<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2018 17:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2018 17:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สายเขียวเฮ!&#039;ประจิน&#039;ชงพ.ร.บ.ปลดล็อกกัญชาเข้าครม.13พ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ย.61- พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ยุติธรรม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงข้อเสนอเรื่องการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ว่า ความก้าวหน้าเรื่องการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์นั้น รัฐบาลได้ส่งร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ...) พ.ศ. ... เข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา โดย สนช.ได้ตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างดังกล่าว ซึ่งกรอบแรกใช้เวลาพิจารณา 90 วัน แต่เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีรายละเอียดมากและซับซ้อน รวมถึงจำเป็นต้องรับฟังความคิดเห็นรอบด้าน จึงยืดเวลาอีก 90 วัน โดย สนช.กำหนดไว้ว่าจะให้การพิจารณาร่างกฎหมายนี้เสร็จสิ้นในเดือน ก.พ.62 ระหว่างนี้ กมธ.และสมาชิก สนช.ส่วนหนึ่งเห็นว่าการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์นั้น ควรแยกเป็น พ.ร.บ.เฉพาะเรื่องนี้ ซึ่ง สนช.ได้ยกร่างขึ้นมาแล้ว มีบทบัญญัติไม่กี่มาตรา โดยจะชี้แจงในที่ประชุมสนช.ในวันที่ 9 พ.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.ยุติธรรมกล่าวว่าครม.มีมติเห็นชอบให้ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข เป็นผู้ไปรับเรื่อง โดยจะใช้เวลาพิจารณาภายใน 3 วัน แล้วจะเสนอขอความเห็นชอบจากที่ประชุม ครม.ในวันที่ 13 พ.ย.นี้ ถ้า ครม.เห็นชอบ จะส่งร่างนี้ไปเข้าสู่การพิจารณาของ สนช.ต่อไป ตรงนี้จะทำให้เกิดการปลดล็อกเรื่องการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ &amp;nbsp;อีกทั้งขณะนี้ได้มีการตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างกระทรวงยุติธรรมกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูลความเป็นมาของงานวิจัย ประโยชน์ที่ได้รับ และข้อเสนอในการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะเดียวกัน เราต้องยึดถือข้อตกลงในฐานะที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ด้านยาเสพติด ซึ่งกำหนดว่าให้ประเทศสมาชิกต้องไม่ยินยอมให้นำยาเสพติดมาเป็นสิ่งถูกต้องตามกฎหมาย &amp;nbsp;อีกทั้งให้นำพืชเสพติดมาใช้ในการทดลองทางวิทยาศาสตร์และประโยชน์ทางการแพทย์เท่านั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองนายกฯ และรมว.ยุติธรรม กล่าวว่า &amp;nbsp;สำหรับกัญชาที่จะถูกนำมาใช้นั้น จะมีการนำพันธุ์กัญชามาปลูกในพื้นที่ควบคุมซึ่งมีอุณหภูมิ น้ำ แสง และน้ำที่เหมาะสม อีกทั้งกระบวนการการสกัดน้ำมันต้องทำในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ แล้วนำไปผสมเป็นสูตรในการรักษาโรค ต้องมีแพทย์และผู้ป่วยที่สมัครใจเข้ารับการรักษาด้วยสารดังกล่าว &amp;nbsp;ตรงนี้ต้องได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) &amp;nbsp;โดยการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้ายาจากต่างประเทศ และเปิดโอกาสให้นักวิจัยและผู้ประกอบการทำธุรกิจตรงนี้เป็นธุรกิจที่พึ่งพาตนเองในประเทศ &amp;nbsp;เมื่อมีกฎหมายออกปลดล็อกเรื่องการใช้ประโยชน์จากกัญชาแล้ว จะมีการกำหนดผู้ทำหน้าที่ดูแลการผลิต และผู้ควบคุมการรักษาให้เป็นตามวัตถุประสงค์ของการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คงไม่สามารถนำกัญชาอัดแห้งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมมาใช้ประโยชน์ในเรื่องนี้ได้ เพราะกระบวนการสกัดเป็นน้ำมันจะต้องใช้ต้นกัญชาสดที่มีอายุในระดับหนึ่ง แต่กัญชาที่จับกุมได้นั้นฝ่อไปแล้ว ทำให้ไม่สามารถนำมาใช้สกัดน้ำมันได้&amp;rdquo;พล.อ.อ.ประจิน กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21461</URL_LINK>
                <HASHTAG>13 พ.ย., ปลดล็อกกัญชา, พล.อ.อ ประจิน จั่นตอง, รมว.ยุติธรรม, รองนายกฯ, สายเขียว, เสนอครม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181106/image_big_5be16e8cad406.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
