<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2019 17:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2019 17:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต่อลมหายใจ 3 แกนนำนปช. ไร้เงา&#039;กี้ร์-นิสิต-วัลลภ-ชัยชนะ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ต.ค 62 - ที่ศาลจังหวัดพัทยา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เปิดเผยภายหลังเดินทางให้กำลังใจแกนนำนปช.ที่เดินทางเข้ารับฟังคำพิพากษาในคดีล้มประชุมอาเซียนชัมมิท เมื่อปี 2552 ว่า &amp;quot;ศาลจังหวัดพัทยา ให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาออกไปก่อน เนื่องจาก จำเลยทั้ง 3 ได้ยื่นคำร้องเพิ่มเติมต่อศาลฎีกา ทั้งนี้ ต้องรอให้ศาลฎีกาพิจารณาว่าจะรับคำร้องของจำเลยทั้ง 3 เพื่อวินิจฉัยใหม่หรือไม่ จึงให้เลื่อนไปเป็นวันที่ 3 ธันวาคม 2562 เวลา 10.00 น.&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจำเลยทั้ง 3 ที่นายจตุพร ระบุถึงประกอบด้วยพ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ นายสำเริง ประจำเรือ และนายวรชัย เหมะ ซึ่งทั้งสามเดินทางเข้าฟังคำพิพากษา ตามหมายเรียกใหม่ หลังเมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมาศาลจังหวัดพัทยา ฎีกา พิพากษาจำคุก 4 ปี &amp;nbsp;แต่ทั้งสามอ้างว่าไม่ได้รับหมายเรียกจากศาล ทำให้ศาลออกหมายเรียกใหม่นัดฟังคำพิพากษาวันนี้ (31 ต.ค)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามช่วงเช้า จำเลยทั้ง 3 ได้ยื่นคำร้องเพิ่มเติมต่อศาลฎีกา ต้องรอให้ศาลฎีกาพิจารณาว่าจะรับคำร้องของจำเลยทั้ง 3 เพื่อวินิจฉัยใหม่หรือไม่ จึงให้เลื่อนไปเป็นวันที่ 3 ธ.ค&amp;nbsp;2562 เวลา 10.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจำเลยที่เหลือ ประกอบด้วย &amp;nbsp;นายสิงห์ทอง บัวชุม, นายพิเชษฐ์ สุขจินดาทอง, นายพายัพ ปั้นเกตุ และนายนพพร นามเชียงใต้ &amp;nbsp;ได้เข้ามอบตัวแล้วตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำ ตามคำพิพากษาจำคุก 4 ปี พร้อมกับนายศักดา นพสิทธิ์ จำเลยคนเดียวที่เข้าฟังคำพิพากษา วันที่ 11 ก.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจำเลยที่ไม่ปรากฎตัวต่อศาลตามนัดอ่านคำพิพากษาทั้งในวันที่ 11 ก.ย. และวันที่ 31 ต.ค. &amp;nbsp;ประกอบด้วย &amp;nbsp;นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง, นายวันชนะ เกิดดี, นพ.วัลลภ ยังตรง และ นายนิสิต สินธุไพร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49267</URL_LINK>
                <HASHTAG>12แกนนำ นปช., คดีล้มประชุมอาเซียน, จำคุก4ปี, ศาลพัทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191031/image_big_5dbab0f570501.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฎีกาคุก4ปี12นปช.ล้มอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาลฎีกายืนจำคุก 4 ปีไม่รอลงอาญา &amp;quot;12แกนนำ นปช.&amp;quot; บุกล้มประชุมอาเซียนปี 52 ยกฟ้อง &amp;quot;สมญศฆ์ พรมภา&amp;quot; คุมตัว &amp;quot;ศักดา&amp;quot; เข้าเรือนจำ ออกหมายจับ &amp;quot;อริสมันต์&amp;quot; กับพวกรวมอีก 8 อ้างบ้านหมุนฟังไม่ขึ้น &amp;quot;ไวพจน์&amp;quot; หลุด ส.ส.โดนหมายเรียกพร้อมสำเริง-วรชัย ฟังคำพิพากษาอีกครั้ง 31 ต.ค. พปชร.จ่อส่งลูกชายลงเลือกตั้งซ่อมกำแพงเพชร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลจังหวัดพัทยา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 11 กันยายน ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำพากลุ่มคนเสื้อแดงบุกล้มการประชุมอาเซียนที่โรงแรมรอยัลคลิฟบีชรีสอร์ท เมืองพัทยา เมื่อวันที่ 11 เม.ย.2552 ที่พนักงานอัยการจังหวัดพัทยา เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง, นายนพพร นามเชียงใต้, พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์, นายสมญศฆ์ พรมภา, นายนิสิต สินธุไพร, นายสำเริง ประจำเรือ, นายศักดา นพสิทธิ์, นายสิงห์ทอง บัวชุม, &amp;nbsp;นายธนกฤต หรือวันชนะ ชะเอมน้อย หรือเกิดดี, นายวรชัย เหมะ, นายพายัพ ปั้นเกตุ, นายวัลลภ ยังตรง และนายพิเชฐ สุขจินดาทอง ทั้งนี้ ได้พักคดี พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ และนายสุรชัย แซ่ด่าน เนื่องจากหลบหนี ขณะที่นายธรชัย ศักดิ์มังกร และ พ.ต.อ.สมพล รัฐกาญจน์ ศาลชั้นต้นยกฟ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2552 พวกจำเลยนำพากลุ่มคนเสื้อแดงบุกล้มการประชุมอาเซียน ที่โรงแรมรอยัลคลิฟบีชรีสอร์ท ในช่วงที่กลุ่ม นปช.มีการชุมนุมใหญ่ปี 2552 ขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี โดยได้แจ้งข้อหา ประกอบด้วย 1.ร่วมกันขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ซึ่งสั่งให้เลิกการมั่วสุม 2.ข้อหาร่วมกันเดินแถวเป็นขบวน และกระทำด้วยประการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจร 3.ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชน ด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ และมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่ก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร และเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน 4.มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองโดยเป็นหัวหน้า เป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำผิดนั้น และ 5.ร่วมกันบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ โดยขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, 215, 216, 358, 362, 364, 365 และ พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 108, 114, 148 ต่อมาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำคุกจำเลยจำนวน 13 คน เป็นเวลา 4 ปี ไม่รอลงอาญา
คุก 4 ปี 12 แกนนำ นปช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้มีเพียงนายศักดา นพสิทธิ์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อชาติ และเป็นจำเลยที่ 10 เดินทางมาศาลคนเดียว โดยศาลฎีกาพิพากษาแก้ให้ยกฟ้องในส่วนของนายสมญศฆ์ พรมภา จำเลยที่ 4 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ซึ่งชั้นศาลอุทธรณ์ภาค 2 นั้น พิพากษาให้จำคุกจำเลยที่ 1, 2, 3, 5, 6, 10, 11, 12, 13, 15, 16, 17 คนละ 4 ปีโดยไม่รอการลงโทษ ฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 (2) (3) ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด ขณะที่ชั้นศาลอุทธรณ์ ก็ให้ปรับจำเลยที่ 1, 2, 3, 5, 6, 10, 11, 12, 13, 15, 16, 17 คนละ 200 บาท ฐานร่วมกันเดินแถวเป็นกระบวนและกระทำในลักษณะกีดขวางการจราจร ตามที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อนายศักดาได้ฟังผลคำพิพากษาฎีกาซึ่งถึงที่สุดตามกระบวนการทางกฎหมายแล้ว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวนายศักดาไปคุมขังยังเรือนจำเพื่อรับโทษตามคำพิพากษาดังกล่าวต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีจำเลยอื่นที่ไม่มาศาลนั้น ทีมทนายความจำเลยเปิดเผยว่า ศาลจังหวัดพัทยาได้นัดอ่านคำพิพากษาฎีกา ซึ่งมีจำเลยทั้งสิ้น 13 คน (ที่สู้ถึงชั้นฎีกา) แต่ในส่วนของนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง และ นพ.วัลลภ ยังตรง จำเลยที่ 1 และ&amp;nbsp;16 ไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษา โดยมอบอำนาจให้ทนายความยื่นคำร้องขอให้เลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาฎีกาออกไปก่อน เนื่องจากจำเลยทั้งสองมีอาการป่วย พร้อมนำใบรับรองแพทย์มาแสดง ซึ่งศาลจังหวัดพัทยาได้พิจารณาคำร้องในส่วนนี้แล้ว เห็นว่าอาการป่วยนั้นไม่ได้เป็นโรคร้ายแรง จึงไม่อนุญาตให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา และให้ออกหมายจับจำเลยทั้งสองเพื่อมาฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาคดีนี้อีกครั้งในวันที่ 31 ต.ค.นี้ เวลา 09.00 น. โดยศาลให้ปรับนายประกันของจำเลยทั้งสองด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับจำเลยอื่นอีก 7 คน (จำเลยที่ 2, 4, 5, 11, 12, 15, 17) ปรากฏว่า ศาลได้ส่งหมายเรียกแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาฎีกาให้ทราบแล้ว แต่วันนี้จำเลยทั้ง 7 คนไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ศาลจังหวัดพัทยาจึงให้ออกหมายจับจำเลยทั้ง 7 เพื่อมาฟังคำพิพากษาต่อไปเช่นกัน พร้อมให้ปรับนายประกันจำเลยทั้ง 7 คนเต็มจำนวนสัญญาประกันด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในส่วนของ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ จำเลยที่ 3, นายสำเริง ประจำเรือ จำเลยที่ 6, นายวรชัย เหมะ จำเลยที่ 13 ปรากฏว่ายังไม่ได้รับหมายเรียกที่ศาลแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาวันนี้ จึงไม่ได้เดินทางมาศาล โดยศาลจังหวัดพัทยาพิจารณาแล้วให้ออกหมายเรียกจำเลยทั้งสามมาฟังคำพิพากษาอีกครั้งในวันที่ 31 ต.ค.นี้ วัน-เวลาเดียวกันกับนายอริสมันต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธำรงค์ หลักแดน ทนายความส่วนตัวของนายอริสมันต์ เปิดเผยว่า นายอริสมันต์ไม่สามารถเดินทางมารับฟังคำพิพากษาในวันนี้ได้ เนื่องจากอยู่ในระหว่างการพักรักษาตัวด้วยโรคเวียนศีรษะ บ้านหมุน ที่โรงพยาบาลสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม ซึ่งขณะนี้อาการยังไม่ดีขึ้น ทั้งนี้ หลังจากฟังคำพิพากษาเสร็จสิ้น ได้โทรศัพท์แจ้งผลคำพิพากษาไปถึงนายอริสมันต์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะเดินทางมารายงานตัวกับศาลเมื่อใดนั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ต้องรอให้อาการป่วยดีขึ้นก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางขนิษฐา รัฐกาญจน์ ทนายความของกลุ่มแนวร่วม นปช. กล่าวว่า สาเหตุที่ศาลยกฟ้องจำเลยที่ 4 เนื่องจากโจทก์ไม่มีพยานที่เห็นเหตุการณ์ จึงยกประโยชน์ให้แก่จำเลย ทั้งนี้ จำเลย 3 คนที่ศาลยกฟ้อง ทางทนายความเตรียมที่จะเอาผิดฟ้องร้องต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พ.ต.ท.ศราวุฒิ บุญชัย ตำรวจที่เบิกความเท็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ไวพจน์ หนึ่งในจำเลยคดีดังกล่าว ได้เดินทางเข้าร่วมประชุมสภาตามปกติตั้งแต่ช่วงบ่าย โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวสั้นๆ ว่า ยังไม่เห็นหมายอะไร และยังไม่เห็นรายละเอียด ต้องรอดูความชัดเจน จะแจ้งให้ทราบต่อไป
&amp;quot;ไวพจน์&amp;quot;หลุดเก้าอี้ ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงสถานะความเป็น ส.ส.ของ พ.ต.ท.ไวพจน์ ว่าตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (13) ระบุถึงการสิ้นสมาชิกภาพของ ส.ส. คือต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก แม้จะมีการรอการลงโทษ เว้นแต่เป็นการรอการลงโทษในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท ดังนั้นเมื่อศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วถือว่าสิ้นสมาชิกภาพทันที อย่างไรก็ตาม ตามขั้นตอน ประธานสภาฯ ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมต้องแจ้งคำพิพากษาของศาลฎีกาต่อที่ประชุมให้รับทราบ แต่จนถึงขณะนี้ศาลยังไม่ส่งคำพิพากษาจากศาลมายังสภา ทั้งนี้การจับกุมหรือการดำเนินคดีที่ศาลพิพากษาถึงที่สุดแล้วในสมัยการประชุมนั้น สามารถทำได้ เพราะคดีถึงที่สุดแล้ว โดย ส.ส.ที่ถูกคำพิพากษาถึงที่สุดจะไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ส.ส.ที่ถูกจำคุกจะพ้นจากสมาชิกภาพตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (13) ที่กำหนดว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องพ้นสภาพหากถูกศาลสั่งจำคุก และปัจจุบัน ศาลพิจารณาคดีอาญาได้ แม้จะอยู่ในสมัยประชุม โดยไม่ต้องขอต่อสภา เพียงแต่ต้องไม่เป็นการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 125 วรรคสี่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานรัฐสภาคนที่ 1 กล่าวว่า ถือว่าตอนนี้ พ.ต.ท.ไวพจน์ยังคงเป็น ส.ส.อยู่ เพราะยังไม่ได้รับเอกสารอย่างเป็นทางการจากศาลฎีกา จึงต้องรอคำสั่งศาลที่เเน่นอนส่งมายังสภาก่อน ส่วนเสียงของรัฐบาลที่จะหายไป 1 เสียงนั้น คงไม่กังวล เนื่องจากเราขึ้นมาเป็นประธานเเล้วอยู่ข้างบน ให้ข้างล่างไปจัดการกันเอง ทั้งนี้ เเม้จะเป็นประธานก็สามารถไปร่วมโหวตลงคะเเนนได้ในบางครั้ง หากจำเป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อศาลฎีกาพิพากษาแล้ว จึงไม่เกี่ยวกับเอกสิทธิ์คุ้มครอง ส.ส. เพราะเอกสิทธิ์จะคุ้มครองเฉพาะตอนต่อสู้คดีเท่านั้น แต่เมื่อศาลพิพากษาแล้ว จึงไม่เกี่ยวกัน ดังนั้นกรณีนี้ถือว่าพ้นจากการเป็น ส.ส. เพราะศาลได้ตัดสินจำคุกโดยไม่รอลงอาญา เหตุนี้จึงต้องมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ในเขตของ พ.ต.ท.ไวพจน์ เช่นเดียวกับที่จะมีการจัดเลือกตั้งใหม่ในจังหวัดนครปฐม ที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ลาออก แน่นอนว่าจะมีผลต่อคะแนนรวมของพรรคด้วย แต่ไม่ทราบว่าจะมีผลมากน้อยเพียงใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลัง พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ถูกศาลฎีกาตัดสินจำคุก4 ปี คดีบุกล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนนั้น ทางพรรคพลังประชารัฐได้เตรียมให้บุตรชาย พ.ต.ท.ไวพจน์ คือ นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ &amp;nbsp;ลงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กำแพงเพชร เขต &amp;nbsp;2 แทน พ.ต.ท.ไวพจน์แล้ว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45564</URL_LINK>
                <HASHTAG>12แกนนำ นปช., คดีล้มประชุมอาเซียน, จำคุก 4 ปี, ศาลฎีกา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง, ออกหมายจับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190911/image_big_5d790fbc95f10.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
