<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2019 10:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>11พรรคเล็กหนุนลุงตู่ แถลงฉันทามติซัด‘ภท.-ปชป.’อย่าต่อรอง/พท.บินถกแม้วแก้เกม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ปูดพลังประชารัฐกำลังดำเนินการฟอร์มรัฐบาลอยู่ &amp;ldquo;11 พรรคเล็ก&amp;rdquo; แถลงจุดยืนดัน &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; เป็นนายกฯ สมัย 2 &amp;ldquo;มงคลกิตติ์&amp;rdquo; สวมบทผู้จัดการรัฐบาล อัด &amp;ldquo;ภท.-ปชป.&amp;rdquo; อย่าต่อรองเก้าอี้เยอะ หันมาเดินหน้าประเทศที่ชะงักงัน &amp;ldquo;บังซุป&amp;rdquo; เดือดโต้อย่าแส่ข้ามพรรค &amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; บินด่วนถกแม้วหาทางแก้เกม หวังใช้ช่องแย่งชามข้าว &amp;ldquo;ประธานสภาผู้แทนราษฎร&amp;rdquo; สร้างงูเห่า พปชร. &amp;ldquo;ภูมิธรรม&amp;rdquo; &amp;nbsp;เสียงอ่อยประเด็นยกเก้าอี้ผู้นำให้ &amp;ldquo;มาร์ค-อนุทิน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันจันทร์ เวลา 11.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกถึงการฟอร์มรัฐบาลใหม่ของพรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;(พปชร.) โดยกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า &amp;ldquo;กำลังดำเนินการอยู่นะจ๊ะ&amp;rdquo; และเมื่อสอบถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาร่วมกับพรรค พปชร.ในการจัดสรรตำแหน่งต่างๆ ด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ยิ้มก่อนกล่าวเพียงสั้นๆ &amp;ldquo;อ๋อ กำลังดูกันอยู่&amp;rdquo;
ทั้งนี้ ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก &amp;nbsp;(กพอ.) พล.อ.ประยุทธ์ได้หารือร่วมกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยเป็นการส่วนตัว ซึ่งคาดว่าเป็นการหารือถึงเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลชุดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ นายสมคิดปฏิเสธข่าวกรณีพรรค พปชร.ยึดกระทรวงเศรษฐกิจไว้ทั้งหมดจนการทาบทามพรรคอื่นไม่พอใจว่า ไม่ทราบ ไม่รู้เรื่องเลย และเมื่อถามว่ารัฐบาลหน้าจะเป็นรองนายกฯ ต่อหรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่าไม่ทราบๆ โดยเมื่อพยายามถามอีกว่ารัฐบาลหน้าถ้าเสียงปริ่มน้ำจะไปได้หรือไม่ นายสมคิดกลับตอบว่า &amp;quot;ยังไงประเทศต้องไปให้รอด&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลาใกล้เคียงกันที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลลาดพร้าว นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ หัวหน้าพรรคพลเมืองไทย พร้อมหัวหน้าพรรคการเมืองขนาดเล็กทั้ง 10 พรรค ประกอบด้วย พรรคพลังชาติไทย, พรรคประชาภิวัฒน์, พรรคไทยศรีวิไลย์, พรรคพลังไทยรักไทย, พรรคครูไทยเพื่อประชาชน, พรรคประชาธรรมไทย, พรรคประชาธิปไตยใหม่, พรรคพลังธรรมใหม่, พรรคไทยรักธรรม และพรรคประชานิยมได้ร่วมแถลงจุดยืนทางการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสัมพันธ์ระบุว่า ทั้ง 11 พรรคจะสนับสนุนให้มีรัฐบาลโดยเร็ว ส.ส.ทั้ง 11 คนมั่นใจว่าจะยกมือสนับสนุนเลือก พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ อีกครั้ง ส่วนจะตั้งรัฐบาลแบบไหน พวกเราคงไม่ก้าวก่าย &amp;nbsp;โดยพวกเราจะสนับสนุนพรรค พปชร.เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราทั้ง 11 คนยังเป็น ส.ส. หากรัฐบาลทำดีเราต้องสนับสนุน แต่ถ้ามีรัฐมนตรีท่านใดทำงานผิดไปจากความเป็นจริง พวกเราทั้ง 11 คนพร้อมคัดค้าน และพร้อมดูแลพี่น้องประชาชนเช่นเดียวกับนักการเมืองท่านอื่นๆ&amp;rdquo; นายสัมพันธ์กล่าวว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวว่า การเข้าร่วมกับพรรค พปชร.ครั้งนี้ มันเป็นความจำเป็นเพื่อให้บ้านเมืองไปต่อได้ เกือบ 2 เดือนที่ผ่านมายื้อกันไปยื้อกันมา มันเสียเวลา ไม่ต้องการให้กลุ่มพรรคการเมืองมาต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี เพราะประเทศไทยเสียโอกาส ตอนนี้คณะรัฐมนตรีเหลืออยู่เพียงครึ่งเดียว ปัญหาของประชาชนมีจำนวนมาก เพราะฉะนั้นตนเองและเพื่อนทั้งหมด 11 คน จึงมีฉันทามติในการผ่าทางตันเพื่อให้บ้านเมืองไปต่อได้ เพราะไม่ต้องการปิดสวิตช์ประเทศไทย ในฐานะสมาชิกของ 11 พรรคการเมืองต้องการเปิดสวิตช์ประเทศไทยเพื่อเดินหน้าต่อไป จึงตัดสินใจอย่างไม่ลังเลที่จะร่วมงานกับ พปชร.และสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ รอบที่ 2&amp;nbsp;
ซัด &amp;#39;ภท.-ปชป.&amp;#39; อย่าต่อรองเยอะ
&amp;ldquo;การเจรจาต่อรองขั้นต่อไปในส่วนของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ผมขอร้องว่าอย่าต่อรองเยอะ มาร่วมมือกันทำงาน มันเสียเวลา เพราะฉะนั้นหาคนที่มีคุณภาพมาคุยกัน หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยและเดินไปข้างหน้า แต่ฝ่ายค้านไม่ว่าพรรคอนาคตใหม่ พรรคเพื่อไทย ไม่ต้องเสียใจ ทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มความสามารถ ผมจะเป็นอีกหนึ่งคนที่จะไปช่วยพวกท่านในการตรวจสอบถ่วงดุลพรรคพลังประชารัฐในการบริหารราชการแผ่นดิน&amp;rdquo; นายมงคลกิตติ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค พปชร. และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ได้เข้ารับมอบหนังสือแสดงเจตจำนงที่ลงนามร่วมกันโดยหัวหน้าพรรคทั้ง 11 พรรคว่าจะเข้าร่วมงานกับพรรค โดยนายอุตตมกล่าวว่า ขอขอบคุณจากใจจริงที่ 11 พรรคการเมืองตกลงใจจะมาร่วมงานกับเราในการจัดตั้งรัฐบาล เพื่อนำพาประเทศไปข้างหน้า วันนี้เป็นก้าวสำคัญที่จะนำพาประเทศไปข้างหน้า ทุกพรรคมาร่วมงานกันถือเป็นหุ้นส่วนกันในการทำงาน โดยสามารถปรึกษาแนะนำและท้วงติงกันได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าตอนนี้รวบรวมจำนวนเสียงได้เท่าไหร่แล้ว นายอุตตมกล่าวว่ากำลังดำเนินการอยู่ในเรื่องจำนวนเสียง ยังมีเวลาพูดจากับพรรค ส่วนการร่วมงานกับพรรค ภท.และ ปชป. ต้องบอกว่าเราให้เกียรติทุกพรรคที่มีกระบวนการภายในเพื่อตัดสินใจ เพราะเป็นเรื่องสำคัญในการเข้ามาช่วยกันขับเคลื่อนประเทศ&amp;rdquo; นายอุตตมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการให้โควตารัฐมนตรีแก่ 11 พรรค นายอุตตมกล่าวว่า เรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีไม่มีเงื่อนไขอะไร เรามาพูดคุยกันเพื่อประโยชน์ของประเทศ ไม่มีเงื่อนไขอะไรอย่างนั้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสัมพันธ์ยืนยันเช่นกันว่าไม่มีเงื่อนไขอะไร มีเพียงอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศต่อประชาชนเรายินดีสนับสนุน แต่ถ้าไม่ใช่เราพร้อมค้านหัวชนฝาในเรื่องไม่ชอบมาพากล ยืนยันไม่มีเรื่องการขอตำแหน่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงเงื่อนไขต้องไม่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม และ พล.อ.อนุพงษ์ นายอุตตมกล่าวว่าไม่มีการสร้างเงื่อนไขเช่นนั้น เราไม่เคยได้ยินและไม่กังวลอะไร ส่วนเรื่องเสถียรภาพของรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำนั้นขึ้นอยู่กับการร่วมใจกันทำงานให้เกียรติซึ่งกันและกัน ทำงานเพื่อประเทศตรงนี้สำคัญที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้หลัง 11 พรรคแถลงจุดยืน ได้มีความเคลื่อนไหวในทำเนียบฯ โดยนายสมคิดได้เดินทางขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าเพื่อหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์เป็นเวลา 30 นาที ก่อนเดินทางออกจากทำเนียบฯ ไป และอีก 20 &amp;nbsp;นาทีต่อมานายกฯ ได้เดินทางออกจากทำเนียบฯ เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวเรื่องนี้ว่า ไม่เป็นไร เรายังเชื่อมั่นว่าจะสามารถหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช.ได้อยู่ พร้อมยืนยันว่าหากท้ายที่สุดแล้วพรรคเป็นฝ่ายค้านก็สามารถหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจได้เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรค ภท.กล่าวถึงกรณีนายมงคลกิตติ์พาดพิงพรรคอย่าต่อรองเยอะว่า พรรคไม่เคยได้รับการติดต่อจากพรรคการเมืองไหน จึงไม่เคยต้องต่อรองกับใคร แต่สงสัยว่าวันนี้เห็นนายอุตตมอยู่ในที่แถลงข่าวของกลุ่มพรรคเล็ก การที่นายมงคลกิตติ์ออกมากล่าวเช่นนี้ เป็นการกล่าวโดยการมอบหมายหรือในนามของพรรค พปชร.หรือไม่&amp;nbsp;
เดือด! อย่าริแส่ข้ามพรรค
&amp;ldquo;ถือเป็นการโกหกคำโตที่บอกพรรคต่อรองเก้าอี้ อยากเรียกร้องว่าขอให้พูดเฉพาะเรื่องพรรคตัวเอง &amp;nbsp;โปรดรักษามารยาทอย่าพูดเรื่องพรรคอื่น พรรคภูมิใจไทยมีศักดิ์ศรี มีเกียรติในทางการเมือง จึงอย่าได้ริบังอาจแสดงวาจาที่ไม่บังควรต่อพรรคเช่นนี้&amp;rdquo; นายศุภชัยระบุ
ในช่วงเช้าที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท.พร้อม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเดินทางมารับหนังสือรับรองความเป็น ส.ส. ก่อนให้สัมภาษณ์ถึงการร่วมจัดตั้งรัฐบาลว่า ตนเองและ ส.ส.ของพรรคจะลงพื้นที่เพื่อรับฟังความคิดเห็นประชาชนโดยตรง นอกเหนือจากการอ่านความเห็นทางหนังสือพิมพ์และโซเชียล คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ก็จะทราบความคิดเห็น หลังจากนั้นจะมาประชุม ส.ส.ของพรรคในวันที่ 20 พ.ค. ซึ่ง ส.ส.พรรคต้องมีส่วนในการตัดสินใจในทิศทางของพรรคเพราะเราทำงานเป็นทีม&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ยังไม่มีการพูดคุยใดๆ กับ 2 พรรคการเมืองใหญ่ โดยเฉพาะในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาไม่มีการติดต่อหรือเจรจาใดๆ&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าวและว่า ยืนยันว่าไม่มีเรื่องความไม่พอใจของเก้าอี้รัฐมนตรีที่พรรคได้รับ เพราะไม่ได้พูดคุยกับใคร รัฐบาลไม่มีใครเป็นเจ้าของ แล้วเที่ยวไปเขียนข่าวว่าแจกกระทรวงนั้นให้พรรคนี้ แจกกระทรวงนี้ให้พรรคนั้น แจกได้อย่างไรนี่เป็นเรื่องของบ้านเมือง พรรค ภท.เจียมเนื้อเจียมตัว เพราะเราเป็นพรรคอันดับ 5 ไม่ใช่พรรคใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ามีชื่อนายเนวิน ชิดชอบ ช่วยต่อรองโควตาเก้าอี้รัฐมนตรีด้วยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าพูดกันไปเรื่อย นายเนวินอยู่เมืองไทยหรือเปล่าก็ไม่รู้ เห็นว่าไปเตะบอลต่างประเทศ ไม่ได้พบนายเนวินมา 2 สัปดาห์แล้ว พบกันครั้งสุดท้ายในงานกัญชาที่ จ.บุรีรัมย์ การเมืองไทยวันนี้ต้องอยู่นิ่งๆ ใครนิ่งมาก็จะทำให้ทิศทางของประเทศไทยดีที่สุด ไม่ต้องออกมาบอกว่าจะทำอะไร ถ้ารับเงื่อนไขกันได้ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน สนับสนุนนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ภายหลังการรับหนังสือรับรอง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้เดินเข้าไปทักทายนายชัย ชิดชอบ พร้อมพูดคุยกับนายอนุทินตอนหนึ่งว่า &amp;ldquo;ยังไงท่านอนุทิน ท่านชัยไปอยู่ฝั่งประชาธิปไตยด้วยกันนะ ไปทางโน้นเขาไม่ให้อะไรคุณหรอก แต่มาทางนี้ได้เป็นนายกฯ ได้ รมว.คมนาคมด้วย คุณต้องการอะไรพรรคเพื่อไทยเขาให้หมด&amp;rdquo; ซึ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยังพยายามถามนายอนุทินอีกว่า &amp;ldquo;โอเคไหม อยากให้ร่วมฝ่ายประชาธิปไตยไหม อยากร่วมไหม ตกลงนะ&amp;rdquo; แต่นายอนุทินพยายามหลีกเลี่ยงไม่ตอบปฏิเสธหรือตอบตกลง
เสรีพิศุทธ์ลั่น &amp;#39;กูให้หมด&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวอีกว่า &amp;quot;พรรคเพื่อไทยยอมยกตำแหน่งนายกฯ ให้ทั้ง 2 พรรคการเมือง ใครจะเอาก็เอา ฝ่ายประชาธิปไตยเขาเสียสละมาก พท.ได้ 137 ที่นั่งทำเพื่อประชาธิปไตย ไม่เอาตำแหน่งนายกฯ กระทรวงสำคัญก็ยังให้ กูไม่เอาเลย เอาไปให้หมด ขอแค่ให้มาอยู่ร่วมกับฝ่ายประชาธิปไตย แต่ตอนนี้ยังไม่ได้คุยกับ ปชป. จะนัดกันหลังวันที่ 15 พ.ค.นี้&amp;quot; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ด้าน น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงกระแสร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรค พปชร.ว่า เป็นเพียงกระแสข่าว เราเป็นพรรคขนาดเล็ก ต้องดูพรรคใหญ่ก่อนว่าเขาจะรวมกันได้อย่างไร และให้เขาติดต่อเรามาก่อน แล้วถ้ามีการติดต่อมาพรรคก็ต้องพูดคุยหารือกันก่อน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;เป็นแค่ข่าว ยังไม่เป็นจริง ยังไม่มีความชัดเจนใดๆ ตรงนั้น หัวหน้าพรรคก็ยังไม่รู้เลย&amp;rdquo; น.ส.กัญจนากล่าวถึงกระแสข่าวได้โควตารัฐมนตรี 2 กระทรวงและย้ำว่าเป็นข่าวลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนา (ชพน.) กล่าวเช่นกันว่า เป็นพรรคเล็กจึงทำอะไรได้ไม่มาก ส่วนเรื่องความชัดเจนจะร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลกับ พปชร.นั้นจะได้ข้อยุติช่วงใกล้เปิดประชุมสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวของซีกพรรคเพื่อไทย (พท.) นั้น มีรายงานข่าวแจ้งว่า สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาแกนนำพรรคบางส่วนได้เดินทางไปหารือกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพื่อประเมินสถานการณ์การเมืองและแนวทางรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล โดยหารือถึงประเด็นความเป็นไปได้ในการนำเสียง 7 พรรคการเมืองที่ร่วมลงสัตยาบัน 245 เสียงสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายอนุทินเป็นนายกฯ เพื่อขัดขวางการสืบทอดอำนาจของ พปชร.และยังพูดคุยถึงความพยายามดึงเสียง ส.ส.บางส่วนหรืองูเห่าของพรรค พปชร. หลังมีความขัดแย้งกันในกรณีการเสนอชื่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างนายสุชาติ ตันเจริญ กับนายวิรัช รัตนเศรษฐ รวมทั้งยังมีคนอื่นที่สนใจตำแหน่งดังกล่าว แต่ยังไม่เปิดตัวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พรรคเพื่อไทยได้ประสานไปยังผู้เสนอตัวเป็นประธานสภาฯ ของพรรครายหนึ่ง พร้อมกับแจ้งไปว่าถ้าไม่ได้รับการเสนอชื่อจาก พปชร. พรรคเพื่อไทยและพันธมิตรก็จะไม่เสนอชื่อบุคคลเข้าแข่งขัน แต่พร้อมให้การสนับสนุนลงมติให้ แต่ผู้เสนอตัวเป็นประธานสภาฯ ก็ต้องหาเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.ใน พปชร.ราว 10-20 เสียงมาบวกกับ 245 เสียง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานอีกว่า พท.ยังมีความพยายามโน้มน้าวพรรคการเมืองต่างๆ ที่ยังไม่ประกาศจุดยืนที่ชัดเจนในการร่วมกับฝ่ายใด อาทิ ปชป., ภท., ชทพ. และ ชพน.ให้ตัดสินใจร่วมต่อต้านการสืบทอดอำนาจและปิดสวิตช์ ส.ว. รวมทั้งยังหวังว่าจะได้เสียงส่วนหนึ่งในกลุ่มของประธานสภาฯ ของพรรค พปชร.ที่ พท.สนับสนุนหันมาลงมติให้สนับสนุนนายกฯ ที่เสนอโดยพรรค พท. หรือพรรคพันธมิตรฝ่ายประชาธิปไตย แทนการลงมติให้ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะประเมินว่าท้ายที่สุดหาก ปชป.ตัดสินใจมาร่วมกับฝ่ายประชาธิปไตยจริงก็อาจได้ไม่ครบทั้ง 52 เสียง เนื่องจากมี ส.ส.บางส่วนที่แสดงจุดยืนชัดเจนว่าไม่ร่วมมือกับพรรค พท.อย่างเด็ดขาด จึงต้องได้เสียง ส.ส.พรรค พปชร.มาทดแทน
ย้ำป้องสืบทอดอำนาจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค พท.กล่าวว่า จากการพูดคุยกับหัวหน้าและเลขาธิการพรรคการเมืองที่ร่วมลงสัตยาบันไม่เอาการสืบทอดอำนาจ ทุกคนเห็นตรงกันว่าต้องรักษาระบบให้ประชาธิปไตยเดินไปได้ ส่วนกรณีจะมีงูเห่าหรือไม่นั้นเกิดขึ้นได้ทุกพรรค แต่ถ้าจะเล่นการเมืองระยะยาวต้องยืนบนผลประโยชน์ประชาชน ใครยืนบนผลประโยชน์ของตัวเองโดยไม่สอดรับกับผลประโยชน์ประชาชนจะเป็นวาระสุดท้ายในการเล่นการเมืองครั้งนี้&amp;nbsp;
&amp;ldquo;พรรคเพื่อไทยแม้ได้ ส.ส.มากที่สุด แต่เราเห็นประโยชน์ของประเทศชาติเป็นเรื่องสำคัญ จึงไม่เคยเอาเรื่องตำแหน่ง ทั้งตำแหน่งนายกฯ และประธานรัฐสภามาเป็นปัจจัยต่อรอง เพราะเห็นว่าปัญหาของประเทศคือการป้องกันการสืบทอดอำนาจ&amp;rdquo; นายภูมิธรรมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าถึงขั้นให้ตำแหน่งนายกฯ แก่พรรค ปชป.และ ภท.หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า วันนี้เราบอกว่าไม่คุยรายละเอียดเพราะไม่ยึดติด ถ้าเป้าหมายใหญ่ได้อย่างอื่นก็คุยกันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวว่า พรรคได้พูดคุยกับพรรคต่างๆ ซึ่งเรายินดีทำงานกับทุกพรรคเพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช.และปิดสวิตช์ ส.ว. ส่วนทิศทางจะเป็นอย่างไรต้องขอสงวนไว้ก่อน ส่วนบุคคลที่จะมาเป็นนายกฯ นั้น ขณะนี้ไม่สามารถตอบอะไรได้เพราะยังไม่ถึงเวลา และเพื่อเคารพเกียรติของทุกฝ่าย
นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ส.ส. 5 เสียงของพรรคเพื่อชาติเมื่อมาด้วยกันก็ไปด้วยกัน ไม่มีใครแยกไปไหน ขอยืนยันจุดยืนอยู่ในฝั่งประชาธิปไตย ยอมรับที่ผ่านมามีคนมาทาบทามพรรคให้ไปร่วมงาน แต่ได้บอกว่าเราขออยู่ของเรา&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอารี ไกรนรา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงกระแสข่าวถูกดูดไปอยู่ฝั่งพรรค พปชร.ว่า ยังคงอยู่พรรคเพื่อชาติ จุดยืนยังอยู่กับฝั่งพรรคเพื่อไทย ไม่ได้ถูกทาบทามไปอยู่กับ พปชร. ซึ่งที่ผ่านมามีคนรู้จักใน พปชร.มาทาบทามให้ไปอยู่ด้วยจริง แต่ได้ตอบปฏิเสธไปเพราะไม่ได้สนใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลปกครอง นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ &amp;nbsp;เข้ายื่นหนังสือถึงศาลปกครองขอให้ไต่สวนฉุกเฉินเพื่อระงับประกาศของ กกต.ที่รับรอง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อทั้ง 149 คน และเพิกถอนพร้อมสั่งให้ กกต.คำนวณจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ เนื่องจากเห็นว่าการคำนวณของ กกต. ที่จัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อให้กับ 11 พรรคการเมืองขนาดเล็กที่ได้คะแนนไม่ถึงจำนวน ส.ส.พึงมี ถือว่าเป็นการคำนวณที่ขัดกับ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 (5) ทั้งยังพบว่ามีอีก 3 พรรคที่จะได้ ส.ส.ไปคนละ 1 รวมเป็น 14 คนที่ได้ ส.ส.ไปโดยไม่ชอบและไม่ถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเรืองไกรกล่าวว่า 14 คนที่ได้ ส.ส.ไปโดยวิธีการไม่ชอบนั้นก็เท่ากับว่าอีก 14 คนที่จะได้ ส.ส.เขาเสียสิทธิ์ไป เป็นการเสียสิทธิ์โดยตรง ซึ่งใน 14 คนมาจาก 6 พรรค คือพลังประชารัฐเสียสิทธิ์ไป 3 &amp;nbsp;คน พรรคอนาคตใหม่ 6 คน พรรคประชาธิปัตย์ 2 คน พรรคภูมิใจไทย 1 คน พรรคเสรีรวมไทย 1 คน &amp;nbsp;และชาติไทยพัฒนา 1 คน ฉะนั้นขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งให้ กกต.ตัด 14 คนที่ประกาศไปโดยมีคะแนนไม่ถึงเกณฑ์แล้วเอามาเพิ่มให้ 14 คนใน 6 พรรค และขอเรียกร้องให้ทั้ง 14 คนที่เป็นผู้เสียหายโดยตรงก็ควรอุทธรณ์ต่อ กกต. หรือจะมายื่นฟ้องศาลปกครองหรือจะยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดินก็เป็นสิทธิ์ของทั้ง 6 พรรค หวังว่าศาลจะรับไว้พิจารณาและสั่งให้ไต่สวนรวมทั้งคุ้มครองชั่วคราว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายเรืองไกรกล่าวด้วยว่า ภายหลังที่สื่อมวลชนกระแสหลักรายงานข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช., พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรองหัวหน้า คสช. และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เข้าไปเกี่ยวข้องกับการจัดสรรตำแหน่ง ครม.ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่าจะมีข้อมูลเพียงพอหรือไม่ที่จะเข้าข่ายผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 28 &amp;nbsp;และมาตรา 92 (2) ที่มีโทษยุบพรรคหรือไม่ เพราะไม่อนุญาตให้บุคคลนอกพรรคการเมืองควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํากิจกรรมของพรรคการเมืองทั้งทางตรงหรือโดยทางอ้อม ซึ่งเบื้องต้นกำลังติดตามข้อมูลว่ามีหลักฐานที่น่าเชื่อถือเพิ่มเติมหรือไม่ โดยเฉพาะต้องจับตาหลังจากนี้จะมีคนใน พปชร.หรือพรรคอื่นๆ อกหักไม่ได้รับตำแหน่งสำคัญ จนออกมาเปิดเผยข้อมูลในการจัดตั้งรัฐบาลว่าทั้ง 3 คนเกี่ยวข้องหรือไม่ เมื่อนั้นตนจะรวบรวมหลักฐานและส่งเรื่องให้ กกต.พิจารณา ก่อนไปที่ศาลรัฐธรรมนูญให้มีคำสั่งยุบพรรค &amp;nbsp;รวมทั้งตัดสิทธิ์นักการเมืองหรือไม่ต่อไป
จี้นับคะแนนใหม่ 349 เขต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน กกต. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย นำ ส.ส.ของพรรคเข้ารับหนังสือรับรองจาก กกต.เพื่อนำไปรายงานตัวต่อสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยังเรียกร้อง กกต.ให้เร่งดำเนินการในเรื่องต่างๆ หลายเรื่อง ประกอบด้วย กรณีที่ กกต.ตัดสิทธิ์ผู้สมัครเขต 2 สมุทรสาคร โดยอ้างว่าผู้สมัครของพรรคที่เป็นอดีตสมาชิก อบต.ขาดคุณสมบัติ เนื่องจากถูกให้ออกจากราชการ ซึ่งในเรื่องดังกล่าวพรรคได้ยื่นค้านต่อ กกต.แล้วว่าศาลชั้นต้นได้ยกฟ้องในกรณีดังกล่าว เนื่องจากไม่ได้มีเหตุทุจริตตามที่กล่าวอ้าง แต่เหตุใด กกต.ยังตัดสิทธิ์ผู้สมัครคนดังกล่าวของพรรค ซึ่งการถูกตัดสิทธิ์ส่งผลให้คะแนนรวมของพรรคลดลง และกระทบต่อจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อที่น้อยลงด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยังกล่าวถึงเรื่องถูกร้องว่าขาดคุณสมบัติ เนื่องจากถูกให้ออกจากราชการในสมัยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยระบุว่า การถูกพิจารณาเรื่องดังกล่าว เนื่องจาก นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ปล้นตำแหน่งตนไป และได้มีการยกเลิกคำสั่งดังกล่าวทั้งหมดแล้ว ซึ่งหากไม่เกษียณอายุราชการก่อน ตนก็สามารถกลับเข้าไปรับตำแหน่งดังกล่าวได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีการนับคะแนนใหม่ของเขต 1 นครปฐม แม้ว่าจะเป็นเรื่องของพรรคอนาคตใหม่ที่ร้องจนมีการนับคะแนนใหม่ ซึ่งผลจากการนับคะแนนใหม่ทำให้พบว่าผู้สมัครพรรคเสรีรวมไทยมีคะแนนเพิ่มขึ้น 44 คะแนน ซึ่งทำให้ตั้งข้อสงสัยว่า ในการนับคะแนนครั้งแรกคะแนนดังกล่าวหายไปไหน ในฐานะหัวหน้าพรรคก็ได้นำคะแนนของผู้สมัครทุกคนมาพิจารณา เนื่องจาก จ.นครปฐม มีผู้สมัคร 21 พรรค แต่ กกต.รวมคะแนนผิดถึง 20 พรรค นี่ยังไม่คำนึงถึงจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์หรือคะแนนอื่นๆ กกต.จะทำงานผิดพลาดได้อย่างนี้เชียวหรือ ดังนั้นนอกจากที่ จ.นครปฐมแล้ว ก็เชื่อว่าอีก 349 เขต กกต.จะรวมคะแนนได้ถูกต้องหรือไม่ การเลือกตั้งจะสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ ทั้งนี้ จะรอดูว่า กกต.จะมีการสั่งนับคะแนนใหม่ใน 349 เขตหรือไม่ ไม่อย่างนั้นก็จะต้องดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยังท้วงติงเรื่องการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งผลที่ กกต.ประกาศออกมาทำให้พรรคต่างๆ คะแนนที่จะได้ ส.ส.ลดลง ซึ่งรวมถึงพรรคเสรีรวมไทยที่ควรจะได้ 11 ที่นั่ง ก็ได้เพียง 10 ที่นั่ง โดยเห็นว่าการคำนวณของ กกต.ที่แจก ส.ส.ให้กับพรรคเล็ก 11 &amp;nbsp;พรรคที่มีคะแนนรวมไม่ถึงจำนวน ส.ส.เพิ่งมีไม่น่าจะถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน สำนักงาน กกต.ยังคงเปิดให้ ส.ส.ที่ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งทั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 349 คน และแบบบัญชีรายชื่อ149 คน รวม 498 คน เดินทางมารับหนังสือรับรองเพื่อนำไปรายงานตัวต่อสํานักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยยังคงเหลือ ส.ส.ใหม่ ที่ยังไม่เดินทางมารับหนังสือรับรองเพียง 2 คน คือ นายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้ประสานมายัง กกต.ว่าไม่สบาย และจะมารับเอกสารในภายหลัง และนายกนก ลิ้มตระกูล ส.ส.อุตรดิตถ์ เขต 1 พรรคเพื่อไทย ติดต่อประสานมายัง กกต.ว่าจะมารับเอกสารภายในวันพุธที่ 15 พ.ค. ก็จะครบจำนวน 498 คน ที่กกต.รับรอง อย่างไรก็ตาม ยังเหลือ ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่ออีกอย่างละ 1 คน ซึ่ง กกต.จะต้องรอผลการเลือกตั้งใหม่ของเขตเลือกตั้งที่ 8 จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 26 พ.ค.ก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35771</URL_LINK>
                <HASHTAG>11พรรคเล็กหนุนลุงตู่, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ฟอร์มรัฐบาล, มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์, รัฐบาลพลังประชารัฐ, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190513/image_big_5cd9789728464.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
