<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86038</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2020 14:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2020 14:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคม ลุยติดตั้งสะพานเหล็กให้พี่น้องชาวใต้สัญจรได้หลังน้ำท่วมพัดถนนขาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ธ.ค.63-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่าจากสถานการณ์น้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ส่งผลให้มีผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนนั้นว่าขณะนี้กรมทางหลวง(ทล.)ได้รายงานการติดตั้งสะพานเบลีย์ (สะพานเหล็ก) โดยศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 4 (นครศรีธรรมราช) กรมทางหลวง ณ วันที่ 4 ธ.ค. 63 จำนวน 3 แห่ง

ทั้งนี้ ได้แก่1.คันทางขาด ที่ กม. 17+100 ทางหลวงหมายเลข 4019 ตอนทุ่งใหญ่-ช้างกลาง ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ 2.ตอม่อสะพานทรุดตัว ที่ กม. 5+777 ทางหลวงหมายเลข 4186 ตอนโรงเหล็ก-ห้วยพาน จะทำการติดตั้งสะพานเบลีย์ ในวันที่ 5 ธ.ค. 63และ 3.สะพานขาดที่ กม. 1+128 ทางหลวงหมายเลข 4186 ตอน โรงเหล็ก - ห้วยพาน จะทำการติดตั้งสะพานเบลีย์ในวันที่ 5 ธ.ค. 63


สำหรับสถานการณ์ น้ำท่วมและดินสไลด์ ในโครงข่ายทางหลวง วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563 มีน้ำท่วม 5 จังหวัด รวม 20 แห่ง การจราจรผ่านได้ 15 แห่ง
ผ่านไม่ได้ 5 แห่ง 1. จ.กระบี่ (2 แห่ง) การจราจรผ่านได้ 1 แห่ง การจราจรผ่านไม่ได้ 1 แห่ง 2. จ.ตรัง (1 แห่ง) การจราจรผ่านได้ - แห่ง การจราจรผ่านไม่ได้ 1 แห่ง3. จ.พัทลุง (2 แห่ง)การจราจรผ่านได้ 2 แห่งการจราจรผ่านไม่ได้ - แห่ง 4. จ.นครศรีธรรมราช (9 แห่ง)การจราจรผ่านได้ 7 แห่งการจราจรผ่านไม่ได้ 2 แห่งและ5. จ.สุราษฎร์ธานี (6 แห่ง)การจราจรผ่านได้ 5 แห่ง การจราจรผ่านไม่ได้ 1 แห่ง

อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนผู้ใช้ทางโปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำ และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม หากประชาชนต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง สภาพการจราจร หรือ ต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อ ได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงในพื้นที่ และสายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86038</URL_LINK>
                <HASHTAG>.น้ำท่วม, 14จังหวัดภาคใต้, ซ่อมถนนขาด, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201205/image_big_5fcb333310023.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48163</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2019 13:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2019 13:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทช.เตรียมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.62-นายปฐม เฉลยวาเรศ รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท(ทช.) รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า จากข้อสั่งการของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ให้ทุกหน่วยเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์อุกทกภัยในพื้นที่ภาคใต้เนื่องจากกำลังจะเข้าสู่ฤดูฝน

ทั้งนี้จึงได้สั่งการให้สำนักงานทางหลวงชนบท แขวงทางหลวงชนบท หมวดบำรุงทางหลวงชนบทในพื้นที่ภาคใต้เตรียมความพร้อม โดยให้ดำเนินการทำความสะอาดช่องทางระบายน้ำ ตัดแต่งกิ่งไม้ ที่อาจล้มทับกีดขวางเส้นทางจราจร รวมทั้งกำจัดวัชพืชที่กีดขวางทางระบายน้ำ ท่อลอด สะพาน ตลอดจนให้ทบทวนแนวทางมาตรการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัย ดังนี้

1. ก่อนเกิดเหตุ
ให้หน่วยงานในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร เครื่องมือ เครื่องจักร วัสดุ อุปกรณ์ สะพานเบลีย์ พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีเมื่อเกิดภัย รวมทั้งจัดเตรียมป้ายเตือน ป้ายแนะนำเส้นทางเลี่ยง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนกรณีมีน้ำท่วมสูง ถนนขาด/สะพานขาดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ และจัดชุดลาดตระเวนสำรวจตรวจตราในสายทางที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย

2. ขณะเกิดภัย
ให้ทุกหน่วยบริหารจัดการเส้นทาง อำนวยความสะดวกให้กับประชาชน หรือจัดหาทางเลี่ยง กรณีเส้นทางหลักไม่สามารถสัญจรผ่านได้ พร้อมติดตั้งป้ายเตือน ป้ายแนะนำเส้นทางเลี่ยงให้ประชาชนรับทราบ กรณีถนน/สะพานขาด จะต้องดำเนินการซ่อมแซมเบื้องต้นเพื่อให้ใช้เส้นทางได้อย่างรวดเร็ว เช่น วางสะพานเบลีย์ ถมดินคอสะพาน เพื่อเชื่อมทาง สนับสนุนเครื่องจักร เครื่องมือช่วยเหลือ และบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนทันที
เมื่อได้รับการร้องขอ รวมทั้งบูรณาการร่วมกับศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในการบริจาคสิ่งของ ตลอดจนจัดรถบรรทุก 6 ล้อ สำหรับบริการประชาชน

3. หลังน้ำลด
หากเส้นทางเกิดชำรุดเสียหายให้เข้าดำเนินการซ่อมแซมชั่วคราวให้ประชาชนสามารถสัญจรได้ ภายใน 7 วัน และดำเนินการสำรวจ ออกแบบ ประมาณราคา เพื่อเสนอขอสนับสนุนงบประมาณฟื้นฟู ให้ถนนเข้าสู่สภาพปกติ ตลอดจนบูรณาการกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาในระยะยาวต่อไป

ทั้งนี้ กรมทางหลวงชนบท ขอความร่วมมือประชาชน โปรดระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนเป็นพิเศษในช่วงฤดูฝน และโปรดสังเกตป้ายจราจรเตือนระดับน้ำหรือป้ายหลีกเลี่ยงเส้นทาง โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือแจ้งเหตุอุทกภัยได้ที่สายด่วนทางหลวงชนบท 1146 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสำนักงานทางหลวงชนบท แขวงทางหลวงชนบทในพื้นที่ ในวันและเวลาราชการ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48163</URL_LINK>
                <HASHTAG>#น้ำท่วม, 14จังหวัดภาคใต้, กรมทางหลวงชนบท (ทช.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191016/image_big_5da6beab657be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2019 11:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2019 11:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปาบึกไปแล้ว! เด็กนักเรียนมาเรียนตามปกติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ม.ค.62- โรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงแนวพายุโซนร้อนปาบึกพัดถล่ม เกือบ 200 โรงเรียน ที่อยู่ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสงขลาเขต1และเขต3 โดยเฉพาะที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ชายฝั่งทะเล ทั้ง ใน อ.ระโนด กระแสสินธุ์ สทิงพระ สิงหนคร จะนะ เทพา และเมือง เริ่มกลับมาเปิดการเรียนการสอนตามปกติแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
หลังจากที่ต้องหยุดเรียนชั่วคราวตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมาและมีบางแห่งหยุดตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันพฤหัสบดี เพื่อความปลอดภัยจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนปาบึกพัดถล่ม และขณะนี้สถานการณ์ได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ซึ่งทางโรงเรียนจะทำการเรียนการสอนชดเชยเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับนักเรียน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25928</URL_LINK>
                <HASHTAG>14จังหวัดภาคใต้, ปาบึก, ผลกระทบปาบึก, ร.ร.จ.สงขลาปิด, เด็กนักเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190107/image_big_5c32d0df60762.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25599</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/01/2019 14:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/01/2019 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียมรับ&#039;ปาบึก&#039;ผู้ว่าฯพัทลุงสั่งเตรียมพร้อมอพยพชาวบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ม.ค.62- ภายหลังกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่องพายุปาบึก&amp;nbsp;ที่ได้ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนปาบึกทำให้ภาคใต้รวมถึงจ.พัทลุงมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วงวันที่ 3-5 ม.ค. 62 &amp;nbsp;นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ &amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า พายุปาบึกที่จะเข้าพื้นที่ภาคใต้แต่ตั้งค่ำคืนนี้รวมถึงพื้นที่ของ&amp;nbsp;จ.พัทลุง&amp;nbsp;จะได้รับผลกระทบจากพายุดังกล่าวอย่างหลีกเลียงไม่ได้ &amp;nbsp;คาดว่าพื้นที่&amp;nbsp;จ.พัทลุง จะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าครั้งที่ผ่านมาเมื่อกลางเดือนธันวาคม &amp;nbsp;ซึ่งอาจจะทำให้เกิดน้ำท่วมหลายพื้นที่ จึงได้ออกประกาศเตือนประชาชนรับมือพายุปาบึก โดยเฉพาะประชาชนอาศัยพื้นที่ลุ่มน้ำท่วมซ้ำซากและใกล้ทางน้ำระมัดระวังน้ำท่วมฉับพลัน ขอให้อพยพสิ่งของไว้สูงตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกู้เกียรติ กล่าวด้วยว่า ขณะที่ประชาชนในหลายอำเภอที่อาศัยบริเวณแนวเทือกเขาบรรทัดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ให้ระมัดระวังน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม สำหรับประชาชนที่อาศัยบริเวณเสี่ยงภัยดินโคลนถล่มนั้นขณะนี้ได้ให้นายอำเภอ ดำเนินการอพยพชาวบ้านทันที ส่วนชาวบ้านที่อาศัยบริเวณหมู่ริมทะเลสาบสงขลาและเป็นเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะกระบือจำนวนมากนั้นให้อพยพสัตว์เลี้ยงไว้ที่สูงทันที เพื่อป้องกันการจมน้ำตาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25599</URL_LINK>
                <HASHTAG>14จังหวัดภาคใต้, จ.พัทลุง, น้ำป่า ดินถล่ม, ปาบึก, ผู้ว่าฯพัทลุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190102/image_big_5c2c6433131c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19655</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2018 10:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2018 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่ง16จว.รับมืออุทกภัย ดินถล่ม คลื่นลมแรงช่วงกลางเดือนต.ค.-ธ.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค.61 - นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บก.ปภ.ช.) เปิดเผยว่า กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติได้ติดตามสถานการณ์ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ช่วงกลางเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม 2561 บริเวณภาคใต้จะได้รับอิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ส่งผลให้มีฝนตกชุกหนาแน่น และอาจมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้ามาใกล้หรือเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณภาคใต้ บก.ปภ.ช.จึงได้สั่งการให้จังหวัดเสี่ยงภัยในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ กระบี่ ชุมพร ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี พังงา พัทลุง ภูเก็ต ยะลา ระนอง สงขลา สตูล และสุราษฎร์ธานี รวมถึงเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย ดินถล่ม และคลื่นลมแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามสภาพอากาศ เพิ่มความถี่ ในการตรวจวัดปริมาณฝน สังเกตการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ รวมถึงจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชน พื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจ โบราณสถาน และศาสนสถาน หากเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยไม่เพียงพอให้ขอรับการสนับสนุนจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และหน่วยทหารในพื้นที่ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมทั้งแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังอันตรายจากสถานการณ์ภัยในช่วงฝนตกหนักผ่านทุกช่องทาง อาทิ วิทยุกระจายเสียง เสียงตามสาย หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน เครือข่ายวิทยุสมัครเล่น สถานีโทรทัศน์ เคเบิ้ลทีวี และสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงให้จังหวัดประสานการปฏิบัติกับหน่วยทหารในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานและเครือข่ายอาสาสมัครทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุและให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงทีตลอด 24 ชม. หากสถานการณ์รุนแรงเกินศักยภาพที่จังหวัดสามารถรับมือสถานการณ์ภัยได้ให้แจ้งกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เพื่อประสานให้การช่วยเหลือประชาชนโดยด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนัก ขอให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ สามารถติดต่อแจ้งเหตุและติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสาขาในพื้นที่ หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19655</URL_LINK>
                <HASHTAG>14จังหวัดภาคใต้, กรมอุตุนิยมวิทยา, ดินโคลนถล่ม, นายฉัตรชัย พรหมเลิศ, ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ, ฝนตกชุกหนาแน่น, พายุหมุนเขตร้อน, มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ, รับมืออุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbec5b34a66d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
