<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114972</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 20:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 20:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจ 191 บุกตรวจค้นย่านดินแดง ผงะ!ซ่องสุมอาวุธม็อบอื้อ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.64 - เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สปพ. ได้ทำการตรวจค้นเป้าหมาย ที่สนับสนุนอาวุธระเบิดปิงปอง อุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อความไม่สงบการชุมนุม โดยการตรวจค้นบ้านต้องสงสัย 2 จุด ภายใน ซ.เปรมสมบัติ แยก 4 แขวงดินแดง เขตดินแดง กทม. จุดแรกพบลูกแก้วสีน้ำเงิน -หนังสติ๊ก 1 อัน- เสื้อเกราะ 1 ตัว -เสื้อกันเกราะกันกระแทก 1 ตัว - ระเบิดปิงปอง 9 ลูก- ลูกปิงปองสีน้ำเงิน-โล่ประดิษฐ์ 7 อัน -พลุควัน 44 จำนวน -วิทยุสื่อสาร สีดำ 1 เครื่อง- ธงสัญลักษณ์ เยาวรุ่นทะลุแก๊ส ติดกับเสา 1 ผืนและถุงมือกันไฟ 1 อัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันจุดที่ 2 ได้ตรวจค้นรถกระบะอีซุซุ สีเทา หมายเลขทะเบียน ผษ 4279 ชลบุรี พบคีมตัดเหล็ก 1 ตัว- ระเบิดปิงปอง 2 แพค-ประทัดยักษ์ เอพีบูม 2 กล่อง 28 อัน -วิทยุสื่อสารสีแดง 1 เครื่อง -ถ่านไฟฉายขนาด D สีดำ จำนวน 6 อัน -น็อตล็อกสลิง จำนวน 8 ตัว -ถุงมือผ้าสีขาว 1 มัด-หน้ากากกันแก๊ส 3 อัน- แว่นตากันน้ำ 2 อัน -ค้อนเหล็ก 2 อัน -ถุงมือกันไฟ 1 อัน -ป้ายไวนิลสีน้ำเงินระบุ ก่อสร้างดุสิต ไม่เอาเผด็จการ 1ผืน-ป้ายไวนิลสีน้ำเงินระบุ DOR ถิ่นสามเสน แนวหน้า ประชาธิปไตย จับมือกันไว้ให้มั่นคง 1 ผืน-สติ๊กเกอร์ แก๊งนมหวาน อย่าขวางทางกู 3 ดวง และธงสีดำเยาวรุ่น ทะลุแก๊ส 2 ผืน โดยจับผู้ต้องหาได้ 3 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114972</URL_LINK>
                <HASHTAG>191, ม็อบทะลุแก๊ส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210829/image_big_612b8d06b85f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2021 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2021 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โคราชสาหัส นิวไฮ442ราย &#039;191&#039; จ่อภารกิจรับส่งผู้ป่วยโควิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ส.ค.64 - คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ล่าสุดพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มสูงกว่าสถิติการติดเชื้อของ จ.นครราชสีมา นิวไฮพุ่งทำสถิติ 442 ราย ผู้ป่วยเสียชีวิตรวดอีก 3 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 60 ราย โดยในจำนวนเดินทางมาตากพื้นที่เสี่ยง 194 ราย รับผู้ป่วยกลับมารักษา 84 ราย สัมผัสผู้ป่วยติดเชื้อในจังหวัด 144 ราย รวมผู้ป่วยระลอกใหม่สะสมของจังหวัดนครราชสีมา 7,051 ราย รักษาอยู่ 3,787 ราย และรักษาหาย 3,204ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ป่วยเสียชีวิตรายใหม่ 3 ราย รายที่ 58 &amp;nbsp;เพศหญิง อายุ 65 ปี ชาว อ.แก้งสนามนาง ต.โนนสมบูรณ์ มีโรคประจำตัวเบาหวาน ความดันโลหิตสูง มีประวัติเดินทางมาจาก กทม.วันที่ 25 ก.ค. 64 เข้ารักษา รพ.แก้งสนามนาง ผลตรวจติดเชื้อ &amp;nbsp;ผลติดเชื้อ ส่งต่อ รพ.มหาราชฯ วันที่ 31 ก.ค. 64 อาการไม่ดีขึ้น ถึงแก่กรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;ส่วนรายที่ 59 เพศชาย อายุ 78 ปี อ.เมือง ต.ในเมือง ผู้สูงอายุ มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน วันที่ 17 ก.ค. 64 ตรวจพบเชื้อที่ รพ.กรงเทพฯ เข้ารับการรักษาที่ รพ.เทพรัตน์ มีอาการหนัก ส่งต่อ รพ.มหาราชฯ วันที่ 31 ก.ค. 64 อาการไม่ดีขึ้น ถึงแก่กรรม ส่วนอีกรายที่ 60 เพศชาย อายุ 60 ปี อ.เมือง ต.ในเมือง ผู้สูงอายุ วันที่ 8 ก.ค. 64 เข้ารักษา รพ.มหาราชฯ ผลตรวจติดเชื้อ วันที่ 31 ก.ค. 64 อาการไม่ดีขึ้น ถึงแก่กรรม &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้านพลตำรวจตรีพรชัย นลวชัย &amp;nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา กล่าวถึงการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่มีการกลับมารักษายังภูมิลำเนาในพื้นที่ จ.นครราชสีมา 32 อำเภอ โดยเฉพาะรถของตำรวจ และสายตรง 191 ว่า เรื่องนี้จริงๆแล้วทุกภาคส่วน ทั้งตำรวจ ทหาร ปกครอง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข รพ.สต. อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้านก็ดีได้ระดมสรรพกำลังดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล และมาตรการของกระทรสงสาธารณสุขอย่างเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนรถยนต์ของตำรวจเพื่อใช้บริการรับส่งพี่น้องประชาชนที่กำลังลำบากตกทุกข์ได้ยาก ผู้ป่วยสีเขียว สีเหลืองอ่อนหรือญาติผู้ป่วย หรือคนไร้บ้านไร้ที่พึ่งนั้น เรื่องนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้ ตร.ภ.นครราชสีมา ตำรวจทุก สภ. เตรียมพร้อมไว้แล้ว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111824</URL_LINK>
                <HASHTAG>191, โคราช, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210801/image_big_610636ae2067e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2021 13:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2021 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>191 ทลายแก๊งโจ๋ เปิดธุรกิจสายเขียวออนไลน์ โกยอื้อเดือนละ3แสน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค.64 - &amp;nbsp;พล.ต.ต.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) สั่งการ พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ( 191) และ เจ้าหน้าที่สายตรวจ 1 กองกำกับการสายตรวจ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ร่วมกันจับกุม นาย ภานุพันธุ์ฯ หรือ เน็ค อายุ 21 ปี ภายในซอยพระราม 2 ซอย 60/1 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ขยายผล ห้องเช่าไม่มีเลขที่ภายในซอยพระยามนธาตุราชศรีพิจิตร์ แยก 35-1 แขวงบางบอน เขตบางบอน กรุงเทพฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมด้วยของกลาง 1. กัญชาอัดแท่ง ห่อหุ้มด้วยกระดาษฟรอยด์ สีทอง น้ำหนักรวมประมาณ 2 กิโลกรัม พบในกระเป๋าสะพายสีดำ &amp;nbsp;2. กัญชาอัดแท่ง ห่อหุ้มด้วยกระดาษฟรอยด์ สีทอง น้ำหนักรวมประมาณ 37 กิโลกรัม &amp;nbsp;3. อาวุธปืน สั้น &amp;nbsp;ไทยประดิษฐ์ ขนาด 380 จำนวน &amp;nbsp;1 กระบอก &amp;nbsp;4. เครื่องกระสุนปืน ขนาด 380 จำนวน 52 นัด &amp;nbsp;5. เครื่องซีลปากถุง พร้อมถุงพลาสติก จำนวน 50 ใบ 6. กล่องพัสดุ สีน้ำตาล จำนวน 51 กล่อง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกล่าวหาว่า &amp;ldquo;มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมายและมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย &amp;nbsp;และมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต &amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ บก.สปพ. ได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่า พบกลุ่มวัยรุ่นมีพฤติกรรมจำหน่ายกัญชาผ่านช่องทางแอพลิเคชั่น Facebook และจัดส่งกัญชาผ่านช่องทางขนส่งเอกชน เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ บก.สปพ. จึงทำการสืบสวนจนทราบว่า กลุ่มคนดังกล่าวจะใช้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้าเวฟ &amp;nbsp;ไอ125 สีเขียว หมายเลขทะเบียน 3กฮ 41XX กรุงเทพฯ &amp;nbsp;หมุนเวียนกันไปส่งกัญชาที่ขนส่งเอกชน และสืบสวนจนทราบว่า กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวพักอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านดีเค แขวงบางบอน เขตบางบอน กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นวันที่ 3 ก.ค.64เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ บก.สปพ. จึงได้วางแผนการจับกุม และสังเกตการณ์ภายในซอยพระราม 2 ซอย 60/1 เวลาประมาณ 16.30 น. พบชาย มีท่าทางมีพิรุธขับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟไอ สีเขียว ตรงกับที่ได้ทำการสืบสวน เพื่อมาส่งกัญชากับขนส่งเอกชน เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 1 จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงความบริสุทธิ์ใจ จนเป็นที่พอใจ ขอทำการตรวจค้น พบกัญชาอัดแท่ง น้ำหนักรวมประมาณ 2 กิโลกรัม จากการสอบถามและยังรับอีกว่า ยังมีกัญชาอีกจำนวนหนึ่งที่ซุกซ่อนอยู่บนห้องเช่าไม่มีเลขที่ ภายในซอยพระยามนธาตุราชศรีพิจิตร์ แยก 35-1 แขวงบางบอน เขตบางบอน กรุงเทพฯ และสมัครใจนำเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้น พบกัญชาอัดแท่ง จำนวนประมาณ 37 กิโลกรัม พร้อมกล่องพัสดุ เลขกำกับพัสดุ และอาวุธปืนสั้น ไทยประดิษฐ์ พร้อมเครื่องกระสุนปืน เครื่องซีลปากถุง ถุงพลาสติกใส จำนวน 50 ใบ วางอยู่ภายในห้องพัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามนายภานุพันธุ์ เพื่อขยายผลการจับกุม นายภานุพันธุ์ ให้การว่าตนเองซื้อกัญชามาจากเพื่อนใน Facebook ในราคากิโลกรัมละ 4,500 บาท และตนเองจะนำมาแบ่งจำหน่าย และส่งพัสดุผ่านขนส่งเอกชน ในราคากิโลกรัมละ 5,500 บาท เพื่อเอากำไรอีกต่อหนึ่ง จากการตรวจสอบข้อมูลการส่งพัสดุเอกชน ประมาณ 2 เดือน พบมีการส่งกัญชา มากกว่า 100 รายการ มีรายได้เดือนละ 300,000 บาท จึงได้จับกุมผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลาง นำส่ง พนักงานสอบสวน สน.ท่าข้ามเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108564</URL_LINK>
                <HASHTAG>191, กัญชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210704/image_big_60e14c12c7658.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2021 20:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2021 20:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อเปิด191แจ้งผู้ป่วยโควิดส่งต่อหน่วยงานรับผิดชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย.64- &amp;nbsp;ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปก.ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุมศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 เพื่อรับแจ้งข้อมูลประชาชนที่ติดเชื้อโควิด-19 ผ่านระบบประชุมทางไกล โดยมีรอง ผบช.ภ.1-9 หัวหน้าศูนย์วิทยุ 191 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเข้าประชุมด้วย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวภายหลังการประชุมว่าตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อยากให้ตำรวจเข้าไปมีส่วนสนับสนุนรับแจ้งเหตุช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเรื่องโควิด-19 ซึ่งพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้ขานรับนโยบายดังกล่าว จึงมอบหมายให้ตนมาประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแนวทางการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ระบุว่า โดยวันนี้เป็นการประชุมหารือหลักการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 และสายด่วนเฉพาะกิจ 1668 ซึ่งที่ประชุมมีแนวทางร่วมกันคือ จะมีตำรวจไปอยู่ที่ศูนย์ 1668 และ 1669 เพื่อส่งต่อข้อมูลและประสานงานอย่างใกล้ชิด หน้าที่ของ 191 เป็นผู้ประสานงานช่วยสนับสนุนรองรับเคสผู้ป่วยโควิด-19 กรณีหากโทรไปเบอร์หลักเกิดคู่สายเต็ม หรือติดต่อไม่ได้จริงๆ ก็จะมีทางเลือกอีกทาง คือ 191 จะช่วยเก็บข้อมูลผู้ป่วยโควิด ช่วยเหลือส่งต่อข้อมูล และตามเคสให้ว่าได้รับการแก้ปัญหาแล้วหรือไม่ ทั้งนี้เรามีศูนย์ 191 จำนวน 1,200 คู่สาย ทั่วประเทศ มีเจ้าหน้าที่เข้าเวร 24 ชั่วโมง แต่ขอย้ำว่า 191 เป็นเพียงหน่วยสนับสนุน และตัวเลือกสุดท้ายหากเบอร์หน่วยงานหลักคู่สายเต็ม อย่างไรก็ดีหน้าที่หลักยังคงรับแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายตามปกติ แต่ที่เพิ่มเข้ามาเป็นเหตุเฉพาะกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับวันนี้เป็นการรับโจทย์ของทางรัฐบาลมา แต่ยังหารือไม่เสร็จ และยังไม่มีความพร้อม ยังต้องทำการเรียนรู้จากหมอก่อนว่าตำรวจจะมีวิธีการพูดอย่างไร แนะนำ และส่งเคสอย่างไร จึงต้องทำแผนขึ้นมาก่อน ซึ่งรายละเอียดการทำงานจะสรุป และกำหนดออกมาอีกครั้งในการประชุมวันอังคาร ที่ 27 เมษายน ช่วงบ่าย เป้าหมายเพื่อบริการประชาชนให้ดีที่สุด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100697</URL_LINK>
                <HASHTAG>191, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210425/image_big_608566e833ffd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81458</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2020 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2020 16:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจทลายเครือข่ายยาบ้าเช่าบ้านหรูย่านบางบัวทอง ยึดของกลางเกือบ 6 ล้านเม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ต.ค.63 - ที่กองบังคับการปฎิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร พร้อม พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สำราญ นวลมา รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว ผบก.สปพ. พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ บันฑิตย์ รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.สายตรวจ บก.สปพ. (191) พ.ต.ท.อัครพล โทยะ รอง ผกก.สายตรวจ แถลงข่าวการจับกุมแก๊งเครือข่ายยาเสพติดย่านบางบัวทอง จับกุมนายมงคลชัย หรือคิง สงวนนามสกุล อายุ 22 ปี นายสิทธิโชค หรือแบงค์ สงวนนามสกุล อายุ 21 ปี และนายพีรพัฒน์ หรือ เซฟ สงวนนามสกุล อายุ 24 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า ประมาณ 5,900,000 เม็ด เคตามีนน้ำหนักประมาณ 900 กรัม ไฟว์ไฟว์ ประมาณ 885 เม็ด อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยี่ห้อ GLOOG 17 จำนวน 1 กระบอก กระสุนขนาด 9 มม. 15 นัด อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยี่ห้อ RAMBO 1 กระบอก อาวุธปืนลูกซอง ยี่ห้อ TAMER 1 กระบอก พร้อมกระสุนลูกซอง ขนาด 12 จำนวน 10 นัด รถยนต์ 3 คัน โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง จับกุมได้บริเวณบ้านเลขที่ 123/98 หมู่บ้านบัวทอง หมู่ 5 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี และ บ้านเลขที่ 298/5 หมู่บ้านคุณาภัทร7 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ต่อเนื่องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก. สปพ. สืบสวนทราบว่ามีกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่บริเวณ ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ. นนทบุรี ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กับลูกค้าโดยเครือข่ายกลุ่มนี้มักเช่าบ้านหรูในหมู่บ้านพื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ในการเก็บซุกซ่อนยาเสพติดเพื่ออำพรางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นจึงได้สืบสวนจนทราบว่าเครือข่ายกลุ่มนี้ได้เช่าบ้านเลขที่ 123/98 หมู่บ้านบัวทอง หมู่5 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เพื่อใช้เป็นที่เก็บซุกซ่อนยาเสพติด ได้เฝ้าติดตามพฤติกรรม และสะกดรอยติดตามกลุ่มผู้ต้องหาพบว่าผู้ต้องหาได้ร่วมกันกับเครือข่ายลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กับลูกค้าย่านจ.สุพรรณบุรี จ.อ่างทอง มาเป็นเวลาประมาณ 3 เดือน กระทั่งเมื่อวันที่ 21 ต.ค. เวลา 13.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมมีหลักฐานเชื่อว่าภายในบ้านที่เกิดเหตุที่ผู้ต้องหาอยู่มียาเสพติดซุกซ่อนจึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 3 รายได้พร้อมของกลางยาเสพติดจำนวนมากพร้อมด้วยอาวุธปืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81458</URL_LINK>
                <HASHTAG>191, กองบังคับการปฎิบัติการพิเศษ, ผบก.สปพ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201022/image_big_5f9149e633ec2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73888</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2020 14:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2020 14:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โล่งอก!&#039;ผกก.191&#039;เกลี้ยกล่อมสาวพยายามกระโดดพระราม8สำเร็จ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค.63-ขณะที่พ.ต.อ.ปิยะรัช สุภารัตน์ ผกก.สายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ(191)พร้อมด้วย ด.ต.เจริญ อ๊อดพันธุ์ ผบ.หมู่ งานสายตรวจ 2 บก.สปพ.ออกปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่รับผิดชอบ ก็ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า มีหญิงพยายามจะกระโดดสะพานพระราม 8 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กทม.จึงไปตรวจสอบพบบริเวณกลางสะพานมีผู้หญิง 1 ราย สวมชุดแซ๊กสีดำ ยืนอยู่ที่ขอบสะพานด้านนอกและใช้มือเกาะราวสะพานในลักษณะท่าที่เหม่อลอย ทาง พ.ต.อ.ปิยะรัช และ ด.ต.เจริญ จึงเข้าไปทำการพูดเกลี้ยกล่อม เพื่อให้หญิงสาวคนดังกล่าวกลับเข้ามาด้านใน แต่หญิงคนดังกล่าวไม่ยอมพูดอะไรเอาแต่ร้องไห้ ทาง พ.ต.อ.ปิยะรัช จึงพยายามพูดเกลี้ยกล่อมประมาณ 10 นาที ทางหญิงสาวจึงมีท่าทีสงบลงและยอมให้เข้าใกล้ตัว จึงอาศัยจังหวะที่หญิงสาวคนดังกล่าวเผลอเข้าคว้าจับตัวและนำกลับเข้ามาด้านในอย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ปิยะรัช กล่าวว่าหญิงสาวคนดังกล่าวชื่อ น.ส.ดารุณี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี แต่ยังไม่ยอมเปิดเผยถึงสาเหตุการพยายามฆ่าตัวตายครั้งนี้ แต่ขณะที่เข้าไปพูดเกลี้ยกล่อมนั้น ทาง น.ส.ดารุณี มีอาการเครียดและอยู่ในลักษณะเหม่อลอย ตนจึงพยายามพูดจาหว่านล้อมต่างๆ นาๆ เพื่อให้คลายกังวลพร้อมกับใช้วิธีรักษาระยะห่าง เพื่อให้ผู้ก่อเหตุเกิดการไว้วางใจ จากนั้นประเมินสถานการณ์ และค่อยๆ คุย ถอดแมสก์ออกเพื่อให้เขาเห็นความตั้งใจจริง ซึ่งเป็น 1 ในข้อปฏิบัติการเจรจาต่อรองในภาวะวิกฤติ จนกระทั่งยอมให้เข้าใกล้ตัว และก็อาศัยจังหวะที่เผลอเข้าล็อกจับตัวเอาเข้ามาด้านในอย่างปลอดภัย ก่อนนำตัวหญิงดังกล่าวส่งสน.บวรมงคลเพื่อประสานญาติมารับตัวต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73888</URL_LINK>
                <HASHTAG>191, ตำรวจ, พ.ต.อ.ปิยะรัช สุภารัตน์, สาวกระโดดสะพานพระราม8</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f2faaaccfc17.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53085</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2019 12:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2019 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>191ทลายเครือข่ายยาเสพติดภาคเหนือยึดยาบ้า 2.6 ล้านเม็ด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ธ.ค.62- พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อมด้วยพล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (ผบก.สปพ.)จับกุมข่าวการจับกุมนายคมกริช หรืออึด ผิวเกลี้ยง อายุ 36 ปี นายอานนท์ หรือต้น ศรีจันทร์ อายุ 30 ปี นายวาทิน ศรีเกิด อายุ 31 ปี และนายนิวัตร โกบปุเลา อายุ 40 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 2,612,000 เม็ด, คีตามีน 11 กิโลกรัม, รถยนต์ 8 คัน, กุญแจรถยนต์ ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู 1 ดอก, ใบคู่มือจดทะเบียนรถ 2 เล่ม, แม็กกาซีนขนาด .40 จำนวน 2 แม็กกาซีน, กระสุนปืนขนาด 9 มม. 71 นัด, กระสุนปืนขนาด .380 จำนวน 45 นัด, ลำกล้องปืนพกสั้นชนิด 9 มม. (กล็อก 27) 1 ลำกล้อง, สมุดบัญชีธนาคารต่างๆ 6 เล่ม โฉนดที่ดิน, สร้อยทองคำพร้อมพระ 4 องค์, แหวน 4 วง,บัตรเดบิตและบัตรกดเงิน 5 ใบ, นาฬิกา 22 เรือน,เงินสด 125,000 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.สำราญ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเป็นการขยายผลจากเครือข่ายยาเสพติดทางภาคเหนือ ซึ่งคอยลำเลียงยาเสพติดให้กับลูกค้าตามจังหวัดต่างๆ จึงได้เฝ้าสืบสวนติดตามพฤติการณ์มามากกว่าสองเดือน จนทราบว่าเครือข่ายดังกล่าวได้ซุกซ่อนยาเสพติดไว้ที่บ้านหลังหนึ่ง ใน ต.เขาคันทรง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ต่อมาชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการขนส่งยาเสพติดระหว่างวันที่ 19-21 ธันวาคม บริเวณริมถนนหมายเลข 331 อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงได้จัดกำลังเฝ้าสังเกตถการณ์เรื่อยมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งวันที่ 20 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบนายคมกริช ได้ขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้ารุ่นอัลติส สีดำ หมายเลขทะเบียน ฆย-5187 กทม ออกมาจากบ้านหลังดังกล่าว จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นพบยาบ้า 3 กระสอบ จำนวน 6 แสนเม็ด และขยายผลไปตรวจค้นบ้านเลขที่ 357 หมู่ 10 ต.เขาคันทรง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ตรวจค้นพบยาบ้าอีก 2,012,000 เม็ด และคีตามีน 11 กิโลกรัม และขยายผลไปจับกุมนายนิวัตร นานอานนท์ และนายวาทิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนนายคมกริช รับว่ามีการแบ่งหน้าที่กันทำ โดยนายนิวัตร ทำหน้าที่ถ่ายโอนเปลี่ยนแปลงทรัพย์สิน นายอานนท์ เป็นผู้คอยขับรถนำเพื่อดูด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจเวลาไปส่งยาเสพติด โดยในกรุงเทพฯ จะนำไปส่งให้ลูกค้าย่านบางบอน และนายวาทิน ทำหน้าที่เฝ้ายาและเช็คสต๊อกยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นแจ้งข้อหานายคมกริช นายอานนท์ และนายวาทิน ฐานร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และแจ้งข้อหานายนิวัตร ฐานร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2(เคตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต, มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต นำตัวส่ง บช.ปส.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53085</URL_LINK>
                <HASHTAG>191, ผบช.น., พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา, ภาคเหนือ, ยาบ้า, ยาเสพติด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191223/image_big_5e005274443e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
