<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2019 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2019 15:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์แผนไทยคัดกรองตำรับยาไทย2.5 หมื่นสูตร หาสูตรผสมกัญชาที่ใช้ได้ บื้องต้นพบ 16ตำรับ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กรมแพทย์แผนไทยพบมี 16ตำรับยาไทยที่มีกัญชาเป็นส่วนผสม หากออกกม.รองรับใช้ได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25ม.ค.62-นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก &amp;nbsp;กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมฯ ได้มีการรวบรวมสูตรตำรับยาแผนไทย เพื่อเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)เบื้องต้นได้มีการศึกษาและหารือกันกับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ต่างๆหลายครั้ง สุดท้ายได้ข้อสรุปว่า ควรจะมีการใช้ตำรับยาที่มีส่วนผสมของกัญชามาจากตำรับตำราขาของชาติเท่านั้นที่มีอยู่กว่า 26,000 ตำรับ &amp;nbsp;ซึ่งเมื่อตรวจสอบดูแล้ว เบื้องต้นมีอยู่ 212 ตำรับ แต่มีความซ้ำซ้อนกัน &amp;nbsp;ซึ่งเมื่อดูแล้วเหลือเพียง 90 ตำราที่มีกัญชาเป็นส่วนผสม จึงต้องมาประชุมกันอีกว่าในส่วนนี้จะสามารถนำมาใช้ตรงไหนได้บ้าง เนื่องจาก ของเดิมถูกห้ามใช้เนื่องจากบอกว่าเป็นยาเสพติด ซึ่งเมื่อได้มาสรุปกันแล้วสามารถแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่ม ก. 16 ตำรับซึ่งมีกัญชาเป็นส่วนประกอบใหญ่ และบางตำรับก็เป็นยาที่ใช้กันอยู่ แต่มีการตัดส่วนผสมที่เป็นกัญชาออก &amp;nbsp;ซึ่งในกลุ่มนี้น่าจะสามารถปรุงเอง รักษาเองจัดการเองได้ไม่ยาก แต่หากโรงพยาบาลใดที่ไม่พร้อมแต่มีแพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ แพทย์พื้นบ้าน อยากใช้จริงๆ ก็สามารถที่จะกรมการแพทย์แผนไทยฯจะผลิตและ จำหน่ายผ่านสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ตามระบบซึ่งจะสามารถใช้ทั่วประเทศได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับ 16 ตำรับส่วนใหญ่รักษาเรื่องลม &amp;nbsp;การนอนหลับ แก้ปวด รับประทานอาหารได้ เน้นการส่งเสริมสุขภาพ ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ประกอบด้วย &amp;nbsp;1. ยาน้ำมันสนั่นไตรภพ &amp;nbsp;2.ยาอัคคินีวคณะ 3.ยาศุขไสยาศน์ &amp;nbsp;4.ยาแก้ลมเนาวนารีวาโย 5.ยาแก้ลมขึ้นเบื้องสูง 6.ยาไฟอาวุธ 7.ยาแก้นอนไม่หลับ หรือยาแก้ไข้ผอมเหลือง 8.ยาแก้สัณฑฆาต กร่อนแห้ง 9.ยาอัมฤตโอสถ 10.ยาอไภยสาลี 11.ยาแก้ลมแก้เส้น 12.ยาแก้โรคจิต 13.ยาไพสาลี &amp;nbsp;14.ยาทาริดสีดวงทวารหนักและโรคผิวหนัง 15.ยาทำลายพระสุเมรุ &amp;nbsp;และ 16.ยาทัพยาธิคุณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นพ.มรุต กล่าวต่อว่า กลุ่ม ข. 11 ตำรับ คือกลุ่มที่เห็นว่าส่วนหนึ่งเป็นประโยชน์และมีประสิทธิภาพ แต่วิธีที่จะมาปรุงยาอย่างไร บางครั้งยังไม่ชัดเจน หรือมียาสมุนไพรบางอย่างที่ระบุเอาไว้ยังหาได้ยาก ซึ่งอาจจะต้องมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมก่อน กลุ่ม ค. มี 31 ตำรับ คือกลุ่มที่ยังไม่แน่นอน และมีส่วนผสมของกัญชาน้อยดูแล้วไม่น่าะมีผลเท่าใดนัก แต่มีการเขียนไว้ในคัมภีร์ คำกลอน บ้าง หรือยังไม่ระบุว่าสามารถรักษาโรคต่างๆ หรือวิธีการใช้ วิธีการปลูกก็ยังได้ชัดเจน ซึ่งหากจะใช้จริงก็ต้องมีการศึกษาวิจัยก่อนว่าใช้ได้ผลอย่างไร &amp;nbsp;และ กลุ่ม ง. หลายตัวมีแพทย์แผนไทยบางส่วนอยากใช้ แต่เนื่องจากมีสารพิษบางตัวผสมอยู่ เช่น ปรอท สารหนู หรือมีตัวที่ทางWHO ห้ามใช้ เช่น คล้ายเครือ เนื่องจากมีสารพิษอยู่ หรือมีส่วนประกอบของพืชและสัตว์ ซึ่งประกาศห้ามใช้ตามอนุสัญญาไซเตส(CITES) หากใช้เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ไปจากโลก ดังนั้นในกลุ่มนี้หากจะมีการใช้ตัดบางตัวที่เป็นพิษออกไปได้หรือไม่ หรือจะใช้บางตัวบอกว่าพิษแก้พิษ เราก็ไม่กล้าใช้ ทั้งนี้หากจะใช้ในส่วน ค.ง. ต้องมีการดูแลประชาชนอย่างดี หากเกิดผลเสียการคุ้มครองผู้บริโภคก็จะเสียไป เพราะฉะนั้นต้องเป็นโครงการงานวิจัยเท่านั้นที่จะวิจัยและมีการติดตามพิเศษเพื่อเช็คผลที่จะเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ดังนั้น ที่ใช้ได้เลยหากกฎหมายออกมาก็คือ กลุ่ม ก ซึ่งมี 16 ตำรับ แต่ทั้งหมดก็ต้องขออนุญาตตามคณะกรรมการยาเสพติด และเกณฑ์ตามที่ อย.กำหนด จากนั้นจึงออกเป็นประกาศโดยรัฐมนตรีว่าการ สธ.ลงนาม ดังนั้น ขณะนี้ จึงยังใช้ไม่ได้ เพราะกฎหมายยังไม่มีมารองรับ&amp;rdquo; นพ.มรุต กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากกฎหมายให้ใช้กัญชาทางการแพทย์ได้ ทางกรมมีความพร้อมอย่างไร นพ.มรุต กล่าวว่า ขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมแล้ว ทั้งเรื่องการผลิตตัวยาตำรับทั้ง 16 ตำรับ โดยจะเป็นไปตามข้อกฎหมายทั้งหมด ส่วนผู้ที่จะใช้มี 4 กลุ่มใหญ่ คือ แพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ แพทย์พื้นบ้าน และหมอพื้นบ้าน โดยทั้ง 4 กลุ่มจะต้องผ่านการอบรม และผ่านการอนุญาตก่อน ซึ่งจะมีเกณฑ์ต่างๆ โดยการจะใช้กับผู้ป่วยก็จะมีข้อกำหนดว่า ใช้กับผู้ป่วยแบบใด อาการมากน้อยแค่ไหน และมีการติดตามผลอย่างน้อย 6 เดือน ซึ่งการระบุแบบนี้ก็ไม่ต่างจากแพทย์แผนปัจจุบัน เรียกว่าจะต้องมีการขึ้นทะเบียนก่อนนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า กฎหมายจะรองรับให้รายบุคคลใช้ได้แล้วหรือไม่ นพ.มรุต กล่าวว่า อนุญาตใน 4 กลุ่ม แต่ต้องผ่านการอบรม การขออนุญาต ซึ่งจะมีระบบในการตรวจสอบเข้มงวด เพราะกัญชาก็เป็นยาเสพติด เพียงแต่อนุญาตให้นำมาใช้ทางการแพทย์ รวมทั้งเมื่ออนุญาตแล้วก็จะมีระบบตรวจสอบอีก ที่สำคัญแพทย์พื้นบ้าน และหมอพื้นบ้าน ในกติกาเดิมสามารถปรุงยาของตัวเองได้ ซึ่งอาจต่างจาก 16 ตำรับนั้น โดยในเรื่องนี้ก็ต้องเอาตำรับของตัวเองมาแจ้งทางกรมฯ และจะต้องผ่านคณะกรรมการว่าใช้ได้หรือไม่ &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการรัดกุม และป้องกันการใช้ในทางที่ผิด ทางกรมฯ มี 2 ทางเลือก คือ 1.จะผลิตออกเป็นตำรับยาสำเร็จ และกระจายให้ทางโรงพยาบาลต่างๆ ที่ต้องการมาขึ้นทะเบียนรับไปใช้ประโยชน์กับผู้ป่วยแบบมีข้อกำหนด และ 2.จะทำเป็นเครื่องยาผสมกัญชากลาง สำหรับการปรุงยาเฉพาะรายขึ้น เพื่อให้ไม่ต้องไปหาวัตถุดิบเอง ไม่ต้องหากัญชาเดี่ยวๆ แต่เราจะทำเป็นเครื่องยาผสมกัญชาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ขณะนี้เรากำลังสำรวจหมอแพทย์ไทยว่า มีจำนวนเท่าไหร่จะใช้บ้าง และใช้ปริมาณเท่าไหร่ อย่างไร โดยเราจะได้เตรียมพร้อมว่า จำนวนที่จะขึ้นทะเบียนทั้ง 4 กลุ่ม คือ แพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ แพทย์พื้นบ้าน และหมอพื้นบ้าน ทั้งหมดมีเท่าไหร่ เพื่อทำให้เป็นระบบทั้งประเทศ &amp;nbsp;ส่วนเรื่องสิทธิบัตรกัญชา ที่ยังไม่ชัดเจนนั้น ของเรากระทบน้อย ตรงที่เป็นการใช้แบบสด แต่ที่ต่างชาติมาจดสิทธิบัตรจะเป็นเรื่องสารสกัด THC และ CBD &amp;nbsp;แต่กรมฯก็เป็นห่วง เพราะจริงๆ ก็ไม่น่าจะขอสิทธิบัตรได้ เนื่องจากเป็นสารธรรมชาติ และตัวกัญชาก็ยังเป็นยาเสพติดอยู่ด้วย.&amp;quot;อธิบดีกรมแพทย์แผนไทยกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27504</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กัญชาเพื่อการแพทย์, 16ตำรับยาไทยที่มีกัญชาเป็นส่วนผสมใช้ได้ทันที, กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190125/image_big_5c4ac3b749a32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
