่ยวชาญได้วิเคราะห์เรื่องการสร้างสมรรถนะการเรียนรู้มาก่อนแล้วจากนั้นตนจึงนำมาศึกษาเพิ่มเติม เพื่อนำมาร่างเป็นกรอบสมรรถนะการเรียนรู้หลักขึ้นใน 10 ด้าน ได้แก่ 1.การสืบสอบทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยา 2.ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 3.ทักษะชีวิตและความเจริญแห่งตน 4.ทักษะอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ 5.ทักษะการคิดขั้นสูงและนวัตกรรม &amp;nbsp;6.การรู้เท่าทันสื่อสารสนเทศและดิจิทัล 7.การทำงานแบบรวมพลังเป็นทีมและภาวะผู้นำ 8.พลเมืองตื่นรู้ 9.ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร และ10.คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน สำหรับกรอบสมรรถนะการเรียนรู้ดังกล่าวนั้นมีความหมายเป็นสมรรถนะที่สำคัญและจำเป็นต่อการเรียนรู้ต่อการทำงานและการใช้ชีวิตของผู้เรียนที่เราต้องการจะให้เกิดขึ้นแก่ผู้เรียนทุกคนที่เรียนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน อีกทั้งจะช่วยให้เราได้เด็กที่มีคุณสมบัติอันพึงประสงค์ คือ เป็นคนไทยที่ใฝ่รู้ &amp;nbsp;มีความสามารถสูง และมีความใส่ใจสังคม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13583</URL_LINK>
                <HASHTAG>10สมรรถนะนักเรียนต้องมี, คณะกรรมการอิสระปฎิรูปการศึกษา, ตั้งสถาบันหลักสูตรและการเรียนการสอน, นพ.จรัส สุวรรณเวลา, นางทิศนา แขมมณี ประธานคณะทำงานวางแผนจัดทำกรอบสมรรถนะหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180213/image_big_5a82c42f959e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
