<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>14ตุลาเขม็งเกลียว! ตร.-ม็อบระอุก่อนชุมนุมใหญ่เสื้อเหลืองรวมพลแสดงพลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ประเดิมชุมนุมใหญ่ 14 ต.ค. ม็อบ &amp;ldquo;ไผ่ ดาวดิน-แอมมี่&amp;rdquo; ลองของที่หน้าร้านแมคฯ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตำรวจกระชับพื้นที่ก่อนปะทะเป็นน้ำจิ้ม พร้อมรวบตัวแกนนำไป 21 ราย แจ้ง 8 ข้อหา ผู้ชุมนุมชู 3 นิ้วรับและส่งขบวนเสด็จฯ พร้อมตะโกนปล่อยเพื่อนเรา &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; อารมณ์ดีบอกให้ถามตำรวจเรื่องชุมนุมใหญ่ สารพัดกลุ่มระดมผู้จงรักภักดีรอรับเสด็จพระราชดำเนินตั้งแต่สะพานมัฆวานรังสรรค์ถึงราชดำเนิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 13 ตุลาคม ก่อนการนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่มที่ใช้ชื่อคณะราษฎร 2563 ในวันที่ 14 ตุลาคม ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยนั้น ช่วงบ่าย ที่หน้าร้านแมคโดนัลด์ สาขาอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กลุ่มคณะราษฎรอีสาน นำโดยนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน และนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอททอมบลูส์ พร้อมผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งได้มาชุมนุมล่วงหน้า โดยนายจตุภัทร์ได้ขึ้นเวทีปราศรัยเคลื่อนที่บนรถกระบะ 4 ล้อบรรทุกเครื่องเสียง พร้อมแขวนป้ายสีขาวเขียนข้อความว่า &amp;ldquo;ยุบสภา ภายใต้กติกาใหม่ และยกเลิกมาตรา 112&amp;rdquo; ท่ามกลางสายฝนพรำๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลาประมาณ 14.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจสำราญราษฎร์ประมาณ 10-20 นาย เดินเข้ามาขอความร่วมมือผู้ชุมนุมให้ยุติการชุมนุมชั่วคราว เนื่องจากเป็นการชุมนุมบนพื้นผิวจราจร และให้ขยับขึ้นไปบนฟุตปาธเพื่อให้ขบวนเสด็จฯ ผ่าน ในเวลา 17.00 น. ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พุทธศักราช 2563 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยุติการชุมนุมและยืนชู 3 นิ้ว โดยได้ตั้งแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่ง พร้อมเปิดเพลงเต้น ร้องเพลงด่าทอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และตะโกนเรียกร้องให้ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยไม่สนใจการประกาศของตำรวจที่ขอความร่วมมือ จนกระทั่งเวลา 15.20 น. ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนได้เพิ่มกำลังมากกว่า 3 กองร้อย ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมก็มีรถกระบะบรรทุกเครื่องขยายเสียงมาเพิ่มอีก 1 คันจากกลุ่มคนรุ่นใหม่นนทบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาตำรวจได้เริ่มกระชับพื้นที่ ซึ่งก็ทำให้เกิดการปะทะกัน โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้สาดสีน้ำเงินใส่เจ้าหน้าที่ และมีการตะลุมบอนกันเป็นช่วงๆ ซึ่งตำรวจยังได้เข้ารวบตัวแกนนำถึง 21 คน รวมทั้งนายจตุภัทร์ และนายไชยอมรขึ้นรถคุมขังแล้วออกจากพื้นที่ ซึ่งก็ทำให้การชุมนุมลดความร้อนแรงลง แต่ก็ยังมีการชุมนุมอยู่อย่างประปราย โดยเฉพาะบนรถกระบะ ซึ่งตำรวจก็เจรจาให้กลุ่มผู้ชุมนุมขยับไปชุมนุมบนฟุตปาธ ในขณะที่รถทำความสะอาดของ กทม.ก็มาล้างสีที่เลอะเทอะพื้นถนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบและเจรจากับตัวแทนผู้ชุมนุม ซึ่งในเวลา 17.30 น. ขบวนเสด็จฯ มุ่งหน้ายังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย กลุ่มผู้ชุมนุมได้ชู 3 นิ้ว และพร้อมใจกันตะโกน &amp;quot;ปล่อยเพื่อนเราๆ&amp;quot; จนขบวนเสด็จฯ ผ่านพ้นไป จากนั้นแกนนำผู้ชุมนุมได้เคลื่อนขบวนไปที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ก่อนจะไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อทวงคืนแกนนำ และจะกลับมาปักหลักค้างคืนที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเพื่อชุมนุมใหญ่ในวันที่ 14 ต.ค.
ในเวลา 18.00 น. ที่หอศิลปฯ มีประชาชนทยอยเข้ามาในพื้นที่ตามการนัดหมายผ่านไลฟ์สดของนายอานนท์ นำภา โดยนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ได้ให้ตัวแทนประชาชนที่มีความในใจที่อยากพูด ได้ปราศรัยระหว่างรอมวลชนที่กำลังเดินทางมาสมทบ พร้อมบอกว่าตำรวจต้องรับใช้ประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 19.59 น. ระหว่างขบวนเสด็จฯ กลับบน ถ.ราชดำเนินกลาง มุ่งหน้าสะพานผ่านฟ้าลีลาศ กลุ่มผู้ชุมนุมที่ยังหลงอยู่ประมาณ 100 คนที่ปักหลักบริเวณฟุตปาธ หน้าร้านแมคโดนัลด์ ได้ชู 3 นิ้ว และพร้อมใจกันตะโกน &amp;quot;ปล่อยเพื่อนเราๆ&amp;quot;
บิ๊กตู่ไล่ไปถามตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. แถลงถึงการควบคุมตัวแกนนำและกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยว่า ผู้ชุมนุมได้ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ ไม่มีการแจ้งการชุมนุม ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพจเฟซบุ๊กโปลิศไทยแลนด์ระบุว่า ตำรวจได้แจ้ง 8 ข้อหาแก่ผู้ชุมนุม ได้แก่ 1.ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ป.อาญา มาตรา 368 2.มั่วสุม 10 คนขึ้นไป ก่อให้เกิดความวุ่นวาย ป.อาญา มาตรา 215 3.กีดขวางจราจร พ.ร.บ.ทางบก มาตรา 114 และ 148 4.กีดขวางขยะ พ.ร.บ.ความสะอาด มาตรา 19, 39, 40 และ 32 5.สาดสีลงพื้นถนน พ.ร.บ.ความสะอาด มาตรา 12 6.กีดขวาง ป.อาญา มาตรา 385 7.สาดสีใส่เจ้าหน้าที่ทำให้เสียทรัพย์ ป.อาญา มาตรา 358 และ 8.ใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ.2493 มาตรา 4 และ 9&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำอดีตพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โพสต์เฟซบุ๊กถึงเหตุการณ์จับกุมผู้ชุมนุมว่า ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นไปตามเจตนาและตัวบทกฎหมายของ พ.ร.บ.การชุมนุมฯ และหากเป็นความผิดก็มีโทษสถานเบาคือโทษปรับเท่านั้น ซึ่งการที่ตำรวจใช้กำลังจับนักศึกษาครั้งนี้ไม่เป็นผลดีต่อการดูแลป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้ง หรือการกระทบกระทั่งจนอาจบานปลายไปได้ ไม่ทราบว่าผู้มีหน้าที่รับผิดชอบทั้งหลายต้องการอะไรและคำนึงหรือไม่ว่าจะมีผลอย่างไร
นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล โพสต์เช่นกันว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้ชุมนุม ตามสิทธิและเสรีภาพ มันต้องใช้ความรุนแรงควบคุมขนาดนั้นเลยเหรอ #หยุดคุกคามประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความการเตรียมรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค.นั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า &amp;ldquo;ให้ไปถามตำรวจโน่น&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในบริเวณทำเนียบรัฐบาลว่า ไม่ต้องเก็บอะไร ส่วนจะให้ข้าราชการออกจากทำเนียบฯ ก่อนผู้ชุมนุมจะเคลื่อนมาหรือไม่ ยังไม่รู้ว่าเขาจะมาหรือไม่มา แต่ตอนเช้ามีกิจกรรมจิตอาสา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกฯ ได้เดินสำรวจความเรียบร้อยบริเวณภายในทำเนียบฯ โดยยืนยันว่า ในวันที่ 14 ต.ค. ข้าราชการทุกหน่วยงานในทำเนียบฯ ยังคงปฏิบัติงานตามปกติ ไม่มีคำสั่งให้หยุดงานหรือกลับบ้านเร็วเป็นพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.อัครเดช พิมลศรี ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.) ประสานงานทำเนียบฯ กล่าวว่า มาตรการดูแลความเรียบร้อยในวันที่ 14 ต.ค.นี้ ได้มอบหมายให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ผู้รับผิดชอบ โดยมีแผนรองรับไว้หมดแล้ว ซึ่งไม่น่ากังวล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.วัชรวีร์ ธรรมเสมา ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 (ผกก.4 บก.ส.3) รับผิดชอบพื้นที่ทำเนียบฯ กล่าวถึงมตรการดูแลความปลอดภัยบริเวณทำเนียบฯ ว่ามาตรการต่างๆ ยังเหมือนเดิม แต่ยังต้องดูหน้างานอีกครั้ง เพราะเป็นความรับผิดชอบของ บช.น. ซึ่งไม่ทราบว่าจะเจรจาให้กลุ่มผู้ชุมนุมยอมมาทางที่กำหนดหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะเจรจากับแกนนำเพิ่มเติมเมื่อไหร่ พ.ต.อ.วัชรวีร์กล่าวว่า เราจะเจรจาในวันที่ 14 ต.ค. แต่ที่ผ่านมาก็พูดคุยกันมาตลอด ซึ่งยังไม่ทราบว่ามีแนวโน้มหรือท่าทีอย่างไร แต่ช่วงที่กลุ่มผู้ชุมนุมออกเดินขบวน จะมีเจ้าหน้าที่คอยสกัดตั้งแต่สะพานผ่านฟ้าลีลาศเป็นระยะๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ามีแนวโน้มว่ากลุ่มผู้ชุมนุมอาจมุ่งตรงมายังทำเนียบฯ ตาม ถ.ราชดำเนิน โดยไม่มาทางสนามม้านางเลิ้ง พ.ต.อ.วัชรวีร์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่จะพยายามเจรจาไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมใช้ ถ.ราชดำเนิน แต่ให้ไปทาง ถ.นครสวรรค์ ซึ่งหากผู้ชุมนุมไม่ยินยอม เจ้าหน้าที่ก็ต้องเตรียมความพร้อม โดย บช.น.อาจเตรียมแบริเออร์ และลวดหนามกั้นเหมือนช่วงการชุมนุมเมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. ซึ่งต้องดูสถานการณ์ตอนนั้นอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าเจรจากับแกนนำให้มาทางถนนนครสวรรค์ และให้ใช้พื้นที่อยู่บริเวณถนนพิษณุโลกได้ บช.น.จะนำแบริเออร์มากั้นบนสะพานชมัยมรุเชฐ เพื่อไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมข้ามมายังทำเนียบฯ ขณะที่ในส่วนการรักความปลอดภัยภายในทำเนียบฯ ที่ผมดูแลอยู่ ยังดูแลเข้มเป็นปกติ โดยตำรวจทุกนายจะเริ่มเข้าประจำการตามจุดต่างๆ ในเย็นวันที่ 13 ต.ค.&amp;rdquo; พ.ต.อ.วัชรวีร์ระบุ
บิ๊กปั๊ดไม่กังวลม็อบ 14 ต.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับมือการชุมนุมวันที่ 14 ต.ค.ว่า ตำรวจมีความพร้อมเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ส่วนที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะมีการชุมนุมค้างคืนวันที่ 14-16 ต.ค.นั้น ตามกฎหมายชุมนุมไม่ให้มีการค้างคืนอยู่แล้ว ถ้ามีการค้างคืนก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย
&amp;ldquo;ยังไม่ได้รับแจ้งเหตุที่น่าห่วง ไม่รู้สึกกังวล เพราะที่ผ่านมาก็อยู่กับม็อบมาตลอด คนที่มาเรียกร้องก็รักชาติและสถาบันทุกคน ผู้ชุมนุมต้องเข้าใจด้วยว่าทำอะไร จะเกิดผลกระทบแบบไหน ส่วนมือที่ 3 เจ้าหน้าที่ก็มีการเฝ้าระวังเพื่อไม่ให้เกิดเหตุ ถึงการข่าวจะมีหรือไม่มีแต่ระบบรักษาความปลอดภัยก็ต้องมี&amp;rdquo; พล.ต.อ.สุวัฒน์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่าแผนรับมือในการเคลื่อนพลของกลุ่มผู้ชุมนุมทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีมาตรการอย่างไร เขาตอบว่า เรื่องนี้เป็นแผนปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ จะต้องปรับไปตามสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า วันนี้ใส่เสื้อเหลืองและเลือกข้างมานานแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของกลุ่มต่างๆ ที่ได้มีการนัดหมายในวันที่ 14 ต.ค. โดย พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงปฏิบัติการเก็บขยะแผ่นดิน โดยได้นัดรวมตัวในวันที่ 14 ต.ค. เวลา 10.00 น. ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า แต่ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) และผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า ในวันที่ 14 ต.ค. เวลา 13.30 น. ขอเชิญพสกนิกรชาวไทย สวมใส่เสื้อสีเหลืองร่วมรับเสด็จบริเวณลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ถ.ราชดำเนิน และอยู่ด้วยกันจนถึงเวลาส่งเสด็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พุทธะอิสระ ได้โพสต์ข้อความบนเพจหลวงปู่พุทธะอิสระ ระบุว่า วันที่ 14 ต.ค. พวกเราคนไทยหัวใจรักชาติจะใส่เสื้อเหลืองไปรวมตัว ณ ลานพระบรมรูปทรงม้ารัชกาลที่ 5 จนถึงถนนราชดำเนินให้เต็มทุ่งท้องสนามหลวง
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;quot;#ปกป้องชาติศาสน์กษัตริย์&amp;quot; ระบุว่าจะไปร่วมรับเสด็จ ที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ วันที่ 14 ต.ค.นี้ ช่วงเวลาบ่ายๆ เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ในวันที่ 14 ต.ค.จะนำพสกนิกรชาวหลักสี่สวมใส่เสื้อเหลืองร่วมรับเสด็จประมาณ 500 คน ที่มีหัวใจรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มาร่วมกันเฝ้าฯ รับเสด็จ ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า รัชกาลที่ 5 ตั้งแต่เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะร่วมกิจกรรมกับนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือพุทธะอิสระ และ นพ.เหรียญทองด้วยหรือไม่ นายสิระกล่าวว่า ถ้ากิจกรรมดังกล่าวทำเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี ก็มองว่าไม่มีข้อเสียที่จะทำกิจกรรมร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานกรรมาธิการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า กมธ.ปกครองไม่มีมติส่ง ส.ส.ไปสังเกตการณ์การชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค. เพราะไม่ได้มีการประชุม กมธ.ในช่วงที่ผ่านมา แต่ถ้าใครจะไปสังเกตการณ์ถือว่าไปในนามส่วนตัว เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทยก็ไม่มีมติส่ง ส.ส.ไป แต่ถ้าใครจะไปถือเป็นในนามส่วนตัว ซึ่งตนเอง และ ส.ส.เพื่อไทย 3-4 คนจะไปในนามส่วนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ย้ำว่า ควรยกเลิกข้อเรียกร้องทุกข้อให้เหลือเพียงข้อเดียวเท่านั้น คือ พล.อ.ประยุทธ์ออกไป จะออกไปโดยการลาออกหรือจะเป็นการยุบสภาทางใดทางหนึ่งให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนเลือก เรียกว่านัดเดียว ข้อเดียวจบ
นายจตุพรยังกล่าวว่า ประวัติศาสตร์ 14 ตุลาคม 2516 กับ 14 ตุลาคม 2563 นั้นไม่เหมือนกันทางภูมิรัฐศาสตร์ ทุกอย่างจะเต็มไปด้วยความยากลำบาก แม้จะนัดหมายรวมตัวกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และจะเคลื่อนไปยังทำเนียบฯ ภายใต้กระแสที่พสกนิกรที่สวมเสื้อเหลือง ไม่ใช่เป็นเสื้อเหลืองทางการเมือง แต่เป็นเรื่องของพสกนิกรที่ยึดมั่นและมีความจงรักภักดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;14 ตุลาคม 2516 นักศึกษาจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เห็นได้จากแกนนำอย่างนายเสกสรรค์ ประเสริฐกุล นายธีรยุทธ บุญมี นางเสาวนีย์ ลิมมานนท์ และอีกหลายๆ คนนั้นไม่ได้จัดริ้วขบวนให้บรรดานักเรียน นิสิตนักศึกษาถือพระบรมรูปในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชินี ออกจากรั้วธรรมศาสตร์ไปยังราชดำเนิน แต่ 14 ตุลาคม 2563 แม้จะบอกว่าชุมนุมโดยสงบ แต่จะรับเสด็จด้วยการชูสามนิ้ว&amp;rdquo; นายจตุพรกล่าว
นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ กล่าวถึงการชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค.ว่า เคยเป็นอดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) อดีตแกนนำคนเสื้อแดง มีความดีใจมากที่สุดในวันนี้ที่เห็นพี่น้องอดีตคนเสื้อแดงทั่วทั้งแผ่นดินได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบัน และประกาศจุดยืนจะไม่มาร่วมการชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค. และต้องขอขอบคุณนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ที่ได้ประกาศจุดยืนในการให้ข้อคิด ให้สติกับคนที่จะมาชุมนุม จะส่งข่าวไปถึงพี่น้องเสื้อแดงว่าอย่าได้มาร่วมชุมนุม เพราะการชุมนุมครั้งนี้เป็นการเรียกร้องปฏิรูปสถาบัน จวบจ้วงสถาบันกษัตริย์ ซึ่งเราไม่ควรไปก้าวล่วงสถาบันเด็ดขาด
&amp;quot;ต้องขอบคุณคุณจตุพร และคุณขวัญชัย ไพรพนา อดีตประธานชมรมคนรักอุดร ชาวอุดรธานีทั้งหลายทั้งปวง และชาวอีสานทุกคน รวมถึงคุณอานนท์ แสนน่าน แล้วก็เครือข่ายสมาชิกอดีตหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย ทุกภาค ทุกจังหวัด ที่ได้ประกาศจุดยืนในการไม่เข้าร่วมชุมนุม 14 ต.ค. ร่วมกับแกนนำของกลุ่มล้มเจ้า&amp;quot; นายสุภรณ์กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80395</URL_LINK>
                <HASHTAG>14 ต.ค., ขบวนเสด็จฯ, คณะราษฎร 63, รวบตัวแกนนำ, สำราญราษฎร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201013/image_big_5f85c01b9fac1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80366</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2020 16:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2020 16:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โรงเรียนสตรีวิทยาประกาศหยุดเรียน 14 ต.ค.เลี่ยงการชุมนุม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 ต.ค. &amp;nbsp;2563 &amp;nbsp;นางวรรณดี นาคสุขปาน ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีวิทยา ลงนามในประกาศโรงเรียนสตรีวิทยา เรื่อง แจ้งหยุดเรียนและการเรียนในวันที่ 14 ตุลาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยโรงเรียนสตรีวิทยา ได้รับข้อมูลข่าวสารออนไลน์และสื่อสาธารณะถึงสถานการณ์ที่จะมีผู้นัดชุมนุมบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในเวลา 14.00 น. ของวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2563 และจะค้างคืนต่อเนื่อง ที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล โดยจะมีผู้เข้าร่วมชุมนุมจำนวนมาก โรงเรียนสตรีวิทยาตั้งอยู่บริเวณใกล้กับพื้นที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทางไป-กลับของนักเรียน โรงเรียนสตรีวิทยาจึงขอแจ้งหยุดเรียนในวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2563 และการเรียนชดเชย โดยโรงเรียนจะจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ชดเชย ขอให้นักเรียนเข้าเรียนทุกรายวิชาตามตารางเรียน ทำแบบฝึก ส่งงาน ให้แล้วเสร็จภายในวันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2563 เวลา 21.00 น. เพื่อให้สาระความรู้และเวลาเรียนครบตามหลักสูตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากโรงเรียนมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ จะแจ้งผ่านเว็บไซต์ของโรงเรียนเพื่อให้นักเรียนและผู้ปกครองทราบต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80366</URL_LINK>
                <HASHTAG>14 ต.ค., ปิดเรียน, โรงเรียนสตรีวิทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201013/image_big_5f857975535b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบค้างคืนเป็นเดือน ‘อานนท์’นำทีมฟื้นคณะราษฎร/‘สุภรณ์’จวกก้าวล่วงสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;อานนท์&amp;rdquo; พร้อมเครือข่ายผุด &amp;ldquo;คณะราษฎรอุปโลกน์&amp;rdquo;&amp;nbsp; ปลุกม็อบ 14 ต.ค. เรียกร้อง 3 ข้อ &amp;ldquo;ประยุทธ์ลาออก-แก้รัฐธรรมนูญ-ปฏิรูปสถาบัน&amp;rdquo; โวทวงคืนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ฟุ้งชุมนุมข้ามคืนยาวเป็นเดือน บอกไม่มีเจตนาขวางขบวนเสด็จฯ วันที่ 14 ต.ค. เพราะบอกกำหนดการล่วงหน้าแล้ว! &amp;ldquo;สุภรณ์&amp;rdquo; จัดหนักเป้าประท้วงหวังก้าวล่วงสถาบัน เผยมีอดีตนักการเมือง-อดีต ส.ส.-ส.ส.ขั้วตรงข้ามเป็นไอ้โม่งเติมเชื้อไฟและท่อน้ำเลี้ยง &amp;ldquo;หมู่บ้านเสื้อแดง&amp;rdquo; ประกาศไม่เข้าร่วม พร้อมผนึกเป็นเครือข่ายปกป้องสถาบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม เวลา 14.30 น. ที่บริเวณท้องสนามหลวง นายอานนท์ นำภา พร้อมแกนนำผู้จัดชุมนุมวันที่ 14 ต.ค.นี้ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งประกอบด้วย น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์, น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี,&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายภาณุพงศ์ จาดนอก, นายลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ และนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ได้อ่านแถลงการณ์ร่วมกันว่า คณะราษฎรไม่ได้หายไปไหน แต่ยังคงอยู่ในหัวใจของราษฎรทุกคนที่รักประชาธิปไตย ณ สนามราษฎร์เวลานี้ คณะราษฎรได้ก่อกำเนิดอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายเพื่อนำประชาธิปไตยกลับคืนสู่ปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง รัฐบาลประยุทธ์ได้บริหารประเทศและเข้าสู่อำนาจอย่างหลอกลวง โฆษณาชวนเชื่อว่าสถานการณ์ยังอยู่ในการณ์ปกติ แท้จริงแล้วเศรษฐกิจกำลังพังพินาศ หลายชีวิตต้องอดอยาก ในขณะที่ชนชั้นศักดินา นายทุน นายพล สุขสบายบนความทุกข์ยากของประชาชน เมื่อรัฐบาลไม่ตอบสนองข้อเรียกร้องใดที่ผู้ชุมนุมก่อนหน้านี้ได้ประกาศไว้ เราในฐานะราษฎรและในนามคณะราษฎร ขอประกาศจัดการชุมนุม ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน วันที่ 14 ต.ค. เป็นต้นไป โดยมีข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี 2.เปิดประชุมวิสามัญทันที เพื่อรับร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจากประชาชน และ 3.ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ สถาบันกษัตริย์กลับมาอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ตามครรลองระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยข้อเรียกร้องข้างต้นไม่ใช่การล้มล้างระบอบการปกครอง หากเป็นการทำให้ประเทศไทยกลับสู่ระบอบ เพื่อให้กษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง เพื่อมิให้ต้องมีผู้อดอยากแร้นแค้น สูญเสียโอกาสสูญเสียอนาคต จากการบริหารที่ผิดพลาด จากกฎกติกาที่บิดเบี้ยว ขอให้ราษฎรทั้งผองมาร่วมกัน นำอนาคตที่เป็นของราษฎรกลับมาสู่ราษฎรทั้งปวง ศักดินาพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ
&amp;nbsp;จากนั้นแกนนำได้ชู 3 นิ้ว โดยนายอานนท์กล่าวว่า ในวันที่ 14 ต.ค. เรานัดรวมตัวกันเวลา 14.00 น. โดยจะจัดกิจกรรมทวงคืนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งที่ผ่านมามีการนำต้นไม้ไปกีดขวาง โดยจะนำต้นไม้ออกจากพื้นที่ จากนั้นจะชุมนุมปราศรัยพร้อมพักค้างคืน อีกทั้งจะยื่นข้อเสนอ 3 ข้อถึงรัฐบาล โดยเพดานจะไม่ลดลง ซึ่งยุทธวิธีในกดดันรัฐบาล เปรียบเสมือนเราจะกินข้าวทีละคำ พร้อมคาดว่าจำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุมจะไม่น้อยกว่า 19 ก.ย. เนื่องจากมีพี่น้องจากต่างจังหวัดเตรียมเหมารถเข้ามา ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดว่าจะกี่วัน และเคลื่อนที่ไปที่ใดหรือไม่ เพราะขึ้นอยู่กับจำนวนคนและสถานการณ์ โดยส่วนตัวเตรียมความพร้อมไว้เป็นเดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กลุ่มแจ้งขออนุญาตชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ซึ่งการชุมนุมครั้งนี้จะไม่มีการยื่นหนังสือใดๆ อีก หากรัฐบาลจะเจรจาหรือทำตามเงื่อนไขทางกลุ่มก็ยิ่งดี โดยสามารถเข้ามาเจรจาได้ตลอดเวลา&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า วันที่ 14 ต.ค.นี้ จะมีขบวนเสด็จฯ ผ่าน ถ.ราชดำเนิน เวลา 17.00 น. นายอานนท์กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปด้วยปกติ เราไม่มีเจตนาไปขวางขบวนเสด็จฯ เพราะเราประกาศไปล่วงหน้าก่อนแล้ว โดยในช่วงที่มีขบวนเสด็จฯ เราคาดว่าประชาชนก็อาจไม่เต็ม ซึ่งรถประชาชนทั่วไป รถเมล์ รถแท็กซี่ ยังคงผ่านได้ปกติ ขบวนเสด็จฯ ก็สามารถผ่านได้ ไม่มีอะไร ไม่มีการขัดขวางขบวนเสด็จฯ เราเป็นไปตามปกติ
โอ่มีเซอร์ไพรส์แน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะดูแลผู้ชุมนุมให้อยู่ในความสุขุมและรอบคอบอย่างไรบ้าง นายอานนท์กล่าวว่า ผู้ชุมนุมที่มาร่วมชุมนุมกับเรา เป็นผู้ชุมนุมที่มีวุฒิภาวะสูงมากๆ จะเห็นได้ว่าคนที่ความโกรธแค้นที่หน้ารัฐสภาก็ไม่ได้ไปทำลายทรัพย์สินอะไรแต่อย่างใด เพราะเป็นการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ โดยการชุมนุมครั้งนี้เป็นการรวมตัวกันทั้งประเทศ อีกทั้งได้เชิญชวนกลุ่มการเมือง กลุ่มต่างๆ กปปส., เสื้อเหลือง และเสื้อแดง ที่มีจุดร่วมกับเราทั้ง 3 ข้อ สามารถมาร่วมชุมนุมกับเราได้ โดยการชุมนุมครั้งนี้จะมีเซอร์ไพรส์แน่นอน และรูปแบบของเวทีการชุมนุมจะปรับไปตามจำนวนมวลชนที่มาร่วมชุมนุม
&amp;ldquo;พูดตามตรงว่าเราเดินมาไกลมาก ไม่มีการยอมแพ้ ไม่มีการหาทางลงแน่นอน ทุกคนมุ่งไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ โดยการชุมนุมครั้งนี้มีความแหลมคม ทั้งประเด็นและการต่อสู้ในเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกัน ที่มีหลายกลุ่มตอบรับเข้าร่วมในการชุมนุม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงภาพความขัดแย้งระหว่างแกนนำ นายอานนท์ กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นเรื่องของการปรับตัว หากมีสิ่งใดผิดพลาดก็ต้องขอโทษ คนที่เป็นแกนนำก็ผิดพลาดกันได้ แต่อยู่ที่ว่าจะปรับตัวกันได้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายทัตเทพ แกนนำกลุ่มประชาชนปลดแอก กล่าวว่า นี่คือขบวนการประชาธิปไตย เป็นการชุมนุมของราษฎรทุกคน เรามีปัญหามามากแล้ว ซึ่ง 3 ข้อเรียกร้องเป็นการแก้ไขโครงสร้างใหญ่ ต้องอาศัยแรงสนับสนุนจากทุกภาคส่วน จึงขอเชิญชวนให้ร่วมกันทำภารกิจนี้ให้จบในรุ่นเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.ปนัสยา แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมระบุว่า กลุ่มแนวร่วมฯ ได้ร่วมกลุ่มที่เคลื่อนไหวเป็นคณะราษฎร เพราะมีเป้าหมายเดียวกัน การรวมตัวกันจะทำให้มีพลังเคลื่อนไหว โดยทุกข้อเรียกร้องมาจากทุกกลุ่ม ถ้าทุกคนคิดว่าข้อเรียกร้องดังกล่าวต้องเกิดขึ้น ก็ขอให้มารวมตัวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายอานนท์โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า มีชายคนหนึ่งขู่จะยิงในการชุมนุมวันที่ 14 ต.ค.นี้ ซึ่งจะให้โอกาสเขาจนถึงเที่ยง ถ้าไม่ขอโทษก็คงต้องแจ้งความ เพราะนี่คือการขู่ฆ่า เป็นอาชญากร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวที่ทำเนียบรัฐบาล นายประทีป กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เป็นประธานการประชุมซักซ้อมทำความเข้าใจการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุในการรักษาความปลอดภัยทำเนียบรัฐบาลกรณีการชุมนุมประท้วง โดยมีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ ตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กองทัพบก สำนักข่าวกรองแห่งชาติ กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 และตัวแทนจากกรุงเทพมหานคร ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อเตรียมรับมือกับการชุมนุมที่จะมีขึ้นในวันที่ 14 ต.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์กล่าวภายหลังการประชุมว่า เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่มีความจงรักภักดีต่อสถาบัน ใครคิดชุมนุมก้าวล่วงสถาบัน คนส่วนใหญ่จะไม่เข้าร่วม แต่การเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น เชื่อว่ามีเป้าหมายเพื่อก้าวล่วงสถาบัน ซึ่งขณะนี้อดีตคนเสื้อแดงหรือแกนนำคนเสื้อแดงยืนยันว่าจะไม่เข้าชุมนุม แต่ยังมีกลุ่มพรรคการเมือง เช่น อดีตผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่ที่มีการปราศรัยในพื้นที่ต่างจังหวัดพยายามปลุกระดมให้คนมาร่วมชุมนุม จึงขอชี้แจงว่าไม่ควรมาร่วมชุมนุม เพราะจะก้าวล่วงสถาบัน นอกจากนี้ การชุมนุมจะทำให้รัฐบาลทำงานยากขึ้น เพราะมีประสบการณ์มาแล้ว การชุมนุมไม่ทำให้บ้านเมืองดีขึ้น มีแต่ซ้ำเติมประเทศชาติ ทำให้เศรษฐกิจเสียหาย ซึ่งเราจะไม่ประมาทกับการชุมนุมครั้งนี้ จะดูแลทุกอย่างให้รอบคอบ ที่สำคัญเจ้าหน้าที่ต้องดูแลความปลอดภัยให้แก่ผู้ชุมนุม และป้องกันอย่างเต็มที่ไม่ให้มีมือที่สามมาสร้างความวุ่นวาย รวมถึงขอผู้ชุมนุมอย่าทำอะไรที่ผิดกฎหมายและรุนแรง
แฉกลุ่มไอ้โม่งร่วมปั่นม็อบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค. ซึ่งเป็นวันเปิดทำการปกติ ขอให้ผู้ชุมนุมตระหนักถึงตรงนี้ด้วย และการก้าวล่วงสถาบันเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ รวมถึงไม่ควรเข้าไปในสถานที่ราชการจนทำให้เกิดการกระทำที่ผิดกฎหมาย และขอบอกไว้ว่าชีวิตความเป็นแกนนำ เหมือนผมที่สุดแล้วต้องเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย ถูกดำเนินคดี และในปัจจุบันแกนนำคนเสื้อแดงหลายคนได้รับพระราชทานอภัยโทษ&amp;rdquo; นายสุภรณ์กล่าว&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ด้านการข่าวมีใครให้การสนับสนุนการชุมนุมครั้งนี้บ้าง นายสุภรณ์กล่าวว่า การข่าวมีข้อมูลว่ามีอดีตนักการเมือง อดีต ส.ส. อดีตพรรคการเมืองไปชักชวนปลุกระดมจะจ่ายค่ารถและค่าเรือให้มาร่วมชุมนุม แต่หลายคนบอกว่าอยากได้เงิน แต่ไม่ร่วมชุมนุม เพราะรู้ว่าการชุมนุมครั้งนี้ไม่ใช่การเรียกร้องประชาธิปไตย แต่เพื่อก้าวล่วงสถาบัน จึงไม่เดินทางมากัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สามารถเปิดเผยผู้ที่ชักชวนประชาชนได้หรือไม่ นายสุภรณ์กล่าวว่า เป็นอดีตนักการเมือง อดีต ส.ส. รวมถึง ส.ส.ปัจจุบันที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาล ซึ่งเรามีหลักฐาน กำลังรวบรวมอยู่ ถ้าถึงขนาดเปิดเผยตัวบุคคลได้จะนำมาเปิดเผย และใครพบเห็นขอให้ถ่ายคลิปถ่ายวิดีโอไว้ด้วย เราจะนำมาเป็นหลักฐานประจานว่าคนเหล่านี้เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการยุยงปลุกระดมให้ออกมาล้มล้างสถาบัน ส่วนเรื่องการดำเนินคดีจะว่าไปตามกระบวนการ ใครที่อยู่เบื้องหลังเป็นผู้สนับสนุนชักจูงคนที่เกี่ยวกับการทำผิดกฎหมายต้องถูกดำเนินคดี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในที่ประชุมมีการประเมินจำนวนผู้ชุมนุมว่าอาจมีผู้เดินทางมาชุมนุมหลักหมื่น และแผนเผชิญเหตุได้มอบหมายให้ตำรวจเป็นผู้พิจารณา แต่ขณะนี้ยังไม่ได้เสนอต่อที่ประชุม โดยให้ยึด พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะเป็นหลัก ซึ่งมีข้อกำหนดห้ามเข้าใกล้พื้นที่ทำเนียบรัฐบาลในระยะ 50 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงหลายกลุ่มประกาศไม่ร่วมชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค. ว่าก็ดีแล้ว ส่วนจะลดจำนวนผู้มาชุมนุมลงหรือไม่นั้น จะไปรู้ได้อย่างไร เมื่อถามย้ำว่าหน่วยงานความมั่นคงตรวจสอบหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ไม่รู้ ยังไม่รู้ แต่ก็ดีขึ้น และการที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะไม่มาร่วมชุมนุมนั้นก็ถือว่าดี แล้วสื่อว่าดีหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามอีกว่า ก่อนหน้านี้มีหมู่บ้านคนเสื้อแดง แต่ล่าสุดฝ่ายความมั่นคงได้รับรายงานหรือไม่ว่าหมู่บ้านเหล่านี้ได้หายไปแล้ว พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ฝ่ายความมั่นคงดำเนินการไปตามขั้นตอน ดำเนินการไป เพื่อพยายามจะไม่ให้มีหมู่บ้านเสื้อแดงอีกแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ณ ศูนย์เครือข่ายหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นเรารักประเทศไทย ชุมชนพรสวรรค์ ทต.หนองบัว อ.เมืองฯ จ.อุดรธานี นายอานนท์ แสนน่าน ผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย ได้ประชุมร่วมกับเครือข่ายหมู่บ้านเสื้อแดง 14 จังหวัดภาคเหนือ และ 20 จังหวัดภาคอีสาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอานนท์กล่าวว่า พวกเราอดีตหมู่บ้านเสื้อแดงได้เชิญอดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคเหนือและภาคอีสาน เพื่อผนึกกำลังอีสาน-ล้านนา มาแต่งตั้งเป็นประธานหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นไทยประจำจังหวัดเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ จากพวกจาบจ้วงและหวังจะล้มล้างสถาบัน และเพื่อให้สมาชิกออกไปรณรงค์ให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริงกับประธานหมู่บ้านและสมาชิกหมู่บ้านเสื้อแดงแต่ละหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัดต่างๆ ว่าการที่มีการเข้าไปชุมนุมของคนเสื้อแดงนั้นว่าจะไปล้มรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จริงๆ แล้วไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริงของกลุ่มดังกล่าว แท้ที่จริงแล้วเป็นกลุ่มที่ไม่หวังดีต่อสถาบันที่ต้องการจะแก้ไขการปกครองไม่ให้มีระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พวกเราชาวอดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงในแต่ละจังหวัดจำเป็นต้องออกมาปกป้องสถาบัน และให้ข้อมูลที่แท้จริงกับเด็ก เยาวชน นักเรียน และนักศึกษา
เดินสายบี้ถอนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 พร้อมคณะ ยื่นหนังสือถึงนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้พรรค ปชป.ถอนตัวออกจากรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อเสนอให้เลือกนายกฯ คนใหม่ในที่ประชุมสภา เป็นการแก้ปัญหาวิกฤติชาติ โดยมีนายแทนคุณ จิตต์อิสระ คณะที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ และโฆษกประจำตัวนายจุรินทร์รับแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอดุลย์กล่าวว่า กังวลถึงการชุมนุมวันที่ 14 ต.ค.นี้ ที่มีผู้ชุมนุมบางส่วนหยิบยกประเด็นการปฏิรูปสถาบันที่มีลักษณะการก้าวล่วง โดยขอให้เด็กรุ่นใหม่ไปศึกษาประวัติศาสตร์ให้มากขึ้น เพราะสถาบันก็อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ซึ่งบทเรียนการต่อสู้ในอดีตไม่อยากให้สูญเสียบุคคลในครอบครัวเหมือนพวกตนเอง และขอยืนยันว่าพร้อมสนับสนุนนักศึกษาใน 3 ประเด็นข้อเรียกร้อง เพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจากนายกฯ แต่ต้องไม่ก้าวล่วงจาบจ้วงล้มล้างสถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในเวลา 13.30 น. นายอดุลย์เดินทางต่อไปที่ทำการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เพื่อยื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. เรียกร้องให้ถอนตัวออกจากรัฐบาลเช่นกัน โดยขอให้พรรค ภท.ร่วมถอดสลักแก้ปัญหา พร้อมยืนยันว่าไม่ได้เรียกร้องรัฐบาลแห่งชาติ เพราะเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก ก็ยังมีตัวเลือกอีก 3 คนจาก 3 พรรค ซึ่งนายอนุทินเป็นคนประนีประนอม และได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายมีภาษีกว่าอีก 2 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรค ภท. ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม 6 ฉบับก่อนรับหลักการ กล่าวว่า กมธ.เชิญนายเชาวนะ ไตรมาส เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ และนางพรพิศ เพชรเจริญ รักษาการเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เข้าชี้แจง โดย กมธ.ได้ซักถามในประเด็นปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการทำประชามติต่อเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน ได้คำตอบเพียงว่าหากมีข้อสงสัยก็ให้ยื่นร้องถึงศาลรัฐธรรมนูญ แต่ ส.ว.ยังคงยืนยันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ไม่สามารถทำได้ เพราะเป็นการเขียนกฎหมายใหม่ทั้งฉบับ แต่ตามรัฐธรรมนูญปัจจุบันให้แก้ไขเป็นรายมาตรา ซึ่งสัปดาห์หน้า กมธ.จะประชุม 3 วัน ระหว่างวันที่ 14-16 ต.ค.นี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวว่า ได้ส่งคำร้องไปทางไปรษณีย์ EMS เพื่อให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนายทะเบียนพรรคการเมือง ตรวจสอบว่าการประชุมกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ชอบด้วยข้อบังคับพรรคหรือไม่ หากไม่ชอบ ผลที่ตามมาจะทำให้การประชุมใหญ่เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ชอบหรือไม่ด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79906</URL_LINK>
                <HASHTAG>14 ต.ค., ก้าวล่วงสถาบัน, คณะราษฎรอุปโลกน์, ทวงคืนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย, ปกป้องสถาบัน, ปลุกม็อบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201008/image_big_5f7f199cd7f1f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
