<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45222</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2019 19:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2019 19:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เหวง&#039;ช็อก!หลังรู้ว่าพรรคเล็ก มีค่าเพียง&#039;ลิง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7&amp;nbsp;ก.ย.62 -&amp;nbsp;นพ.เหวงโตจิราการ&amp;nbsp; แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)&amp;nbsp;โพสต์ข้อความว่า&amp;quot;โอ้โห!!!&amp;nbsp;เพิ่งรู้ว่าพรรค(เล็ก)ร่วมรัฐบาลมีค่าเพียง&amp;quot;ลิง&amp;quot;ของพปชร.เท่านั้น????&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โพสต์ของนพ.เหวง สืบเนื่องจากร.อ.ธรรมนัสพรหมเผ่ารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะแกนนำพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)&amp;nbsp;กล่าวถึงกรณีนายพิเชษฐสถิรชวาลส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทยประกาศแยกตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลภายหลังไม่พอใจที่ไม่ได้รับการจัดสรรโควต้าในคณะกรรมาธิการ(กมธ.)&amp;nbsp;ของสภาผู้แทนราษฎรว่า&amp;ldquo;ผมเป็นคนเลี้ยงลิงเลยต้องเอากล้วยให้ลิงกินตลอดเวลาขณะนี้เชื่อว่ากินจนอิ่มแล้วน่าจะพอได้แล้วเชื่อว่าปัญหาดังกล่าวนั้นไม่ต้องเคลียร์เนื่องจากเป็นเรื่องที่อาจจะเข้าใจผิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะนายพิเชษฐได้พูดคุยกับผมแล้วโดยชี้แจงว่าไม่ได้สัมภาษณ์ว่าจะแยกออกจากพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อไปเป็นฝ่ายค้านแต่เพียงมองว่าการอยู่รวมกันเป็นกลุ่มพรรคเล็กไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์เลยจะขอแยกออกมาทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45222</URL_LINK>
                <HASHTAG>19 แกนนำนปช., นพ.เหวง โตจิราการ, พรรคเล็ก, ร.อ.ธรรมนัส  พรหมเผ่า, ลิง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180330/image_big_5abdc27d427a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44357</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นปช.ดิ้นขอความเป็นธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ทนายแดง&amp;quot; สวน &amp;quot;ราเมศ&amp;quot; ยกคำพิพากษาฎีกาสั่ง 3 แกนนำ นปช.จ่ายค่าชดเชยคดีเผาเมืองช่วงชุมนุมปี 53 แค่บางส่วน ซัดกลับลืมเหตุใช้กระสุนจริงกับ ปชช.แล้วหรือ &amp;quot;จตุพร&amp;quot; ยอมรับคำตัดสิน ยันไม่หนีพร้อมชดใช้ เล็งหาช่องร้องขอความเป็นธรรม ระบุมาเป็นประธาน นปช.หลังเหตุการณ์หลายปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 ส.ค. นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ (สกสส.) ในฐานะทนายความแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงกรณีนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยผลคำพิพากษาศาลฎีกาส่วนคดีแพ่งที่ให้นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช., นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำ นปช. ชดใช้ค่าเสียหายคดีวางเพลิงเผาทรัพย์ ระหว่างการชุมนุมของ นปช.ในปี 2553 รวมกว่า 19.3 ล้านบาทว่า ฝากถึงนายราเมศในฐานะที่บอกว่าเป็นผู้รับมอบจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ ให้ไปฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ว่าหากจะมาพูดถึงบางส่วนบางตอนในคำพิพากษาที่อ้างว่าถึงที่สุดแล้ว ตนถือว่าเป็นคำพูดของคนนอกคดี ศาลแพ่งก็ไม่รับฟ้องในส่วนของนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ &amp;nbsp;อดีตรองนายกฯ ตั้งแต่แรก ส่วนในสำนวนนายราเมศรู้ข้อเท็จจริงอะไรบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิญญัติกล่าวว่า ลำพังเพียงผลคำพิพากษาศาลฎีกาที่วินิจฉัยข้อเท็จจริง อันเป็นที่มาของเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยที่แตกต่างกับเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์นั้น ตนมองว่ายังเป็นปัญหามากที่จะมาชี้วัดความจริงที่เกิดขึ้นได้เพียงใด เจ้าของอาคารและผู้เช่าอาคารเขารู้ดีว่ามันเกิดอะไรขึ้น การเผาทรัพย์หลายแห่งวันนั้นเป็นผลมาจากคำสั่งใคร ความเห็นตนต่อคำวินิจฉัยคดีนี้ด้วยความเคารพต่อคำพิพากษาของศาลฎีกา ตนน้อมรับแต่ไม่แน่ใจว่าจะสามารถยึดเป็นข้อยุติสรุปเหตุการณ์ครั้งนั้นได้หรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมและหลายท่านมีข้อโต้แย้งหลายประเด็น ทั้งจากข้อเท็จจริงในทางนำสืบของโจทก์ทั้งสี่ด้วย หากเข้าใจเอาว่าการเผาทรัพย์หลังยุติการชุมนุมเกิดจากผู้ชุมนุม นปช. จับใครได้หรือไม่ ทั้งที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมของเจ้าหน้าที่เป็นกองทัพ แล้วที่คนในประเทศรับรู้ว่ามีประชาชนตายร่วมร้อย บาดเจ็บนับพันคน จะทำไม่รู้ไม่ชี้ ทหารนับหมื่นที่มีการออกคำสั่งใช้อำนาจพิเศษให้มาควบคุมพื้นที่ มีการใช้กระสุนจริงกับประชาชนนั้น ความจริงเช่นนี้ไม่มีความหมาย หรือว่านายราเมศแกล้งลืม&amp;quot; ทนายความ นปช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจตุพรกล่าวว่า ตนและพวกพร้อมยอมรับคำตัดสินของศาล หลังจากนี้จะหารือกับศาลและโจทก์ในคดีดังกล่าวเพื่อดำเนินการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป รวมถึงจะหาช่องทางกฎหมายเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม เนื่องจากข้อเท็จจริงในส่วนของตนนั้นตกเป็นจำเลยที่ 6 พยานทั้งของโจทก์และจำเลยพูดตรงกันว่าไม่ได้มีส่วนในการปลุกเร้าให้ประชาชนก่อเหตุ เพียงแต่บอกให้ไปรวมตัวกันที่ศาลากลางจังหวัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เช่นเดียวกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ตกเป็นจำเลยที่ 11 แต่ผมต้องชดใช้ค่าเสียหาย เพราะเป็นประธาน นปช. แต่ข้อเท็จจริงช่วงที่เกิดเหตุก็ไม่ได้เป็นประธาน นปช. มาเป็นในปี 2557 หรือหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวถึง 4 ปี จึงอยากหาช่องทางร้องขอความเป็นธรรมในส่วนนี้&amp;quot; นายจตุพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน นปช.กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้พูดถึงเรื่องวิบากกรรมของ นปช.ยังไม่สิ้นสุด พูดไม่ทันขาดคำอย่างกับตาเห็น ในวันที่ 22 ส.ค.62 มีคำพิพากษาศาลแพ่งให้ร่วมชดใช้ค่าเสียหายในคดีแพ่ง &amp;nbsp;ซึ่งต่างคนก็ไม่ทราบว่าศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาเนื่องจากไม่ได้รับหมายศาล คดีนี้โจทก์ในฐานะเจ้าของอาคารพาณิชย์และผู้เช่าอาคารพาณิชย์ บริเวณถนนราชปรารภ ซึ่งเกิดเพลิงไหม้ได้ฟ้องไม่ใช่เพียงแค่ 3 คนเท่านั้น ยังมีจำเลยอีกหลายคน โดยคดีนี้มี 2 สำนวนซึ่งมารวมกันภายหลัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จำเลยที่ 1 ชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จำเลยที่ 2 ชื่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ จำเลยที่ 3 &amp;nbsp;กระทรวงการคลัง จำเลยที่ 4 กระทรวงกลาโหม จำเลยที่ 5 กองทัพบก จำเลยที่ 6 ตน จำเลยที่ 7 นาย ณัฐวุฒิ จำเลยที่ 8 นายอริสมันต์ จำเลยที่ 9 กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 10 หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ &amp;nbsp;บริพัตร จำเลยที่ 11 นายทักษิณ ชินวัตร ในการวางเพลิงคดีดังกล่าวนี้ไม่มีการจับกุมผู้ต้องหาได้แม้แต่เพียงรายเดียวในคดีอาญา ส่วนในคดีแพ่งโจทก์ก็ไม่สามารถมายืนยันได้ว่าใครเป็นคนเผา และโจทก์ก็ไม่ได้ปรักปรำใคร ได้ฟ้องคนที่เกี่ยวข้องในการชุมนุมทั้งหมด ทั้งฝ่ายรัฐและผู้ชุมนุมร่วมกันเป็นจำเลย เรียกค่าเสียหายตามจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อผมได้ยินข่าวคำพิพากษานี้ด้วยว่าไม่ได้รับหมายจึงไม่ได้ไปฟัง เมื่อฟังข่าวนี้เราก็เลือกที่จะตั้งหลักแล้วก็เงียบ แต่ปรากฏว่านายราเมศเป็นคนออกมาแถลงเรื่องนี้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องอธิบายด้วยเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง แล้วศาลฎีกาลงให้พวกตนทั้งสามคนร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 19 ล้าน 3 แสน รวมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 เป็นเงินประมาณ 30 ล้านบาท&amp;quot; ประธาน นปช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในเวลา 19.00 น.เศษของวันที่ 19 พ.ค.53 ภายหลังพวกตนได้ยุติการชุมนุมในเวลา 13.45 น. ซึ่งจากสาระสำคัญของคำวินิจฉัยศาลฎีกามีถ้อยคำให้การของโจทก์ที่น่าสนใจ ระบุว่าในวันที่ 19 พ.ค.มีเจ้าหน้าที่ทหารเข้าควบคุมพื้นที่ชุมนุมในเวลา 14.00 น. &amp;nbsp;กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศสลายการชุมนุม จนกระทั่งเวลา 16.00 น.มีเจ้าหน้าที่ทหารวางรั้วลวดหนามไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้าบริเวณถนนราชปรารภ และนำป้ายข้อความว่าพื้นที่ใช้กระสุนจริงวางไว้กลางถนน เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น.มีเจ้าหน้าที่ทหารกลุ่มหนึ่งมาเคาะประตูบ้าน แจ้งให้โจทก์ที่ 2 ออกจากบ้าน โดยอ้างว่าจะมีการดับไฟฟ้าเพราะต้องการให้ผู้อยู่อาศัยในบริเวณนี้ย้ายไปอยู่ที่อื่น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทหารควบคุมพื้นที่ จะได้ปฏิบัติการเคลียร์ผู้ชุมนุมออกไปจากสามเหลี่ยมดินแดง และหากไม่ออกไปจะไม่รับรองความปลอดภัย ต่อมาเวลาประมาณ 19.45 น.ก็ได้เกิดเพลิงไหม้บริเวณอาคารของโจทก์ที่ 2 ถึง 4 ได้รับความเสียหาย ซึ่งขณะนั้นพื้นที่อยู่ภายใต้อำนาจการควบคุมของเจ้าหน้าที่ทหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนหนึ่งของคำพิพากษามีใจความว่า ในการปราศรัยของจำเลยที่ 6 ได้ใช้คำพูดปราศรัยในทำนองปลุกเร้าให้ผู้ชุมนุมตอบโต้อำนาจรัฐด้วยการเผาบ้านเผาเมือง เหมือนจำเลยที่ 7 นายณัฐวุฒิ และจำเลยที่ 8 นายอริสมันต์ ซึ่งก็ได้อธิบายความกันแล้วว่าคำพูดดังกล่าวอยู่กันคนละห้วงเวลา จำเลยที่ 6 &amp;nbsp;หมายถึงตน เพียงพูดในลักษณะให้มารวมตัวกันที่ศาลากลางจังหวัดเหมือนคำพูดของจำเลยที่ 11 คืออดีตนายกฯ ทักษิณ แต่จำเลยที่ 6 เป็นประธานกลุ่ม นปช. แสดงบทบาทเป็นหลักเป็นแกนสำคัญในการชุมนุมครั้งนี้โดยตรง จำเลยที่ 6 อยู่ร่วมรับรู้การปราศรัยของจำเลยที่ 7 และ 8 และกล่าวอ้างกรณีที่ นายจตุพรให้การเบิกความแก้ตัวแทนจำเลยที่ 7 และ 8 ในทำนองพูดเพื่อป้องปราม มิให้รัฐใช้กำลังเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาสลายการชุมนุม&amp;quot; นายจตุพรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน นปช.กล่าวว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือ คดีนี้ตนอยากสื่อสารไปยังโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ว่า ไม่มีผู้ต้องหาสักรายเดียวที่ถูกจับกุมและซัดทอด โจทก์เบิกความชัดเจนว่าถูกเจ้าหน้าที่ให้ออกจากบริเวณอาคารดังกล่าว และอยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่แบบเบ็ดเสร็จ มีการขึงลวดหนามเรียบร้อย และเขียนป้ายพื้นที่ใช้กระสุนจริง รวมทั้งระบุว่าเมื่อคำพิพากษาศาลฎีกาวินิจฉัยแล้วก็เป็นที่ยุติ แบบไม่ทันตั้งตัว พวกตนก็เป็นหนี้กันได้ 19 ล้าน 3 แสนบาท สามคนบวกดอกเบี้ยเฉลี่ยคนละ 10 ล้าน ซึ่งก็ต้องปรึกษาหารือกันกับพรรคพวกอีกสองคน แม้เรื่องทั้งหมดไม่ได้กระทำการ ไม่ว่าอย่างไรเมื่อคำตัดสินออกมาเช่นนี้ พวกตนก็ต้องน้อมรับทุกประการ เพียงแต่ข้อเท็จจริงโจทก์ในคดีนี้ซึ่งเป็นเอกชน เขาไม่ได้ฟ้องในลักษณะปรักปรำ เขาจึงฟ้องทุกภาคส่วน ไม่ว่าฝ่ายรัฐ กระทรวง ทบวง กรม กรุงเทพมหานคร หรือผู้ชุมนุม จำเลยอีกสองคนทั้งนายณัฐวุฒิและนายอริสมันต์ ก็มีประเด็นที่ได้มีการหักล้างกันไปแล้วว่าพูดที่เขาสอยดาวและหน้ากองบัญชาการกองทัพบก เป็นคนละบริบท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเกรงจะมีการขยายนำเอาคำพิพากษานี้มาหยิบใช้ทางการเมืองจนเกินงาม หลังจากนี้เราทั้งสามคนจะมานั่งคุยกันว่ามีขั้นตอนทางกฎหมายเรื่องชดใช้ค่าเสียหายอย่างไร ในกรณีจำเลยไม่ได้รับหมายศาลซึ่งก็พิสูจน์ได้&amp;quot; ประธาน นปช.กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพแกนนำ นปช.นั่งรับประทานอาหารร่วมกัน พร้อมระบุข้อความมีเนื้อหาว่า &amp;quot;นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายเหวง โตจิราการ &amp;nbsp;นายอดิศร เพียงเกษ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อาชีพ : จำเลย นางธิดา ถาวรเศรษฐ &amp;nbsp;นางสิริสกุล ใสยเกื้อ อาชีพ : นายประกัน&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44357</URL_LINK>
                <HASHTAG>19 แกนนำนปช., คดีเผาเมือง, จ่ายค่าชดเชย, ทนายแดง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190826/image_big_5d63ec2ef07f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43444</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2019 18:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2019 18:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ณัฐวุฒิ&#039;ชี้นี่คือความยุติธรรม!ลั่นชัยชนะของ&#039;นปช.&#039;ยังมาไม่ถึง จนกว่าบ้านเมืองจะเป็นประชาธิปไตย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.62 - นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) กล่าวภายหลังศาลยกฟ้องคดีนนปช.ก่อการร้าย ว่า อย่างที่เคยเรียนไว้แล้ว เรามั่นใจในข้อเท็จจริงและบริสุทธิ์ใจที่จะพิสูจน์ตัวเองตามกระบวนการยุติธรรมว่า การต่อสู้และการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ยืนอยู่บนหลักการประชาธิปไตยภายใต้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข เป้าหมายเดียวของเราภายใต้หลักการสันติวิธี ไม่มีกองกำลังอาวุธ ไม่ใช้ความรุนแรง เมื่อกระบวนการพิจารณาคดีมาถึงวันนี้ ก็ต้องบอกว่านี้ไม่ใช่ชัยชนะใดๆ ของพวกตน ไม่ใช่ชัยชนะต่อฝ่ายโจทก์ที่เป็นผู้ฟ้องร้อง ไม่ได้เป็นชัยชนะต่อฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง แต่เป็นกระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริง โดยมีศาลวินิจฉัยและมีคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ สำหรับผมคิดว่าเป็นความยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับผู้บาดเจ็บล้มตายจากการต่อสู้ ถ้าผมสามารถจะส่งข้อความนี้ถึงคนที่บาดเจ็บล้มตายในเหตุการณ์ดังกล่าว ก็อยากจะบอกว่าพี่ เพื่อนและน้องครับ วันนี้ศาลท่านชี้แล้วว่าพวกเราไม่ใช่ขบวนการก่อการร้าย วันนี้ศาลท่านชี้แล้ว ความสูญเสีย เลือดของพี่น้องผู้ร่วมอุดมการณ์ทุกคน ไม่ได้เป็นเพราะพี่น้องเป็นผู้ก่อการร้ายเลย ถูกเขายิงจนเจ็บจนตาย แต่เป็นการต่อสู้เพื่อเรียกร้องหลักการประชาธิปไตย ภายใต้ข้อเรียกร้องในสถานการณ์นั้น ก็คือการยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชนเลือกตั้งใหม่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ส่วนคดีนี้มีความคืบหน้าอย่างไร ก็เป็นเรื่องที่พวกตนกับฝ่ายกฎหมายจะต้องเตรียมพร้อมไว้ สำหรับคดีความอื่นๆ มีอีกหลายคดีที่เราจะต้องต่อสู้กันต่อไป และอยากจะบอกกล่าวไปถึงรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เป็นคู่กรณีโดยตรงจากการชุมนุมเมื่อปี 2553 ว่าเราไม่ถือแพ้ชนะกันในคดีนี้ หรือชนะกันที่ใครเจ็บ ใครตายมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชัยชนะถ้าจะมีจากการต่อสู้ทางการเมือง ต้องเป็นชัยชนะร่วมกันของสังคมไทย ดังนั้นชัยชนะของ นปช.ยังมาไม่ถึง จะมาถึงก็ต่อเมื่อเราปกครองโดยหลักการประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ภายใต้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเท่านั้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมยังจำความรู้สึกวันที่ 10 เม.ย.2553 ได้แม่นยำทุกวินาที ทั้งความสูญเสียที่เกิดขึ้น และผมเจรจากับเลขาฯ นายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้ยุติสถานการณ์ หลังเวทีมีผู้ชุมนุมมากมายวิ่งมาร้องไห้กับผม เพราะญาติ พี่น้อง เพื่อนญาติสนิทและครอบครัวบาดเจ็บ เสียชีวิตและสูญหาย ปกเสื้อผมยังเปียกน้ำตาประชาชน แล้วน้ำตาที่เปียกเสื้อ ซึมเข้าไปในใจ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิ กล่าวทิ้งท้ายว่า ส่วนคนที่ให้กำลังใจก็ขอบพระคุณ ส่วนคนที่เห็นต่าง ก็อยากจะบอกว่าเราไม่เคยมีความรู้สึกเป็นศัตรู เราไม่เคยมีความโกรธแค้นส่วนตัว ความเห็นต่างดำรงอยู่ได้ แต่ว่าการคิดถึงอนาคตของประเทศไทย การทำให้ความเห็นต่างนี้ เป็นความงดงามของระบอบประชาธิปไตย เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายน่าจะร่วมมือกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43444</URL_LINK>
                <HASHTAG>19 แกนนำนปช., คดีก่อการร้าย, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190814/image_big_5d53e3d895220.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23836</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2018 15:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2018 15:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ณัฐวุฒิ&quot;อัดเลือกตั้ง 2562 สกปรกไร้ขีดจำกัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 ธ.ค. 2561 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. กล่าวว่า วันที่ 26 ก.พ. 2500 ประเทศไทยมีการเลือกตั้ง โดยผู้นำรัฐบาลขณะนั้นซึ่งสืบทอดอำนาจจากการรัฐประหารปี 2490 ต้องการอยู่ต่อ จึงตั้งพรรคการเมืองแล้วเป็นหัวหน้าพรรคเอง ทำทุกอย่างทั้งให้นักเลงออกข่มขู่ประชาชน ส่งคนเวียนเทียนลงคะแนนเรียกว่าพลร่ม ยัดบัตรเถื่อนลงหีบเลือกตั้งเรียกว่าไพ่ไฟ หลังผลการเลือกตั้งออกมา สื่อมวลชนพากันขนานนามว่าการเลือกตั้งสกปรก ไม่น่าเชื่อว่าผ่านไป 62 ปี การเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ. 2562 กำลังจะทำลายสถิติเป็นการเลือกตั้งสกปรกตั้งแต่ก่อนถึงวันรับสมัครหรือไม่ และดีกรีความสกปรกทำท่าว่าจะไร้ขีดจำกัด เมื่อจัดการมัดแขนขาพรรคการเมืองทุกด้านแล้วก็ขยายผลไปถึงประชาชน เช่น สร้างความสับสนไม่ให้มีชื่อและโลโก้พรรคบนบัตรเลือกตั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ถ้าเอาแบบนี้ไม่มีใครเดาได้ว่าจนถึงวันลงคะแนนจะมีอะไรออกมาอีก รู้ว่าอยากมาก แต่ไม่นึกว่าความอยากจะข้ามพ้นความละอายมาได้ขนาดนี้ เชื่อว่าไม่มีใครรับฟังคำอธิบายของกกต.ว่ากังวลเรื่องการขนส่งบัตรไปต่างประเทศจึงต้องพิมพ์บัตรไม่มีโลโก้ เพราะยุคนี้พัฒนาการเรื่องการขนส่งไปไกลมาก และถ้าจะป้องกันการผิดพลาดต้องมีวิธีการที่ดีกว่านี้ ไม่ใช่ไปทำให้การลงคะแนนของคนทั้งประเทศเสียหาย ทั้งนี้ ต้องระวังด้วยว่าเรื่องแบบนี้จะลุกลามในความรู้สึกประชาชน เหมือนห้ามนั่งท้ายกระบะ หรือเก็บภาษีคนเลี้ยงแมว ผู้มีอำนาจควรถอยก่อนจะไปถึงขั้นนั้น มีคำพูดว่า ถ้าภาชนะไม่สะอาด ใส่อะไรลงไปก็บูด สถานการณ์นี้ถ้าเจตนาผู้มีอำนาจไม่สะอาด การเลือกตั้งก็คงไม่พ้นความสกปรกไปได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23836</URL_LINK>
                <HASHTAG>19 แกนนำนปช., ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, สกปรกไร้ขีดจำกัด, เลือกตั้ง 2562</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180612/image_big_5b1fd7af148a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22660</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2018 16:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2018 16:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ณัฐวุฒิ&#039; กลับบ้านเกิดต้อนรับ &#039;ทษช.&#039;  เชื่อคนใต้จำนวนมากพร้อมที่จะเปลี่ยน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ย.61 - นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ &amp;nbsp;เลขาธิการแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) และสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) &amp;nbsp;กล่าวว่า ตนพร้อมจะหลับหูหลับตาเชื่อว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นวันที่ 24 ก.พ. 2562 ส่วนถ้าผู้มีอำนาจจะหลับหูหลับตาเลื่อนก็เป็นเรื่องที่ต้องรับผิดชอบต่อความรู้สึกของประชาชนเอง ถ้าเห็นว่าเลื่อนแล้วพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นใหม่จะชิงเป็นฝ่ายได้เปรียบก็เอาที่สบายใจ แต่ตนเห็นว่ายิ่งเลื่อนยิ่งเสียมากกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่าในส่วนของพรรคไทยรักษาชาตินั้นยังคงขับเคลื่อนไปสู่การเลือกตั้ง โดยในวันที่ 25 พ.ย.นี้ตนจะรอต้อนรับหัวหน้าพรรคและแกนนำพรรคที่โรงแรมราวดี จ.นครศรีธรรมราช &amp;nbsp;เพื่อประชุมเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคภาคใต้ และพบปะประชาชนเพื่อเชิญชวนเป็นสมาชิกพรรค แม้จะเป็นพรรคใหม่ แต่เชื่อมั่นว่าด้วยจุดยืนที่ชัดเจนเรื่องประชาธิปไตย และนโยบายซึ่งจะมุ่งเน้นเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง จะได้รับการตอบรับจากประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเท่าที่ทราบ วันนี้การตัดสินใจทางการเมืองของคนใต้จำนวนมากพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง ถือเป็นโอกาสสำคัญของทุกพรรคที่จะทำงานสร้างการยอมรับจากประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พรรคไทยรักษาชาติคงยังไม่ประกาศเป้าหมายว่าจะได้ส.ส.จากภาคใต้กี่ที่นั่ง แต่จะทุ่มเทสุดกำลังเพื่อให้มีที่นั่งเล็กๆ ในหัวใจคนใต้ หลังจากนี้จะจัดทีมแกนนำของพรรคซึ่งหลายคนเป็นคนใต้กระจายกันลงพื้นที่ ทันทีที่ปลดล็อคจะเดินหน้าแคมเปญหาเสียงซึ่งเตรียมการทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว&amp;rdquo;นายณัฐวุฒิกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22660</URL_LINK>
                <HASHTAG>19 แกนนำนปช., ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ทษช., พรรคไทยรักษาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181124/image_big_5bf9043513d87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4455</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2018 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2018 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จตุพร&#039;ซูบลงมาก!เบิกตัวจากเรือนจำขึ้นศาลทหารคดีมั่วสุมเกิน 5 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค. 61 - เวลา 09.00 น. &amp;nbsp;ที่ศาลทหาร &amp;nbsp;อัยการนัดสอบคำให้การแกนนำ นปช. 19 คน ประกอบด้วย นายจตุพร พรหมพันธ์ุ (เบิกตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นางธิดา ถาวรเศรษฐ, นพ.เหวง โตจิราการ, นายยงยุทธ ติยะไพรัช, นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ, นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์, นายก่อแก้ว พิกุลทอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมหวัง อัสราษี, นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ, นายเกริกมนตรี รุจโสตถิรพัฒน์, นายอารี ไกรนรา, นายสมชาย ใจมุ่ง, นายพรศักดิ์ ศรีละมุล, นายนิสิต &amp;nbsp;สินธุไพร, นายยศวริศ ชูกล่อม, นายศักดิ์ระพี &amp;nbsp;พรหมชาติ, &amp;nbsp;และจ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศีรษะ &amp;nbsp;ซึ่งทั้งหมดต้องคดีฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ 7/255 ห้ามมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนขึ้นไป จากกรณีที่ร่วมกันแถลงข่าวเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ ที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 59&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เวลาประมาณ &amp;nbsp;08.30 น. นายจตุพร &amp;nbsp;ได้ถูกเบิกตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มายังศาลทหารตามอัยการนัดสอบปากคำ &amp;nbsp;โดยนายจตุพร มีสภาพซูบผอมอย่างเห็นได้ชัด &amp;nbsp;แต่ยังยิ้มทักทายมวลชนที่มาคอยให้กำลังใจ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนายจตุพร &amp;nbsp;เมื่อวันที่ &amp;nbsp;20 ก.ค. 60 &amp;nbsp; ถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 1 ปีโดยไม่รอลงอาญาในคดีหมายเลขดำ อ.1962/2552 &amp;nbsp;หมิ่นประมาทกล่าวหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมตรี สั่งฆ่าประชาชน &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อวันที่ &amp;nbsp;14 &amp;nbsp;ธ.ค. 60&amp;nbsp; ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดี อ.4176/2552 ที่นายอภิสิทธิ์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายจตุพร &amp;nbsp;เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท โดยศาลพิพากษาจำคุก 12 เดือน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4455</URL_LINK>
                <HASHTAG>19 แกนนำนปช., ขัดคำสั่งคสช., จตุพร, ตุุ๊ดตู่, ศาลทหาร, อิมพีเรียล ลาดพร้าว, เสื้อแดง, แกนนำนปช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9f54b580130.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
