<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106739</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2021 23:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร่างรธน.ส่อแท้งศาลเคยตีตก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญส่อเค้าแท้งก่อนบรรจุวาระแล้ว &amp;ldquo;หมอสุกิจ&amp;rdquo; นัดหารือทีมกฎหมายด่วน 18 มิ.ย. หลังพบเนื้อหาที่เคยถูกศาลรัฐธรรมนูญตีตก &amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; ยันไม่มีปัญหา เพราะเป็นร่างที่ทำตามข้อเสนอศาลที่ให้ทำประชามติก่อน เพราะย้อนเกล็ดเป็นร่างที่สภาสูงเคยเห็นชอบแล้ว
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน ยังคงมีความต่อเนื่องในญัตติการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ ส.ส.ทั้งจากพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้านเสนอรวม 14 ฉบับ โดย นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎรกล่าวว่า จากการตรวจสอบรายละเอียดของญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ ส.ส.ยื่น 14 ฉบับ พบว่า 13 ญัตติ ไม่มีปัญหาและบรรจุในระเบียบวาระได้ แต่มี 1 ฉบับที่ต้องให้ฝ่ายกฎหมาย สำนักงานเลขาธิการสภาตรวจสอบรายละเอียด คือ ญัตติของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่เสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยขอแก้ไขมาตรา 256 และเพิ่มหมวดใหม่ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วยการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จำนวน 200 คน ว่าจะบรรจุวาระได้หรือไม่ เพราะมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาว่าขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 4/2564 เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมาหรือไม่ โดยให้ฝ่ายกฎหมายได้นัดหารือด่วนในวันที่ 18 มิ.ย. ก่อนทำความเห็นเสนอให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภา ในฐานะประธานรัฐสภาพิจารณาต่อไป
ขณะที่ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่าที่ประชุมร่วม 3 ฝ่าย คือ รัฐบาล ฝ่ายค้าน และวุฒิสภาได้หารือแล้วว่าจะพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 23-24 มิ.ย. โดยได้แบ่งเวลาการอภิปรายระหว่างฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และวุฒิสภา ฝ่ายละ 6 ชั่วโมง คาดว่าการอภิปรายวาระแรกจะแล้วเสร็จในวันที่ 24 มิ.ย. เวลาประมาณ 16.00 น. หลังจากนั้นจะเป็นขั้นตอนการลงมติแบบเปิดเผยขานชื่อ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาลงมติประมาณ 6 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณี ส.ว.ประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 272 ยกเลิกอำนาจ ส.ว.เลือกนายกรัฐมนตรีว่า อยากถามกลับ ส.ว.ที่บอกจะรับเฉพาะร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ทบทวนความคิดของตัวเองดีแล้วใช่หรือไม่ เหตุผลคืออะไร เพราะร่างรัฐธรรมนูญทั้งของฝ่ายค้านและ พปชร.เหมือนกันทุกอย่าง ถือว่า ส.ว.ไม่ได้ยึดหลักการ แต่ยึดหน้าคน ยึดฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินยังกล่าวอีกว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อจัดตั้ง ส.ส.ร. ที่ฝ่ายค้านเสนอ คือร่างเดิมที่ ส.ว.เคยรับหลักการและร่วมแปรญัตติไว้เรียบร้อยแล้ว วันนี้ได้นำร่างที่ ส.ว.ให้ความเห็นชอบมายื่น แต่ทำไม ส.ว.ถึงเปลี่ยนใจไม่รับร่าง ขอได้โปรดช่วยชี้แจงต่อประชาชนด้วย ส่วนที่ศาลรัฐธรรมนูญแนะนำว่าการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับต้องทำประชามติ และ ส.ว.เองก็เห็นด้วย วันนี้ฝ่ายค้านกำลังส่งร่างเพื่อให้ทำประชามติสอบถามประชาชน เราทำตามคำแนะนำทั้งหมด การที่ ส.ว.ปฏิเสธตั้งแต่ต้น ถือเป็นการปิดโอกาสประชาชนในการลงมติว่าจะให้แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือไม่
&amp;ldquo;ท่านไม่รับหลักการก็ถือว่าปิดโอกาสประชาชน ซึ่งขอให้รับหลักการก่อนแล้วส่งไปให้ประชาชนตัดสิน หรือ ส.ว.กลัวเสียงประชาธิปไตย เพราะถ้าประชาชนไม่ให้ผ่านมันก็ไม่ได้แก้ แสดงว่าท่านกลัวประชาชน แต่ถ้าไม่กลัวก็ขอให้รับและทำประชามติ ส่วนร่างอื่นๆ ที่เสนอก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับโครงสร้างอำนาจ ส.ว. และมีดีกับประชาชนทั้งนั้น ยืนยันว่าเราไม่ได้แก้เพื่อตัวเอง หาก ส.ว.มีธงในใจแล้วก็บอกมาตรงๆ และการพูดแบบนี้เกรงใจไม่ให้เกียรติประชาชน คนเราต้องมีความอายระดับหนึ่ง&amp;rdquo; นายสุทินกล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า โอกาสที่จะผ่านความเห็นชอบทั้ง 14 ร่าง คงต้องดูข้อเท็จจริงว่าเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองหรือไม่ แต่ยังมั่นใจด้วยว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 จะได้รับโอกาส ขอแค่รัฐสภามีมติเห็นควรให้เอาไปทำประชามติถามประชาชนก่อนเท่านี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว &amp;nbsp;
&amp;ldquo;หลายเรื่องที่เราเสนอไม่กระทบ ส.ว. และการที่เราจะเรียกร้องให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรก็ตามภายใต้รัฐธรรมนูญเดิม เราจะยังหนีวงจรอุบาทว์ไม่พ้น ดังนั้นอะไรที่ไม่ดีในรัฐธรรมนูญนี้ ถ้าแก้ได้ก็ควรต้องแก้&amp;rdquo; นพ.ชลน่านกล่าว
ด้าน นายสมชาย แสวงการ ส.ว. กล่าวถึงการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญปิดสวิตช์ ส.ว.ว่า ขอตั้งคำถามกลับว่า ส.ว.ทำผิดอะไรที่จะมาปิดสวิตช์อำนาจเลือกนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเท่าที่ทราบการปิดสวิตช์ ส.ว.นั้นมี 2 ประเด็นที่เรียกร้อง คือให้เหลือเพียงสภาเดียว โดยยุบวุฒิสภา ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าประเทศไทยยังเหมาะที่จะอยู่ระบบ 2 สภาเหมือนอังกฤษและสหรัฐอเมริกา หากจะให้ยุบเหลือสภาเดียวคงเป็นไปไม่ได้ เชื่อว่าสังคมไทยเองก็ยังไม่พร้อม&amp;nbsp;
นายสมชายกล่าวอีกว่า ส่วนอีกประเด็นที่เรียกร้องปิดสวิตช์ ส.ว.คือการยกเลิกอำนาจในการโหวตเลือกนายกฯ ซึ่งเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ให้มีอำนาจส่วนนี้ในช่วง 5 ปีแรก เพราะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไปสู่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ ส.ว.ไม่ได้มีสิทธิ์เสนอชื่อนายกฯ มีสิทธิ์เพียงร่วมโหวตเท่านั้น ดังนั้นถ้าสภาผู้แทนราษฎรโหวตเลือกใครเป็นนายกฯ ส.ว.ก็แค่เห็นชอบตาม วันนี้ไม่จำเป็นต้องปิดสวิตช์ ส.ว. เพราะถ้ายุบสภาขึ้นมา และมีการเลือกตั้งใหม่ หาก ส.ส.ลงเสียงมากพอที่โหวตใครเป็นนายกฯ ได้ ส.ว.ก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ดูร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราที่มีการเสนอมา ก็ไม่มั่นใจว่าเสนอมาเพื่อให้เป็นประโยชน์กับประชาชนจริงหรือไม่ หรือเสนอมาหลายมาตราเพื่อบังหน้าใช่หรือไม่ เพราะจริงๆ อยากแก้เพียง 3 ประเด็น คือบัตรเลือกตั้ง ปิดสวิตช์ ส.ว. และงบประมาณ ดังนั้นควรถามสังคมว่าเห็นด้วยหรือไม่ เพราะถ้าแก้เพื่อประโยชน์ของฝ่ายการเมืองเท่านั้น&amp;rdquo; นายสมชายกล่าว และว่า ไม่สามารถยืนยันได้ว่า ส.ว.จะเห็นด้วยทั้งหมดกับการคัดค้านการปิดสวิตช์ ส.ว. เรื่องอำนาจโหวตเลือกนายกฯ เพราะการพิจารณาครั้งที่แล้วก็ยังมีคนเห็นต่าง แต่เชื่อว่าไม่มีใครเห็นด้วยกับการยุบ ส.ว.ทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากเป็นเช่นนี้ ส.ว.จะโหวตให้เฉพาะร่างของพรรค พปชร.ใช่หรือไม่ เพราะไม่มีเรื่องของการปิดสวิตช์ ส.ว. นายสมชายกล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ เพราะครั้งที่ผ่านมา ส่วนตัวก็โหวตให้ร่างของฝ่ายค้านด้วยซ้ำ ดังนั้นต้องดูว่าร่างไหนเป็นประโยชน์ อันไหนที่ไม่เป็นประโยชน์ และเสียเวลาบ้านเมือง ก็ไม่โหวตให้ แต่ยืนยันว่าการโหวต ส.ว.จะปล่อยให้โหวตกันอย่างอิสระหรือฟรีโหวต ซึ่งในวันที่ 18 มิ.ย. วิปวุฒิสภาจะหารือกันเพื่อวางกรอบในการอภิปราย และสัดส่วนการตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) พร้อมจัดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ให้กับ ส.ว.ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่าทำไมต้องเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับควบคู่กับการเสนอแก้เป็นรายมาตรา ว่าเป็นที่ประจักษ์ชัดกันอยู่แล้วว่า รธน.ปี 60 ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันก่อให้เกิดปัญหามากมาย และถูกวางกลไกให้ยากต่อการแก้ไข ซึ่งการเสนอแก้ไขทั้งฉบับเป็นการยืนยันนโยบายและจุดยืนเดิมของพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งเห็นว่าการแก้ไขทั้งฉบับเป็นสิ่งที่จำเป็นผ่าน ส.ส.ร.เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างเต็มที่ นี่คือหลักการพื้นฐานที่ถูกต้อง และควรผลักดันให้เกิดขึ้นโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับควบคู่กับการเสนอแก้เป็นรายมาตราไม่น่าจะเกิดความเสียหายใดๆ ในทางตรงกันข้าม กลับน่าจะเกิดผลดีมากกว่า เพราะหากเกิดมีอุบัติเหตุทางการเมือง และเกิดการเลือกตั้งขึ้นกะทันหัน อย่างน้อยที่สุดเราอาจได้กติกาบางเรื่องที่ดีและมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น แต่ถ้าไม่แก้รายมาตราเลย หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองขึ้น เราก็จะต้องกลับเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งตามกติกาเดิมที่ คสช.กำหนดขึ้น เหมือนการเลือกตั้งครั้งล่าสุด&amp;rdquo; นายภูมิธรรมกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้ ส.ว. ระบุว่า โหวตร่างรัฐธรรมนูญฉบับ พปชร.เท่านั้นว่า เป็นคนกลุ่มเดิมๆ ดาหน้าออกมาหวงอำนาจอันไม่ชอบธรรมของตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนกลุ่มนี้ได้แก่พวก ส.ว. 250 คนที่ คสช.เลือกมาที่เที่ยวมาชี้หน้าหาว่าข้อเสนอแก้รัฐธรรมนูญให้ยกเลิกอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ คือการลุแก่อำนาจ เป็นแค่การหาเสียง จริงๆ แล้วเป็นพวกท่านต่างหาก ที่แสดงความกำแหงลำพองว่าเสียงของตัวเองเป็นใหญ่ ประกาศกร้าวชี้เป็นชี้ตายล่วงหน้าว่าจะรับแต่ร่างของพรรคพลังประชารัฐ ไม่เอาของพรรคฝ่ายค้านแน่นอน ส.ว.ก็ยังคงเป็น ส.ว.อยู่วันยังค่ำ ในอดีตเคยเกาะขาอิงแอบเผด็จการอย่างไร ทุกวันนี้ก็ยังทำตัวเป็นขวากหนามประชาธิปไตยอยู่อย่างนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ทางออกของประเทศอย่างสันติคือ การยอมให้ประชาชนได้มีโอกาสร่างรัฐธรรมนูญของประชาชนเอง โดยเลือก ส.ส.ร.เพื่อหยุดยั้งกลไกเผด็จการครองเมือง จึงขอร้องเรียนไปยังพรรคร่วมฝ่ายค้านให้กลับมาร่วมกันผลักดันการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และต้องไม่ร่วมสังฆกรรมกับขบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา เพื่อประโยชน์ของพรรคการเมืองเท่านั้น&amp;nbsp;
นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตแกนนำอดีตพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า การเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราโดยพรรค พปชร. คือการสร้างความมั่นคงให้กับระบบที่ไม่เป็นประชาธิปไตยและเสริมความเข้มแข็งให้กับการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์กับพวก ถือเป็นผลร้ายต่อบ้านเมือง นอกจากนั้นยังแฝงไว้ด้วยเล่ห์เพทุบายที่จะทำให้พรรคฝ่ายค้านขัดแย้งแตกแยก และพลังประชาธิปไตยอ่อนแอลง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106739</URL_LINK>
                <HASHTAG>18 มิ.ย., นัดหารือทีมกฎหมายด่วน, ร่างรธน., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมอสุกิจ, เคยถูกศาลรัฐธรรมนูญตีตก, แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210617/image_big_60cb56417c1f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
